ตอนที่ 43 เล่ม 1 ต้าหู้ยัดไส้นึ่งซีอิ๊ว
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด เหว่ยเหลียงใช้วิชากระบี่อัสนีกัมปนาทโจมตีสัตว์ประหลาดด้วยความเร็วราวกับหยุดเวลา
กระบี่ของเขาฟาดฟันเข้าที่จุดสำคัญของสัตว์ประหลาด ทำให้พวกมันอ่อนแรงลง เจ้าอ้วนน้อยใช้กระบองลูกตุ้มใหญ่ประดับเพชรพลอยในการฟาดฟันสัตว์ประหลาดที่เข้ามาใกล้เขา
อี้ตงมู่ใช้กระบี่บินทั้งห้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง เหลียนฮัวใช้พลังปีศาจช้างลวดลายมังกรในการโจมตีจากระยะไกล ขณะที่ฉงเหม่ยใช้ลูกตุ้มโซ่หม้อยาประดับเพชรในการโจมตีและป้องกันเพื่อนร่วมทีม
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดและท้าทาย แต่ด้วยความสามารถและการร่วมมือกันอย่างยอดเยี่ยม พวกเขาสามารถเอาชนะสัตว์ประหลาดทั้งหมดได้
หลังจากที่เอาชนะสัตว์ประหลาดเหล่านั้นได้สำเร็จ พวกเขาตัดสินใจหยุดพักที่บริเวณที่ปลอดภัย เหว่ยเหลียงตัดสินใจทำอาหารเพื่อเติมพลังให้ทุกคน เขาเลือกทำเมนูเต้าหู้ยัดไส้นึ่งซีอิ๊ว โดยใช้เนื้อของสัตว์ประหลาดที่พวกเขาเพิ่งเอาชนะได้
เหว่ยเหลียง: "วันนี้ข้าจะทำเต้าหู้ยัดไส้นึ่งซีอิ๊ว ข้าได้เตรียมวัตถุดิบมาแล้วจากสัตว์ประหลาดที่เราพึ่งเอาชนะได้"
วิธีทำเต้าหู้ยัดไส้นึ่งซีอิ๊ว
เตรียมวัตถุดิบ:
เต้าหู้ขาว 5 ก้อน
เนื้อสัตว์ประหลาดหั่นเป็นชิ้นเล็ก 200 กรัม
กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
ขิงสับ 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำมันงา 1 ช้อนชา
แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ถ้วย
การเตรียมและการปรุง:
หั่นเต้าหู้ขาวให้เป็นก้อนเล็กและคว้านเนื้อในออกเพื่อทำเป็นหลุมสำหรับยัดไส้ ผสมเนื้อสัตว์ประหลาด กระเทียม ขิง ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาล น้ำมันงา และแป้งมัน เข้าด้วยกันในชามยัดไส้เนื้อสัตว์ประหลาดที่ผสมแล้วลงในหลุมเต้าหู้
ตั้งหม้อนึ่งบนไฟกลาง ใส่น้ำเปล่าลงไป วางเต้าหู้ที่ยัดไส้เรียบร้อยแล้วลงในหม้อนึ่ง นึ่งประมาณ 20 นาที หรือจนกระทั่งเต้าหู้และไส้เนื้อสุก เตรียมซอสโดยผสมซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และน้ำมันงาให้เข้ากัน ราดซอสลงบนเต้าหู้ยัดไส้ที่นึ่งเสร็จแล้ว
เมื่อเต้าหู้ยัดไส้นึ่งซีอิ๊วเสร็จเรียบร้อย เหว่ยเหลียงตักอาหารใส่จานและแจกจ่ายให้กับทุกคน ทุกคนทานอาหารด้วยความอร่อยและรู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียดของการต่อสู้
เจ้าอ้วนน้อย: "ข้าไม่เคยคิดว่าเนื้อของสัตว์ประหลาดจะอร่อยขนาดนี้! เจ้าเป็นพ่อครัวที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เหว่ยเหลียง"
ฉงเหม่ย: "อาหารมื้อนี้ทำให้ข้ามีกำลังใจและพลังที่จะเผชิญกับความท้าทายในชั้นต่อไป"
เหลียนฮัว: "ข้ารู้สึกว่าพลังปราณของข้าฟื้นฟูได้ดีขึ้นมาก ขอบใจเจ้าเหว่ยเหลียง"
การพักผ่อนและทานอาหารในครั้งนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกพร้อมและมีพลังที่จะเผชิญกับความท้าทายในชั้นต่อไป พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนกัน ไม่มีอุปสรรคใดที่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้
เมื่อเหว่ยเหลียงและสหายเข้าสู่ชั้นที่ห้าของเหวห้วงลึกอเวจี 9 ชั้น พวกเขาพบกับบรรยากาศที่มืดมนและหนาวเหน็บ
ห้องขังที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขาเต็มไปด้วยกรงเหล็กที่เรียงรายไปตลอดทาง กรงเหล่านี้กักขังวิญญาณที่ถูกทรมาน
วิญญาณเหล่านี้มีลักษณะโปร่งแสงและดูทรมานสุดขีด พวกมันส่งเสียงร้องโหยหวนที่ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
เสียงร้องเหล่านี้เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวด และความเศร้าโศก เสียงเหล่านี้ซึมลึกเข้ามาในจิตใจของเหว่ยเหลียงและสหาย ทำให้รู้สึกหวาดกลัวและสะเทือนใจ
ทุกย่างก้าวที่พวกเขาเดินผ่านไป เสียงร้องยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้พวกเขาต้องใช้สมาธิและความมุ่งมั่นอย่างสูงในการก้าวต่อไป
เหว่ยเหลียง: "ทุกคน เราต้องรักษาจิตใจให้มั่นคง อย่าให้เสียงเหล่านี้ทำให้เราหวาดกลัว"
เจ้าอ้วนน้อย: "ข้ารู้สึกเหมือนเสียงเหล่านี้กำลังดึงข้าเข้าไปในความมืด ข้ากลัว..."
ฉงเหม่ย: "อย่าหวาดกลัวไป เจ้าอ้วนน้อย เราอยู่ด้วยกัน เราจะผ่านไปได้"
อี้ตงมู่: "ข้าจะใช้พลังปราณในการสร้างเกราะป้องกันเสียง เราจะเดินไปด้วยกันและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"
อี้ตงมู่ใช้พลังปราณของเขาในการสร้างเกราะป้องกันเสียงรอบตัวพวกเขา เกราะนี้ช่วยลดเสียงร้องโหยหวนและทำให้จิตใจของพวกเขามั่นคงขึ้น พวกเขาเดินต่อไปด้วยความระมัดระวังและความมุ่งมั่น
ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในห้องขัง พวกเขาพบกับวิญญาณที่ดูเหมือนจะพยายามสื่อสาร วิญญาณหนึ่งยื่นมือออกมาร้องขอความช่วยเหลือ ดวงตาของวิญญาณเต็มไปด้วยความหวังและความทุกข์ทรมาน
เหลียนฮัว: "ข้ารู้สึกถึงความเจ็บปวดของวิญญาณเหล่านี้ พวกเราต้องช่วยพวกเขา"
เหว่ยเหลียง: "เราจะช่วยวิญญาณเหล่านี้ พวกเขาไม่ควรต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้"
เหว่ยเหลียงใช้พลังปราณของเขาในการปลดปล่อยวิญญาณที่ถูกขัง เขาใช้วิชาปลดปล่อยวิญญาณที่เรียนรู้มาจากอาจารย์ใหญ่ เมื่อวิญญาณถูกปลดปล่อย พวกเขาหายตัวไปในแสงสว่างที่สวยงาม เสียงร้องโหยหวนเริ่มลดลงและความมืดมิดในห้องขังเริ่มจางหายไป
เจ้าอ้วนน้อย: "ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว พวกวิญญาณเหล่านี้ได้รับการปลดปล่อย"
ฉงเหม่ย: "ข้าเชื่อว่าพลังปราณของเรารวมกันสามารถปลดปล่อยวิญญาณเหล่านี้ได้ทั้งหมด"
พวกเขาร่วมมือกันในการปลดปล่อยวิญญาณที่เหลืออยู่ในห้องขัง ความมืดมิดและเสียงร้องโหยหวนเริ่มจางหายไปทีละน้อย เมื่อวิญญาณทั้งหมดได้รับการปลดปล่อย ห้องขังที่เคยเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานกลายเป็นที่เงียบสงบและสว่างไสว
เหว่ยเหลียง: "เราทำได้แล้ว พวกเราได้ปลดปล่อยวิญญาณที่ถูกทรมานทั้งหมด"
อี้ตงมู่: "ข้ารู้สึกภูมิใจที่เราได้ทำสิ่งดีๆ เพื่อพวกเขา"
เหลียนฮัว: "ขอบคุณพวกเจ้าทุกคน ที่ร่วมมือกันอย่างดี เราจะเดินหน้าต่อไปและเอาชนะอุปสรรคทั้งหมด"
พวกเขารู้สึกถึงความสำเร็จและความผ่อนคลายจากการช่วยเหลือวิญญาณที่ถูกทรมาน และพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายในชั้นต่อไป
เมื่อเหว่ยเหลียงและสหายมาถึงชั้นที่หกของเหวห้วงลึกอเวจี 9 ชั้น พวกเขาพบว่าที่นี่เต็มไปด้วยความหนาวเย็นที่เยือกแข็ง อุณหภูมิเย็นจัดจนทำให้ลมหายใจของพวกเขากลายเป็นไอขาวในทันทีที่ออกจากปาก
พื้นที่ทั้งหมดปกคลุมไปด้วยหิมะหนา หิมะตกหนักและลมหนาวที่พัดผ่านทำให้การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ท้องฟ้าเหนือพวกเขาเต็มไปด้วยเมฆหนาทึบที่ปกคลุมไปทั่ว หิมะที่ตกลงมาอย่างไม่หยุดหย่อนทำให้การมองเห็นยากลำบาก ทางเดินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็งมีความลื่นไหลและเต็มไปด้วยอันตราย พวกเขาต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการก้าวเดิน
เหว่ยเหลียงและสหายรู้สึกถึงความเย็นที่แทรกซึมเข้าไปในร่างกาย ความหนาวเย็นนี้ไม่เพียงแค่ทิ่มแทงผิวหนัง แต่ยังส่งผลกระทบถึงจิตใจ ทำให้รู้สึกเหน็บหนาวและเหนื่อยล้า พวกเขาต้องใช้วิชาพลังปราณในการสร้างความอบอุ่นและป้องกันตัวเองจากการถูกแช่แข็ง
เหว่ยเหลียงเริ่มโคจรพลังปราณในร่างกายของเขา พลังปราณที่ไหลเวียนออกมาจากภายในร่างกายสร้างความอบอุ่นที่ช่วยปกป้องเขาจากความเย็น ภายในไม่กี่วินาที พลังปราณเริ่มกระจายความอบอุ่นไปทั่วร่างกาย ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้น
สหายของเหว่ยเหลียงต่างทำตามอย่างรวดเร็ว พวกเขาโคจรพลังปราณในร่างกายและสร้างเกราะปราณที่ช่วยปกป้องพวกเขาจากความเย็น เกราะปราณนี้ทำให้พวกเขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น และป้องกันไม่ให้ร่างกายถูกแช่แข็ง