วัดไร้ทุกข์ที่มีบริเวณไม่กว้างมากนักกับเหล่าราชวงศ์และผู้ติดตามที่มากันจนเนืองแน่นทำให้มิมีที่พอสำหรับผู้อื่น เสียงสวดมนต์และกลิ่นธูปลอยไปทั่วบริเวณตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง วันนี้จิ่งอันมิได้เข้าไปสวดมนต์เหมือนดั่งเช่นทุกทีเพราะบริเวณวัดเนืองแน่นจนเกินไปอีกทั้งยังมีอ๋องหุ้ย อ๋องสี่และเซียวจิ่วที่เป็นตัวแทนองค์ฮ่องเต้ในการสักการบูชาอยู่ด้านใน หญิงสาวจึงเลี่ยงโดยการออกไปเดินเล่นด้านล่างรอบ ๆ ตัววัดแทน
"โยมจิ่งอัน"
เสียงใสเล็ก ๆ เรียกจิ่งอันไว้ขณะที่หญิงสาวกำลังเดินไปยังสวนดอกไม้ด้านล่าง
"เณรน้อย มีอันใดหรือเจ้าคะ"
"โยมจะไปดูดอกไม้หรือ"
"เจ้าค่ะเณรน้อย"
"เช่นนั้นโยมต้องระวังหน่อยนะ ทางฝั่งด้านตะวันออกนั้นเป็นดอกไม้ที่มีหนามแหลมแต่ไม่มีพิษ ถัดไปอีกหน่อยนั้นดอกงดงามยิ่งกว่าแต่หนามของมันก็ร้ายไม่น้อย"
"หนามมีพิษหรือเจ้าคะเณรน้อย"
"ถูกต้องแล้ว เมื่อถูกหนามนั้นเข้าจะปวดแสบปวดร้อน บริเวณที่โดนจะบวมอยู่ 2-3 วันเชียวนะ"
"เช่นนี้แล้วเหตุใดจึงมิถอนทิ้งกันเจ้าคะเณรน้อย"
เสี่ยวเถาที่ยืนอยู่ด้านหลังจิ่งอันด้วยความสงสัย จิ่งอันหันไปหาเสี่ยวเถาด้วยความเอ็นดู
"เจ้ามิรู้หรือ ที่นี่เป็นป่าและห่างไกลผู้คน แน่นอนย่อมต้องมีสัตว์ร้ายอยู่ การที่มีดอกไม้เหล่านี้อยู่รอบ ๆ บริเวณด้านล่างของวัดนั้นก็เพื่อป้องกันสัตว์ร้ายและคนที่ไม่ประสงค์ดี อีกทั้งตลอดทางที่มานั้นมิมีดอกไม้เช่นนี้นั่นก็เพราะเป็นทางที่มีผู้คนสัญจรจึงปลอดภัยและมิต้องมีดอกไม้เหล่านี้ ถูกต้องหรือไม่เจ้าคะเณรน้อย"
"ถูกต้องแล้วโยมจิ่งอัน"
เสี่ยวเถาพยักหน้ารับรู้ ทั้งสองคำนับเณรน้อยก่อนจะลงไปเดินเล่นสักพักจึงกลับเข้าเรือนพักของตัวเอง
ในมุมมืดที่ลับตาคน เงาของคนร่างใหญ่และเงาของคนร่างเล็กพาดผ่านกำแพงวัดที่ไร้ซึ่งผู้คนผ่านไปมา
"หากเจ้าร่วมมือกับข้า เจ้าก็จะได้เจ้าสี่ ส่วนข้าก็จะได้นาง"
"เช่นนั้นเจ้าจะให้ข้าทำเช่นใด"
มือใหญ่ในเงามืดได้ยื่นของบางสิ่งให้เงาที่เล็กกว่า
"ใช้สิ่งนี้กับนางแล้วมาเเจ้งข้า ต่อจากนั้นคงไม่ต้องบอกนะว่าควรทำเช่นใด"
"นี่คือสิ่งใดกัน"
"ต้องให้ข้าบอกจริงหรือ เท่าที่ข้ารู้มาเจ้าก็เคยใช้สิ่งนี้กับเจ้าสี่แต่มิเป็นผลมิใช่หรือ"
"นี่ท่าน"
"พอเถอะ รีบไปจัดการ เรามีเวลาอีกเพียงคืนนี้คืนเดียวเท่านั้น"
ไม่นานเงาที่เคยพาดผ่านกำแพงก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย มีเพลงสายลมที่พัดแผ่วเบาหวีดหวิดอยู่บริเวณนั้นเท่านั้น
"ก๊อก ๆ ๆ"
เสียงเคาะประตูดังอยู่หน้าเรือนของจิ่งอัน หญิงสาวที่นั่งอ่านหนังสือเงยหน้าขึ้นมาจากตำราที่นางอ่านก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เสี่ยวเถาเปิดประตู หญิงสาวค่อย ๆ เดินไปยังหน้าประตูก่อนจะเอ่ยถามออกไป
"นั่นใคร"
"คุณหนูของข้าอยากคุยกับคุณหนูของเจ้าหน่อย"
เสี่ยวเถาหันไปหาจิ่งอัน หญิงสาวพยักหน้าช้า ๆ เสี่ยวเถาจึงเปิดประตูเชิญเซียวจิ่วเข้ามา สตรีในอาภรณ์สีชมพูอ่อนชำเลืองมองจิ่งอันในชุดสีขาวแกมม่วงอย่างหมั่นไส้ไม่น้อย 'ชุดของนางล้วนคล้ายกับพี่มู่หรงดั่งนัดกัน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อผ้า การออกแบบ ข้าถามทั่วเมืองแล้วกลับไม่มีใครทราบถึงแบบที่นางใส่และไม่มีใครทราบถึงสีผ้าที่ทั้งสองใช้ตัด มันน่าโมโหนัก' แม้จะรู้สึกขุ่นเคืองในตัวจิ่งอัน แต่หญิงสาวกลับแสร้งยิ้มแล้วเดินเข้ามาดั่งมิเคยผิดใจต่อกัน
"เชิญนั่ง คุณหนูเซียวมาหาข้าถึงเรือนพัก มีเรื่องอันใดหรือ"
"ข้ามีขนมที่เพิ่งได้รับพระราชทานจากท่านป้ากุ๊ยเฟย อีกทั้งชาที่ได้มาใหม่จึงอยากชวนเจ้ามาชิมด้วยกัน"
เซียวจิ่วให้บ่าวรับใช้ยื่นของเหล่านั้นให้เสี่ยวเถา หญิงสาวรับมาก่อนจะหันไปมองคุณหนูของตน
"ในเมื่อคุณหนูเซียวมีน้ำใจถึงเพียงนี้ เสี่ยวเถาเจ้าไปเตรียมสำรับสำหรับอาหารว่างเถอะ"
"เจ้าค่ะ"
เสี่ยวเถารีบยื่นขนมและชาให้บ่าวอีกคนไปจัดการอย่างรวดเร็ว หญิงสาวไม่ไว้ใจที่จะทิ้งให้คุณหนูของตนไว้กับเซียวจิ่ว จิ่งอันยังคงนั่งอ่านตำราโดยมิได้สนใจเซียวจิ่วแม้แต่น้อย หญิงสาวในอาภรณ์ชมพูอ่อนกำมือแน่นในแขนเสื้อด้วยความไม่พอใจ 'ชูคอไปก่อนเถอะ อีกไม่นานเจ้าจะได้รับรู้ถึงความอัปยศอดสูที่ข้าจะมอบให้แก่เจ้า' ไม่นานขนมและชาได้ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าของสตรีทั้งสอง เซียวจิ่วค่อย ๆ รินชาลงในแก้วอย่างช้า ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชาลอยตลบไปทั่วห้อง
"คุณหนูจิ่ง เชิญ"
จิ่งอันค่อย ๆ วางหนังสือลงก่อนจะหยิบแก้วชาขึ้นมา
"เชิญ"
ทั้งสองค่อย ๆ จิบชาและชิมขนม แม้จะมิได้พูดคุยกันแต่เมื่อเซียวจิ่วเห็นสตรีตรงหน้าดื่มชาและกินขนมแล้วนางจึงยิ้มอย่างพอใจ
"เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเวลาของคุณหนูจิ่งแล้ว ขอตัว"
"มิส่งนะ"
เซียวจิ่วรีบเดินออกมาจากห้องของจิ่งอัน หญิงสาวรอจนเสี่ยวเถาปิดประตูแล้วจึงค่อยเดินกลับมายืนตรงหน้าประตูอีกครั้งเพื่อฟังสิ่งที่เกิดขึ้นด้านใน
"คุณหนู คุณหนูเป็นอะไรเจ้าคะ"
"ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย พาข้าไปพักบนเตียงหน่อย"
"เจ้าค่ะ"
รอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้าของเซียวจิ่ว หญิงสาวหันไปหาบ่าวรับใช้คนสนิทของตนก่อนจะเดินไปยังสถานที่นัดพบของตนเพื่อบอกข่าวในทันที