ดีนแสดงท่าทีใเล็กน้อยแววตาของเขาเป็ประกายขึ้นมาทันทีที่ได้ยินสิ่งที่นัทพูดเขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
นัทพยักหน้าอย่างจนใจ
“ก็ใช่นะสิ อายุ 32 แล้วแถมยังโสดลูกติดคงไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากมายุ่งกับพี่หรอก”
เขาพูดตัดพ้อตัวเองเบาๆพร้อมกับยกกระป๋องเบียร์ขึ้นกระดกจนหมดอย่างกลุ้มใจความขมของเบียร์ที่แล่นลงคอทำให้เขารู้สึกชาไปทั่วลิ้นเล็กน้อย
แน่นอนว่าหลายเดือนมานี้นัทไม่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับใครในเื่บนเตียงเลย
แม้ว่าการช่วยตัวเองอยู่บ่อยครั้งอาจจะช่วยบรรเทาความ้าทางร่างกายลงไปได้บ้างทว่ามันก็ไม่ได้เติมเต็มความรู้สึกโหยหาที่อยู่ลึกลงไปในจิตใจของเขาได้อย่างแท้จริง
ดังนั้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานัทจึงรู้สึกเหงาและโหยหาความใกล้ชิดอย่างมากจนกระทั่งความคิดที่จะเปิดใจให้กับผู้ชายด้วยกันก็เริ่มก่อตัวขึ้นในความคิดของเขาอย่างช้าๆ
ดีนมองหน้านัทด้วยความเข้าใจแล้วเอ่ยปลอบใจด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ไม่เป็ไรนะพี่ ผมเข้าใจดีผู้ชายอย่างพวกเราบางทีเื่แบบนี้มันก็เป็ปัญหาใหญ่เหมือนกัน”
“ในเมื่อผู้หญิงดีๆ หายาก ถ้างั้นผู้ชายด้วยกันก็ไม่ได้แย่เสมอไปนะครับเชื่อผมสิ”
ดีนพูดพร้อมกับเอื้อมมือขยับมาวางเบาๆบนต้นขาของนัท ััที่อบอุ่นผ่านเนื้อผ้ากางเกงขาสั้น ทำให้ร่างกายนัทสะดุ้งขึ้นเล็กน้อยอย่างใ
แต่เขากลับไม่ได้ขยับตัวหนีปล่อยให้ความอบอุ่นจากมือของดีนแผ่ซ่านไปทั่วต้นขา
นัทรู้สึกถึงน้ำหนักของมือที่วางอยู่บนต้นขาของตัวเองมันไม่ได้หนักหรือกดดัน แต่กลับให้ความรู้สึกมั่นคงและอบอุ่นอย่างประหลาด
“ฮ่าๆ พี่นัทไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ครับปล่อยตัวเองให้สบายๆ”
ดีนหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดูเขาขยับตัวเข้ามาใกล้นัทมากขึ้น จนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างพวกเขาสองคน
นัทััได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของดีนที่แผ่ออกมาและได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่โชยออกมาจากตัวเขา มันเป็กลิ่นที่สะอาด สดชื่นและกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างในตัวนัทอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
พวกเขานั่งคุยกันต่ออีกสักพักดีนเล่าเื่ราวของตัวเองให้ฟังบ้าง ทั้งเื่ชีวิตส่วนตัว งานเื้ัการถ่ายคลิปที่นัทเคยเห็นและอุปสรรคต่างๆ ระหว่างการถ่ายทำ
เขาเล่าถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิตคนเดียวในเมืองใหญ่และความเหงาที่บางครั้งก็ถาโถมเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว
นัทฟังอย่างตั้งใจพลางสังเกตสีหน้าและแววตาของดีนไปด้วยน้ำเสียงที่จริงใจและท่าทางที่เป็กันเองของดีนค่อยๆทำให้ความกังวลในใจของนัทจางหายไปทีละน้อย
เขาเริ่มรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจที่จะอยู่ใกล้ชิดกับดีนมากขึ้นความรู้สึกประหม่าในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกอบอุ่นและไว้วางใจอย่างน่าประหลาด
นัทรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานเขากล้าที่จะสบตาดีนมากขึ้นและบางครั้งก็เผลอยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเื่ตลกที่ดีนเล่า
“แล้วพี่นัทล่ะครับเลี้ยงลูกคนเดียวเป็ยังไงบ้าง?”
ดีนเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงดวงตาของเขาเป็ประกายเมื่อพูดถึงลูกชายของนัท
นัทถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
“ก็วุ่นๆ น่ะครับ แต่ก็มีความสุขดีเขาเป็เด็กดีเลี้ยงง่าย”
เขาพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหาภาพลูกชายในแกลเลอรี่อย่างกระตือรือร้นพลางเล่าถึงความซนและความน่ารักของเ้าตัวเล็กให้ดีนฟังอย่างออกรส
ดีน เองก็ดูสนใจภาพเ่าั้มาก เขาเอียงตัวเข้ามาแนบชิดดูใกล้ๆพร้อมกับเอ่ยชมความน่ารักของเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ
“ว่าแต่ ลูกพี่ชื่ออะไรครับ ผมลืมถามไปเลย?”
ดีนพูดพลางใช้มือเลื่อนภาพในจอไปเรื่อยๆ ทว่าสายตาของเขากลับไม่ได้มองไปที่หน้าจอ
“ชื่อ ‘โน้ต’ ครับ เพราะตอนท้องเ้าตัวเล็กดิ้นเก่งมากแต่เมื่อได้ยินเสียงเพลงก็จะนิ่งทันที…”
นัทตอบกลับอย่างมีความสุข
แต่แล้วในขณะที่ดีนกำลังจะเลื่อนไปดูภาพถัดไปนิ้วของเขากลับพลาดไปแตะโดนรูปอื่นเข้า…
ทันใดนั้น ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอซึ่งแน่นอนว่าเป็ภาพถ่ายของแฟนเก่าของนัทรอยยิ้มสดใสของเธอในรูปภาพนั้นช่างขัดแย้งกับความรู้สึกขมขื่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในใจของเขา
และเมื่อนัทได้เห็นภาพนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ความสดใสเมื่อครู่จางหายไปเหลือไว้แต่ความรู้สึกประหลาดที่ผสมปนเปกันระหว่างความเสียใจ ความคิดถึงและความเ็ปจากการถูกบอกเลิก
ความทรงจำต่างๆที่เคยพยายามเก็บซ่อนไว้กลับถาโถมเข้ามาในความคิดของเขาอีกครั้ง
นัทรีบแตะหน้าจอเพื่อเปลี่ยนไปดูรูปอื่นอย่างรวดเร็วแต่ภาพรอยยิ้มของแฟนเก่ายังคงติดตาเขาอยู่
จู่ๆ ความรู้สึกประชดประชันผสมกับความเ็ปก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขาอย่างเงียบๆ
“นัทปล่อยเราไปเถอะ เรา้าชีวิตใหม่ที่ดีกว่านี้!”
คำพูดสุดท้ายในเหตุการณ์นั้นเมื่อครั้งอดีตได้แวบเข้ามาในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว
นัททำสีหน้าเ็ปปนขมขื่นในใจ ก่อนจะมองไปยังดีนที่ยังคงนั่งอยู่ข้างๆด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประชดประชัน
ในวินาทีนั้นเองนัทก็ตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่แล้วว่าเขาจะลองปล่อยตัวไปกับดีนดูสักครั้งไม่ว่าเหตุผลเบื้องลึกในใจจะเป็ความอยากรู้อยากลองหรือความ้าที่จะประชดประชันแฟนเก่าที่ทิ้งเขาไปก็ตามที
ตอนนี้ความรู้สึกหลากหลายประดังประเดเข้ามาจนเขาแทบจะแยกไม่ออกว่าความ้าที่แท้จริงของตัวเองคืออะไรกันแน่
เขารู้เพียงแต่ว่าเขา้าอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากชีวิตที่แสนเงียบเหงาในทุกๆวัน
…
เมื่อเบียร์กระป๋องที่สามหมดลงนัทรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความประหม่าเริ่มจางหายไปเหลือเพียงความผ่อนคลายเคล้าความรู้สึกวูบโหวงเล็กน้อย
“ผมขอตัวไปสูบบุหรี่ตรงระเบียงด้านหลังหน่อยนะครับ”
นัทเอ่ยขึ้นพลางลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง
“กลัวควันจะเข้าไปรบกวนเ้าตัวเล็กน่ะ”
นัทพูดพลางเหลือบมองลูกชายที่ยังคงนอนนิ่งสนิทบนเบาะ
ดีนพยักหน้าเข้าใจ
“ตามสบายเลยครับพี่…”
นัทเดินไปยังประตูระเบียง เลื่อนเปิดออกช้าๆเสียงประตูเลื่อนเบาๆ แทบไม่ได้ยิน
เขาก้าวออกไปัักับลมเย็นสบายยามค่ำคืนที่พัดโชยมาแสงจันทร์ส่องสว่างพอให้เห็นเงาของต้นไม้ที่ทอดตัวยาวอยู่บนพื้นปูนซีเมนต์
เสียงจิ้งหรีดร้องระงมจากพงหญ้าขนาดย่อมที่อยู่ด้านหลังหอพักยิ่งขับให้บรรยากาศเงียบสงบและวังเวง
ไม่นานนักดีนก็เดินตามออกมาทิ้งตัวยืนพิงราวระเบียง มองขึ้นไปยังท้องฟ้าสลัวๆที่ประดับประดาไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ ก่อนจะหันมายิ้มให้กับนัท
“หอพี่นัทบรรยากาศดีนะครับเนี้ย!”
เขาเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายพร้อมกับกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อสำรวจ
นัทพยักหน้าตอบรับยิ้มๆ
“ครับ ชานเมืองก็อย่างนี้แหละ… เงียบสงบดี”
เขาควักบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟแล้วสูดบุหรี่เข้าปอดช้าๆแล้วพ่นควันออกไป
ดีนมองตามควันบุหรี่ที่ลอยขึ้นไปในอากาศครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาสบตานัทอีกครั้ง
รอยยิ้มของเขายังคงแต้มอยู่บนใบหน้าแต่ในแววตากลับมีประกายบางอย่างที่นัทไม่สามารถอ่านออกได้มันเป็ประกายที่ทั้งเชื้อเชิญและท้าทายอยู่ในที
“พี่นัท... ผมขอถามตรงๆ นะครับ”
ดีนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่ปกคลุมระหว่างพวกเขา เขาส่งสายตามาที่นัทอย่างตรงไปตรงมาบังคับให้นัทต้องสบตากับเขา
นัทรู้สึกเหมือนถูกตรึงด้วยสายตาคู่นั้นไม่สามารถละสายตาไปไหนได้อีกต่อไป
“ถามอะไรเหรอ?”
เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีความลังเลเจืออยู่เล็กน้อยนัทสูบบุหรี่เข้าไปลึกๆ ปล่อยให้ควันสีขาวลอยขึ้นไปในอากาศยามค่ำคืน
ควันบุหรี่จางหายไปอย่างรวดเร็วในสายลมเหมือนความกังวลบางอย่างในใจของนัทที่ค่อยๆ เลือนรางไป
“พี่ยังคงลังเลใจอยู่ใช่มั้ย… กับผมน่ะ?”
ดีนพูดพร้อมกับสบตานัทอย่างจริงจังไม่มีทีท่าล้อเล่นแม้แต่น้อย นัทสังเกตเห็นแววตาที่แน่วแน่ของดีนและรับรู้ได้ถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ในคำถามนั้น
นัทนิ่งไปครู่หนึ่ง สูบบุหรี่เข้าไปอีกครั้งปล่อยให้ความเงียบไหลผ่านไป ความคิดต่างๆ วิ่งวนอยู่ในหัวของเขามากมายก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา
“ก็... ผมไม่เคย…เลยยังไม่แน่ใจ”
เขาหลบสายตาของดีนอีกครั้งก้มลงมองพื้นระเบียงซีเมนต์ที่เย็นเยียบ ราวกับ้าหาคำตอบจากรอยแตกเล็กๆบนพื้น
ดีนยิ้มเล็กน้อยอย่างเข้าใจ ก่อนจะค่อยๆขยับเข้ามาใกล้นัทมากขึ้น
ระยะห่างระหว่างพวกเขาค่อยๆลดลงจนนัทรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของดีนที่รดต้นคอของเขา กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆจากตัวดีนทำให้หัวใจของนัทเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
“งั้นให้ผมช่วยพี่ตัดสินใจดีมั้ยครับ?”
ดีนกระซิบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจบางอย่าง
พูดจบเขาก็ค่อยๆ ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้นัทรู้สึกเหมือนเวลาหยุดหมุนรอบตัว เขาจ้องมองใบหน้าของดีนที่ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ทันใดนั้น ริมฝีปากอุ่นๆ ของดีนก็แตะลงบนแก้มของนัทอย่างแ่เบานัทสะดุ้งเล็กน้อย ความรู้สึกอบอุ่นและนุ่มนวลจากริมฝีปากของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกชาไปทั้งตัว
เขาหยุดนิ่งไม่ได้ขยับหนี ราวกับถูกสะกดด้วยัันั้น นัทหลับตาลงช้าๆปล่อยให้ความรู้สึกแปลกใหม่นั้นค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในความรู้สึกของเขาอย่างช้าๆ