TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 156 ไพ่ตายของซีลีปาก้า

    ตอนที่ 156 ไพ่ตายของซีลีปาก้า


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 





    ชายชราคนนั้นหน้าซีดไปในทันที แล้วหญิงวัยกลางคนที่มาด้วยกันรีบก้าวออกมาข้างหน้าและเอ่ย


    “ฉันต้องขอโทษแทนเพื่อนของฉันด้วยที่เสียมารยาท”


    แม้เธอคนนี้จะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของนิวโฮปภาคใต้ แต่การแสดงออกของเธอกลับดูมีความเกรงอกเกรงใจเป็นอย่างมาก


    คนของนิวโฮปอีกสามคนที่เหลือต่างพากันมองไปที่เธออย่างประหลาดใจ


    “นั่นเธอกำลังทำอะไร?” หนึ่งในนั้นกล่าวกระซิบกระซาบขึ้นมา


    “พวกคุณไม่เคยได้ยินเรื่องเด็กหนุ่มผู้เป็นอัจฉริยะในภาคเหนือหรอ?” หญิงคนนั้นเอ่ย


    “ว่ายังไงนะ! เขาก็คือเฟิร์สวันอย่างนั้นหรอ?” 


    ทั้งสามคนต่างพากันตกใจเป็นอย่างมาก


    ข่าวของเฟิร์สวันแม้จะถูกปิดบังเป็นอย่างดี แต่พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง แต่ละคนล้วนมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้กำกับ ย่อมต้องเคยได้ยินเรื่องนี้อยู่แล้ว


    “ไม่ใช่ว่าฝีมือของเขา ...”


    พวกเขาไม่กล้าพูดเสียงดัง


    ข่าวล่าสุดที่พวกเขาได้ยินมาคือเฟิร์สวันอาจได้รับการประเมินว่าเป็นเวเนเตอร์แรงค์ S เท่านั้นไม่ใช่หรอ


    แล้วเหตุการณ์ตรงหน้านี้คืออะไร 


    เขาสามารถจัดการเวเนเตอร์แรงค์ S+ ทั้งสองได้ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ ไม่ใช่ว่ามีแรงค์ SS ที่ทำแบบนี้ได้ไม่ใช่อย่างนั้นหรือ


    “พวกคุณไม่เห็นหรือยังไงว่าเขาคือผู้ใช้พลังจิต ตัวตนประเภทนี้สามารถวัดค่าได้อย่างแม่นยำหรือยังไง?” ผู้กำกับหญิงคนนั้นเอ่ยเตือนสติ


    เหล่าผู้กำกับทั้งสามที่ได้ยินดังนั้นจึงเงียบไป


    ในโลกนี้มีตัวตนมากมายที่มีความสามารถพิเศษที่ยากแท้หยั่งถึง แม้แต่ร้อยอันดับแรกของโลกยังมีตัวตนที่พึ่งตื่นจากนิทราก็ถูกประเมินเป็นแรงค์ SSS ได้แล้วเนื่องจากสามารถควบคุมพลังจิตได้อย่างมหาศาล


    เพราะเหตุนี้ขั้นพลังการบ่มเพาะจึงไม่ใช่ตัวชี้วัดพลังรบเพียงอย่างเดียว แต่การประเมินพลังรบเพื่อกำหนดแรงค์นั้นมีคุณภาพมากกว่า


    เฟิร์สไม่ได้เอ่ยตอบคนกลุ่มนั้น แต่หันหน้ากลับมาสนใจการต่อสู้ของระดับแรงค์ S+ ทั้งสองคน


    แม้การมองจากภายนอก ผู้คนจะไม่เห็นการต่อสู้ข้างในได้และได้ยินแต่เสียงการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่เฟิร์สกลับต่างออกไป เขามีจิตสัมผัสรับรู้ของอำนาจอักขระ


    อำนาจอักขระนั้นคล้ายกับพลังห้วงความคิด เพียงแค่คิดก็สามารถควบคุมอำนาจอักขระได้ดั่งใจ


    ดังนั้นการจะใช้อำนาจอักขระสอดส่องการต่อสู้ข้างในจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา


    ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!


    โจนัสระเบิดพลังต่อสู้ที่รุนแรงออกมา สนับระเบิดของเขาทรงพลานุภาพคล้ายกับอำนาจของขีปนาวุธที่ยิ่งใหญ่ ส่วนซีลีปาก้าก็มีพลังป้องกันที่โดดเด่นยิ่งนัก เนื่องจากสถานที่ต่อสู้ในตอนนี้ไม่มีที่ให้หลบหลีก เขาจึงต้องรับการโจมตีของโจนัสไปเต็มๆ


    ทว่าซีลีปาก้ากลับทนถึกเป็นอย่างมาก ไม่เสียชื่อที่เป็นแรงค์ S+ ด้านการป้องกัน หลายครั้งโจนัสถูกโจมตีโต้กลับด้วยพละกำลังมหาศาล แต่ถึงอย่างนั้นซีลีปาก้าที่โดนระเบิดอยู่บ่อยครั้งก็ได้รับบาดเจ็บอยู่ดี


    สภาพของนักฆ่ารัสเซียในตอนนี้ดูไม่ได้เป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นสายตาของเขาก็ไม่มีท่าทางยอมแพ้


    ทั้งสองต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร


    เฟิร์สยังคงสงบนิ่งเหมือนดังเริ่มแรก เขามองการต่อสู้นี้อย่างเย็นชา


    “หมดเวลา”


    แล้วตอนนั้นเองเฟิร์สก็เอ่ยคำพูดขึ้น แม้คำพูดของเขาจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ธรรมดาแต่มันกลับดังกึกก้องไปทั้งท้องฟ้า ทำให้ผู้คนทั้งเมืองต่างพากันตกใจ


    “ไม่ ... ยังไงวันนี้ฉันต้องฆ่ามันให้ได้” โจนัสกล่าวอย่างไม่ยอม 


    แม้เวลาจะครบสิบนาทีแล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถสังหารฝ่ายตรงข้ามได้


    สำหรับตัวตนที่อยู่ในแรงค์เดียวกันนั้น การจะห้ำหั่นให้ตายตกย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนล้วนมีเอกลักษณ์ในตัวเอง ดังนั้นเทคนิคของการรักษาชีวิตจึงเยี่ยมยอดเหนือทั่วไป


    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า โจนัสมาฆ่าฉันให้ได้สิ” ซีลีปาก้าระเบิดเสียงหัวเราะออกมาและเอ่ยอย่างเย้ยหยัน


    ทว่าเฟิร์สกลับเป็นคนที่มีคำพูดหนักแน่นยิ่ง เมื่อครบสิบนาทีตามที่พูด เขาก็ทำมันจริงๆ


    “ฉันจะไม่พูดซ้ำ” เขากล่าวอย่างเย็นชา


    ก่อนที่ดวงตาของเขาจะกระพริบวาบ แล้วอำนาจอักขระก็แบ่งทั้งสองคนออกมาคนละด้าน 


    พลังที่ไร้รูปดุจเชือกรัดพันธนาการ 


    อำนาจอักขระรูปแบบผนึกนั้นทำงาน พวกเขาทั้งสองจึงไม่อาจขยับเคลื่อนไหวได้


    ร่างทั้งสองร่างจึงแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น 


    โจนัสมองไปทางชายชราร่างเตี้ยอย่างรู้สึกเจ็บใจ


    “ปล่อยฉัน ฉันจะไปฆ่าไอ้บ้านั่นให้ได้!”


    เฟิร์สเมินเฉยต่อเสียงตะโกนของโจนัส และไม่ใส่ใจกับคำพูดเย้ยหยันของซีลีปาก้า


    ร่างของเขาร่อนลงไปตรงหน้าของผู้กำกับทั้งสี่ของนิวโฮป


    ตามหลักแล้วพวกเขาเหล่านี้มียศที่สูงกว่าเฟิร์ส แต่พวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาของตน และเขาในตอนนี้ก็มีคุณสมบัติที่จะเมินเฉยในพวกเขา การเคารพจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป


    “พวกคุณคงเป็นผู้กำกับของศูนย์ภาคใต้สินะ” เฟิร์สเอ่ย


    “ใช่แล้ว แล้วคุณคงเป็นเฟิร์สวัน” ผู้กำกับหญิงคนนั้นเอ่ย


    เฟิร์สไม่ได้เอ่ยตอบคำถามแต่เขาพยักหน้า ก่อนจะหันไปมองร่างทั้งสองที่ถูกผนึกไว้


    “พวกคุณคงจะจัดการกับพวกเขาได้”


    “ขอบคุณคุณมากที่ยื่นมือมาช่วยเหลือในครั้งนี้ ทางศูนย์ภาคใต้จะรายงานเรื่องนี้ไปยังเบื้องบนอย่างแน่นอน” ชายชราที่ถูกเฟิร์สกำราบเอ่ยขึ้น


    เฟิร์สพยักหน้าเล็กน้อยและไม่ได้ใส่ใจพวกเขามากนัก


    ท่าทางของเขานั้นดูเย่อหยิ่งเป็นอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่เขามีคุณสมบัติที่จะทำมัน


    หากสถานการณ์นี้ถูกแพร่ออกไป เด็กหนุ่มอาจจะไม่ได้ถูกประเมินไว้แค่ระดับแรงค์ S แล้ว คงจะสามารถเข้าสู่ทำเนียบของแรงค์ SS ได้อย่างไม่ต้องสงสัย


    ต้องรู้ไว้ว่าภายในประเทศไทยมีตัวตนระดับแรงค์ SS น้อยมาก


    หากไม่ใช่ระดับสูงของนิวโฮปก็ต้องเป็นสมาชิกของแคลนท็อปห้าเท่านั้นถึงจะมีตัวตนเช่นนี้ แม้จะมีตัวตนอิสระที่อยู่ในแรงค์ SS แต่ก็มีน้อยมากเช่นกัน


    อย่างของเจ้าหน้าที่นิวโฮปก็มีเพียงแต่เจ้าหน้าที่ระดับสิบหรือตำแหน่งผู้อำนวยการขึ้นไปเท่านั้น


    แต่ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันนั้นเอง


    จู่ๆ ร่างของซีลีปาก้าก็ปะทุพลังมหาศาลออกมา เสียงระเบิดโครมครามดังออกมาจากร่างของเขา


    แม้ร่างนั้นจะถูกอำนาจอักขระของเฟิร์สผนึกเอาไว้ แต่พลังที่ปะทุออกมากลับยังเหนือยิ่งกว่า นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ซีลีปาก้าหลุดจากพันธนาการได้


    หากมองให้ดีก็จะเห็นรอยไหม้ที่มุมปากของเขา


    ชายชราเหมือนกัดอะไรบางอย่างที่ฟันทำให้พลังนี้ปะทุออกมา


    “บ้าเอ้ย! เจ้านั่นพกยามหันตภัยมอนสเตอร์เอาไว้ด้วยอย่างนั้นหรอ?” โจนัสตะโกนขึ้นมาอย่างหวาดกลัว


    “มันคืออะไร?” ผู้กำกับหญิงรีบถามออกไป


    “พวกรัฐเซียมันคิดค้นตัวยาจากดีเอ็นเอมอนสเตอร์แล้วทดลองใช้กับนักรบ ทำให้พวกเขากลายเป็นนักรบกลายพันธุ์ที่มีพลังของมอนสเตอร์ ยามหันตภัยมอนสเตอร์ที่ซีลีปาก้าใช้จะต้องผลิตมาจากมอนสเตอร์ในอบิสระดับสีน้ำเงินอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ปะทุพลังมหาศาลแบบนี้!” โจนัสกล่าวอธิบาย


    เรื่องของยามหันตภัยมอนสเตอร์นั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น โจนัสเองก็เป็นคนของทางการสหรัฐอเมริกา


    เขาและเพื่อนมาที่ไทยในครั้งนี้เพื่อพักผ่อน แต่ไม่คิดว่าจะเจอมือสังหารจากรัฐเซียมาลอบสังหารเพื่อนของตน ทำให้โจนัสโกรธมากจนฟิวส์ขาด ไม่สนความเดือดร้อนของผู้บริสุทธิ์ โจมตีอย่างอุกอาจอย่างที่เห็น


    ส่วนซีลีปาก้าก็ไม่ใช่คนที่ไร้ชื่อเสียง เขาเป็นถึงเวเนเตอร์แรงค์ S+ ขององค์กรใต้ดินรัสเซีย ลอบสังหารบุคคลสำคัญของต่างประเทศหลายครั้งและมีหมายจับอยู่ทั่วโลก


    น่าเสียดายที่เขาต้องมาพบกับตออันใหญ่เข้า ทั้งที่ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าพื้นที่นี้ไม่มีเวเนเตอร์แรงค์ SS อยู่อย่างแน่นอน แต่ใครจะคิดเล่าว่าเด็กหนุ่มกลับปรากฏตัวออกมาและทำเรื่องทุกอย่างให้ยุ่งยากจนส่งผลออกมาแบบนี้


    นักฆ่าที่มีชื่อเสียงอย่างซีลีปาก้าย่อมไม่ยอมให้ถูกจับไปสอบสวนอย่างแน่นอน


    อย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าถึงแม้พวกเขาจะมีพลังรบที่น่าหวาดหวั่นเพียงใด มีเงินทองมากมายแค่ไหน แต่อุดมการณ์ อำนาจ และศักดิ์ศรีนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถวัดได้ ตัวตนเหล่านี้ยอมตายเพื่อสิ่งๆ นั้น


    ซีลีปาก้ารู้ว่ายามหันตภัยมอนสเตอร์นั้นเป็นอันตรายเป็นอย่างมาก แม้จะทำให้เขาปะทุพลังที่ร้ายกาจออกมา แต่ก็ต้องแลกด้วยชีวิตเพราะผลข้างเคียงของมัน เขาจึงเก็บมันไว้เป็นไพ่ตาย


    เมื่อตอนนี้ตนเองถูกแรงค์ SS ไล่ต้อนจนจนมุมแล้ว 


    ไพ่ตายใบนี้จึงต้องถูกหยิบขึ้นมา ยานี้ถูกซ่อนข้างในฟันกราม แม้ร่างกายจะถูกผนึก แต่ก็ยังขยับปากได้ วินาทีที่เขากัดฟันกรามจนแตก ไพ่ตายใบนี้จึงเผยออกมา


    พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ปะทุขึ้น พลังที่มีพลานุภาพที่สามารถทำลายผนึกของเฟิร์สได้ทันที


    พลังที่คาดว่าจะทำให้เขามีอำนาจในขอบเขตของแรงค์ SSS