ผู้ฝึกตนด้วยเมล็ดพันธุ์

    ตอนที่ 42 เล่ม 1 หมูสามชั้นตุ๋น

    ตอนที่ 42 เล่ม 1 หมูสามชั้นตุ๋น


    พวกเขาตั้งเต็นท์และเริ่มเตรียมเสบียงอาหาร เหว่ยเหลียงรับหน้าที่เป็นพ่อครัว เขานำหม้อและวัตถุดิบออกมา เริ่มต้นทำเมนูสามชั้น

     

    เหว่ยเหลียง: "วันนี้เราจะมีหมูสามชั้น ข้าได้เตรียมวัตถุดิบมาแล้วจากนิกายก่อนที่เราจะออกเดินทาง"


    วิธีทำสามชั้น

    เตรียมวัตถุดิบ:


    ชั้นหมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นใหญ่

    เต้าเจี้ยว 3 ช้อนโต๊ะ

    ขิงหั่นแว่น 5 แว่น

    กระเทียมทุบ 4-5 กลีบ

    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

    ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำเปล่า 1 ลิตร


    การเตรียมและการปรุง:

    ตั้งหม้อบนไฟกลาง ใส่น้ำมันเล็กน้อยและรอให้ร้อน ใส่ขิงและกระเทียมลงไปผัดจนหอม

    ใส่ชั้นหมูสามชั้นลงไปผัดจนสีเริ่มเปลี่ยน ใส่เต้าเจี้ยว น้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วดำ และน้ำมันหอย ผัดจนเครื่องปรุงเข้ากับเนื้อหมู เติมน้ำเปล่าลงไปให้ท่วมเนื้อหมู รอให้น้ำเดือดแล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ปิดฝาหม้อและตุ๋นไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจนเนื้อหมูเปื่อย 


    ขณะที่สามชั้นกำลังตุ๋น เหว่ยเหลียงและสหายพักผ่อนและพูดคุยกันเพื่อคลายความเครียดจากการเดินทาง


    เจ้าอ้วนน้อย: "ข้ารู้สึกว่ากลิ่นหอมของอาหารทำให้ข้าลืมความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้บ้าง"


    ฉงเหม่ย: "ข้าต้องยอมรับว่าเหว่ยเหลียงเป็นพ่อครัวที่เก่งจริงๆ ข้ารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ชิมฝีมือของเจ้า"


    เหลียนฮัว: "ข้ารู้สึกว่าพลังปราณของข้าฟื้นฟูได้ดีขึ้นเมื่อได้กลิ่นอาหารอร่อยๆ นี้"


    เมื่อสามชั้นเสร็จเรียบร้อย เหว่ยเหลียงตักอาหารใส่จานและแจกจ่ายให้กับทุกคน ทุกคนทานอาหารด้วยความอร่อยและรู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียดของการเดินทาง


    เหว่ยเหลียง: "อาหารมื้อนี้ทำให้ข้ามีกำลังใจมากขึ้น ขอบใจพวกเจ้าที่มาร่วมทางกับข้า"


    ทุกคนพยักหน้าและยิ้มรับ แม้ว่าพวกเขาจะต้องเผชิญกับอันตรายและความท้าทายในชั้นต่อไป แต่พลังใจและความสามัคคีที่พวกเขามีทำให้พวกเขาเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะสามารถผ่านพ้นทุกอุปสรรคได้

     

    เมื่อเหว่ยเหลียงและสหายมาถึงชั้นที่สองของเหวห้วงลึกอเวจี 9 ชั้น พวกเขาพบว่าทางข้างหน้าถูกขวางกั้นโดยแม่น้ำลาวาที่กว้างและร้อนแรง 


    แม่น้ำลาวาไหลผ่านด้วยความเร็วสูง พื้นผิวลาวาเต็มไปด้วยฟองที่ระเบิดเป็นระยะ ปล่อยไอร้อนและแสงสว่างสีส้มแดงที่น่ากลัว


    ความร้อนจากแม่น้ำลาวาทำให้บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยอุณหภูมิที่สูงเกินกว่าปกติ พื้นดินรอบๆ ถูกแผดเผาจนเป็นสีดำสนิท 


    มีไอร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาเป็นครั้งคราว ทุกย่างก้าวที่พวกเขาเดินเข้าไปใกล้แม่น้ำลาวานั้นเหมือนกับถูกล้อมรอบด้วยเตาเผาขนาดใหญ่


    เหว่ยเหลียงและสหายต้องใช้พลังปราณในการสร้างสะพานชั่วคราวเพื่อข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม พลังปราณของพวกเขารวมตัวกันเป็นแสงสว่างสีฟ้าเย็นที่พุ่งออกจากฝ่ามือ ก่อเกิดเป็นสะพานปราณที่มั่นคงและแข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักของพวกเขา


    การสร้างสะพานชั่วคราวนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องควบคุมพลังปราณอย่างละเอียดและต่อเนื่อง การรวมพลังปราณของทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกันทำให้สะพานปราณที่สร้างขึ้นมีความมั่นคงและปลอดภัย


    ในขณะเดียวกัน พวกเขาต้องใช้วิชาป้องกันความร้อนเพื่อป้องกันตัวเองจากอุณหภูมิที่ร้อนแรงรอบตัว พลังปราณป้องกันความร้อนถูกกระจายออกมาเป็นเกราะป้องกันที่โปร่งใส ล้อมรอบร่างกายของพวกเขา ป้องกันไม่ให้ความร้อนทะลุผ่านเข้ามาได้


    แต่ละก้าวที่พวกเขาเดินบนสะพานปราณนั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ลาวาที่เดือดพล่านอยู่ด้านล่างทำให้พวกเขาต้องมีสมาธิและความมั่นใจในการก้าวเดิน 


    แม้จะมีความเสี่ยงและอันตราย แต่ด้วยการฝึกฝนและความร่วมมือกัน พวกเขาก็สามารถข้ามแม่น้ำลาวาไปได้สำเร็จ


    เมื่อพวกเขามาถึงฝั่งตรงข้าม เหว่ยเหลียงและสหายต่างหายใจอย่างโล่งอก แม้ว่าความท้าทายในชั้นต่อไปยังคงรอคอยพวกเขาอยู่ 


    แต่การข้ามแม่น้ำลาวานี้ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความสามารถและความแข็งแกร่งที่มีในตัวเอง พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าด้วยความมุ่งมั่นและการทำงานร่วมกัน ไม่มีอุปสรรคใดที่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้

     

    เมื่อเหว่ยเหลียงและสหายเข้าสู่ชั้นที่สามของเหวห้วงลึกอเวจี 9 ชั้น พวกเขาพบว่าตัวเองอยู่ในเขาวงกตที่ซับซ้อน ทางเดินในเขาวงกตนี้เต็มไปด้วยกับดักที่ถูกซ่อนอยู่และภาพลวงตาที่หลอกลวงสายตา บรรยากาศรอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยความมืดมิดและเงามืดที่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ


    ทางเดินของเขาวงกตมีลักษณะเหมือนกันทุกทาง แผ่นหินที่เรียงรายอย่างไร้ระเบียบ และเส้นทางที่สลับซับซ้อนทำให้การหาทางออกเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้น ทุกครั้งที่พวกเขาก้าวไปข้างหน้า พื้นหินจะสั่นสะเทือนเบาๆ และเสียงคลื่นลมจะก้องกังวานในอากาศ


    เจ้าอ้วนน้อย: "ข้ารู้สึกว่าพวกเรากำลังเดินวนไปวนมาอยู่ ข้าเริ่มเวียนหัวแล้ว!"


    ฉงเหม่ย: "ใจเย็นๆ เจ้าอ้วนน้อย เราต้องใช้สติและความสามารถในการสังเกตหาทางออกจากที่นี่"


    เหว่ยเหลียงนำทางโดยใช้วิชาการสังเกตและการวิเคราะห์เส้นทาง เขาใช้พลังปราณสัมผัสกับพื้นดินและผนังเพื่อค้นหากับดักที่ซ่อนอยู่ แต่การหลีกเลี่ยงกับดักไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกครั้งที่พวกเขาก้าวพลาด จะมีกับดักที่ปล่อยอาวุธหรือภาพลวงตาที่ทำให้หลงทาง


    อี้ตงมู่: "ข้าคิดว่าเราต้องหาจุดที่แตกต่างจากที่อื่นในการสังเกต อาจมีสัญลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ในผนัง"


    พวกเขาเริ่มสำรวจผนังและพื้นหินอย่างละเอียด ฉงเหม่ยพบว่าบนผนังมีสัญลักษณ์เล็กๆ ที่แกะสลักไว้อย่างละเอียด สัญลักษณ์นี้เป็นการบอกทางที่ถูกต้อง


    ฉงเหม่ย: "ข้าพบสัญลักษณ์เล็กๆ นี่ อาจเป็นเครื่องหมายบอกทางที่เราควรเดินตาม"


    เหลียนฮัว: "ข้าจะใช้พลังปราณในการตรวจสอบสัญลักษณ์นี้ว่าเป็นของจริงหรือภาพลวงตา"


    เหลียนฮัวใช้พลังปราณในการตรวจสอบและพบว่าสัญลักษณ์นั้นเป็นของจริง เธอจึงบอกให้ทุกคนเดินตามเส้นทางที่สัญลักษณ์นั้นบอก เมื่อพวกเขาเดินตามทางที่สัญลักษณ์ชี้นำ พวกเขาก็พบทางออกจากเขาวงกตในที่สุด


    เหว่ยเหลียง: "ข้ารู้สึกว่าเราใกล้จะพ้นจากเขาวงกตนี้แล้ว ขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือกัน"


    พวกเขาก้าวผ่านเขาวงกตและพบกับแสงสว่างที่นำทางไปสู่ทางออก เหว่ยเหลียงและสหายรู้สึกโล่งใจที่สามารถผ่านชั้นที่สามที่เต็มไปด้วยกับดักและภาพลวงตาได้

     

    เมื่อเหว่ยเหลียงและสหายมาถึงชั้นที่สี่ของเหวห้วงลึกอเวจี 9 ชั้น พวกเขาพบกับบรรยากาศที่น่ากลัวและเงียบงัน ทางเดินที่เต็มไปด้วยเงามืดและกลิ่นอายของความชั่วร้าย 


    เมื่อพวกเขาก้าวเข้าไปลึกขึ้น เสียงคำรามดังขึ้นจากเงามืด และสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขาคือสัตว์ประหลาดที่ดุร้าย


    สัตว์ประหลาดเหล่านี้มีรูปร่างใหญ่โต ผิวหนังแข็งแรงและมีเขี้ยวแหลมคม ดวงตาของพวกมันส่องแสงสีแดงที่แฝงไปด้วยความโหดร้าย พวกมันเข้ามาล้อมรอบเหว่ยเหลียงและสหาย เตรียมโจมตีอย่างไม่ปรานี


    เหว่ยเหลียง: "ทุกคน เตรียมตัว เราต้องใช้วิชาการต่อสู้และความสามารถในการร่วมมือกันเพื่อเอาชนะพวกมัน!"


    เจ้าอ้วนน้อย: "ข้าไม่อยากจะเป็นอาหารของพวกมัน! เราต้องสู้เพื่อชีวิตของเรา!"


    ฉงเหม่ย: "ข้าอยู่ข้างเจ้า เจ้าอ้วนน้อย พวกเราจะสู้ไปด้วยกัน"


    เหลียนฮัว: "ข้าจะใช้วิชาพลังปีศาจช้างลวดลายมังกรในการโจมตีพวกมัน"


    คล้ายกับเรื่องผู้ฝึกตนด้วยเมล็ดพันธุ์ ที่คุณอ่าน