บทที่ ห้าสิบแปด
ชายหนุ่มร่างสูงคล้ายอ้อมกอดหญิงสาวออกทำท่าจะตวัดนางขึ้นอุ้ม ลู่อิงหมิงไหวตัวทันรีบผลักอีกฝ่ายออก
“ไม่ๆ ไม่ต้องอุ้มข้าเดินเองได้”
เรื่องนี้นางเหมือนจะสร้างความขบขันให้ท่านจอมมารไม่น้อยสวีจ้าวหรงหลุดขำออกมาปกติที่จะเป็นเพียงเสียงหึๆ ที่ชอบทำ“ถ้าเดินเท้าเจ้าจะไปถึงจุดหมายเมื่อใด พลังเจ้าก็ไม่มีมากพอจะเหาะไปถ้าข้าไม่อุ้มจะไปยังไง?”
“ก็วิธีแบบที่ข้าเคยใช้ เดินทางด้วยม้า!”
“แต่ที่นี่ไม่มีม้า จะหาม้าก็ต้องเข้าเมืองมนุษย์เสียก่อน”ไม่ว่านางจะยกเหตุผลใดๆ ขึ้นมา เขาก็โต้กลับได้หมด
ถึงอย่างนั้นจิ้งจอกน้อยก็ใช่ว่าจะยอมง่ายๆ“ครั้งนี้เราไม่ได้รีบ ท่านก็ไม่ต้องถึงกับอุ้มก็ได้ ใช่ว่าจะหนีมังกรกันเสียหน่อยแค่จับ..มือพอ” ว่าจบนางก็ยื่นออกมาส่งให้เขา
สวีจ้าวหรงยกยิ้มให้อย่างถูกใจที่หญิงสาวยอมลงให้เขาก่อนชายหนุ่มกุมมือนางแล้วดึงร่างบางให้เซตัวมาหาตนแล้วอาศัยจังหวะไม่ทันระวังโอบเอวคอดของลู่อิงหมิงมาชิดแล้วพานางเหาะขึ้นฟ้า
ไม่ถึงก้านธูปทั้งสองก็มาถึงตัวเมืองแต่เวลานี้ร้านค้ายังไม่มีร้านรวงใดๆ เปิดเพราะฟ้ายังไม่สว่างด้วยซ้ำจะหาซื้อม้าเพื่อเดินทางต่อเห็นจะไม่เหมาะ งั้นคงต้องหาที่พักก่อนรอกลางวันค่อยว่ากัน
ลู่อิงหมิงเดินเข้าโรงเตี๊ยมหาห้องพักค้างแรมเวลานี้แม้แต่เสี่ยวเอ้อร์ยังนอนหลับที่หน้าร้าน
“พี่ชาย” นางเอ่ยเรียกคนที่หลับอยู่
“อ่าๆ ขอโทษที่ไม่คิดว่าจะมีแขก อ้าว..คุณหนู..ท่านนี้”เสี่ยวเอ้อร์รู้สึกแปลกใจที่แขกผู้มาใหม่เป็นผู้หญิง เรื่องแบบนี้ไม่มีให้เห็นนักผู้หญิงมาหาห้องพักค้างอ้างแรมในเวลาดึกดื่นเช่นนี้ แต่พอมองไปด้านหลังก็พบกับชายหนุ่มร่างสูงใบหน้างดงามเหนือสามัญหาเจอไม่ได้ง่ายๆเลยสำหรับความสมบูรณ์แบบเช่นนี้ ทั้งดูงดงามแต่ก็ทรงอำนาจไปพร้อมกัน
ชายในอาภรณ์สีดำที่ถูกจดจ้องก็ก้าวเท้ามายืนข้างลู่อิงหมิงเห็นเสี่ยวเอ้อร์มองเขาสลับกับหญิงสาวแล้วทำสีหน้ากระอักกระอ่วนเขาจึงต้องเอ่ยปากขึ้นเสียเอง“ไปจัดห้องพัก”
“ได้ขอรับคุณชายๆ” เสี่ยวเอ้อร์เป็นชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบกว่าปีร่างโปร่งพาทั้งสองเดินนำไปที่ห้องพัก “เชิญห้องนี้เลยขอรับ”
สวีจ้าวหรงควักเงินส่งให้เสี่ยวเอ้อร์ก็ก้มหน้าก้มตาทำความเคารพเตรียมจะเดินจากไป“เดี๋ยวก่อน เปิดอีกห้องด้วยสิ” แต่ลู่อิงหมิงเอ่ยห้ามไว้เสียก่อน
“อ้าว..อ่อ ได้ขอรับ”
เสี่ยวเอ้อร์รีบตรงจะไปเปิดห้องพักเพิ่มแต่ร่างสูงก็กันตัวเอาไว้เสียก่อน“ไม่ต้องห้องเดียวพอ”
“ไม่ได้ๆ สองห้องสิ” ลู่อิงหมิงจะไม่ยอมแล้วสำหรับเรื่องนี้นางเตรียมจะเถียงหัวชนฝา “เสี่ยวเอ้อร์เปิดห้อง!”
“เจ้ามีเงินหรือ?”
“..อ่า” นางจะเอาเงินจากไหนมาเล่าลู่อิงหมิงพลันย่นคิ้วทำหน้ายู่ก่อนส่ายหน้า ก็ถ้านางมีปราณมากกว่านี้ก็คงจะดีหญิงสาวเม้มปากอย่างอดกลั้น
แต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเขาดึงร่างบางให้เดินตาม“เข้าห้องได้แล้ว” สวีจ้าวหรงพานางเข้ามาถึงกลางห้องก็ปล่อยข้อมือหญิงสาว“แต่ก่อนเจ้าออกจะชอบนอนกับข้า ทำไมตอนนี้อยากแยกห้อง”
ให้ตายเถอะ!ที่เขาว่ามานางปฏิเสธไม่ได้ก็ตอนนั้นนางเป็นปีศาจจิ้งจอกแล้วปีศาจจิ้งจอกที่ไหนจะไม่ชอบตอนนางยังความจำไม่ได้กลับคืนนอกจากจะชอบแล้วยังเป็นนางอีกต่างหากที่ขอเริ่มก่อนทั้งกอดทั้งจูบแต่ว่าไปนั้นก็เป็นทางเดียวที่จะเพิ่มปราณได้ในตอนนี้ให้ไปกินปราณคนอื่นลู่อิงหมิงคงไม่ทำ ‘ไม่ได้ๆ จะหลวมตัวไม่ได้แล้วต้องห้ามใจสิ’ เห็นทีชีวิตนี้นางจะได้เป็นจิ้งจอกสองหางไปทั้งชีวิต
“ข้านอนก่อนละ” หญิงสาวรีบเดินตรงเข้าไปซุกตัวด้านในเตียงมุมสุดชายหนุ่มก็เดินตามติดๆ เขาคืบคลานขึ้นเตียงอย่างเชื่องช้าปลดเสื้อคลุมตัวนอกออกก่อนแล้วถึงเอนตัวลง
“เจ้านอนไม่ปลดเสื้อคลุมหรือ?” น้ำเสียงอย่างไรก็เอ่ยหยอกล้อลู่อิงหมิงได้ยินแล้วก็หมั่นไส้แต่ทำอะไรไม่ได้
“ไม่ ข้าชอบนอนแบบนี้”
“เจ้าเหมือนคนหนึ่งที่ข้ารู้จัก เวลานอนก็แต่งเสียเต็มยศยิ่งดูยิ่งไม่สบายตัวเห็นนอนทีไรก็ตัวเกร็ง”
จริงด้วยนางไม่ควรแสดงท่าทีเช่นแต่ก่อนไม่เช่นนั้นก็จะดูเป็นตัวเองเกินไป สวีจ้าวหรงอยู่กับนางมานานอาจจะมองออกนางต้องทำตัวเป็นปีศาจจิ้งจอก ‘ต้องเนียนกว่านี้!’
“ถอดๆ จะใส่ให้อึดอัดทำไม่” หญิงสาวชันตัวขึ้นเตรียมจะถอดเสื้อคลุมออกแต่ชายหนุ่มที่ตามขึ้นเตียงมาทีหลังกำลังเอนตัวเข้ามาชิดพอดีทำให้คนที่อยู่ๆผุดลุกไปชนเข้ากับร่างแกร่ง สองร่างชายหญิงกายแนบชิดใบหน้าหญิงสาวซุกเข้ากับคอชายหนุ่มพอดี
“คิดว่าเจ้าจะไม่ขอกินปราณข้าเสียแล้ว” สวีจ้าวหรงเอ่ยกระซิบริมใบหูลู่อิงหมิงลมเบาๆ เป่าเข้าหูส่งผลให้ใบหน้าหญิงสาวแดงก่ำ
“เปล่า ข้าไม่..” ไม่ได้จะกินปราณ..อีกแล้ว นางพูดไม่จบอีกแล้วริมฝีปากก็ถูกงับปิดเข้าอย่างจังสวีจ้าวหรงบุกอย่างรวดเร็วจูบปิดปากไม่เท่าไรก็ส่งเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากลู่อิงหมิง
มือหนาช้อนรองใต้ร่างบางดันให้นางปรับองศาศีรษะเข้าหาได้ง่ายขึ้นคราแรกนางนิ่งเฉยไม่ได้ขัดขืนเพราะตกใจแต่พอได้สติถึงได้รู้ว่าร่างกายนำไปก่อนแล้วมันตอบสนองไปเองเพราะเคยชินกับผู้เป็นจอมมารลู่อิงหมิงเผลอจูบตอบไปแล้วลิ้นเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับลิ้นอีกฝ่าย
ทางเลือกตอนนี้คือรีบดันคนด้านบนออกหรือว่าปล่อยเลยตามเลยก็มันปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังรู้ดีมากกว่าทางกายที่ได้รับปราณของจอมมารแต่คือจิตใจ‘นางชอบเขา’ ลู่อิงหมิงหลงรักผู้นี้ไปเสียแล้วก็อยากจะใกล้ชิดผูกสัมพันธ์กับเขาระหว่างที่กำลังลังเลใจมือหนาก็ปลดเสื้อคลุมตัวนอกของหญิงสาวออกเสื้อคลุมสีเขียวมรกตหล่นไปที่เตียง
ชายหนุ่มชันตัวขึ้นออกห่างจากร่างบางเล็กน้อยเขายกนิ้วเกี่ยวปลายผมสีดำขลับที่หัวไหล่ขึ้นมาหอมจากนั้นก็เกลี่ยแก้มใสที่ยังคงมีสีแดงระเรื่อ“อิงอิง” เขาพินิจอีกฝ่าย..ต่างกันจริงๆ ตอนที่เป็นจิ้งจอกน้อยนางจะไม่เขินอายเช่นนี้แต่พอเป็นลู่อิงหมิงนางจะไว้ตัวเสมอ พอมีการใกล้ชิดจะพยายามหลบเลี่ยงแต่ครั้งนี้นางมีท่าทางลังเลคล้ายสองด้านในใจกำลังตีกันฝั่งหนึ่งอยากใกล้ชิดอีกฝั่งอยากผลักไส
สวีจ้าวหรงไม่รู้ว่าเหตุผลที่ต้องตีตัวออกห่างคืออะไรแต่เขาจะทำให้นางมั่นใจและอยากอยู่กับเขาตลอดไป “อิงอิง”เขาเรียกชื่อนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งนางได้ยินก็ยิ่งโอนอ่อน
สองกายแนบชิดบนเตียงโดยมีลู่อิงหมิงเป็นคนนั่งบนตักชายหนุ่มหญิงสาวเหลือเพียงเอี๊ยมตัวในเท่านั้นแต่กลับกันคนร่างหนาที่นางนั่งตักเขาอยู่ไม่เหลืออาภรณ์ที่ปกปิดกายด้านบนอีกแล้ว ฝ่ามือของชายหนุ่มฟอนเฟ้นร่างบางทั้งเอวทั้งสะโพกนางก็เอี่ยวตัวซ้ายขวาตามมือหนาที่ลูบไล้ไม่รู้ตัวเลยว่าเบื้องล่างกำลังบดเบียดกลางตัวของสวีจ้าวหรงค่อยๆ แข็งตัวกว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่ท่อนร้อนดันด้านในขาอ่อนเธอเสียแล้ว
ลู่อิงหมิงสะดุ้งถอยห่างออกมาแต่กลับถูกมือหนาโอบรอบเอวเอาไว้ถอยห่างไม่ได้นางจึงยกมือว่างบนอกกว้างพยายามดันตัวหนี
“จะไปไหนหืม?”
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าสวีจ้าวหรงจะสัมผัสตรงไหนนางก็ตอบรับไปเสียหมดยิ่งนานไปสมองก็ว่างเปล่า ที่คิดจะถอยหนีตอนนี้คงไม่ทันเสียแล้วครั้งก่อนนั้นถึงจะจำได้แต่นั้นไม่ใช่นาง ครั้งนี้ถึงนับว่าเป็นครั้งแรกจริงๆเพราะงั้นไม่แปลกที่นางจะ “..กลัว”
สวีจ้าวหรงจูบขมับนางซ้ำๆก่อนผละออกมาใบหน้างามล่มเมืองของท่านจอมมารยกยิ้มอย่างหาได้ยากลู่อิงหมิงเห็นถึงขนาดตาพร่ารีบหันหนีไปก่อนได้จังหวะชายหนุ่มซุกไซร้เข้าที่ลำคอขาวเนียนกำลังเอียงตัวเหมือนเปิดโอกาส“เข้าใจแล้ว” เขากระซิบก่อนกัดเม้มจนเป็นรอยจางๆ
มือเรียวของชายหนุ่มที่รองใต้ไรผมค่อยๆ กรีดนิ้วจากลำคอลากยาวมาตามแนวกระดูกสันหลังความวาบหวามแล่นริ้วตามปลายนิ้วแผ่ออกไปทั่วกาย มือยาวกระตุกปมเชือกของเอี๊ยมหลังเสียงกึกเบาๆ เอี๊ยมสีขาวก็หล่นลงที่หน้าตัก ลู่อิงหมิงพลันห่อตัวเข้าหากันนางไม่เคยเปิดเผยร่างกายต่อหน้าใครมาก่อนรู้สึกเขินอายจึงไม่แปลก
ชายหนุ่มไม่เร่งร้อนให้นางเปิดเผยเขาใช้ปลายนิ้วดันใบหน้าที่แดงก่ำให้เงยขึ้นสบตาของเขาที่จดจ้องนางอยู่ก่อนดวงตากลมใสมองตอบไปที่ดวงตาเรียวของสวีจ้าวหรงสายตาที่ทอดมองมาคล้ายพยายามสื่อความรู้สึกในใจสำหรับลู่อิงหมิงคิดได้อย่างเดียวคือ ‘ต้องหวานเชื่อมขนาดนี้เชียวหรือท่านจอมมาร’
“เจ้างามมาก”สำหรับบรรทัดฐานของความงามของยุคสมัยนางไม่ได้นับว่างดงามเหนือธรรมดาแต่ก็ไม่ถึงกับด้อยถือว่าก็น่ามองในระดับกลางแต่หากมีใจสายตาเราก็จะมองว่างามต่างกลับสวีจ้าวหรงเขาน่ะเหนือธรรมดาไปไกลเพราะไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นมารเขาถึงงดงามล่อลวงจิตใจได้ขนาดนี้
“..ท่านต่างหาก..ที่งาม”
ชายหนุ่มหัวเราะเล็กน้อย“เจ้ากำลังยกยอข้าเพื่อหนีเอาตัวรอดหรือ”
“ที่ไหนเล่า!”
“ดี ถ้าเจ้าไม่อยากถ่วงเวลา”ร่างสูงเอ่ยก่อนที่จะดันหญิงสาวให้นอนราบไปกับเตียง“ข้าจะได้กินเจ้าเสียเดี๋ยวนี้”
สวีจ้าวหรงโอบกอดหญิงสาวแนบกายแน่นใส่ตัวตนในกายร่างบางโยกกายนุ่มนวลสอดประสานสลับหนักแน่นรุ่มร้อน หยอกเย้านางให้คล้อยตามได้ไม่ยาก
สองกายหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวรุกบ้างถอยบ้างให้ช่วงเวลาหฤหรรษ์ยาวนานจวบจนแสงทองเริ่มปรากฏที่ขอบฟ้าเสียงนกร้องเรียกให้ผู้คนตื่นส่วนสำหรับทั้งสองคือเสียงบอกให้ค่ำคืนวสันต์หอมหวานใกล้จบลง
หญิงสาวอ่อนเพลียขยับกายแทบไม่ไหวร่างบางที่นอนคว่ำกับฟูกเตียงแผ่นหลังขาวเนียนอวดสายตาคนที่โยกกายด้านบนเอวคอดถูกมือใหญ่รวบไว้ควบจังหวะ “ข้าไม่ไหวแล้ว..อืออ” นางบอกเสียงอู้อี้ใส่หมอนไม่แน่ใจว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไรของค่ำคืนที่นางพูดคำนี้
“สุดท้ายแล้ว” ชายหนุ่มพลิกตัวให้ลู่อิงหมิงหงายหน้ากลับขึ้นมาแนบกายเข้าหาอกอวบอิ่มจนชนกับแผ่นอกแกร่งยกขาเรียวให้เกี่ยวเข้าที่เอวสอบริมฝีปากงับใบหูเม้มเลียก่อนกระซิบข้างหู “ชอบไหม?”
“อือ” หัวสมองนางว่างเปล่าไปแล้วไม่ว่าเขาจะเอ่ยถามอะไรนางก็ได้แต่พยักหน้าบ้าง ร้องเสียงอื้ออึงในลำคอบ้าง
“ข้าชอบ…นะ อิงอิง”
“อ่าาา” นางร้องรับอาการร่างกายกระตุกพลางกอดชายหนุ่มไว้แนบแน่นสวีจ้าวหรงอิงกายลงที่เตียงแล้วกอดหญิงสาวกลับ
“นอนเถอะ”ผู้เป็นจอมมารเอ่ยอย่างอ่อนโยนพร้อมลูบผมของลู่อิงหมิงเบามือเกรงจะทำให้นางตื่น
หญิงสาวผู้หลับใหลเอนกายเข้าหาคนเคียงข้างกลิ่นกายที่คุ้นชินตอบสนองให้นางยิ่งอยากค้นหาความอบอุ่นยิ่งใกล้ชิดก็ยิ่งอิ่มเอมศีรษะแนบที่อกกว้างได้อย่างพอเหมาะพอเจาะดั่งสองกายถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน
ตะวันลอยขึ้นสูงกลางนภาเสียงภายนอกห้องเริ่มดังจอแจแต่ไม่อาจปลุกร่างบางที่อยู่ในนิทราได้แม้แต่ชายหนุ่มจะตื่นขึ้นมาก่อนแล้วเขาพยายามจะเช็ดตัวทำความสะอาดให้แทนที่นางจะตื่นกลับร้องหงิงๆแล้วกลับเป็นร่างจิ้งจอกตัวน้อยขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“..เจ้า”พอเป็นร่างจิ้งจอกตัวขาวนุ่มเขาก็ไม่รู้จะจับทำความสะอาดให้อย่างไรถึงกลับถอนหายใจออกมา
ร่างสูงหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่ก่อนจะออกไปนอกห้องเพียงสักครู่ก็กลับมาหลังจากนั้นเสี่ยวเอ้อร์ก็ยกถังน้ำเข้ามาเตรียมเอาไว้จากนั้นก็มีอาหารชุดใหญ่พร้อมกาน้ำชาร้อนๆ รอให้หญิงสาวตื่น
ไม่ว่าจะเสียงจอแจข้างนอกเสียงคนเข้าออกห้องขนถังน้ำหรือวางอาหารแต่ก็ไม่ทำให้จิ้งจอกน้อยแม้แต่ลืมตาขึ้นสักครึ่งตามีเพียงแต่..กลิ่นอาหารที่โชยมาแตะจมูก
“หอมจัง” เสียงดังเบาๆ ในภาษาจิ้งจอกร้องวี้ดๆก่อนก้อนขนสีขาวจะกระเด้งตัวยืนสี่เท้าบนเตียงนุ่มลู่อิงหมิงที่ตื่นเต็มตามองออกไปนอกม่านเตียงเห็นเงารางๆของร่างสูงยืนอยู่ก็ชะงักเท้า
สวีจ้าวหรงยืนอยู่ข้างนอกนั้นนางไม่กล้าเจอหน้าเขาตอนนี้แน่ นางกำลังเขินอายจากสิ่งที่ผ่านมาเมื่อค่ำคืนแต่พอก้มมองร่างตัวเองจึงเห็นว่าตัวเองอยู่ในร่างจิ้งจอกไม่แน่ใจว่ากลับมาร่างนี้ตั้งแต่เมื่อไรแต่แบบนี้ก็ดีไม่ว่านางจะทำสีหน้าแบบใดอีกฝ่ายก็คงไม่รู้
“โอะ” จำนวนหางของนางเปลี่ยนอีกแล้วระหว่างสำรวจร่างกายอยู่ก็เห็นว่าตัวเองมีสามหางเสียแล้วคงเพราะกินปราณเข้าไปเสียจุใจเมื่อคืน จากนั้นความเขินอายก็เป็นละอายนางตั้งใจแล้วว่าจะหนีห่างจากเขาแต่กลับปล่อยใจผูกสัมพันธ์ลึกซึ้ง‘จากนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก’
จิ้งจอกน้อยกระโดดออกจากม่านบังเตียงมาประจันหน้ากับจอมมาร
“ข้าเตรียมน้ำอาบกับอาหารไว้แล้ว”สวีจ้าวหรงที่กำลังเข้าไปตามหญิงสาวเอ่ยแล้วเปลี่ยนไปนั่งรอที่โต๊ะทานข้าว
ลู่อิงหมิงในร่างจิ้งจอกกระโดดหายไปในห้องอาบน้ำพอเดินออกมาก็เป็นร่างหญิงสาวคนเดิมนางตรงเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับชายหนุ่มที่นั่งรออยู่แล้ว
“หลังจาก..นี้” นางกล่าวเสียงเบาแล้วหยุดนิ่งไปถึงระหว่างอาบน้ำเมื่อครู่พยายามคิดคำพูดไว้แล้วพอถึงเวลาจริงกลับพูดไม่ออก
สวีจ้าวหรงไม่รอให้นางพูดต่อเขาพูดสิ่งที่ตั้งใจออกมา “กินเสร็จข้าจะพาไปที่หนึ่ง ที่นั่นมีคนอยากเจอเจ้า”
“ข้า?”
“อืม” เขากล่าวตอบในลำคอแล้วคีบรากบัวชิ้นหนึ่งให้หญิงสาว “เจ้าน่าจะชอบ”
ใช่นางชอบจริงๆ แต่ไม่กล่าวอะไรตอบ เพราะคนที่ชอบคือลู่อิงหมิงจะเปิดเผยกว่านี้ไม่ได้ ให้เขารู้ไม่ได้ว่าคือนาง “ท่านจะพาข้าไปที่ใด”
“รีบกินเถอะ” แต่เขาไม่ตอบทั้งยังคีบนู่นคีบนี่ให้นางไม่หยุดมีแต่ของที่นางชอบทั้งนั้น ไม่รู้ว่าเขามองปีศาจจิ้งจอกตนนี้เป็นตัวแทนของเซียนลู่อิงหมิงหรือว่าเขารู้อะไรมาจึงระแคะระคายว่าเป็นนางจริงๆ กันนะ
ตอนที่ตื่นมาโลกแห่งนี้นางไม่รู้เหตุผลด้วยซ้ำนางผจญเรื่องมากมายเพื่อให้อยู่ที่นี่ได้อย่างสงบสุขสุดท้ายได้เป็นเซียนนั่งกินนอนกินพยายามไม่เอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับใครๆแต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ นางป่วนเนื้อเรื่องไม่เหลือชิ้นดี
แต่ก่อนเคยคิดว่าต้องทำอย่างไรถึงจะได้กลับบ้านจนเลิกคิดไปเพราะติดอยู่ที่นี่นานเกินจนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้แต่อยู่ๆ มาก็รู้ว่าจะได้กลับไปกลับเหมือนใจถูกฉีกกระชาก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางจะกลับไปด้วยวิธีใดเหมือนตอนที่มาสิ่งสุดท้ายที่จำได้ตอนอยู่โลกเดิมคือนางกำลังวิ่งไปเข้างาน ครั้งนี้นางอาจจะวิ่งๆอยู่แล้วถูกส่งกลับก็ได้
ในฐานะปีศาจจิ้งจอกเวลานี้ไม่มีใครให้ผูกพันถ้าวันหนึ่งจากไปก็ไม่มีใครต้องเสียใจ
‘แต่จะไม่มีใครเสียใจจริงๆ ใช่หรือไม่’ห้วงคำนึงของนางมีแต่ภาพที่สวีจ้าวหรงจะเสียใจ ทำไมโชคชะตาถึงร้ายกับสวีจ้าวหรงนักเขาจะต้องโดดเดี่ยวอีกแล้วหรือ?
‘ตอนนางมาก็ไม่ได้ร้องขอ จากไปก็ไม่ต้องการ’