“หนึ่งร้อยเหวิน? มากเกินไปแล้ว พวกเขาจะคู่ควรกับเงินมากมายเช่นนั้นงั้นหรือข้าว่าให้แค่สองเหวินก็พอแล้ว!” เจียงซื่อรีบพึมพำเสียงต่ำ
“ข้าบอกว่าหนึ่งร้อยก็ต้องหนึ่งร้อยเหวิน ไปเอาเงินมาให้พวกเขา!” กู้อันขมวดคิ้วตวาดเสียงดัง
เจียงซื่อจำใจเดินไปหยิบเงิน ระหว่างเดินนางก็พึมพำไปตลอดทาง ทั้งกระแทกเท้าเสียงดังทั้งชนโต๊ะชนเก้าอี้โครมคราม
กู้อันโดนเสียงรบกวนจนขมวดคิ้วแน่น โบกมือไล่กู้ฉางสุ่ยทันที “ได้ของที่้าแล้วพวกเ้าออกไปเสีย”
กู้ฉางสุ่ยไม่พูดอะไรอีก ดึงมือเถียนฮวนแล้วเดินออกไป
พอกลับมาถึงห้อง กู้ฉางสุ่ยก็ถอนหายใจเบา ๆ “เก็บของเถอะ อย่างไรก็ต้องไปอยู่ดี”
เถียนฮวนพยักหน้า ทั้งคู่จึงเริ่มเก็บของอย่างเงียบๆ
ของของกู้ฉางสุ่ยก็ไม่ได้มีอะไรมาก มีแค่เสื้อผ้าเก่าๆ ที่ถูกซักจนสีซีดไม่กี่ชิ้นกับผ้าห่มบางๆ หนึ่งผืนม้วนรวมกันแล้วใช้ผ้าปูเตียงห่อจนกลายเป็ห่อผ้าใบโต
ส่วนของเถียนฮวนยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่
นางเพิ่งแต่งเข้ามาได้แค่สี่วัน ยังไม่ได้ซื้อสิ่งใดเพิ่ม ดังนั้นนางแค่จัดห่อผ้าเล็กๆที่เตรียมมาตอนแต่งเข้าบ้านใหม่ให้เรียบร้อย แล้วใส่ตำราแพทย์ของบิดาที่เอามาจากบ้านตระกูลถังลงไปเท่านี้ก็เก็บของเสร็จ
พอแบกห่อผ้าออกจากห้อง ก็เห็นกู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์เดินเข้ามาคนละมือหิ้วกระสอบป่านมาด้วยคนละใบวางลงกับพื้นเสียงดัง แล้วกู้ฮวาจือก็เอ่ยเสียงเ็า
“นี่คือข้าวสารยี่สิบจิน[1] น้ำมันสองจิน กับเกลือ น้ำตาล น้ำส้มสายชู อย่างละนิดอย่างละหน่อย ของพวกนี้กินได้เกินเดือนแน่นอนเราแยกบ้านแล้วยังต้องเลี้ยงดูพวกท่าน นี่ก็ถือว่าช่วยจนถึงที่สุดแล้ว อย่าหน้าด้านกลับมาขออะไรอีก!”
ตอนนั้นเจียงซื่อก็ออกมาพอดี นางโยนถุงเงินหนักอึ้งมาใส่ตรงหน้า
“เงินหนึ่งร้อยเหวิน เอาไปแล้วก็ไปซะ!”
เถียนฮวนก้มลงเก็บถุงเงินขึ้นมา แล้วเปิดออก เทเหรียญทองแดงข้างในออกมาเริ่มนับทีละเหรียญ
เจียงซื่อสีหน้าเปลี่ยน “เหตุใดเ้าทำเช่นนี้ เ้าไม่เชื่อข้าหรือ”
“ถ้าท่านแม่ใส่มาครบแล้ว เราจะนับกี่รอบก็ไม่เกี่ยวอะไรกับท่านแม่อยู่แล้วนี่เ้าคะ”เถียนฮวนสวนกลับอย่างไม่เกรงใจ
“พวกเ้าไม่ไว้ใจข้าใช่หรือไม่!” เจียงซื่อโวยลั่น “ในเมื่อเป็แบบนี้ งั้นข้าไม่ให้แล้วคืนเงินมาเดี๋ยวนี้!”
นางเงื้อมือขึ้นเตรียมพุ่งเข้ามาจะแย่งเงินคืน กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ก็รีบตามมาสมทบแค่มองท่าทางก็รู้ว่ามีพิรุธแน่นอน
“สามี!”
เถียนฮวนร้องออกมาอย่างรีบร้อน
กู้ฉางสุ่ยพุ่งตัวมาขวางไว้ทันที กางแขนกันนางออกห่างจากแม่กับน้องสาว
เถียนฮวนก็ไม่รอช้า เทเหรียญทั้งหมดลงกับพื้นต่อหน้าทุกคน แล้วเริ่มนับเสียงดัง“หนึ่ง สอง สาม...”
ท่ามกลางเสียงโวยวายของสตรีทั้งสาม เถียนฮวนก็นับเงินเสร็จพอดี และในจังหวะนั้นเองกู้อันก็เดินออกมาจากในบ้าน นางจึงเอ่ยฟ้องทันที
“ท่านพ่อ เงินที่ให้มามีแค่เก้าสิบเหวิน ขาดไปสิบเหวินเ้าค่ะ”
ใบหน้ากู้อันพลันมืดลง
“เ้าเอาเงินสิบเหวินมาให้พวกเขาเดี๋ยวนี้”
“อย่าไปฟัง นางโกหก! ข้าให้ไปครบแน่นอน เป็นางเองต่างหากที่แอบซ่อนไว้ แล้วกลับมาใส่ร้ายว่าข้าขี้โกง!”เจียงซื่อะโโต้ทันควัน
เถียนฮวนยกมือขึ้นทันที “เราสองคนไม่มีเงินติดตัวแม้แต่เหวินเดียว ถ้าท่านแม่ไม่เชื่อจะค้นตัวดูก็ได้นะเ้าคะ”
สีหน้ากู้อันยิ่งขรึมลงกว่าเดิม “ข้าให้ไปเอามาให้ก็เอามาเถอะ เงินแค่สิบเหวินจะไปเสียดายอะไรนักหนา!”
เจียงซื่อบ่นพึมพำไม่หยุด แต่สุดท้ายก็ล้วงเงินสิบเหวินจากอกเสื้อมาโยนลงพื้นอย่างไม่พอใจ
เถียนฮวนไม่พูดไม่จา ก้มลงเก็บเหรียญทั้งหมดขึ้นมาใส่ถุงอย่างเรียบร้อย จากนั้นก็พยักหน้าให้กู้ฉางสุ่ย
“เราไปกันเถอะ”
“เดี๋ยวก่อน!”
แต่ทั้งสองเพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน กู้ฮวาจือก็ร้องลั่นขึ้น แล้ววิ่งเข้ามาขวางหน้า
กู้ฉางสุ่ยหยุดฝีเท้า “มีอะไรอีก”
“เปิดห่อผ้าออกให้เราตรวจหน่อย!” กู้ฮวาจือะโลั่น
กู้ฮวาเย่ว์ก็รีบพยักหน้า “ใครจะรู้ว่าพวกท่านขโมยของจากบ้านไปซ่อนในห่อหรือเปล่าของพวกนั้นเป็ของของบ้านตระกูลกู้ จะให้พวกท่านหอบเอาไปได้อย่างไร”
“ได้เลย!” เถียนฮวนยิ้มบางๆ
รอยยิ้มของนางทำให้สองพี่น้องถึงกับขนลุกซู่.
..รอยยิ้มแบบนี้ ไม่มีทางเป็เื่ดีแน่!
ทันใดนั้น เถียนฮวนก็ยกมือผลักทั้งสองคนออกไปด้านข้าง แล้วเดินไปผลักบานประตูออกกู่ร้องเสียงดังลั่น
“พี่น้องในหมู่บ้าน ฟังทางนี้หน่อยเ้าค่ะ!”
“เ้าทำอะไรของเ้า!”
คนทั้งบ้านหน้าซีดทันที
เจียงซื่อรีบะโ “ปิดประตูเข้าไว้! อย่าให้พวกเขาบ้าไปมากกว่านี้!”
ทว่าหลังจากเถียนฮวนผลักประตูใหญ่แล้ว นางก็รีบยึดบานประตูข้างหนึ่งไว้แน่น ทั้งยังส่งสายตาให้กู้ฉางสุ่ยด้วยกู้ฉางสุ่ยจึงรีบเดินไปยืนดักประตูอีกด้านทันที
สองคนยืนตรึงประตูไว้ไม่ยอมให้ปิด ในขณะเดียวกัน ก็เริ่มมีเสียงฝีเท้าคนเดินมาจากรอบทิศ
หมู่บ้านนี้สงบเงียบมาช้านาน แค่มีเสียงผิดปกตินิดหน่อยก็เรียกคนได้มากมาย แล้วนี่เถียนฮวนถึงขั้นะโเสียงดังขนาดนั้นคนจะไม่ออกมาดูได้อย่างไร
ในเวลาไม่นาน ผู้คนจากบ้านใกล้เรือนเคียงก็แห่มากันเต็มหน้าบ้าน
เมื่อเห็นว่าผู้ชมมามากแล้ว เถียนฮวนก็เดินออกมายืนตรงหน้า ยกมือคารวะพร้อมกล่าวเสียงดัง
“ทุกท่าน ข้าชื่อเถียนฮวน เป็ภรรยาของกู้ฉางสุ่ยที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านเมื่อสี่วันก่อนวันนี้พวกเราจะต้องแยกบ้านจากบ้านเดิม เพื่อความยุติธรรมและป้องกันข้อครหาในภายหลังจึงขอเชิญทุกท่านมาเป็พยานให้พวกเราด้วยเ้าค่ะ”
พูดจบ นางก็ปลดห่อผ้าออกจากหลัง แล้วเปิดออกด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะเทสิ่งของทั้งหมดลงพื้น
เสียงข้าวของตกกระทบพื้นดังกราว เถียนฮวนก็ย่อตัวลง ปูผ้าห่อผ้าให้เรียบร้อย จากนั้นค่อยๆเก็บของแต่ละชิ้นกลับวางเรียงบนผ้าอย่างตั้งใจ
“ของชิ้นนี้คือเสื้อผ้าที่ข้าเอามาจากบ้านท่านลุง...นี่คือปิ่นเงินที่ท่านแม่ของข้าให้เป็สินเดิม...ส่วนหนังสือพวกนี้คือตำราแพทย์ที่ท่านพ่อทิ้งไว้ให้...”
นางแสดงหนังสือให้ทุกคนดู
“ทุกท่านดูให้ชัด ตำราเล่มนี้ไม่มีสิ่งใดซุกซ่อนเลย ข้างในมีเพียงบันทึกของท่านพ่อข้าเท่านั้น”
เมื่อเปิดจนครบทุกเล่ม นางก็หันไปยิ้มให้พ่อแม่สามี
“ท่านพ่อ ท่านแม่ หากพวกท่านคิดว่ามีของใดที่เป็ของบ้านหลังนี้ก็เชิญมาตรวจสอบได้เลย”
สีหน้าของกู้อันดำคล้ำลงทันตา ส่วนเจียงซื่อก็หน้าแดงก่ำ นางรีบเข้ามาดึงเถียนฮวนออกไป
“กลางวันแสกๆ เ้าจะบ้าหรือไร ยังจะมาทำแบบนี้อีก รีบเข้ามาข้างใน!”
แต่เถียนฮวนปัดมือของนางออก
“ก็ไม่ใช่เพราะท่านกลัวว่าเราจะแอบหยิบของในบ้านไป จึงให้น้องสาวสามีตรวจของทีละชิ้นมิใช่หรือไหนๆ จะตรวจทั้งทีก็ให้ทุกคนช่วยดูเสียหน่อย อย่างน้อยหากวันหลังบ้านหลังนี้ทำของหายจะได้ไม่โยนความผิดมาที่พวกเรา ต่อให้ข้ามีปากอีกสิบปากก็อธิบายไม่ไหวอยู่ดี!”
เมื่อเถียนฮวนจัดของของตนเองเสร็จ ก็หันไปบอกกู้ฉางสุ่ยว่า
“ตาท่านแล้ว”
[1] จิน หน่วยชั่งน้ำหนักในระบบจีนโบราณ 1 จิน เท่ากับ 500 กรัม