เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 119 เสียงสะท้อนแห่งห้วงสมุทร 2


    เพลิงสีเขียวที่นาคาเกล็ดมรกตพ่นออกมาไม่ปรากฏรัศมีความร้อนแรงใดๆ หากแต่เมื่อสัมผัสโดนมันแม้เพียงเล็กน้อยเพลิงนี้จะลุกลามเผาไหม้ร่างของสิ่งมีชีวิตนั้นอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเท่านั้น เพลิงพิษจะมอบความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสให้แก่เป้าก่อนเดินทางไปสู่ปรโลก พิษแห่งนาคาเป็นสุดยอดแห่งพิษที่แก้ทางได้ยากมาก เผ่านาคาเป็นสัตว์อสูรธาตุน้ำ หากแต่พิษของมันมีคุณสมบัติธาตุไฟเข้มข้นร้ายกาจ ผู้ที่พลังต่ำต้อยจะถูกเพลิงพิษเผาจนมอดไหม้ในพริบตา ส่วนผู้ที่มีพลังสูงขึ้นมาจะยื้อชีวิตได้นานขึ้นมาอีกหน่อย หรือผู้มีพลังสูงส่งที่สามารถใช้พลังต้านสกัดต้านพิษได้แม้จะไม่ตายในเวลาอันสั้น แต่ความเจ็บปวดแสนสาหัสนั้นจะยังคงอยู่ตราบใดที่ยังไม่สามารถถอนพิษออกไปได้ ความทรมานที่ได้รับจะส่งผลให้ผู้ที่ถูกพิษรู้สึกว่าอยู่มิสู้ตายไปเสียดีกว่า ด้วยความร้ายกาจเช่นนี้มันจึงได้รับการขนานนามว่าหนึ่งในสี่ราชันย์แห่งพิษทั้งมวล หากแต่นี่เป็นพิษของนาคาที่มีระดับต่ำที่สุด มันยังมิอาจเรียกได้ว่าเป็นพิษแห่งนาคาที่สมบูรณ์ได้“อึ๊ก!”เสียงของเวนไฮร์ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด สะเก็ดของเพลิงพิษกระเด็นมาโดนขาของเขาเล็กน้อย จากนั้นมันก็ลามขึ้นมาถึงช่วงเอวอย่างรวดเร็วเหมือนเอาน้ำมันราด แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่เขายังกัดฟันวิ่งต่อไป เวนไฮร์เป็นผู้ใช้เพลิงที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเพลิงพิษนี้ร่างกายของเขากลับไม่มีพลังในการต่อต้านหรือดับมันลงเลย“ฉิบหาย! ข้าโดนอีกแล้ว!”แอชเชอร์อุทานขึ้นมาอีกคน เนื่องจากอยู่ใกล้ที่สุดและความเร็วของเขายังไม่ถึงขั้นที่จะหลบการโจมตีเป็นวงกว้างแบบนั้นได้ เพลิงพิษที่ปูพรมมาจึงโดนแผ่นหลังของแอชเชอร์เต็มๆ และแทบจะทันที เพลิงพิษก็ลุกท่วมตัวของเขาไปแล้ว“อ้าปาก!”แจ๊คตะโกนขึ้นพร้อมกับกรีดนิ้วชี้ของตน เลือดสองหยดถูกกลั่นออกมาและดีดให้พุ่งเข้าปากของเวนไฮร์กับแอชเชอร์อย่างแม่นยำ เมื่อหยดเลือดเข้าปาก เพลิงพิษที่ลุกลามสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสให้ทั้งสองก็ดับมอดลงทันที พละกำลังรวมถึงร่างกายฟื้นฟูกลับมาทันตาเห็น นี่คือความสามารถร่างสถิตของแจ๊ค ‘เลือดอมฤต’ สามารถเปลี่ยนเลือดให้กลายเป็นพิษร้ายหรือยาวิเศษก็ได้ตามแต่เจ้าตัวปรารถนา แต่ข้อแตกต่างระหว่างการเปลี่ยนเลือดทั้งสองแบบคือ การทำให้เลือดเป็นพิษแจ๊คจะสูญเสียพลังไม่มาก กลับกันการกลั่นเลือดเป็นยาสักหยดจะสิ้นเปลืองพลังมาก ในเขตสัมผัสของแกรนด์พบว่า หลังจากที่แจ๊คกลั่นเลือดเพื่อรักษาเวนไฮร์กับแอชเชอร์เรียบร้อยแล้ว มานาของเขาพลันลดต่ำลงจนน่าตกใจ“ถอยทัพ!”แจ๊คสั่งการให้กองกำลังพันธมิตรถอย ไคลน์วิ่งไปแบกบ็อบที่นอนหมดแรงอยู่อีกฟากเพื่อพากลับเรือ การทุ่มพละกำลังทั้งหมดไปที่การโจมตีเมื่อครู่ ประกอบกับการที่เปิดใช้โหมดขยายร่างและโหมดสงครามทำให้บ็อบในตอนนี้ขยับตัวแทบไม่ไหว อีกทั้งหางของนาคาเกล็ดมรกตที่ตวัดฟาดมาทำให้กระดูกเชิงกรานของบ็อบแตกร้าวจนปวดไปทั่วทั้งร่าง ยังดีที่ถูกฟาดจนกระเด็นไปอยู่ห่างจากระยะพิษ เมื่อทุกคนมากันพร้อมแล้วเรือเซตเทิลก็เคลื่อนตัวกลับไปตั้งหลักที่เกาะคลีนตัสดังเดิม ไม่มีแม้แต่เงาของนาคาที่มันจะตามมาเอาคืน การต่อสู้วันนี้จบลงเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา กองกำลังพันธมิตรไม่อาจสร้างความเสียหายให้มันได้มากนัก อาการของบ็อบไม่ถึงกับต้องใช้เลือดของแจ๊คในการรักษา แค่ทักษะฮีลของเอเลน่าก็เพียงพอแล้ว ที่เหลือก็แค่ให้พักผ่อนจนพลังกายฟื้นคืนมาอีกครั้ง ส่วนแจ๊คเองก็ใช้เลือดอมฤตนี้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ เพราะเขาต้องประหยัดพลังไว้สู้ในครั้งต่อๆไปเช่นกัน ตอนนี้แกรนด์เข้าใจแล้วว่าเหตุใดกลุ่มโจรสลัดเก้ากะโหลกจึงต่อสู้ได้อย่างยาวนานโดยไม่สูญเสียใครเลย เพราะนอกจากแจ๊คที่ครอบครองร่างอมตะแล้ว ตราบใดที่ตัวเขายังมีพลังเพียงพอในการใช้สร้างเลือดอมฤต กลุ่มโจรสลัดเก้ากะโหลกมันก็คือกองกำลังอมตะดีๆนี่เอง!โครม!แจ๊คพังผนังบาร์แล้วเดินเข้ามาในบาร์เช่นทุกวัน“แบรนเดอร์ คอแห้งอีกแล้ว มีไรกินบ้าง?”“คืนนี้ข้าต้องไปธุระข้างนอก ฝากร้านด้วยนะ จะกินอะไรไปค้นเอาหลังร้านได้เลย”พูดจบเจ้าของร้านก็สะพายกระเป๋าแล้วออกจากร้านไปอย่างเร่งรีบ เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว กลุ่มของแจ๊คเป็นลูกค้าประจำเพียงกลุ่มเดียวที่แห่กันมาแทบจะทุกวัน เงินที่ได้จากพวกนี้ทำให้แบรนเดอร์กลายเป็นเศรษฐีของเกาะคลีนตัสไปแล้ว“ไปดูสิ หลังร้านมีอะไรกินบ้าง ขนมาให้หมด”แจ๊คสั่งลูกน้องก่อนจะเดินไปนั่งโต๊ะประจำของเขาที่หน้าบาร์“พวกเจ้าสู้แบบนี้มาตลอดเลยเหรอ?”แกรนด์เอ่ยขึ้นขณะเอนหลังพิงเก้าอีกที่โต๊ะมุมตรงข้ามกันกับแจ๊ค เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างเหนื่อยล้า การสู้กับสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งแบบนี้มันเกินกำลังจริงๆ“แน่นอน ไงล่ะ เจ้านี่มันแข็งแกร่งสุดยอดไปเลยใช่มะ? กระทืบมันไปเรื่อยๆเดี๋ยวพวกเจ้าก็ชิน ฮ่าๆๆ”“เท่าที่ข้าเห็น นาคาเกล็ดมรกตตัวนั้นมันตอบโต้พวกเราน้อยมาก ทั้งที่จริงมันสามารถฆ่าพวกเราได้ไม่ยาก รึถึงหนีมามันก็ยังไล่ตามได้ แต่จากพฤติกรรม เจ้านั่นมันจงใจออมพลังไว้และเหมือนมันทำเพื่อไล่พวกเรามากกว่าจะฆ่าให้ตาย เจ้าคิดว่าไง?”“ข้าเห็นตั้งแต่วันแรกแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสายเลือดของข้ากดข่มมันไว้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้เหตุผลว่าทำไมมันถึงไม่เอาจริงสักที ออมพลังไว้แค่นั้นมันคงฆ่าพวกเราได้หรอกมั้ง ยอมให้ตัวเองเป็นกระสอบทรายอยู่แบบนี้แถมตอนพวกข้าหนีมันก็ไม่เคยตามมาสักครั้ง ถึงจะผิดแปลกไปจากวิสัยปกติ แต่แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ อย่าให้มันได้เอาจริงเลย ฮ่าๆๆ”“แสดงว่าที่ผ่านมาเจ้ายังไม่เคยเห็นมันออกนอกอาณาเขตเกาะหินโสโครกเลยสักครั้ง..ใช่รึเปล่า?”“ก็ตามนั้น ถามแบบนี้..รึเจ้าไปเห็นอะไรมา?”แจ๊คที่พิงเก้าอี้อย่างสบายใจดีดตัวขึ้นมาเพื่อรอฟังคำตอบอย่างสนใจ เขารู้ว่าแกรนด์มีสัมผัสการมองเห็นที่ขยายวงกว้างได้ แน่นอนว่าการเกริ่นขึ้นมาเช่นนี้ย่อมหมายความว่าหมอนี่มันไปเห็นอะไรบางอย่างเข้าให้แล้ว บางอย่างที่พวกเขาอาจไม่เคยรู้มาก่อน“ข้าสังเกตพฤติกรรมของมันตอนที่ต่อสู้ เจ้านาคาตัวนี้มันไม่ยอมใช้ทักษะรุนแรงอย่างที่มันควรจะทำ ข้าคิดว่าไม่ใช่เหตุผลที่มันไม่อยากฆ่าพวกเราหรอก มันแค่ต้องการปกป้องรังต่างหาก ถ้ามันใช้ทักษะรุนแรงแน่นอนว่าต้องกระทบถึงรังจนอาจถึงขั้นพังลงได้ ส่วนเรื่องไม่ไล่ตามพวกเราก็เพราะมันไม่อยากออกห่างจากรัง”“เจ้าจะบอกว่าในรังของมันมี?”“ข้าเปิดใช้เขตตรวจจับ ใต้เกาะหินโสโครกลงไปไม่ลึกเท่าไหร่มีโพรงขนาดใหญ่ และในนั้นมีไข่ของมันอยู่!”“!!!!!!!!!!”ทั้งร้านที่กำลังสังสรรค์เฮฮากันอยู่ถึงกับเงียบกริบทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่แกรนด์พูดออกมา ใต้เกาะหินโสโครกนั่นมีไข่นาคาอยู่? ตั้งแต่อยู่ที่นี่มาครึ่งปีพวกเขาเพิ่งรู้เรื่องนี้ แล้วความสงสัยทั้งหมดของพวกเขาก็พลันกระจ่าง“มีไข่อยู่ในรังเจ็ดฟอง”“เจ็ดฟองเลยเรอะ! เฮ้ยๆ มันเกินโควตาแล้วนะนั่น จะขยายพันธุ์กันเร็วเกินไปแล้ว”แจ๊คอุทานออกมาอย่างตื่นตะลึง แกรนด์เองก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน เขาเก็บเรื่องนี้เพื่อมาบอกทุกคนหลังจากที่กลับมาตั้งหลัก เพราะถ้าบอกในตอนนั้นจะยิ่งเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ตามตำราที่มีผู้บันทึกไว้ เผ่านาคาจะวางไข่ได้เมื่ออายุของมันครบ 500 ปี พวกที่เป็นสายเลือดผสมจะวางไข่ได้ครั้งละประมาณสามฟอง หรืออย่างมากก็ไม่เกินห้าฟอง และยิ่งพวกที่จะให้กำเนิดทายาทที่เป็นสายเลือดบริสุทธิ์ด้วยแล้ว นาคาตัวนั้นจะวางไข่ได้เพียงครั้งละหนึ่งใบเท่านั้น“เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ตอนนี้พวกเราต้องฟื้นกำลังกันก่อน”พูดจบแกรนด์ก็นำบางสิ่งออกมาจากแหวนมิติ บ็อบที่นอนเป็นผักอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่นลุกพรวดพราดขึ้นมา อะไรที่ทำให้เขาลุกขึ้นมาจากสภาวะอ่อนยวบหมดแรงได้? ไม่ใช่แค่ลุกขึ้นมาเท่านั้น ที่มุมปากทั้งสองข้างยังมีน้ำลายไหลทะลักออกมาเหมือนท่อแตก“เนื้อสวรรค์!!!”บ็อบอุทานขึ้นพร้อมกับลากสังขารเข้ามามองมันใกล้ๆเหมือนเป็นดั่งสิ่งสำคัญสูงสุดในชีวิต นี่คือสิ่งที่จะใช้ในการฟื้นฟูกำลังของบ็อบให้กลับมาเร็วที่สุด อาหารโปรดของเขา“ไอ้หนู! มีของดีนี่หว่า!”เซบัสเตียนวิ่งเข้ามาดูอีกคน เขามองก้อนเนื้อที่อยู่ในมือของแกรนด์อย่างสนใจ บน ล่าง ซ้าย ขวา หน้า หลัง สัญชาตญาณพ่อค้าของเขาลุกโชนเมื่อเห็นวัตถุดิบมีค่าอยู่ตรงหน้า“เอิ่ม..เป็นเนื้อสวรรค์ที่คุณภาพยอดเยี่ยมจริงๆ เนื้อแน่นกำลังดี กลิ่นอายชวนน้ำลายสอตั้งแต่แรกเห็น แล้วดูไขมันที่แทรกระหว่างเนื้อสิ! งดงามมาก ชิ้นนี้เป็นเนื้อส่วนพื้นท้อง น้ำหนักประมาณ 42 กิโลกรัม ข้าตีราคาให้ว่าอย่างต่ำๆก็ต้อง 250 เหรียญทอง!”“เจ้าจะจัดงานเลี้ยงด้วยเนื้อชิ้นนี้สินะ?”แจ๊คเอ่ยขึ้นพลางกระดกเบียร์ลงท้องอย่างสบายใจ แน่นอนว่าพวกเขาก็เคยลิ้มรสเนื้อสวรรค์กันมาแล้ว มันหาได้จากกระทิงเขาเกลียวที่อยู่เขตแผ่นดินใหญ่ของทวีป แต่ในเขตทะเลเนื้อสวรรค์เป็นของหายากราคาสูงจนมิอาจเอื้อม นั่นก็เพราะน้อยคนนักที่จะนำมันมาขายในเขตนี้ แต่ในตลาดมืดของเมืองหลวงเจ้าเนื้อนี้กลับมีขายกันเกลื่อน หากมีเงินพอไม่ว่าใครก็สามารถซื้อมันมาได้ ส่วนคุณภาพก็แล้วแต่ความชำนาญในการจัดเตรียมของผู้ล่า“เปล่า นี่แค่ส่วนหนึ่ง เนื้อชิ้นนี้ไม่พอเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยให้บ็อบด้วยซ้ำ ถ้ารวมจำนวนคนแล้ว คืนนี้ข้าคงต้องใช้เนื้อสักครึ่งตัน”“เฮ้ย! ขนาดนั้นเลยเรอะ!”“คืนนี้กินให้เต็มที่!”“ใจกว้างดีนี่หว่า ข้าก็กำลังจะเอาไอ้นี่ออกมาโชว์อยู่พอดี”พูดจบแจ๊คก็เอาลังขนาดใหญ่ออกมาจากแหวนมิติของเขา เมื่อเปิดลังออกสิ่งที่อยู่ในนั้นถึงกับทำให้แกรนด์สำลักจนเบียร์พุ่งออกจมูก“นี่มัน กุ้งจรวจน้ำลึก!”แกรนด์อุทานออกมาพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นไปดูใกล้ๆเพื่อยืนยันสิ่งที่ตนเห็น เจ้าสิ่งนี้มันคือสมบัติแห่งท้องทะเล หนึ่งในห้าสุดยอดวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อว่ามีรสชาติดีที่สุด ‘เนื้อสมุทร’ ซึ่งคุณค่าของมันเทียบเท่าวัตถุดิบที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็น ‘เนื้อสวรรค์’ จากกระทิงเขาเกลียว สัตว์อสูรชั้นสูงที่ถึกทนและใช้เวลาเตรียมการค่อนข้างนาน ‘เนื้อนรก’ จากหมูแมกม่า สัตว์อสูรชั้นสูงที่นอนเกลือกกลิ้งแมกม่าในทะเลเพลิงอันร้อนระอุได้เหมือนกำลังแช่บ่อโคลนเย็นๆ ‘เนื้อพิภพ’ จากไก่ฟ้าเจ็ดสี สัตว์อสูรชั้นสูงที่สง่างาม ประสาทสัมผัสในการรับรู้อันตรายและความเร็วในการเคลื่อนที่ของมันยอดเยี่ยมหาใดเปรียบ ปิดท้ายด้วยสุดยอดราชันย์แห่งวัตถุดิบทั้งมวล ‘เนื้อมายา’ จากกวางแสงอัสดง สัตว์อสูรโบราณเพียงชนิดเดียวที่มีสติปัญญา และความแข็งแกร่งของพวกมันยังรั้งอันดับสองของสายพันธุ์สัตว์อสูรโบราณอีกด้วย ผู้ที่เคยลิ้มรสเนื้อมายาบนโลกใบนี้นับจำนวนคนได้ และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมื่อเนื้อทั้งห้ามาอยู่บนโต๊ะเดียวกัน ส่วนเนื้อสมุทรที่แจ๊คเอาออกมาคือเนื้อของกุ้งจรวจน้ำลึก สัตว์อสูรชั้นกลางเพียงหนึ่งเดียวในสุดยอดวัตถุดิบ แม้ความแข็งแกร่งด้านกายภาพจะด้อยกว่าตัวอื่นๆ แต่ปัญหาคือสภาพแวดล้อมต่างหาก มันอาศัยอยู่ในทะเลลึกและว่ายน้ำเร็วมากเหมือนชื่อของมัน ซึ่งกุ้งจรวจน้ำลึกตัวโตเต็มที่ก็มีน้ำหนักปาเข้าไป 40-50 กิโลกรัมแล้ว แจ๊คได้กุ้งพวกนี้มาจากการที่เขามุดลงไปงมสมบัติในซากเรือโบราณที่อับปางแล้วเจอเข้าโดยบังเอิญ กลุ่มโจรสลัดเก้ากะโหลกกินพวกมันประจำเพราะแหล่งที่เจอมีกุ้งพวกนี้อยู่เยอะพอสมควร และด้วยความสามารถของแจ๊คการจะจับพวกมันย่อมไม่ใช่เรื่องยาก“ข้ามีเป็นร้อยตัว คืนนี้ใครอยากกินเนื้อรึอยากกินซีฟู้ดก็เลือกได้ตามสบาย ดื่มกินให้เต็มที่ไปเลย! เอ้า..ดนตรีมา!”แจ๊คกล่าวเปิดงานเลี้ยงฉลองประหนึ่งว่าพวกเขาฆ่านาคาได้แล้ว ลูกเรือหลายคนเอาเครื่องดนตรีของตนออกมาบรรเลงเป็นเพลงกันอย่างสนุกสนาน ช่วยให้บรรยากาศแห่งความเครียดที่ต้องต่อสู้เสี่ยงตายมาก่อนหน้านี้ บรรเทาเบาบางแล้วเปลี่ยนเป็นฮึกเหิมแทน ระหว่างมื้ออาหารสุดพิเศษทุกคนดื่มกินอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะบ็อบที่นอกจากเนื้อสวรรค์ที่เป็นของโปรดแล้ว รสชาติของเนื้อสมุทรทำให้เขาถึงกับต้องหลั่งน้ำตาเมื่อกินพร้อมกับน้ำจิ้มสุดซี๊ดของมัน พลังกายที่หายไปถูกเติมเต็มจนเกินร้อย บ็อบในตอนนี้รู้สึกว่าตนแข็งแรงกว่าที่ผ่านๆมาอย่างน่าประหลาด“ลุงๆ ประเมินราคาไอ้นี่ให้ข้าหน่อยสิ”เมื่องานเลี้ยงดำเนินผ่านไปได้สักพัก พวกที่นั่งอยู่โต๊ะกลางร้านก็เริ่มสุมหัวกัน ดูจากสีหน้าท่าทางแต่ละคนเหมือนจะเลยคำว่าพอกึ่มๆไปนานแล้ว ครีทล้วงเอาไหเก่าๆใบหนึ่งออกมาจากแหวนมิติแล้วตั้งลงที่กลางโต๊ะ นี่เป็นไหโบราณที่ได้มาจากเมืองเซนทิเนล หนึ่งในของสะสมชิ้นล่าสุด เขาได้จากชายแก่ลึกลับคนหนึ่งที่นำมันมาเร่ขายไปทั่ว ครีทสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างในไหใบนี้จึงตัดสินใจซื้อมันมาในราคาที่ไม่สูงมาก เขาเชื่อมั่นอยู่เต็มอกว่าเจ้าไหโบราณใบนี้มันต้องเป็นสมบัติล้ำค่าที่มีพลังบางอย่างแฝงอยู่เป็นแน่“เต็มที่ข้าให้ร้อยเหรียญ เจ้าโดนหลอกขายแล้ว!”เซบัสเตียนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าผิดหวัง ครีทถึงกับหน้าซีดเมื่อได้ยินเช่นนั้น ข้าถูกหลอกขาย?“เดี๋ยวๆ ตอนข้าจับมันครั้งแรกก็มีออร่าพลังประหลาดไหลเวียนอยู่รอบๆ มันจะเป็นของปลอมได้ไง?”“นั่นล่ะเล่ห์เหลี่ยมของพวกหลอกขายของโบราณ มันจะใส่ออร่าพลังแปลกๆไว้ในของที่จะขาย พอมีคนจับดูก็จะรู้สึกถึงพลังนั้นและทำให้มันดูน่าเชื่อถือ ไอ้ที่สภาพดูเก่าๆนั่นมันทำขึ้นมาเองทั้งนั้น ไหธรรมดาแบบนี้ร้อยเหรียญยังแพงเกินสภาพของมันด้วยซ้ำ”“เสียรู้มันจนได้ ข้าก็อุตส่าห์ซื้อแบบไม่ต่อราคาสักคำ”ครีทกุมขมับอย่างจนใจ เขาเก็บไหเก่าๆเข้าไปในแหวนมิติดังเดิม ไฟโทสะในใจลุกโชน หากได้กลับไปที่เมืองเซนทิเนลอีกครั้งเขาจะเอาดินระเบิดยัดไหแล้วปาใส่หลังคาบ้านตาแก่นั่นแน่นอน“ประเมินให้ข้าด้วยสิ!”บ็อบเอ่ยขึ้นทั้งที่ปากเต็มไปด้วยอาหาร ทันใดนั้นวัตถุบางสิ่งก็ปรากฏขึ้นกลางร้าน มันเป็นโครงกระดูกของสัตว์อสูรที่ถูกนำมาต่อกันและจัดท่าทางมันอย่างสมบูรณ์“นี่มัน โครงกระดูกกระทิงเขาเกลียว กระดูกทุกชิ้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมทั้งเคลือบขี้ผึ้งอย่างดี นำมาเรียงติดกันและจัดท่าทางน่าเกรงขาม กลิ่นอายที่แผ่ออกมาดั่งมีกระทิงเขาเกลียวมายืนอยู่ตรงหน้า เจ้านี่ข้าให้ราคา 600 เหรียญทอง!”“โอ้วววววววววว!!!”ทั้งร้านอุทานเป็นเสียงเดียวกัน บ็อบเก็บโครงกระดูกนี้เข้าแหวนมิติด้วยความภาคภูมิใจ นี่คืองานอดิเรกของเขา การนำโครงกระดูกของสัตว์อสูรที่เคยกินและถูกใจในรสชาติมาต่อกันด้วยกาวแล้วจัดท่าทางให้คล้ายตอนที่มีชีวิตอยู่ บ็อบสร้างโกดังที่เอาไว้สำหรับเก็บสิ่งนี้โดยเฉพาะ ซึ่งที่หมู่บ้านตอนนี้มันเยอะจนเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์โครงกระดูกสัตว์อสูรไปแล้ว ส่วนคอลเลคชั่นตัวโปรดที่บ็อบชอบที่สุดคือกระทิงเขาเกลียว ซึ่งมันก็เป็นชิ้นเดียวที่เขาพกติดตัวไปด้วยตลอด“อูกี้!(ประเมินของข้าด้วย!)”“นี่กล้วยธรรมดา หวีละ 10 เหรียญ”“ไอ้นั่นมันอะไร?”บ็อบถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นแอชเชอร์กำลังก้มลงและใช้มือสาวอะไรบางอย่าง มันเป็นแท่งทรงกระบอกขนาดพอดีมือ ความยาวน่าจะสักสองเมตรได้ หรือมันจะเป็นปลาไหล? มันใช่อาหารรึเปล่านะ?“อ๋อ ปรสิตแส้ขาวน่ะ สัตว์อสูรปรสิตชนิดนี้มันจะเกาะอยู่กับพวกสัตว์อสูรทะเล ราคาดีใช่ย่อย เห็นว่าเป็นวัตถุดิบยาที่ตลาดมืดกำลังต้องการ เจ้าตัวนี้ข้าไม่ขาย จะดองมันเก็บไว้ดูเล่น”“ปรสิต? ใช่ประเภทเดียวกันกับไอ้พวกที่ชอบไชตูดรึเปล่า? ถ้าเป็นยาก็แสดงว่ามันกินได้สิ? มันอร่อยป่ะ?”“ไม่รู้เว้ย ไม่เคยกิน เจ้าเถอะ เลิกอ่านกินของสะสมของข้าได้แล้ว!”“สะสมปรสิต? รสนิยมเข้ากันได้นี่หว่า!”ครีทกระโดดเข้าร่วมวงด้วยอีกคนเมื่อเห็นมีการพูดถึงเรื่องของสะสม“กินแล้วมันจะมาไชตูดข้าต่อมะ?”“เลิกพูด! ข้าไม่ให้กิน!”“อวสานอาหารเย็น อะไรของพวกมันวะนั่น ฟังเจ้าพวกนี้คุยกันแล้วข้ารู้สึกว่าตัวเองโง่ลงยังไงก็ไม่รู้”แจ๊คเอ่ยขึ้นพลางหันไปมองพวกโต๊ะกลางที่กำลังเฮฮากันอยู่ แกรนด์พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของแจ๊คอย่างจริงจัง ค่ำคืนแห่งการเลี้ยงฉลองผ่านไป รุ่งเช้าเมื่อแบรนดอร์กลับมาที่ร้าน เขาก็พบเพียงร้านที่เละเทะหลังการฉลองใหญ่และถุงที่ข้างในมีเงินจำนวนหนึ่งใส่เอาไว้ แต่ตัวคนไม่รู้หายไปไหนกันหมด ไม่เจอทั้งกลุ่มโจรสลัดเก้ากะโหลกและทีมมังกรสายฟ้า หรือพวกเขาจะออกไปล่านาคากันแล้ว?...หนึ่งเดือนผ่านไป...ตั้งแต่ที่ฉลองกันในคืนนั้นชาวเกาะคลีนตัสก็ไม่พบเห็นกลุ่มคนที่มาล่านาคาอีกเลย หลังจากวันนั้นคนทั้งสองกลุ่มก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีผู้พบเห็นพวกเขามากว่าหนึ่งเดือนแล้ว นาคาเกล็ดมรกตก็ยังคงอยู่ดี หรือว่าพวกเขาถูกเจ้าสัตว์อสูรนั่นฆ่าตายหมดแล้ว? บางข้อสันนิษฐานก็บอกว่า พวกเขาเดินทางกลับเพราะคิดว่ายังไงก็ไม่มีทางปราบนาคาตัวนี้ได้ ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของชาวเกาะในตอนนี้จากไปแล้ว ทุกคนก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่ต้องเผชิญหลังจากนี้ ถึงในตอนแรกจะมีผู้เชื่อมั่นว่าวีรบุรุษของพวกเขาต้องกลับมาแน่ แต่เมื่อเวลาล่วงผ่านไปมากกว่าหนึ่งเดือนมันกลับเป็นเพียงความฝันลมๆแล้งๆมากกว่า...รังนาคา เกาะหินโสโครก...ไอหมอกทะเลที่ปกคลุมเกาะค่อยๆก่อตัวหน้าขึ้น อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างฉับพลันจนรู้สึกสะท้านไปทั่วร่าง ผืนน้ำทะเลก่อตัวเป็นธารน้ำแข็งลามมาจนแช่แข็งเกาะหินโสโครกเอาไว้ รัศมีการแช่แข็งนี้กินวงกว้างไปกว่า 3 กิโลเมตร เมื่อธารน้ำแข็งถูกสร้างเสร็จ เสาน้ำแข็งนับหมื่นผุดขึ้นมาเป็นแท่งสูงหลายเมตร และยิ่งไปว่านั้นมันผุดขึ้นมาเต็มพื้นที่เหมือนดั่งป่าน้ำแข็ง ดวงตาแดงฉานคู่หนึ่งส่องประกายออกมาจากเกาะ หมอกที่ปกคลุมอยู่ถูกมันขับไล่จนพัดสลายไป ห่างจากเกาะราวกิโลเมตรกว่าๆเจ้านาคามองเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามา มันรู้สึกแปลกใจและเกิดความสงสัยขึ้นในเวลาเดียวกัน ในคราแรกมันคิดว่าคนพวกนี้ล้มเลิกความคิดที่จะสู้แล้ว เวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ แต่ไฉนวันนี้พวกมันกลับมาอีก? แล้วหนึ่งเดือนที่ผ่านมาพวกมันหายหัวไปทำอะไรที่ไหน?“สารเคลือบน้ำมันดิน”เซบัสเตียนใช้เวทย์น้ำมันของเขาสาดกระจายทาเคลือบพื้นธารน้ำแข็งเป็นวงกว้าง“วู้วฮู้ววววววว!”บ็อบขว้างครีทกับไคลน์ให้ลอยโด่งไปหานาคาก่อนเพื่อน จากนั้นเขาก็สไลด์พื้นน้ำแข็งตามไปติดๆพร้อมกับแอชเชอร์“อัลเบิร์ด”แจ๊คชูดาบใหญ่ขึ้น อัลเบิร์ดปรากฏตัวเป็นแสงและเข้าไปสิงในดาบก่อนที่แจ๊คจะขว้างมันออกไปสุดแรง ดาบใหญ่นั้นพุ่งไปหาแอชเชอร์ด้วยความเร็วสูงพร้อมกับถูกบังคับทิศทางโดยอัลเบิร์ดที่สิงอยู่ ชายหนุ่มกระโดดขึ้นเหยียบที่ใบดาบอย่างชำนาญเหมือนกำลังขี่เซฟบอร์ดโต้คลื่น โดยดาบใหญ่เล่มนี้พาเขาหลบเสาน้ำแข็งมากมายอย่างแม่นยำ เซบัสเตียนกับเวนไฮร์เร่งพลังขึ้นและพุ่งตามไปสมทบติดๆ“ผลึกจักรพรรดิน้ำแข็ง : รูปแบบที่ 2 คมดาบดาวตก : รูปแบบที่ 3 เกราะดาราเหมันต์”เอเลน่าเรียกดาวน้ำแข็งสองดวงออกมา ดวงแรกแฉกดาวแยกออกเป็นดาบน้ำแข็งห้าเล่ม และดาบทั้งห้าก็ก่อตัวรวมกันจนกลายเป็นดาบใหญ่พุ่งเข้ามือแจ๊ค ส่วนดาวอีกดวงแยกออกแล้วกลายเป็นชุดเกราะน้ำแข็งมาสวมให้แกรนด์“เจ้าพร้อมนะสหาย”แจ๊ดใช้ดาบน้ำแข็งกรีดเลือดพิษของตนจนคมดาบกลายเป็นสีแดง“ข้าพร้อมตั้งนานแล้ว ชุดสุดท้าย..ลุย!”แกรนด์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนที่ทั้งเขาและแจ๊คจะเปิดวอริเออร์ฟอร์ซขึ้นพร้อมกัน เอเลน่าเร่งพลังขึ้นแล้วร่ายเวทย์เสริมความสามารถให้ทั้งสองและตนเอง หนึ่งเดือนที่ผ่านพวกเขาไม่ได้หนีหายไปไหน หากแต่เป็นการเก็บตัวซุ่มซ้อมเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ