ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 94 : ค้นหาต่อไป

    ค้นหาต่อไป
    “จะว่าไปแล้ว มีสองสามคนที่ไม่คุ้นหน้า คนเหล่านี้คือ?” จิวตี้พลันถาม เมื่อมองไปที่เฟิ่งซูหาน เฟิ่งอี้เถิงและชายหนุ่มผู้หล่อเหลา
    จิวเชวี่ยหนิวยิ้มเล็กน้อย ตอบออกมา “ท่านบรรพบุรุษ ข้าขอแนะนำให้ท่านได้รู้จัก นี่คือบุรุษศักดิ์สิทธิ์ของรุ่นนี้ อวิ๋นลู่เฟิง และนี่คือสตรีศักดิ์สิทธิ์ของรุ่นนี้เฟิ่งซูหาน นี่ปู่ของนาง เฟิ่งอี้เถิง”
    “ไม่เลว” จิวตี้พยักหน้าชื่นชมเล็กน้อย อวิ๋นลู่เฟิงกับเฟิ่งซูหานต่างก็เป็นผู้ฝึกตนระดับราชาดวงดาวขั้นต้น ทั้งที่อายุยังน้อย
    ส่วนเฟิ่งอี้เถิงปู่ของเธอ เขาไม่ได้ให้ความสนใจ
    อวิ๋นลู่เฟิงกับเฟิ่งซูหานรีบก้มศีรษะลงด้วยความตื่นเต้น เมื่อได้รับคำว่า ‘ไม่เลว’ จากท่านบรรพบุรุษ
    จิวตี้เพ้งสายตามองเฟิ่งซูหานเล็กน้อย เขาก็มองเห็นเส้นสายบางอย่างจากร่างกายของเธอ
    ‘เส้นชะตากรรม!’ จิวตี้ตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปีที่เขาได้พบเส้นชะตากรรม
    เส้นชะตากรรมจะปรากฏก็ต่อเมื่อคนผู้หนึ่ง จะต้องเผชิญกับชีวิตที่ผกพัน พลิกผันเกินเปรียบในอนาคต
    ‘เด็กสาวผู้นี้...’ จิวตี้ลอบถอนหายใจ เธอคงจะต้องทุกข์ทรมานกับชะตากรรมในอนาคตที่เธอจำต้องเผชิญอย่างแน่นอน
    ‘ใครให้เจ้าเป็นคนของนิกายภูเขาเร้นลับกันล่ะ แม้ข้าจะช่วยป้องกันได้ไม่หมด แต่ก็ยังลดทอนมันลงได้อยู่บ้าง’ จิวตี้หลับตาลง ค้นหาบางอย่างในแหวนมิติ
    ทันใดนั้นเขาก็พบด้ายแห่งชะตากรรมสีแดงเข้ม มันคืออาวุธป้องกันระดับต่ำชิ้นหนึ่ง ถ้าเทียบเปรียบกับอาวุธในโลกนี้ มันจะถูกจัดว่าอยู่ในระดับกลาง
    จิวตี้ลืมตาขึ้นมา ก่อนที่จะโยนด้ายชะตากรรมไปให้เฟิ่งซูหาน
    เฟิ่งซูหานตกตะลึง แต่ก็รีบรับด้ายชะตากรรมมาอย่างรวดเร็ว
    “มันคือด้ายชะตากรรม อาวุธป้องกันระดับกลาง จะช่วยเจ้าได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเผชิญกับชะตากรรมที่ทุกข์ทรมานเท่าใด อย่าได้ย้อมแพ้ จงข้ามผ่านมันมาให้ได้” จิวตี้พูดช้าๆ
    ซึ่งคำพูดของเขา ทำให้ผู้อาวุโสหลายคนใบหน้าเปลี่ยนสี ทุกคนรู้แล้วว่าอนาคตข้างหน้าของเฟิ่งซูหานจะไม่ราบรื่น
    “ขอบคุณท่านบรรพบุรุษ” เฟิ่งซูหานเผยยิ้มขอบคุณ เธอตระหนกได้ดี แค่นี้เธอก็ทุกข์ทรมานมากอยู่แล้ว จะเจอเรื่องที่ทุกข์ทรมานมากกว่านี้ ก็ไม่เป็นไร
    ชัดเจนว่าเรื่องที่เธอต้องทุกข์ทรมานอยู่ตอนนี้ก็คือความรักที่ไม่สมหวัง
    อวิ๋นลู่เฟิงมองด้วยความอิจฉาเล็กน้อย ที่ท่านบรรพบุรุษให้ด้ายชะตากรรมกับเฟิ่งซูหาน แต่ไม่ได้ให้อะไรเขาเลย
    บอกตามตรงว่าเรื่องนี้ เขารู้สึกไม่พอใจอยู่ภายในใจ อย่างไรก็ตาม นอกจากรู้สึกไม่พอใจแล้ว เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้
    จิวตี้พยักหน้าอย่างเชื่องช้า ก่อนหันมองไปที่จิวซ่างไห่ “มีข่าวคราวใดหรือไม่?”
    จิวซ่างไห่ส่ายหน้าไปมา พลางประสานมือขอโทษ “เกรงว่าจะทำให้ท่านบรรพบุรุษผิดหวัง ไม่มีข่าวคราวใดเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าพวกเราจะส่งคนออกไปเป็นจำนวนมากแล้วก็ตาม”
    จิวตี้ต้องถอนหายใจออกมา นานจนป่านนี้แล้ว ก็ยังไม่มีข่าวคราวใดของท่านอาจารย์และพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องของเขา
    “หรือว่าสวรรค์จะไม่เปิดโอกาสให้พวกเราได้พบกันอีกครั้ง?” เขาพึมพำกับตัวเอง ส่ายหน้าไปมาอย่างผิดหวัง
    เฟิ่งซูหานกับเฟิ่งอี้เถิงมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าท่านบรรพบุรุษกับผู้อาวุโสใหญ่พูดเรื่องอะไรกัน
    ไม่เพียงแค่พวกเขาสองคนที่ไม่รู้ อวิ๋นลู่เฟิงก็ไม่รู้เช่นกัน
    ผู้อาวุโสสิบที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พวกเขาพูดบอกด้วยความหวังดี “ท่านบรรพบุรุษกำลังตามหาคนสี่คน ตามหามานานมากแล้ว เป็นเวลาหลายพันปี”
    “ตามหาคนสี่คน?” เฟิ่งซูหานสงสัย
    ผู้อาวุโสสิบพยักหน้า “เห็นว่าเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องกับท่านบรรพบุรุษ ประกอบด้วย ท่านหลินเฉิน ท่านฉินอี้ ท่านหวังมู่และท่านไป๋ฮ่าว”
    “ท่านหลินเฉิน?” เฟิ่งซูหานถึงกับชะงักไปเพราะชื่อนี้ แต่เธอก็ไม่ได้คิดว่าท่านหลินเฉินที่ท่านบรรพบุรุษกำลังตามหาคือหลินเฉินคนที่เธอรักข้างเดียวเรื่อยมา
    เพราะหลินเฉินในสายตาของเธอเป็นเพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น นอกจากนี้เขายังหายตัวไป ไม่ปรากฏให้เห็นที่ไหนเลยในหกปีมานี้
    “ค้นหาต่อไป” ในเวลานี้เองที่จิวตี้ออกคำสั่ง
    “น้อมรับคำสั่งท่านบรรพบุรุษ” ผู้อาวุโสใหญ่และคนอื่นๆ ต่างก้มศีรษะรับคำ
    “เอาล่ะ ไหนๆ ก็ไม่ได้เจอกันมาในรอบร้อยปี มาเถอะ มาร่ำสุราเมรัยกันเสียหน่อย!” จิวตี้พลันหัวเราะออกมา
    จากนั้นบรรยากาศภายในห้องก็เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง สุราชั้นดี อาหารเลิศรสต่างถูกยกเข้ามาในห้องไม่ขาดสาย
    เวลาผ่านไปจนการเฉลิมฉลองจบลง ภายในห้องหลงเหลือเพียงจิวตี้ จิวเชวี่ยหนิวประมุขนิกาย และผู้อาวุโสใหญ่นิกายจิวซ่างไห่
    “ในช่วงนี้ อีกสามนิกายมีความเคลื่อนไหวหรือไม่?” จิวตี้ถามออกมา แม้เรื่องนี้จะไม่สำคัญ แต่เขาก็อยากที่จะรู้ความเป็นไปของนิกายเหล่านี้อยู่บ้าง
    จากคำพูดของเขา ที่ถามถึงอีกสามนิกาย เป็นที่แน่นอนว่านิกายที่ซ่อนอยู่ในประเทศจีน ไม่ได้มีเพียงนิกายภูเขาเร้นลับเท่านั้น ยังมีอีกสามนิกายอยู่
    ซึ่งทั้งสามนิกายนั้น ถึงจะมีประวัติไม่ยาวนานเท่านิกายภูเขาเร้นลับ แต่ก็ล้วนก่อตั้งมามากกว่าพันปีทั้งสิ้น
    และความแข็งแกร่งของนิกายก็ไม่ได้ด้อยกว่านิกายภูเขาเร้นลับเลย แน่นอนว่าในกรณีที่ไม่นับจิวตี้
    หากนับจิวตี้ อีกสามนิกาย ไม่แม้จะเทียบกับนิกายภูเขาเร้นลับได้ เรียกได้ว่าต่อหน้าจิวตี้ อีกสามนิกายเป็นได้เพียงมดเท่านั้น
    สำหรับตัวตนอย่างจิวตี้ คำว่ามดยังถือว่าให้เกียรติอีกสามนิกายด้วยซ้ำ
    “นิกายหมอกหิมะกับนิกายเพลิงสวรรค์ไม่มีความเคลื่อนไหวใด แต่นิกายวายุโลหิต ดูเหมือนว่าจะเริ่มส่งลูกศิษ์ออกมาหาประสบการณ์ในโลกภายนอก” จิวเชวี่ยหนิวตอบ
    “ที่แท้เป็นเช่นนี้ ความคิดนี้ไม่เลว” จิวตี้พยักหน้า จากนั้นก็ยิ้ม “แต่เกรงว่าคนพวกนี้จะทำให้เกิดปัญหา”
    จิวซ่างไห่กับจิวเชวี่ยหนิวเห็นด้วยกับคำพูดของจิวตี้ ลูกศิษย์ของนิกายวายุโลหิตต้องมีจำพวกเย่อหยิ่ง ไม่เห็นคนธรรมดาอยู่ในสายตาอย่างแน่นอน
    เมื่อเป็นแบบนี้ ย่อมทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาไม่มากก็น้อย
    “พวกนี้จะทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ ไม่ต้องไปใส่ใจ แค่ไม่มายุ่งกับอาณาเขตของพวกเราก็พอ” จิวตี้บอกอย่างไม่ใส่ใจ
    จิวเชวี่ยหนิวกับจิวซ่างไห่พยักหน้าเข้าใจ
    “มีอะไรอยากจะพูดรึเปล่า?” จิวตี้สังเกตุสีหน้าของคนทั้งสอง ดูเหมือนว่าจะมีอะไรอยากที่จะพูด แต่ไม่มีความกล้าที่จะพูดออกมา
    จิวเชวี่ยหนิวลังเลอยู่สักพักก็พูดออกมา “ท่านบรรพบุรุษ ครั้งนี้ท่านจะอยู่นานเท่าใด?”
    จิวตี้ลูบคางคิดเล็กน้อย ค่อยเผยรอยยิ้มออกมา “ซ่างไห่จะสิ้นอายุไขอีกร้อยปี ส่วนเจ้าก็สองร้อยปี ครั้งนี้ข้าจะอยู่กับพวกเจ้าไปจนกว่าจะสิ้นอายุไขเอง”
    “ท่านบรรพบุรุษ!” จิวเชวี่ยหนิวกับจิวซ่างไห่ต่างก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหล ชั่วชีวิตของพวกเขาไม่เคยขออะไร พวกเขาขอเพียงได้ยืนอยู่เคียงข้างท่านบรรพบุรุษจนชั่วชีวิตจะหาไม่!
    แม้ว่าจะไม่รู้ต้นกำเนิดที่มาของท่านบรรพบุรุษแน่ชัด แต่ก็ชัดเจนว่าเขาไม่ใช่คนของโลกนี้
    บางทีเขาอาจจะเป็นเทพบนสวรรค์ที่ลงมาจุติ ถึงได้มีชีวิตอยู่มาอย่างเนิ่นนานหลายพันปี โดยที่รูปลักษณ์ไม่เปลี่ยน ไม่แก่ ไม่ตาย ราวกับว่าเขาเป็นอมตะ!
    จบบทที่ 94

    คล้ายกับเรื่องยอดคุณพ่อขั้นเทพ ที่คุณอ่าน