ผู้ช่วยที่คาดไม่ถึง
แม้จะเลือกได้แล้วแต่สองศิษย์อาจารย์ก็ไม่สามารถทำสัญญากับเด็กสาวในรายการได้ในทันทีเพราะว่าพวกเธอนั้นยังไม่ได้อ่านรายละเอียดของสัญญาที่อีกฝ่ายเรียกร้อง
เด็กสาวคนนี้เป็นลูกหลานสายนอกไม่ใช่ข้ารับใช้ของตระกูลทำให้พวกเธอไม่สามารถว่าจ้างได้ตามความต้องการหรือซื้อตัวได้ตามความพอใจ
แต่ต้องทำตามข้อเรียกร้องของอีกฝ่ายด้วยค่าความดีความชอบ 25 แต้มนี้ก็ไม่ใช่ค่าจ้างแต่เป็นค่าทำสัญญาที่ฝ่ายเด็กสาวเรียกร้องเป็นค่าตอบแทนล่วงหน้าเท่านั้น
“ดูนี่สิคะท่านอาจารย์! ค่าความดีความชอบ25 แต้มนี้ไม่ใช่ของปีเดียวนะคะ! แต่เป็นของ 5 ปี!!”
เสียงร้องของมิซ่านั้นทำให้ซีต้าต้องหันกลับไปมองรายละเอียดอีกครั้งก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจและเข้าใจว่าทำไมเด็กสาวที่มีคุณสมบัติที่ไม่เลวคนนี้ถึงยังหลงเหลืออยู่ในรายการได้
“5 ปีสำหรับ 25 แต้ม ก็ตกปีละ 5 แต้มเท่านั้นราคาถูกมาก ทว่า..5 ปีมันออกจะนานไปบ้างสำหรับคนทั่วไป”
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เด็กสาวเป็นลูกหลานสายนอกไม่ใช่ข้ารับใช้รายละเอียดในส่วนนี้หมายถึงกำหนดการว่าจ้างที่ไม่อาจยกเลิกได้ตามใจหากฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่งมีความคิดที่จะยกเลิกสัญญาจ้างก็ต้องจ่ายค่าผิดสัญญาซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าค่าทำสัญญาณมาก
เมื่อคิดถึงระยะเวลา5 ปีที่เด็กสาวเรียกร้องก็ไม่น่าแปลกถ้าจะไม่มีใครกล้าเลือกเธอ
“มีใครเคยทำสัญญากับเด็กคนนี้หรือยัง”
เมื่อได้ยินคำถามของซีต้าสีหน้าของหญิงสาววัยกลางคนก็เปลี่ยนไป เธอยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยท่าทีที่เข้าใจและรีบตรวจสอบข้อมูลให้ก่อนจะส่ายหน้า
“ยังไม่มีค่ะ แต่ก็ไม่ต้องกลัวหรอกนะคะทางเราเองก็มีดวงตาแห่งความสัตย์..รับรองว่าเด็กคนนี้ไม่ได้พยายามหลอกเพื่อเอาค่าผิดสัญญาแน่”
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ไม่ได้ทำให้ซีต้าประหลาดใจอะไร เธอเพียงอยากรู้เท่านั้นว่ามีการว่าจ้างไปก่อนแล้วหรือไม่หากมีเช่นนั้นก็แสดงว่าเด็กสาวต้องมีความผิดปกติบางอย่างและเธอก็ไม่ได้คิดถึงการหลอกเอาค่าผิดสัญญาใดๆเพราะเธอนั้นเป็นปรมาจารย์ผู้รักษาจึงทราบดีว่าตระกูลของเธอนั้นมีมาตรการใดบ้างในการป้องกันกลโกงเหล่านี้
จะมีก็เพียงมิซ่าที่เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมหญิงสาววัยกลางคนถึงพูดแบบนี้ออกมา
รายละเอียดเกือบทั้งหมดของเด็กสาวถูกเปิดเผยออกมาตรงหน้าแล้วไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้องต่างๆ จนไปถึงเงื่อนไขบางอย่างที่เด็กสาวปฏิเสธ
“ไม่ขอเป็นบ่อพลัง..นี่คืออะไรคะท่านอาจารย์..”
หนึ่งในเงื่อนไขที่ถูกลงไว้ในรายการนั้นมีข้อห้ามข้อหนึ่งที่ทำให้มิซ่าสงสัยเพราะคำอธิบายที่มีความหมายเฉพาะทางเกินไปซึ่งเธอไม่เข้าใจ
ทว่าซีต้านั้นเข้าใจดีเช่นเดียวกับหญิงสาววัยกลางคนที่เข้าใจจึงยิ้มออกมาแบบเขินๆ ให้กับคำถามของเด็กสาวที่ไร้เดียงสาเช่นมิซ่า
“เจ้าก็รู้ดีมิซ่าทายาทบุรุษของตระกูลเราฝึกฝนวิชาลับเฉพาะวิชานี้สามารถดูดซับพลังจากสตรีที่ร่วมรักได้และคำเรียกขานเหล่าสตรีที่มีหน้าที่ให้บุรุษดูดซับพลังก็คือบ่อพลังเงื่อนไขข้อนี้หมายความว่าเธอไม่ต้องการเป็นบ่อพลังของใครยังไงละ..ไม่น่าแปลกเลยที่เด็กคนนี้จะไม่ถูกเลือก”
พูดจบซีต้าก็ถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าถอนหายใจออกมาด้วยความอ่อนใจหรือความเห็นใจกันแน่หญิงสาววัยกลางคนก็มีท่าทีคล้ายๆกันทำให้ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมาสบตากันแล้วยิ้มให้กันอย่างคนที่เข้าใจในชะตากรรมของทายาทสตรีที่อ่อนแอ
เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวคนนี้อ่อนแอมากขาดที่พึ่งพิงทั้งยังเป็นกำพร้าทั้งที่เป็นแบบนั้นเธอก็ยังยึดมั่นในศักดิ์ศรีของตัวเองและไม่ยินยอมเป็นบ่อพลังของบุรุษที่อาจจะทำให้ชีวิตของเธอสุขสบายกว่านี้
ไม่ว่าจะด้วยสถานะของลูกหลานนอกก็ช่างหรือฐานะทางการเงินที่ย่ำแย่ก็ตามทว่าเด็กสาวคนนี้ก็ยังพยายามดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอด
เพียงแค่เรื่องนี้ซีต้าก็รู้สึกว่าเธอต้องเลือกเด็กคนนี้ให้ได้เพราะเธอรู้ดีว่ากัสนั้นไม่มีความจำเป็นที่ต้องการสตรีเช่นนั้นเธอจึงมั่นใจว่าเขาจะไม่ปฏิเสธเด็กสาวคนนี้แน่
“พวกเราตกลงแล้ว..ขอเลือกเด็กคนนี้แหละรบกวนติดต่อให้ด้วย”
“ทราบแล้วค่ะ..ติดต่อสำเร็จ ดูเหมือนเด็กคนนี้ก็ร้อนใจเหมือนกันนะคะเนี่ยสะดวกนักคุยกันวันไหนคะ”
ซีต้านิ่งคิดไปชั่วขณะก่อนจะตัดสินใจพูดคุยให้เร็วที่สุดไปเลยเพื่อที่จะได้มั่นใจว่าเธอนั้นจะได้กำลังคนไปช่วยงานกัสแน่ๆเพราะไม่ว่ายังไงโอกาสที่อีกฝ่ายจะปฏิเสธก็ใช่ว่าจะไม่มี
“ตอนนี้เลยได้ไหม”
พอได้ยินคำตอบหญิงสาววัยกลางคนก็ดูตกใจหากบอกว่าเด็กสาวในคำขอร้อนใจแล้วละก็ผู้ว่าจ้างคนนี้ยังดูร้อนใจกว่าเสียอีกทำให้เธออดแปลกใจไม่ได้แต่ก็ทำตามที่ขอโดยไม่พูดอะไร
“ได้รับคำตอบแล้วค่ะ อีกสักครู่เด็กคนนั้นจะมาถึงโปรดรอสักครู่นะคะ”
ซีต้ากับมิซ่าพยักหน้ารับพลางรับน้ำชากับของว่างที่หญิงสาววัยกลางคนนำออกมาเสิร์ฟในขณะที่ต้องรอให้เด็กสาวในคำขอเดินทางมาถึงเพื่อเริ่มต้นการเจรจาเพื่อทำสัญญากับจริงๆ
นี่นับเป็นจุดที่แตกต่างจากการยืมตัวข้ารับใช้หรือซื้อตัวข้ารับใช้มันยุ่งยากกว่ามากทว่ามันก็มีข้อดีอยู่มากนั่นคือการที่อีกฝ่ายจะมีผลประโยชน์ร่วมกับผู้ว่าจ้างเพราะสิ่งที่พวกเขาต้องมอบให้ไม่ใช่ค่าจ้างแต่เป็นส่วนแบ่ง
ด้วยการแบ่งผลประโยชน์เช่นนี้จึงไม่น่าแปลกหากอีกฝ่ายจะยินดีทำตามที่สั่งอย่างสุดกำลังเพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนที่มากขึ้นเพราะว่ายิ่งพยายามเท่าไหร่ผู้ถูกจ้างก็จะได้ผลตอบแทนมากขึ้นเท่านั้น
สองศิษย์อาจารย์รอคอยไม่นานนักเด็กสาวในคำขอก็มาถึงเธอวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีที่เร่งรีบอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นใบหน้าที่แดงระเรื่อหรือลมหายใจที่หอบถี่
และทันทีที่เธอเห็นซีต้ากับมิซ่าสีหน้าของเด็กสาวก็ดูดีขึ้นมากเพราะเธอเข้าใจว่าผู้ว่าจ้างนั้นเป็นผู้หญิงสมควรที่จะไม่มีปัญหาอะไรมากนักและน่าจะเห็นใจผู้หญิงด้วยกันบ้างข้อเรียกร้องที่เป็นปัญหาที่สุดของเธอสมควรที่จะผ่านไปได้ด้วยดี
“โรส วิปเทล ยินดีที่ได้พบค่ะท่านหญิง”
“ซีต้า มิลเลอร์จ้ะ นั่งก่อนสิ”
“มิซ่า แบล็กแฟนท่อม ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่สาว”
คำทักทายที่อบอุ่นนี้ทำให้หัวใจของเด็กสาวผ่อนคลายลงอีกมากก่อนจะนั่งลงตามคำเชิญของซีต้าจากนั้นจึงเริ่มพูดถึงข้อเรียกร้องทั้งหมดในสัญญา
“ข้าอ่านข้อเรียกร้องของเจ้าแล้วและไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้นแต่ข้ามีเรื่องที่ต้องบอกเจ้าอยู่เรื่องหนึ่งนั่นคือ..เป้าหมายในการบุกเบิกของพวกเราคือดันเจี้ยนสรวงสวรรค์สีเขียว..หากเจ้ามีปัญหาอะไรก็สามารถบอกได้”
พริบตาที่ได้ยินชื่อของดันเจี้ยนที่ซีต้าจะไป สีหน้าของโรสก็เปลี่ยนไปในทันทีสายตาของเธอนั้นสั่นไหวและเต็มไปด้วยความผิดหวังแต่ว่ามันก็เต็มไปด้วยความลังเลใจเพราะนี่เป็นผู้ว่าจ้างรายแรกที่ติดต่อมาหลังจากที่เธอรอมาตลอดทั้งปี
“ดันเจี้ยน..ดันเจี้ยนแห่งนั้นคือ..ดินแดนแห่งการเกษตรนะหรือคะ”
“ใช่..มันอาจจะผิดจากที่เจ้าหวัง แต่ถ้าเจ้าไม่มีปัญหาอะไรข้าเองก็ยินดีทำสัญญากับเจ้าตามกำหนดโดยไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ”
ยิ่งได้ยินคำพูดนี้สีหน้าของเด็กสาวก็ดูแย่ขึ้นไปอีก เธอสับสนและลังเลใจเธออยากได้รับการว่าจ้างเพื่อนำเอาค่าความดีความชอบไปใช้ในเรื่องที่สำคัญ
ทว่าเป้าหมายของเธอนั้นคือการเป็นผู้แข็งแกร่งและดันเจี้ยนสรวงสวรรค์สีเขียวก็ได้ชื่อว่าหลุมฝังนักรบอีกด้วย
นอกจากเหล่านักรบที่ปลดเกษียณตัวเองแล้วก็ไม่มีนักรบหนุ่มสาวที่ไหนเลือกเส้นทางนี้เลยสักคนเพราะเป็นที่รู้กันว่าภายในดันเจี้ยนแห่งนั้นไม่มีการต่อสู้จึงยากที่จะขัดเกลาทักษะฝีมือได้
ซีต้าลอบสังเกตปฏิกิริยาตอบสนองของเด็กสาวอย่างใจเย็นเธอไม่รีบร้อนเร่งเอาคำตอบจากเด็กสาวตรงหน้าหากแต่เฝ้ามองและพยายามมองหาจุดประสงค์แอบแฝงที่เด็กสาวไม่ได้บอกเอาไว้ในรายละเอียด
สายตาของเธอนั้นแหลมคมแค่ไหนคงไม่ต้องมีใครบอกสายตาของผู้รักษานั้นแหลมคมเสมอเพราะมันเป็นทักษะหลักในการทำงานของพวกเธอ
พื้นฐานของการรักษาคือประสาทสัมผัสทั้งห้าตาดู หูฟัง จมูกรับกลิ่นเป็นสามประสาทสัมผัสที่ถูกใช้มากที่สุดในการวินิจฉัยโรคและอาการต่างๆหากไม่สามารถผ่านขั้นพื้นฐานนี้มาได้ก็จะไม่มีทางเลยที่จะกลายเป็นผู้รักษา 2 ดาวได้
คำพูดของซีต้านั้นทำให้โรสตกอยู่ในห้วงความคิดที่สับสนจนกระทั่งเธอรู้สึกตัวและพบว่าเวลาผ่านไปหลายนาทีแล้วเธอก็ตกใจจนร้อนรนทันที
ทว่าซีต้ากับมิซ่าก็ยังยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนทำให้โรสตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างที่เธอมองข้ามไปได้
‘ข้า..ข้าคงเห็นแก่ตัวมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว..ช่างเถอะ!5 ปี แค่ 5 ปีเท่านั้น ถือว่าขัดเกลาร่างกายและพื้นฐานให้แข็งแกร่ง!!’
หลังจากคิดไปหลายตลบและมั่นใจว่าหากเธอปฏิเสธข้อเสนอจากหญิงสาวที่ใจดีคนนี้ไปเธออาจจะไม่มีวันได้รับข้อเสนอที่เต็มไปด้วยความเมตตาแบบนี้อีกก็เป็นได้ทำให้โรสตัดสินใจยอมพักความฝันของเธอเอาไว้ก่อน
“ตกลงค่ะ! ต่อจากนี้ข้าขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ!!”
“ยินดีจ้ะข้าเองก็ดีใจที่ได้เด็กดีอย่างเจ้ามาช่วยงาน..แต่บอกไว้ก่อนนะว่าเจ้านายจริงๆของเจ้าไม่ใช่ข้า แต่เป็นหลานชายของข้าเอง”
โรสหน้าเปลี่ยนสีไปในทันที แต่เธอก็ตอบรับไปแล้วทำให้ไม่กล้าที่จะปฏิเสธในตอนนี้ซีต้าเองก็ลอบสังเกตมาตลอดจึงยิ้มน้อยๆแล้วให้คำรับรองที่ทำให้หัวใจของเด็กสาวสงบลงออกมาในที่สุด
“ไม่ต้องห่วงเขาไม่ทำอะไรเจ้าแน่..หลานชายของข้าเป็นเด็กดีและมีคนรักมากพอแล้วเขาไม่ต้องการคนรักเพิ่ม แต่กำลังขาดคนช่วยงาน ขอเพียงเจ้าขยันทำงานข้ามั่นใจว่าเด็กคนนั้นจะไม่มีวันรังแกเจ้าแน่”
คำมั่นสัญญานี้ซีต้าพูดออกมาอย่างจริงจังเป็นพิเศษซึ่งทำให้โรสมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นอย่างมากและดูเบาใจลงในที่สุด
“ถ..ถ้างั้นก็ตกลงค่ะ ขออภัยด้วยนะคะที่ทำให้ลำบาก”
“ไม่เป็นไร..เด็กแบบเจ้า ข้าเห็นมาเยอะข้าพอจะรู้ว่ามันยากลำบากขนาดไหนที่ต้องดิ้นรนตามลำพัง..ต่อจากนี้มีอะไรก็ปรึกษาข้าได้นะคิดเสียว่าข้าเป็นญาติผู้ใหญ่ของเจ้าก็ได้”
ความเมตตานี้ทำให้ดวงตาของเด็กสาวแดงระเรื่อขึ้นมาเธอแทบจะร้องไห้ออกมาหากแต่ยังฝืนตัวเองไว้ไม่ให้น้ำตาไหลจากนั้นจึงยิ้มรับและกล่าวแสดงความขอบคุณออกมาอีกหลายต่อหลายครั้ง
ต่อจากนั้นการเจรจาก็ดำเนินไปในทิศทางที่ราบรื่นอย่างมากข้อเสนอทุกอย่างของเด็กสาวนั้นเป็นไปตามกำหนดขั้นพื้นฐานอยู่แล้วข้อเสนอของเธอนั้นออกจะต่ำไปด้วยซ้ำแทบจะเรียกได้ว่าเป็นข้อเรียกร้องขั้นพื้นฐานที่ทุกคนสามารถเรียกร้องได้
สิ่งนี้ยิ่งทำให้ซีต้าเห็นใจเด็กสาวมากขึ้นไปอีกจนยินดีปรับค่าตอบแทนจาก3 ส่วน เพิ่มเป็น 5 ส่วนให้
“ไม่ต้องห่วง..แบบนี้แหละดีแล้วหลานชายข้าไม่ใช่คนใจร้าย ถ้าเขารู้เรื่องของเจ้า เขาต้องทำแบบนี้แน่”
เมื่อได้รับความเมตตาขนาดนี้โรสก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะตอบแทนความเมตตาของซีต้าให้มากความมุ่งมั่นในการทำงานของเธอนั้นพวยพุ่งออกมาจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยทีเดียว
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณมาก!!”
เด็กสาวไม่อาจสรรหาคำพูดอื่นได้อีกแล้ว เธอกล่าวคำขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ทำให้หญิงสาววัยกลางคนถึงกับน้ำตาซึมกับภาพที่น่าประทับใจนี้มิซ่าเองก็ตาแดงแล้วเช่นกันทั้งยังลอบสูดน้ำมูกอยู่หลายครั้งเพื่อไม่ให้ตัวเองร้องไห้
จะมีก็เพียงซีต้าเท่านั้นที่รู้ว่านี่เป็นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ของกัสเธอนั้นสงสารโรสก็จริงแต่ก็ไม่ได้คิดที่จะสนับสนุนเธอเพราะสงสารหากแต่ทำลงไปเพื่อทำให้โรสมีใจที่จะทำงานมากขึ้นเท่านั้น
‘ข้าช่วยเจ้าได้แค่นี้เจ้าคงไม่ว่าข้าใช่ไหมกัส..’
บรรยากาศภายในห้องหมายเลข 5 นั้นเต็มไปด้วยความสุขทว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในหัวใจของซีต้ากลับเป็นความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถหาข้ารับใช้ให้กับกัสได้มากพอทั้งยังต้องลดค่าตอบแทนของเขาเพื่อเพิ่มกำลังใจให้กับเด็กสาวเพียงคนเดียวที่เธอหามาได้อีก
ต่อจากนั้นซีต้าก็บอกกำหนดการเดินทางรวมไปถึงสถานที่นัดหมายให้กับโรสได้รู้ก่อนจะบอกลากันด้วยรอยยิ้มจากนั้นซีต้าก็ถอนหายใจออกมาเบาๆจนทำให้มิซ่าถึงกับมีท่าทีประหลาดใจ
“มีปัญหาหรือคะอาจารย์..ทำไมถึงถอนหายใจแบบนี้ละคะ”
“เจ้าก็น่าจะรู้มิซ่า กัสอยากได้คนไปช่วยงานเยอะๆทว่าพวกเราหาได้คนเดียวเองแล้วแบบนี้จะไปสู้หน้าเขาได้ยังไง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้มิซ่าก็รู้สึกตัวและผิดหวังไปตามๆ กันแต่ถึงจะคิดเปลี่ยนใจก็สายไปแล้วเพราะสัญญาถูกสร้างขึ้นมาแล้วค่าความดีความชอบก็ถูกหักออกไปแล้วด้วยทำให้ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีก
ทว่าตัวเลือกนี้ก็นับเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้วในเมื่อรายการที่สามารถยืมตัวได้ด้วยค่าความดีความชอบ 25 แต้มนั้นมีเพียง 3 รายการ
และนี่คือรายการที่ดีที่สุดในตัวเลือกเหล่านั้น
“ถ้าพวกเราเอาค่าความดีความชอบของพวกเราให้กับท่านกัสได้ก็ดีสิคะ”
“เรื่องนั้นเกรงว่าคงทำไม่ได้หรอก..ถึงแม้ว่ามันจะมีวิธีส่งค่าความดีความชอบให้กันแต่ว่ากัสนะเป็นคนรุ่นเยาว์..เจ้าก็รู้ว่าตระกูลมีกฎที่ไม่ให้ส่งค่าความดีความชอบให้คนรุ่นเยาว์เพื่อป้องกันพ่อแม่ดูแลลูกมากจนเกินไปหรือต่อให้ข้าอยากใช้ค่าความดีความชอบของตัวเองซื้อตัวข้ารับใช้ให้แต่ผู้รักษาอย่างพวกเราก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งต่อข้ารับใช้ให้กับใครอื่นนอกจากครอบครัว”
สีหน้าของมิซ่าสลดลงในทันที ก่อนจะคิดขึ้นมาได้อีกครั้ง
“งั้นส่งให้ท่านอาไนน์เทลละคะจากนั้นให้ท่านอาซื้อข้ารับใช้ให้ท่านกัส”
พอได้ยินคำพูดนี้สีหน้าของซีต้าก็อ่อนลงเธอไม่โทษลูกศิษย์ที่พยายามคิดหาวิธีแต่ก็ได้วิธีที่ใช้ไม่ได้หากแต่อธิบายออกไปด้วยน้ำเสียที่อ่อนโยนดุจเดิม
“มิซ่า..ทายาทสตรีที่แต่งไปแล้วคือคนนอกเจ้าจำได้ใช่ไหมพี่สาวของข้านะแต่งให้ลอว์แล้ว ถือว่าเป็นคนนอกของบ้านข้าแล้วตามกฎนับได้ว่าเป็นคนอื่นไม่สามารถส่งค่าความดีความชอบให้ได้ด้วย”
กฎที่มีขึ้นเพื่อปกป้องผู้รักษาข้อนี้กลับกลายเป็นกฎที่ทำให้สองศิษย์อาจารย์ลำบากใจเป็นที่สุดเพราะพวกเธอนั้นเป็นผู้รักษาที่ไม่สามารถมอบค่าความดีความชอบหรือส่งมอบผลประโยชน์ให้ใครได้นอกจากคนในครอบครัว
กฎข้อนี้มีไว้ก็เพื่อไม่ให้ญาติๆมาใช้ความสัมพันธ์ขอยืมค่าความดีความชอบไปนั่นเองเพราะผู้รักษานั้นเป็นอาชีพที่ต้องเสียสละมากและทำให้ได้ค่าความดีความชอบสูงมากหากเทียบกับอาชีพอื่นจึงถูกญาติๆมาหยิบยืมได้ง่าย
แต่พอมีกฎข้อนี้ออกมาผู้รักษาก็กลายเป็นที่รักของเหล่าบุรุษในทันทีเพราะรู้ดีว่าหากแต่งงานกับผู้รักษาก็จะมีโอกาสได้หยิบยืมค่าความดีความชอบที่มากมายมหาศาลไปด้วย
“ถ้าเช่นนั้นให้ข้าซื้อแทนได้ไหมคะ ยังไงข้าก็กำลังจะแต่งงานกับท่านกัสแล้ว”
“เรื่องนั้นก็เป็นไปไม่ได้..มิซ่า ความดีความชอบของเจ้านะมีน้อยว่ากัสอีกนะนี่ยังไม่ได้พูดถึงการแต่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าเจ้าจะอายุ 15 เลย”
เมื่อได้ยินแบบนั้นใบหน้าของมิซ่าก็แดงก่ำขึ้นมาในทันทีเพราะเธอลืมไปว่าตัวเธอนั้นเพิ่งจะเป็นผู้รักษา1 ดาวได้เพียง 2 ปีเศษเท่านั้นเอง
ความดีความชอบทั้งหมดที่เธอมีนั้นเกือบทั้งหมดถูกใช้ไปกับการซื้อวิชาความรู้จากตำหนักผู้รักษาจึงแทบไม่มีเหลือให้ใช้จ่ายเพื่อครอบครัวด้วยซ้ำ
ไม่ว่าจะพยายามยังไงสุดท้ายก็ไม่สามารถหาค่าความดีความชอบมาเพิ่มได้ทำให้สองศิษย์อาจารย์ทำได้เพียงถอนหายใจและเดินทางกลับไปเท่านั้น
ด้วยความผิดหวังสองศิษย์อาจารย์จึงไม่มีกำลังจะไปเยี่ยมบ้านของกัสอีกพวกเธอเลยไม่รู้ว่าในตอนนี้บ้านของกัสนั้นกำลังต้อนรับแขกชุดใหญ่อยู่เนื่องจากการวิ่งเต้นของเลโอลอว์ที่ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยมาเยี่ยมเยือนถึงบ้าน
เป้าหมายในการเยี่ยมเยียนนี้ก็มาจากเรื่องที่เลโอลอว์ขอให้พี่น้องของมันช่วยปล่อยข่าวให้รวมกับการประกาศข่าวลงไปในเครือข่ายครอบครัวและพี่น้องของมันทำให้มีคนไม่น้อยสนใจและมาสอบถามรายละเอียด
ทว่ากลุ่มคนที่เหลืออยู่ในตอนสุดท้ายกลับมีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นและยิ่งได้ยินเรื่องราวโดยละเอียดด้วยแล้วก็ยิ่งเหลือน้อยเข้าไปใหญ่
จนกระทั่งวันเดินทางมาถึงซีต้ากับมิซ่าก็มาเยี่ยมบ้านของกัสอีกครั้งเพื่อรับตัวเด็กสาวทั้ง 6คนที่จะติดตามพวกเธอไปด้วยในฐานะของกำลังเสริมที่เข้มแข็ง
เมื่อได้เห็นใบหน้าของเด็กสาวทั้ง6 ที่คล้ายกันราวกับพิมพ์เดียวกันนั้นซีต้าก็แย้มยิ้มออกมาจางๆก่อนจะมองไปยังหญิงสาวชุดสีดำที่มีผ้าคลุมหน้าซึ่งยืนอยู่ด้านข้างเลโอลอว์
“ลอว์..ท่านไม่คิดจะแนะนำให้ข้ารู้จักหน่อยหรอ”
คำถามของซีต้านี้ทำให้เลโอลอว์รู้สึกตัว มันจึงพยักหน้าให้แล้วผายมือออกไปพร้อมกับอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
“นางเป็นภรรยาของเพื่อนข้า..ถือเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้าเองนางได้ยินว่าข้ากำลังหาคนไปช่วยลูกชายก็เลยอาสามาพร้อมกับลูกๆ ว่าจะไปช่วยนะ”
ซีต้าได้ยินแบบนั้นก็ดีใจขึ้นมาทันที ก่อนจะนึกเสียดายที่เธอนั้นไม่รู้จักใช้วิธีแบบนี้บ้างก่อนจะมองไปยังหญิงสาวที่มีผ้าคลุมหน้าสีดำซึ่งหนาจนปิดบังใบหน้าทั้งหมดของเธอไป
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นซีต้าก็รู้สึกได้ด้วยสัญชาตญาณว่าหญิงสาวคนนี้ต้องเป็นสตรีที่งดงามมากแน่ๆซึ่งถ้ามองดูจากรูปร่างแล้วละก็ นับว่าน่าทึ่งโดยเฉพาะหน้าอกคู่งามที่อวบอั๋นยิ่งกว่าของเธอเสียอีก
ในขณะนั้นซีต้าก็เหลือไปเห็นเด็กสาวสามคนที่มีอายุราวๆ10 ขวบยืนเกาะกระโปรงของนางอยู่ทำให้รอยยิ้มของซีต้ายกสูงขึ้นในทันที
‘แม่ลูกติด..ชุดสีดำ แม่ม่ายสินะหรือว่านางจะเป็นลูกหลานนอกที่สามีเสียชีวิต’
คำถามนี้แน่นอนว่าซีต้าไม่คิดที่จะถามออกมาเพราะรู้ว่ามันเสียมารยาทอย่างมากแต่ก็แอบสงสัยว่าทำไมหญิงสาวนางนี้ถึงได้สวมผ้าปิดหน้าที่หนาทึบเสียขนาดนี้
ในขณะที่คิดและสงสัยอยู่นั้นหญิงสาวที่ถูกมองก็คล้ายกับรู้ว่าซีต้าคิดอะไรเธอจึงยกผ้าปิดหน้าของตัวเองขึ้นมาจนเผยให้เห็นใบหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวของเธอ
“ข้าถูกคำสาปนะคะ..ข้าเลยต้องปิดเอาไว้..หวังว่าจะไม่ทำให้ทุกท่านตกใจนะคะ”
ใบหน้าครึ่งหนึ่งของหญิงสาวรายนี้เต็มไปด้วยเกล็ดสีดำที่น่าขยะแขยงและยังดูน่ากลัวอย่างมากมันกลืนกินใบหน้าครึ่งหนึ่งของเธอไปจนดูน่าเกลียดเป็นที่สุด
ทว่าใบหน้าอีกครึ่งหนึ่งนั้นยังเผยให้เห็นส่วนที่งดงามอย่างมากซึ่งซีต้ายังต้องลอบชมเชยและเสียดายในใจที่หญิงสาวที่งดงามขนาดนี้ต้องกลายเป็นแบบนี้
ช่วงเวลาที่หญิงสาวชุดดำเปิดเผยใบหน้านั้นมิซ่าถึงกับผงะไปด้วยความตกใจ แต่เธอนั้นไม่ได้รู้สึกรังเกียจเพียงแต่นึกสงสารเห็นใจเท่านั้นเช่นเดียวกับซีต้าที่มองออกว่านี่คือคำสาปแห่งชีวิตที่น่ากลัวซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะถูกคำสาปที่ร้ายแรงแบบนี้เล่นงาน
ชั่วขณะนั้นซีต้าก็นึกชื่อของเธอออกและจำได้ว่าเธอเป็นใครทั้งยังรู้ด้วยว่าเธอได้รับคำสาปนี้มาได้ยังไง
‘น่าสงสารนัก..สตรีที่งดงามเช่นนี้กลับถูกบุรุษหลอกลวง..แถมยังถูกภรรยาหลวงที่หึงหวงร่ายคำสาปชีวิตใส่อีก’
เมื่อคิดถึงคำสาปชีวิตซีต้าก็ต้องส่ายหน้าคำสาปที่น่ากลัวนี้แม้กระทั่งเธอก็ยังไม่รู้วิธีรักษาเลยหรือต่อให้เป็นปรมาจารย์ที่ชำนาญในด้านนี้เฉพาะก็ยังยากเพราะคำสาปนี้ร่ายด้วยพลังชีวิตของมันและความแค้นของผู้ร้ายมันจึงเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก
หากไม่แค้นกันมากจริงๆคงไม่มีใครทำแบบนี้ทว่าภรรยาหลวงของบุรุษที่หลอกลวงหญิงสาวคนนี้ออกไปนั้นกลับหึงหวงจนหน้ามืดตามัวถึงกับยอมสละชีวิตร้ายคำสาปนี้ใส่
ท้ายที่สุดชีวิตรักของเธอก็แตกสลายถูกสามีที่รังเกียจใบหน้าที่อัปลักษณ์ของเธอขับไล่จนต้องซมซานกลับมายังตระกูล
แถมยังเพิ่งมารู้ตัวเอาตอนหลังว่าตั้งครรภ์อีกแถมยังเป็นลูกสาวแฝดสามที่ทำให้ชีวิตของเธอลำบากมากขึ้นไปอีก
ในขณะที่คิดซีต้าก็เหลือบไปเห็นเด็กสาวที่หน้าตาน่ารักทั้งสามคนที่แก้มยุ้ยดูอวบอ้วนน่ารักน่าฟัด
แต่เห็นใบหน้าของเด็กสาวทั้งสามที่เหมือนกันราวกับแกะก็ทำให้ซีต้าสัมผัสได้ถึงความรักของสตรีนางนี้แล้ว
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ข้าซีต้า มิลเลอร์จากนี้ไปก็ฝากตัวด้วยนะคะ”
“ข้าบราวนี่ บิ๊กแฟรงค์ค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะท่านซีต้า”