ดึกมากแล้วระรินดาวยังคงนอนไม่หลับจนรู้สึกรำคาญตัวเองที่ได้แต่กระสับกระส่ายไปมาอาจจะด้วยความแปลกที่แปลกทางก็คงใช่ และในที่สุดต้องลุกมาเหลือบมองนาฬิกาบนหัวเตียง
เพิ่งเลยตีหนึ่งมาไม่นาน
เธอล้มตัวลงนอนและพยายามข่มตา แต่กลับไม่เป็ผลเพราะมันวนเวียนเห็นแต่หน้าเ้าของดวงตาสีดำจัดที่มักคอยเผยแววดุอยู่ตลอดเวลา
“จะออกมากินอะไรหรือยังนะ”
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกเป็ห่วงขนาดนี้ ความสงสัยกระตุ้นให้ละจากเตียงไปยังประตู
คนตัวเล็กค่อยๆ โผล่พ้นออกมาอย่างเงียบเชียบ สายตาคอยสอดส่ายทั่วห้องแล้วมาสะดุดลงที่โซฟาตัวยาว
ทำไมมานอนตรงนี้
เธอก้าวย่องเข้าไปใกล้เพราะอยากพิสูจน์ว่าไอ้ที่เห็นเป็เงากองท่วมบนโซฟาในห้องรับแขกนี่ใช่เขาหรือไม่และภาชนะบรรจุอาหารได้ทำหน้าที่ของมันหรือยัง
ฮืม! หมดเกลี้ยง อย่างนี้ค่อยคุยกันรู้เื่
ทีนี้ขอขยับไปใกล้คนนอนตัวงอเป็กุ้งสักหน่อยเถอะ ไหนๆก็ออกมาดูขนาดนี้แล้ว ต้องสำรวจให้รู้แน่ว่าเขาไม่ได้เป็อะไรมาก
ระรินดาวแทบกลั้นหายใจขณะใช้หลังมืออังหน้าผากอีกฝ่ายอย่างแ่เบา
ตัวไม่ร้อน หมดห่วงแล้วเรา
แต่ยังไม่ทันได้ชักมือกลับ วงแขนแข็งแรงก็ตวัดรัดร่างเธอไว้กับโซฟา
“เธอคิดจะทำอะไร” คนตกเป็เบี้ยล่างใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มได้แต่ส่ายหน้าไปมา
“พูดสิ เป็ใบ้หรือไง”
เมอยาฟจ้องคนตรงหน้าท่ามกลางแสงไฟสลัว ผมยาวสลวยแผ่สยายสะท้อนรับแสงเงาเลือนรางใบหน้าเนียนปราศจากเครื่องสำอางแม้ในที่สลัวยังดูดี ได้กลิ่นแป้งหอมอ่อนๆแถวปลายจมูก มันเรียกร้องความรู้สึกบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ภายในให้ตื่นตัว
เขาเลิกคิ้ว
“คนเรานี่ก็แปลก เวลาให้พูดมักไม่ยอมพูด เวลาห้ามไม่ให้ทำก็มักจะทำ หืม!ว่าไง ตกลงจะพูดไหม”เมื่อเห็นว่าเ้าหล่อนได้แต่อ้ำอึ้งและบางทีคงจะหมดเวลารอฟังคำตอบแล้ว
“เอ้า! งั้นก็ดี ในเมื่อเธอไม่อยากพูด ฉันก็จะไม่ให้พูดอะไรแล้ว”ริมฝีปากอุ่นจัดโน้มลงมาเชยชมกลีบปากบาง
คนที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ข้างล่างจึงมิอาจรอดพ้นจากวงล้อมของเขาไปได้ มีเพียงเสียงเครือที่เปล่งออกมาหลังหลุดพ้นการบดเบียด
“ปะ..ปล่อย” เมอยาฟกระตุกยิ้ม
“มันไม่ง่ายไปหน่อยเรอะ อุตส่าห์จับนักย่องเบาได้ทั้งทีเนี่ยนะจะให้ปล่อยไปเฉยๆ คงไม่ใช่ฉัน”
คนเผลอถลำลึกกับห้วงอารมณ์ประหลาดยังคงใช้ปลายจมูกดูดซับกลิ่นกายนั้นอย่างลืมตัวพวงแก้ม ลำคอ เรือนร่างนุ่มนิ่มเกินห้ามใจ ผู้หญิงคนนี้กำลังทำให้เขาหลงใหล
ฉันจะทำยังไงกับเธอดี!
ชายหนุ่มต้องเงยหน้ามาสูดลมหายใจลึกเพื่อผ่อนมันออกมาแรงๆขืนทำอะไรไปมากกว่านี้เขาคงควบคุมตัวเองไม่ได้
“ทีนี้จะบอกได้หรือยังว่าคิดจะทำอะไร ถึงได้ลอบเข้าหาฉันตอนดึกๆ แบบนี้”หญิงสาวพยายามข่มความสั่นกลัวของตัวเองอย่างที่สุด
“ฉันแค่..จะออกมาดูว่าคุณกินอะไรหรือยัง แล้วก็มีไข้หรือเปล่า”คนฟังแค่นหัวเราะ
“กลัวฉันจะไข้ขึ้นเพราะาแเล็กๆ นี่ มันไม่เด็กน้อยไปหน่อยเรอะ”เธอหลบสายตาดูแคลนด้วยความรู้สึกเสียหน้า
นึกโกรธตัวเองอยากทำตัวให้เขาดูถูกเอาได้ในสายตาของเขาคงเห็นเธอเป็ผู้หญิงไร้ค่าที่อยากเข้าหาผู้ชายยามวิกาล
“คุณจะตีค่าความเป็ห่วงของฉันเพียงแค่ผู้หญิงหน้าไม่อายคนหนึ่งที่เที่ยวร่านหาแต่ผู้ชายก็ตามใจคุณ”มือหนาเบือนปลายคางคนหลบสายตาให้กลับมาเผชิญ
“เป็ห่วงฉันจริงเหรอ”คนหน้าสวยบัดนี้ปั้นบึ้งให้เห็นแล้ว ก่อนตอบรวนๆ
“ตอนนี้ฉันไม่ห่วงใครแล้ว โดยเฉพาะคุณ!ถ้าไม่เป็อะไรก็ดีแล้วฉันขอตัวค่ะ”ถ้ารู้ว่าออกมาแล้วต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวอย่างนี้ขอนอนพลิกซ้ายพลิกขวาอยู่คนเดียวในห้องดีกว่า
เมื่อไหร่จะปล่อยสักที!
เมอยาฟกระตุกยิ้มมุมปากคล้ายอ่านสีหน้าคนร้อนรนออก
“เพราะเริ่มรู้สึกห่วงตัวเองจนไม่มีกะจิตกะใจจะห่วงคนอื่น” คนฟังกัดริมฝีปากแน่นเกลียดจริงคนเ้าเล่ห์ชอบรู้ทัน
“จูบเมื่อกี้เป็บทเรียนนะรินนา อย่าย่องเข้าหาใครยามหลับเพราะเธออาจพลาดพลั้งอย่างที่เป็อยู่ตอนนี้ โดยเฉพาะคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันส่วนนี่..” ปลายจมูกโด่งกดลงข้างแก้มฟอดใหญ่
“ตอบแทนความห่วงใยของเธอ”
ระรินดาวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาอยู่แล้ว ผู้ชายคนนี้ใช้ ‘จูบ’ได้ทุกวาระโอกาสหรือนี่ พอใจหรือไม่พอใจก็จูบคงติดนิสัยชอบทำกับผู้หญิงมาเยอะแล้วเผลอมาทำกับเธอ
คงลืมคำพูดที่เคยบอกว่าไม่คิดพิศวาสลูกสาวของคนที่เขาเกลียด
“กลับไปนอนซะ แล้วทำตัวให้ชินกับเื่เมื่อกี้ด้วยเพราะตราบใดที่เธอยังอยู่กับฉันคงต้องเจออีก”เมอยาฟสั่งลาค่ำคืนอันมืดมิดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แต่สำหรับระรินดาวเสียงนั้นกลับแจ่มชัดในโสตประสาทยิ่งกว่าตอนที่เขาะโเสียงดังเสียอีก
ทำตัวให้ชินเพราะต้องเจออีก!
ไม่นานคงชินอย่างที่เขาว่าหรอก เพราะแค่วันนี้วันเดียวเธอถูกเขาจูบถึงสองหนแต่แค่นั้นก็ทำให้เธอตาค้างไปยันเช้าเลยทีเดียว
ไม่ต้องหลับต้องนอนกันแล้ว