ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 101

    ในอีกสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้ ณ อาณาจักรทางตะวันตก ‘บีไฮท์’ อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ และมีประชากรมากที่สุดในทวีปมนุษย์ พระราชวังเมือง ‘เบอกามอส’ ภายในห้องลับ ปรากฏเป็นขุนนางชั้นสูงหลายตำแหน่งอยู่ทั้งหมดรวมพระราชาของอาณาจักร 8 คนด้วยกัน “อาวุธที่เรียกว่า ‘ปืน’ ในข่าวลือของอาณาจักรดีไวท์นั้นเป็นสิ่งที่สามารถพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของสงครามได้อย่างแท้จริง.. เพียงแค่ตัวเลียนแบบที่เราสามารถผลิตขึ้นมาเองได้นั้นก็มีประสิทธิภาพที่ดี ถึงมันจะได้ผลน้อยกว่าเดิมถึงเท่าตัวหนึ่งก็ตามที” พระราชา ‘กาเวียเซีย’ เอ่ยออกมา เมื่อไม่นานมานี้พวกเขาได้รับรู้ถึงข่าวลือที่มีอาวุธสังหารชนิดใหม่ที่เรียกว่าปืน แน่นอนว่าเพื่อความมั่นคงของอาณาจักร พวกเขาจำเป็นจะต้องคอยสืบมันอย่างลับๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายไหวตัวได้ทัน และหาทางป้องกันก่อนที่จะแก้ไข พวกเขาได้ส่งสายลับเข้าไปในสมาคมนักฆ่าอยู่นาน ในที่สุดก็สามารถได้สิ่งที่ต้องการมา แต่พวกเขาได้เพียงแค่ปืนพกมาเพียงเท่านั้น พร้อมกับกระสุนอีกนิดหน่อย “ใช่แล้วขอรับองค์ราชา... วิทยาการของเรายังไม่สามารถหาสั่งมาทำงานได้ โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่ากระสุนนั้น เราไม่สามารถผลิตมันขึ้นมาได้เลยขอรับ จากการคาดการณ์ของข้า ผู้ที่สร้างสรรค์มันขึ้นมาต้องมีความสามารถไม่ต่ำกว่า ‘เทพสรรค์สร้าง’ แน่นอนขอรับ” ขุนนางที่รับผิดชอบในเรื่องของการแกะรอยสิ่งประดิษฐ์เอ่ยออกมา“แต่มันก็ยังนับว่าเราสำเร็จก้าวหน้าไปแล้วหลายขั้นไม่ใช่หรือขอรับ... ตอนนี้เรามีอาวุธที่เราสร้างขึ้นมาเอง ‘ปืนยาว’ ถึงมันจะใช้งานยากเกินไปหน่อย แต่ประสิทธิภาพก็ไม่ใช่ว่าใครจะดูถูกมันได้” แม่ทัพใหญ่เอ่ยออกมา เขาเคยได้ลองใช้อาวุธที่ถูกผลิตออกมาชุดแรกมาแล้ว ย่อมรู้ดีกว่าใครๆ“ก็จริงอย่างที่ท่านแม่ทัพกล่าว เราสามารถเปลี่ยนให้ทหารชาวบ้านธรรมดาสามารถฆ่าศัตรูได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ไม่พอมันยังไม่ต้องฝึกอะไรให้มากนักอีกด้วย” เสนาธิการของอาณาจักรเอ่ยขึ้นมา พร้อมกับคนอื่นๆที่เห็นด้วย “แล้วที่เจ้าว่าเราสามารถผลิตอัปเกรดมันอีกขั้นเป็นขั้น 2 ได้นั้น มันมีประสิทธิภาพอะไรที่เพิ่มขึ้นมาบ้างล่ะ” พระราชาเอ่ยถามกับขุนนางที่รับผิดชอบในการผลิต“แน่นอนว่ามันเพิ่มประสิทธิภาพในทุกๆด้าน ทั้งยิงได้ไกลขึ้น ความรุนแรงที่มากขึ้น และบรรจุกระสุนได้มากขึ้นขอรับฝ่าบาท” ขุนนางคนนั้นกล่าวกลับ พระราชาที่ได้ยินอย่างนั้นก็ทำท่าเหมือนจะนึกคิดอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา“อย่างนั้นรึ งั้นเจ้าจะต้องเร่งมือพัฒนาให้มันไปถึงขั้น 3 ให้ได้ .. จากนั้นก็ผลิตขั้นที่หนึ่งควบคู่กันไปด้วยอย่างเต็มกำลัง เริ่มต้นเอามาสัก 1 แสนกระบอกพร้อมกับกระสุน 1 ล้านนัด เจ้าคิดว่ามันจะต้องใช้เวลาเท่าใดกัน” พระราชาตรัสกับเหล่าขุนนาง ก่อนจะเอ่ยถาม แน่นอนว่าไม่มีใครเลยที่รู้วัตถุประสงค์ของพระองค์เลยสักคน แต่พวกเขาก็รู้ว่าเมื่อถึงเวลา พวกเขาจะเข้าใจมันเองในความปรีชาของพระองค์เอง“ถ้าผลิตอย่างเต็มกำลัง เราจะสามารถผลิตปืน ได้วันละประมาณ 1 หมื่นกระบอก กระสุนนั้นเราสามารถทำได้วันละมากสุดเท่าไรก็ได้ อยู่ที่วัตถุดิบ และสถานที่ขอรับ” ปืนนั้นต้องใช้ช่างฝีมือที่พอจะมีประสบการณ์อยู่บ้าง ถึงมันจะไม่ได้ยาก แต่ถ้าไม่มีฝีมือหรือเคยทำเกี่ยวกับงานฝีมือมาก่อน ก็ไม่สามารถทำได้ หรืออาจจะทำให้ใช้เวลานานขึ้นหลายเท่าเพื่อสอนงาน“อย่างนั้นรึ ... งั้นเริ่มต้นที่ทำกระสุนให้ได้สัก 2 ล้านนัด และอาวุธปืนยาวขั้นแรก 1 แสนกระบอก และทำอาวุธปืนขั้นที่สองให้ได้สัก 1 หมื่นกระบอก ภายในสิบวัน ข้าต้องการทำการใหญ่ พวกเจ้าจะทำอย่างไรก็ได้ให้ทันเวลาที่ข้ากำหนดเอาไว้ จะขอความช่วยเหลือใดๆจากใครเพียงแค่เอ่ยออกมา ข้าจะอนุมัติให้ทุกอย่าง... พวกเจ้าไปได้แล้ว” ในหัวขององค์ราชาคนนี้มันมีอะไรอยู่ในนั้นไม่มีใครรู้ เหล่าขุนนางของอาณาจักรนี้แทบไม่มีการแบ่งอำนาจกันเลย กษัตริย์ของพวกเขาแข็งแกร่งเกินที่จะต่อกลอน และกฎหมายต่างๆที่มีผลต่อเหล่าขุนนางนั้นค่อนข้างร้ายแรงอยู่มาก ทำให้พวกเขาเหล่าขุนนางไม่มีใครคิดที่จะทำการปลุกปั่นหรือทรยศบ้านเกิดหลังนี้เลยสักคน เมื่อพระราชากล่าวเสร็จก็เดินออกไปจากห้องประชุมลับในทันที กลับมาที่ด้านของฌอนที่ตอนนี้จะต้องตอบคำถามของสกัล เกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านมา เขาถามถึงตัวตนของฌอน และอื่นๆอีกหลายอย่าง ฌอนที่ไม่อยากบอกความจริงทั้งหมด เขาก็ได้ตอบไปโดยอนุมานว่าตัวเองเป็นลูกชายของขุนนางชั้นสูงของอาณาจักร และครอบครัวของเขายังมีธุรกิจการค้าเดินม้าค้าทั้งในและนอกอาณาจักร สกัลที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจ แน่นอนว่าเนียร์ก็อีกคนหนึ่ง พวกเขาได้แต่นิ่งเงียบไม่รู้จะทำอย่างไรดี คำสัตย์สาบานเองก็เอ่ยไปแล้ว เฟียร์ควรจะเป็นภรรยาของชายคนนี้ แต่ถ้าดูจากฐานะแล้ว เฟียร์หญิงสาวลูกของนายพรานจนๆ จะไปคู่ควรกับฌอนที่เป็นถึงคุณชายใหญ่จากเมืองหลวงได้อย่างไรกัน “ข้าเองก็ลำบากใจไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้น ข้าเองก็เอ่ยคำสัตย์ต่อท่านเจ้าป่าแห่งพรไพรไปแล้ว หากข้าไม่ทำตามคำพูด ชีวิตของข้าก็คงจะหาไม่... ท่านคิดว่าข้าควรจะทำอย่างไรดีขอรับ” สกัลกล่าวออกมาอย่างทุกข์ใจ เนียร์เองก็ไม่รู้จะกล่าวอย่างไงดี เธอได้แต่เงียบ และรอฟัง ลุ้นกับคำพูดที่ผ่านปากของฌอนมา แต่ในจังหวะนั้นเอง“ข้าจะยอมเป็นภรรยาของท่าน ถึงท่านจะให้ข้าเป็นอนุภรรยาลำดับที่เท่าไรก็ตาม แต่ข้าจะไม่ยอมให้ท่านพ่อของข้าต้องมีอันเป็นไปเพราะข้า... ได้โปรดรับข้าเป็นภรรยาน้อยของท่านด้วยเถอะ” เฟียร์ที่ยังสภาพไม่ค่อยดีนักกล่าวออกมาเบาๆ เสียงของเธอก็แทบจะไม่มีแล้ว ถึงเธอจะมีไข้ และร่างกายอ่อนแอ แต่หูของเธอก็ไม่ได้มีปัญหาใดๆ เธอได้ยินทุกอย่างมาตั้งแต่แรกแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านพ่อเธอพูดถึงนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นได้ พลังงานของป่าแห่งนี้มันเป็นอะไรที่พิศวงเป็นอย่างมาก มีแล้วหลายคนที่เคยผิดคำสาบาน และไม่ได้ตายดีกันสักคนเลย ฌอนที่ได้ยินเรื่องคำสัตย์สาบานนั้น ถ้าเขาอยู่ในโลกก่อนมันก็คงจะเป็นเรื่องที่เชื่อถือได้ยาก แต่กับโลกใหม่นี้มันไม่ใช่ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เขายังไม่รู้ และการที่เขาจะรับผู้หญิงสักคนหนึ่งมาเป็นภรรยาในตอนนี้ ก็นับว่าไม่ติดปัญหาอะไร ตอนนี้ชีวิตของเขาค่อนข้างมั่นคงทางการเงินแล้ว การที่จะมีครอบครัวของตัวเองมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร แต่ถึงอย่างนั้น การผจญภัย และการสำรวจโลกใบนี้ของเขาก็ต้องหยุดชะงักลงไปอย่างแน่นอน “ข้าก็ไม่ติดใจอะไรหรอกนะที่จะรับเจ้ามาเป็นภรรยา แต่เจ้าก็ต้องเข้าใจข้าด้วย ข้ามีเหตุผลของข้าอยู่... เจ้ารู้หรือไม่ ว่าข้านั้นเป็นลูกของคนใหญ่คนโต แต่ทำไมถึงต้องออกมานอนกลางป่า และมายังสถานที่ที่ห่างไกลเช่นนี้ให้ลำบากทำไม... มันเป็นเพราะข้าอยากจะออกไปท่องโลกกว้าง ดูสถานที่ใหม่ๆ พบเจอสิ่งใหม่ที่ไม่เคยได้สัมผัส.. แล้วการที่เจ้ามาแต่งงานกับข้านั้น หลังจากแต่งงานแล้ว หลายครั้งที่เจ้าอาจจะต้องอยู่คนเดียวตามลำพังกับสาวใช้ที่ข้าอาจจะหามาให้.. เจ้าจะยอมรับได้อย่างนั้นหรือ” ฌอนกล่าวออกไป ในช่วงแรกมันทำให้สกัลป์ และเนียร์โล่งอก แต่เมื่อฌอนเริ่มเปลี่ยนจากประโยคตอบคำถามเป็นถามแทน มันทำให้พวกเขาเริ่มคิดหนัก ถ้าลูกสาวของตนจะต้องอยู่ในสภาพแบบนั้น พวกเขาก็รู้สึกไม่ดีสักเท่าไร และไม่รู้ว่าจะถูกกลั้นแกล้งจากคนในตระกูลของฌอนหรือเปล่า ตามที่พวกเขาเคยเห็นในละครอยู่บ่อยครั้ง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เฟียร์ก็ยิ้มออกมาอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่เธอจะกล่าวออกมา “ข้ายอมรับได้ แต่ข้าอยากจะขอเปลี่ยนเงื่อนไขสักเล็กน้อยจะได้หรือไม่เจ้าคะ” ประโยคของเฟียร์มันทำให้ฌอนสงสัยว่าเธอจะตั้งเงื่อนไขอะไร เขาก็พยักหน้าให้เธอนั้นได้พูดต่อ … 

    คล้ายกับเรื่องร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน