จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 69 ตาเฒ่าตายยากหวงถิง

            ต้องบอกว่าถึงแม้เลี่ยเอ๋าจะมีนิสัยแปลกๆแต่เขาก็มีความแตกฉานระดับสูงยิ่งนัก ภายใต้การชี้แนะของเขาความก้าวหน้าของฉินอวี่จะต้องรวดเร็วเป็นอย่างมาก

            ในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนฉินอวี่ก็เกือบจะปลดปล่อยพลังของเพลิงแอ่งธรณีได้อย่างสมบูรณ์

            “เจ้าเด็กน้อย ตั้งแต่อดีตถึงตอนนี้ คนที่สามารถควบคุมเพลิงแอ่งธรณีได้ที่มีระดับฝึกฝนใกล้เคียงกับเจ้าต่างไม่มีใครเทียบเจ้าได้แล้วส่วนคนที่มีระดับฝึกฝนที่สูงกว่าเจ้า ต่อให้ต้านทานกันมากเพียงใดก็ไร้ประโยชน์ในตอนนี้ เจ้าจะช่วยข้าปรุงโอสถทลายแก่นพลังได้หรือยัง?” เลี่ยเอ๋าพูดอย่างอดทนไม่ไหวหากไม่ใช่เพราะโอสถทลายแก่นพลัง เขาก็คงไม่มีจิตใจเอาเวลามาคอยชี้แนะฉินอวี่

            เพียงแต่ หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ เลี่ยเอ๋าได้แสดงความชื่นชมต่อฉินอวี่แม้ว่าเจ้าเด็กน้อยคนนี้จะดูร้ายไปบ้าง แต่ความเข้าใจของเข้าอยู่ในระดับสูงตนเองเพียงชี้แนะไปเล็กน้อยเท่านั้นเด็กคนนี้กลับเข้าใจได้อย่างชัดเจนในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งระดับความเข้าใจเช่นนี้นับเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งนัก

            หากไม่ใช่เพราะคิดว่าฉินอวี่มีชีวิตอยู่ได้เพียงสามปีเลี่ยเอ๋าคงจะคิดรับไว้เป็นศิษย์อย่างแน่นอน

            “ผู้อาวุโส... ท่านคิดว่าข้าเหมาะกับวิชาประเภทใด”ฉินอวี่รีบพูดไปอย่างไม่รีรอหากสามารถได้วิชาจากเลี่ยเอ๋ามาเพิ่มเติมคงเป็นเรื่องดีไม่น้อยแม้ว่าฉินอวี่จะมั่นใจในการสร้างมันขึ้นมาเอง แต่อย่างไรก็ต้องดูเวลาตอนนี้สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือการเข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์

            “ช่างได้คืบจะเอาศอกเสียจริงนะ เจ้าเด็กน้อย ความอดทนของข้ามีจำกัดนะ”ดวงตาของเลี่ยเอ๋าเป็นประกายแสงที่คมกริบ ตะโกนออกไปอย่างเย็นชา

            ฉินอวี่ก็หมดหนทางเช่นกัน และได้แต่ปล่อยมันไปหากไปยั่วโมโหผู้อาวุโคนนี้ขึ้นมาจริงๆ ผู้ที่ทรมานที่สุดก็คือตัวเอง จากนั้นฉินอวี่ก็พูดขึ้น “ผู้อาวุโส ตอนนี้เราสามารถมาทดลองกันได้แล้วข้าจะใช้เพลิงแอ่งธรณีในการกระตุ้นอักขระสวรรค์ ถึงตอนนั้น ท่านต้องฟังข้าใส่วัตถุดิบยาแต่ละชนิดลงไปตามลำดับ”

            เลี่ยเอ๋าคว้าตัวฉินอวี่ขึ้นไปบนหม้อปรุงยา

            ฉินอวี่ไม่ได้พูดอะไรมาก ยกมือข้างขวาขึ้นเพลิงแอ่งธรณีก็ปรากฏจากฝ่ามือของเขา และปล่อยตรงไปยังอักขระสวรรค์บนหม้อปรุงยาอักขระสวรรค์นี้มีความเกี่ยวข้องกับไฟอยู่แต่เดิมเมื่อฉินอวี่ใช้เพลิงแอ่งธรณีเข้ากระตุ้นอักขระสวรรค์ อักขระสวรรค์ก็ส่องสว่างอุณหภูมิอันร้อนแรงที่กำลังแผดเผาก็แผ่ออกจากหม้อปรุงยา

            “ผู้อาวุโส เพลิงธรณีของข้ายังมีพลังไม่เพียงพอท่านช่วยเสริมเพลิงอากาศธาตุของท่านเข้ามาหน่อยสิ”

            “ผู้อาวุโส... ใส่ไผ่หยกเขียวเข้าไปก่อนหญ้ากระบี่หยางวิสุทธิ์เป็นวัตถุพลังหยาง หากใส่เป็นอันดับแรก มันจะทำลายคุณสมบัติในวัตถุดิบยาชนิดอื่น”

            “ใส่ดอกบัวม่วง...”

            “ใส่หญ้าหลงเสียน...”

            ...

            “เร็วเข้า ผู้อาวุโส นำหญ้ากระบี่หยางวิสุทธิ์ใส่เข้าไปรวมกับดอกจี๋หยาง”ฉินอวี่ตะโกนอย่างรวดเร็ว

            เลี่ยเอ๋าโยนหญ้ากระบี่หยางวิสุทธิ์และดอกจี๋หยางลงในหม้อปรุงยาอย่างไม่ลังเล

            “ใส่ผลเทียนหยวนเข้าไป เร็วเข้า!”

            ฉินอวี่ตะโกนอย่างกังวลใจ จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ค่อยแน่ใจมากนักแต่เขาได้อาศัยประสบการณ์ที่เคยเห็นการปรุงยาของนักปรุงยาในสำนักเทียนฉีผนวกกับที่เขาได้อ่านตำราโบราณเกี่ยวกับการปรุงยามาเป็นจำนวนมากหลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนก็รู้สึกได้ว่าวิธีการเช่นนี้น่าจะปรุงโอสถทลายแก่นพลังออกมาได้

            หลังจากฉินอวี่ส่งเสียงออกไปเลี่ยเอ๋าก็นำทุกสิ่งใส่ลงไปในหม้อปรุงยาตามลำดับ

            หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อวัตถุดิบยาทั้งหมดถูกโยนเข้าไปฉินอวี่จึงกล่าวออกไปเบาๆ “ผู้อาวุโส ผนึกหม้อปรุงยา เร็วเข้า!” หลังจากพูดจบ ฉินอวี่ก็นำเพลิงแอ่งธรณีกลับคืน

            “เสร็จแล้วหรือ?” หลังจากที่เลี่ยเอ๋าทำการผนึกหม้อปรุงยาแล้วเขาก็มองไปทางฉินอวี่อย่างเหลือเชื่อ

            “หากไม่มีอะไรผิดพลาด มันก็น่าจะสำเร็จแต่จะต้องใช้เวลาปิดผนึกเอาไว้สักระยะหนึ่งรอจนกว่าหญ้ากระบี่หยางวิสุทธิ์และดอกจี๋หยางจะผสานเข้าด้วยกันจนหมด”ฉินอวี่เหลือบมองหม้อปรุงยา ในใจของเขากลับไม่สบายใจอย่างยิ่งเขาเองก็ได้แต่คาดเดาไปเท่านั้น หากครั้งนี้ไม่สำเร็จก็กลัวว่าตนเองจะต้องตกอยู่ในอันตรายจริงๆ เสียแล้ว

            เลี่ยเอ๋าเหลือบมองหม้อปรุงยา ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น จากนั้นเขาก็พูดขึ้นอย่างนั่งไม่ติด“นี่ เจ้าบอกมาเถอะ ว่าเจ้าต้องการการวิชาที่เกี่ยวข้องกับไฟประเภทใด?”

            ฉินอวี่รู้สึกเบิกบานอยู่ในใจ และพูดขึ้นมา“ความรู้เกี่ยวกับไฟของผู้อาวุโสมาถึงจุดสูงสุดแล้วขอผู้อาวุโสโปรดเลือกให้จะดีกว่า ว่าวิชาอะไรเหมาะสมกับข้า ข้าก็ขอเรียนวิชานั้น”ฉินอวี่พูดขอคำชี้แนะ

            เลี่ยเอ๋าชำเลืองมองฉินอวี่ เขาเลิกคิ้วขึ้นพลางครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นจึงหยิบตำราหนังสัตว์ออกมาเล่มหนึ่ง

            ฉินอวี่รับตำราเล่มนั้นเอาไว้ กวาดสายตามองตัวอักษรโบราณที่อยู่ตรงหน้าและรู้สึกยินดีอยู่ในใจ

            “จี้เปลวอัคคี” “ระเบิดอัคคี”

            “วิชาทั้งสองนี้ข้าได้รับมานานแล้ว เปลวอัคคีใดๆก็ตามล้วนมีพลังบรรจุอยู่ภายใน ระเบิดอัคคีจะช่วยกระตุ้นพลังของเปลวอัคคีออกมาเจ้าสามารถรวมมันเข้ากับการโจมตีภายในร่างกายและสามารถปล่อยสู่ระดับอากาศเบาบางได้ ส่วนจี้เปลวอัคคี คือรากฐานของระเบิดอัคคีซึ่งจะช่วยเพิ่มพละกำลังของเพลิงแอ่งธรณีของเจ้าให้ก้าวสู่ระดับสูงสุดได้”เลี่ยเอ๋ากล่าวอย่างเรียบเฉย

            ฉินอวี่พลิกอ่านตำราทั้งสองเล่มอย่างรวดเร็วด้วยความปลื้มปีติ ดูเหมือนว่าการอยู่ในสถานะของคนใกล้ตายนำมาซึ่งประโยชน์มากมายที่นึกไม่ถึงเลยจริงๆวิชาทั้งสองชนิดนี้ ดูเหมือนจะเป็น... อาวุธอันสิ้นหวังเจ้าตาเฒ่าคนนี้คงจะเชื่อว่าตนเองคือคนใกล้ตายจริงๆ ดังนั้นจึงยอมนำวิชาสองชนิดนี้ออกมาให้ตนเองได้ต่อสู้กับความตายอันน่าสิ้นหวัง

            “จริงสิ เพลิงแอ่งธรณีของเจ้ายังไม่ใช่เพลิงแอ่งธรณีที่แท้จริงหากมีเวลาว่างเจ้าควรลองศึกษาเพิ่มเติมดู”ดูเหมือนว่าเลี่ยเอ๋าจะนึกอะไรบางอย่างได้ และพูดอย่างช้าๆ

            “ขอรับ ผู้อาวุโส!” ฉินอวี่กล่าวขอบคุณเขารู้สึกได้ว่าเพลิงแอ่งธรณีของเขาดูแปลกไปเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามีความผิดปกติอยู่ในส่วนใด

            “เอ๊ะ เจ้าลองดูหน่อยสิว่าโอสถทลายแก่นพลังใช้ได้หรือยัง?” เลี่ยเอ๋าชำเลืองมองหม้อปรุงยา และทันใดนั้นก็พูดขึ้นอย่างประหลาดใจคว้าตัวฉินอวี่มาบนหม้อปรุงยาทันที

            ฉินอวี่ก้มหน้ามองลงไปแต่กลับเห็นโอสถสีขาวดำขนาดเม็ดผลลำไยนอนนิ่งอยู่ที่ก้นหม้อปรุงยาฉินอวี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก มองขึ้นไปบนฟ้าและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“น่าจะใกล้แล้วล่ะ แต่...”

            “ตูม ตูม!”

            ก่อนที่ฉินอวี่จะพูดจบ เสียงระเบิดราวกับเสียงสายฟ้าฟาดก็ระเบิดขึ้นทันทีเกิดกลุ่มควันสีดำสนิทขึ้นเหนือศีรษะของเขา

            “ทัณฑ์โอสถ! ผู้อาวุโส โอสถนี้จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับตอนนี้แล้วล่ะ”สีหน้าของฉินอวี่เปลี่ยนไปทันที และพูดขึ้นเบาๆ ก่อนจะหันหลังวิ่งออกไป

            ฉินอวี่วิ่งออกไปได้ไม่ไกลเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานการทำลายของฟ้าดินปกคลุมไปทั่วร่างกายเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นในหูของเขา ฟ้าดินสว่างวาบเหมือนยามกลางวันและมืดลงไร้แสงสว่างอีกครั้งในทันที

            “ตูม ตูม ตูม!”

            สายฟ้าอันสั่นสะเทือนทั้งสามสายระเบิดขึ้นในเวลาเกือบจะพร้อมเพรียงกันฉินอวี่เตรียมวิ่งไปอย่างดุเดือดพร้อมกับพลังการทำลายล้างอันรุนแรงของฟ้าดิน

            หลังจากสิ้นเสียงระเบิดเหล่านั้น เสียงตะโกนก็ดังตามขึ้นมาทันที “ฮ่าๆ!โอสถทลายแก่นพลัง ข้าเลี่ยเอ๋าปรุงโอสถทลายแก่นพลัง ได้สำเร็จแล้วตาเฒ่าตายยากหวงถิง รอข้าก่อนเถอะน่า ฮ่าๆ!”

            ฉินอวี่ที่กำลังวิ่งอย่างดุเดือด สะดุดลงจนแทบจะล้มลงกับพื้น

            “หวงถิง? อาจารย์? คนผู้นี้...คิดจะสร้างโอสถทลายแก่นพลังเพื่อทำร้ายอาจารย์หรือ?” ฉินอวี่รู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่งในตอนแรกเขาสงสัยเป็นอย่างยิ่ง ว่าผู้อาวุโสคนนี้มีความแค้นกับผู้ใดถึงเพียงนี้แต่ฉินอวี่คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะเป็นอาจารย์หวงถิง

            เมื่อนึกถึงท่าทางที่ดูไม่น่าเคารพของอาจารย์หวงถิงนึกถึงน้ำเสียงของความเคืองแค้นของผู้อาวุโสคนนี้ ในใจของฉินอวี่ก็รู้สึกขมขื่น“อาจารย์... เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของข้าข้าไม่รู้ว่าเขาจะปรุงโอสถทลายแก่นพลังไว้ทำลายท่าน”

            “ไม่สิ ผู้อาวุโสคนนี้อยู่ระดับเขตแดนเต๋าส่วนอาจารย์ไม่น่าจะเกินระดับทลายวิถีผู้อาวุโสคนนี้ต้องใช้โอสถทลายแก่นพลังเพื่อเอาชนะอาจารย์ด้วยหรือ? เดี๋ยวสิ มิน่าล่ะจึงไม่มีใครยินดีจะช่วยผู้อาวุโสคนนี้ปรุงยาเลย...ที่แท้ก็เพราะกังวลว่าผู้แข็งแกร่งในสำนักจะสังหารกันเอง ดังนั้นผู้อาวุโสคนนี้จึงต้องฝึกฝนด้วยตนเอง?” ฉินอวี่วิ่งไปก็ประหลาดใจไป

            “เจ้าเด็กน้อย อย่าเพิ่งรีบไปสิ ข้าจะให้ของอันยิ่งใหญ่กับเจ้า” ขณะที่ฉินอวี่กำลังวิ่งไปอย่างบ้าคลั่งเลี่ยเอ๋าก็ส่งเสียงเรียก ฉินอวี่รู้สึกเพียงภาพเบื้องหน้าของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปและกลับมาอยู่ข้างกายเลี่ยเอ๋าอีกครั้ง

            เมื่อมองไปยังใบหน้าที่มืดมน กลับพบว่าผู้อาวุโสคนนี้กำลังตื่นเต้นฉินอวี่รู้สึกหนาววาบขึ้นมาในใจ ยังโชคดี...ยังโชคดีที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้พูดออกไปว่าหวงถิงเป็นอาจารย์ของตนเอง ไม่เช่นนั้นจะพบจุดจบอย่างไรก็มิอาจรู้ได้

            เลี่ยเอ๋าโบกมือขวาของเขาต้นไม้ใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนก็ลอยกลับมาจากทุกทิศทางปิดกั้นทางเข้าออกของหุบเขาอย่างแน่นหนา

            เมื่อมองดูต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ ในใจของฉินอวี่ก็สั่นสะท้านและพูดขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “ขอบคุณผู้อาวุโส ข้าไม่ต้องการของดีอะไรแล้วข้าต้องขอตัวกลับไปฝึกฝนก่อน...”

            “อยู่ช่วยข้าสร้างกระท่อมไม้ให้เรียบร้อยก่อน หากเจ้ารู้แจ้งอะไรขึ้นมาก็ออกไปได้ทุกเมื่อ แต่หากยังนึกอะไรไม่ออก ในสามปีนี้เจ้าจะปลอดภัยแน่นอนอย่ามัวเสียเวลาสามปีไปศึกษาอะไรภายนอกที่มันไม่มีการเรียนรู้อะไรเลย”เลี่ยเอ๋าไม่ฟังคำพูดของฉินอวี่ ได้แต่พาตัวฉินอวี่กลับเข้ามาในหุบเขายกมือขึ้นทั้งสองข้าง จากนั้นเรียกม่านพลังป้องกันขึ้นมา วาดมือครอบไปทั้งหุบเขาจนเป็นเหมือนกรงกักขัง

            ก่อนที่ฉินอวี่จะตอบอะไรออกไป เลี่ยเอ๋าก็หายตัวไปทันที

            ฉินอวี่ยืนอยู่ในหุบเขามองดูต้นไม้ใหญ่ที่ซ้อนกันเป็นกองเหมือนภูเขารอบตัว ใบหน้าของเขาแข็งทื่อร่างกายสั่นเทา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาประมาทเกินไปจึงต้องผิดพลาดเช่นนี้...แต่ก็แค่นั้นล่ะ... ผู้อาวุโสคนนี้คงจะคิดว่าตนเองต้องตายภายในสามปีจริงๆ

            หากถูกขังไว้ที่นี่ถึงสามปี...แล้วตนเองจะเข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์ได้อย่างไร? และจะเข้าร่วมทดสอบการเป็นผู้ดูแลหอตำราได้อย่างไร?

            ช่างมันเถอะ อย่างไรตนเองเป็นคนสร้างเอาไว้ก็ต้องยอมรับมัน

            ฉินอวี่ค่อยๆ นั่งลงบนพื้นจ้องมองไปยังต้นไม้ใหญ่เหล่านั้นอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พูดขึ้นมา “สร้างกระท่อมจะไปช่วยให้รู้แจ้งอะไร? เป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้อาวุโสคนนี้เขาจะใช้การสร้างกระท่อมเป็นการฝึกฝน? บ้าไปแล้วหรือ?”เมื่อมองไปยังม่านพลังที่ปกคลุมอยู่ ฉินอวี่ก็เม้มปากแน่นและรีบคิดหาวิธีที่จะออกไปจากที่แห่งนี้

            หลังจากเวลาผ่านไปนานสารพัดวิธีการที่ผุดขึ้นมาในความคิดล้วนแต่ไร้ประโยชน์ทั้งสิ้นนอกเสียจากต้องทำลายม่านพลังของผู้อาวุโส

            “เฮ้อ ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว ก็ลองอยู่สร้างกระท่อมที่ไปก่อนเถอะ...สร้างเลยสิ! เวรเอ๊ย” ฉินอวี่ส่งเสียงอย่างโกรธจัด จากนั้นจึงลุกขึ้นยืนและปีนขึ้นไปบนไม้ต้นหนึ่ง เพื่อเริ่มการสร้างกระท่อม...

            นอกหุบเขา

            “ศิษย์พี่หลี่ขุย ท่านคิดว่าเจ้าคนใกล้ตายนั่นจะใช้เวลานานเท่าไรจึงจะใช้ไม้ที่กองไว้จนหมด?” ด้านนอกหุบเขาศิษย์ใหม่ที่เข้ามาพร้อมกับฉินอวี่ได้มองไปยังกองไม้ที่สูงเป็นภูเขาและอดไม่ได้ที่จะอุทานขึ้นมา

            “ไม่รู้สิ ข้าสร้างมันมาสามปีแล้วยังใช้ไปไม่ถึงไหนเลยต้นไม้ใหญ่เหล่านี้... น่าจะใช้สร้างได้อย่างน้อยเป็นสิบปี”ชายที่แข็งแกร่งชื่อหลี่ขุยกล่าวอย่างหวาดกลัว

            “เอ่อ... แต่เขามีเวลาเพียงสามปีนั่นก็หมายความว่าเขาตายไปแล้วก็ยังสร้างไม่เสร็จเลยสิ?” ศิษย์ใหม่อุทานด้วยความตกใจ

            “ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น น่าสงสารเสียจริง... อย่าพูดเลย ข้าขอไปสร้างต่อก่อนดีกว่ายังขาดอีกห้าสิบแปดหลังข้าก็จะได้ออกจากสถานที่บ้าๆ นี่เสียที ฮ่าๆ”

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107