วันต่อมา ณ สถานศึกษาเวสเทริน์ภายในแผนกการสรรค์สร้าง กลุ่มนักศึกษา สี่คนรายล้อมนาฟอยู่รอบโต๊ะเขียนแบบ
“นายนี่สุดยอดไปเลยนาฟ! ข่าวของนายโด่งดังไปทั่วทั้งสถาบันเลยนะ!
“แล้วที่เขาว่า นายเข้าไปมิติรกร้างคนเดียวแถมสามารถหลบหนี สัตว์ร้ายตนนั้นออกมาได้เป็นความจริงหรือไม่!
ชางและนิคสลับกันถามนาฟอย่างจริงจัง
ส่วนยี่หวาและวี ก็เพ่งมองนาฟ สลับกับมองรุ่นพี่เพราะถึงจะรู้เรื่องราวมาบ้าง แต่ก็ปะติดปะต่อได้ไม่ชัดเจน
นาฟก็ทำได้เพียงยิ้มและพยักหน้า
เหมือนชางยังไม่ได้คำตอบที่สาแก่ใจเลยถามต่อ “นาฟนายเข้าไปในมิตินั้นได้ยังไง?
“ข้าหลงเข้าไปด้วยความบังเอิญน่ะ” นิคถามต่อ
“แล้วนายไปทำอะไรมา ดูผิวพรรณเปล่งปลั่งแถมหล่อขึ้นเป็นกองเลย
“พอแล้วๆ เลิกไปกวนใจ นาฟได้แล้วพวกเธอ”
ครูดอนก้าวเข้ามาที่โต๊ะของนาฟ
“ข้าได้ข่าวเรื่องที่เจ้าให้หยุดงานก่อสร้างเมืองใหม่แล้วนะ ถือว่าเจ้าตัดสินใจถูกต้องแล้วในสถานการณ์อันตรายแบบนี้การคิดให้รอบคอบและถี่ถ้วนเป็นสิ่งสำคัญ
นาฟหันมองครูดอนแล้วเอ่ยถาม
“เราควรทำยังไงดีต่อครับครู”
“ก็ไม่ต้องทำยังไง! เป็นนักศึกษา ก็ควรหมั่นศึกษาพากเพียรอยู่ในสถาบัน” มีเสียงทุ่มใหญ่เอ่ยขึ้น ขณะที่มีคนก้าวเข้ามาในห้อง
“ครูใหญ่!
เป็นเสียงจากชางที่ดังออกมาเป็นคนแรกจากนั้นทุกคนภายในห้อง เริ่มปรับเปลี่ยนบุคลิก เป็นสำรวมมากขึ้น
ครูดอนลดศีรษะทำความเคารพ นักศึกษาที่เหลือโค้งคำนับ นาฟแอบชำเลืองมองตอนทำความเคารพ
“ช่างดูน่าเกรงขามอย่างที่ทุกคนร่ำลือกันจริงๆ
จากนั้นทุกคนแยกย้ายกลับประจำที่นั่งของตัวเองอย่างไม่ต้องบอกกล่าว
ครูใหญ่ก้าวมายืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่ม นาฟค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบสายตาเห็นเป็นชายวัยกลางคน ผมสั้นมีผมขาวสลับผมดำ สายตาค่อนข้างดุร้ายแต่มีประกายแวววาวสุดหยั่งถึง รูปร่างสูงใหญ่เท่าครูดอน
“เจ้าไม่ต้องกังวลกับสิ่งที่อยู่ภายนอก ให้รู้เพียงหน้าที่ของตนก็พอ
เจ้าเป็นคนหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์งานของเจ้าและสิ่งที่เจ้าทำ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพัฒนาเมืองใหม่แต่เป็นสิ่งที่จุดประกาย ให้คนอีกหลายคนให้ลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงและช่วยกันพัฒนาอาณานิคม ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ข้าขอเป็นตัวแทนของแผนกการสรรค์สร้างขอขอบคุณเจ้าจากใจจริง
นาฟเริ่มทำตัวไม่ถูก ไม่คิดว่าครูใหญ่ที่ร่ำลือกันในเรื่องความดุร้ายมีแต่คนหวาดกลัว กลับยอมมาชื่นชมเด็กหนุ่มอย่างตนเอง
นาฟทำได้เพียง ลดศีรษะเป็นการตอบรับ
“เดี๋ยวเจ้าตามข้าขึ้นไปชั้นสามข้ามีงานพัฒนาเมืองอีกงานที่อยากให้เจ้าร่วมวิเคราะห์”
นาฟตอบรับและติดตามครูใหญ่ออกไปทันที
ไม่นานทุกคนเริ่มผ่อนลมหายใจโดยชางอดไม่ไหวรีบเอ่ยเป็นคนแรก “กดดันทุกครั้งเลยครูดอน ที่ครูใหญ่มายืนใกล้ๆแบบนี้ “ใช่ๆ รุ่นพี่ข้านี่แทบหายใจไม่ออกเลย” นิคกล่าวเสริม
ครูดอนยกยิ้ม “พวกเธอกดดันตัวเองเกินไป ครูใหญ่มีภาระหน้าที่หลายอย่าง ถึงจะดูดุร้ายแต่ทั้งหมดล้วนแต่เป็นประโยชน์เพื่อสถาบันทั้งนั้น นะ
ชางและนิคหันมองหน้ากัน พยักหน้า ไม่ลืมว่านอกจากท่านจะเป็นครูใหญ่ประจำแผนกแล้วยังมีตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษาด้วย
ผ่านมา 3 วันแล้วที่นาฟยังขึ้นลงชั้นที่สามอยู่ทุกวัน วิเคราะห์แผนสร้างเมืองใหม่ร่วมกับครูใหญ่และครูดอน
ที่ห้องโถงใหญ่ของชั้นสามผนังห้องถูกประดับด้วยแผนที่และแผนผังการพัฒนาต่างๆ ตรงกลางห้องมีหุ่นจำลองแสดงโครงสร้างการพัฒนาชุมชนใหม่
นาฟที่ยืนอยู่หน้าห้อง ชี้ไปยังแผนผังที่แขวนอยู่บนผนัง "ข้าคิดว่าเราต้องขยายระบบการคมนาคมมากขึ้นเพื่อรองรับการเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่สำหรับชาวเมืองเท่านั้นแต่ยังรวมถึงกลุ่มคนจากฝั่งอื่นที่มาเยือนเพราะฉะนั้น เราจำเป็นต้องมีถนนที่ทันสมัยและระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ"
จากนั้นนาฟหยิบแผ่นกระดาษที่มีภาพโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ขึ้นมา
"นอกจากนี้การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถละเลยได้ เราควรจะมีโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ทันสมัยและบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึง"
เราไม่เพียงแค่ต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแต่เรายังต้องการสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสพัฒนาตนเองไปพร้อม"
พูดมาถึงตอนนี้ ครูใหญ่และครูดอนล้วนพยักหน้าตามและอดชื่นชมในวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของลูกศิษย์ตนไม่ได้
“ตกลง! ข้าจะเอาแนวคิดของเจ้าเสริมไปในแผนพัฒนาชุดใหม่พรุ่งนี้ข้าต้องเข้าไปประชุม ภาคส่วนกับทางอาณานิคมในข้าจะนำแผนชุดนี้เสนอไปพร้อมเลย
“เจ้าเก่งมากนาฟ เจ้าเป็นคนมีความสามารถอย่าหยุดพัฒนาตัวเองล่ะ อีกอย่างปลายปี เจ้าจะเป็นตัวแทนของแผนกเรา เข้าแข่งขัน “สุดยอดสถาบัน”
ครูใหญ่ก้าวมาตบไหล่นาฟ “เจ้าจะต้องสร้างชื่อเสียงให้กับสถานศึกษาของเราได้อย่างแน่นอน
จากนั้นครูใหญ่ก็ก้าวออกจากห้องไป นาฟรู้สึกดีที่สิ่งที่ตนเองคิดล้วนแต่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
“ข้าก็คิดเช่นเดียวกับครูใหญ่นะ เจ้าเป็นคนมีพรสวรรค์เหมาะสมแล้วที่เจ้าจะเป็นตัวแทนของพวกเรา
“การแข่งขันสุดยอดสถาบัน คืออะไรครับครู?
“เป็นการแข่งขันที่ อาณานิคมจัดขึ้น ทุกๆ 2 ปี และเป็นการรวมตัวของ นักศึกษาจาก 5 สถานศึกษาหลักร่วมแข่งขันเพื่อพิสูจน์ความเป็นหนึ่ง การแข่งขันจะแยกออกเป็นแต่ละสาขาแต่ส่วนมากผลการแข่งขันในแต่ละครั้ง สถานศึกษากลางมักจะชนะอยู่ตลอดจะมีที่สร้างชื่อให้กับสถาบันเรา ก็เป็นแผนกวิวัฒน์กลไก สาขาเดียว
“เจ้าคากิ ชนะการแข่งขันครั้งที่แล้ว”