ตอนที่ 88 ต้องชะตา (3) น้ำเสียงราบเรียบดังสะท้านกึกก้อง ฝูงชนต่างหันมองไปทางต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียง ทันใดนั้น โลกทั้งใบราวกับถูกผนึกปิดโดยสมบูรณ์ หน้ากากทมิฬปนอักขระสีทองอร่าม อาภรณ์สีดำขลับ เส้นผมสีดำขำยาวระเอว ผิวพรรณขาวผ่องละเอียดบริสุทธิ์ ภาพลักษณ์ของเขาราวกับเทพเซียน เซียนอาภรณ์ดำ! “ใครกัน?” “ทะ---เทพเซียน” “มีตัวตนแบบนี้อยู่จริงรึ?” ฝูงชนพากันกลืนน้ำลายคำโต เมื่อพวกเขามองไปทางกาติรัส ความรู้สึกต่ำต้อยบังเกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ราวกับว่า มันเป็นสิ่งที่ควรเป็นไปโดยธรรมชาติ ผู้คนบางคนมิอาจละสายตาออกจากความสง่างามของเขาได้ คงมีเพียงผู้นำระดับดินแดนเท่านั้นที่ยังสามารถสงบใจได้อยู่ พวกเขาไม่อยากหันมองด้วยตัวเองเพราะฐานะของพวกเขาต่างสูงส่งกันเกินไป ให้ผู้นำระดับดินแดนหันมองใครที่ไหนก็ไม่รู้น่ะรึ? มันเสียเกียรติ!! “หมายเลข32041 สองล้านเหรียญอหังการค่ะ…” ผู้ดำเนินการพูดอย่างกระอักกระอ่วน สองล้านเหรียญอหังการ มันไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ คงมีเพียงตระกูลใหญ่เท่านั้นที่กล้านำเงินมหาศาลออกมาใช้ แน่นอน เธอรู้จักบุคคลที่ร่ำรวยค้ำฟ้าทุกคน แต่ทว่า เทพเซียนผู้นี้เป็นใครกัน? “สามล้านเหรียญอหังการ” ผู้นำตระกูลคริธาเลียเอ่ย สีหน้าของเขากลับกลายเป็นตรึงเครียดขึ้นมา ผู้ดำเนินการยังไม่ทันกล่าวคำ บุคคลลึกลับดุจเทพเซียนเอ่ยขึ้น “สิบล้านเหรียญอหังการ” !!!!!!! ฝูงชนที่ส่งเสียงดังอึกทึกครึกโครมกลับกลายเป็นเงียบสนิทดุจป่าช้า พวกเขาปาดเหงื่อเย็นเยียบ เงินขนาดนั้น… เทียบเท่ากับรายได้ของตระกูลใหญ่นับสิบปี!! “บัดซบ!? เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ” ผู้นำระดับดินแดนบางส่วนถึงกับหันมองบุคคลผู้นั้น ผู้อำนวยการของสถาบันมังกร,ผู้นำตระกูลโรมาเนีย,ผู้นำตระกูลยอร์ค พวกเขาต่างหันมองไปทางบุคคลลึกลับอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าราบเรียบยากจะเดาความรู้สึกใด หากแต่ กลับมีผู้นำตระกูลคริธาเลียเท่านั้นที่ไม่หันมอง ในสถานที่แห่งนี้ เขาถือตนว่าตนยิ่งใหญ่ที่สุด! ยิ่งตนเองยิ่งใหญ่เพียงใด เกียรติของเขายิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น เพราะมันส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตน!! “เจ้านั่นเป็นใคร” ผู้อำนวยการสถาบันมังกรกล่าวเสียงเรียบ ชายวัยกลางคนเปรยมองบุคคลลึกลับพลางครุ่นคิด ข้างกายของเขาคือรองผู้อำนวยการของสถาบันมังกร รองผู้อำนวยการกล่าวขึ้น “อาจเป็นยอดฝีมือ” “คำตอบย่อมเป็นเช่นนั้น” ผู้อำนวยการกล่าวตอบ ชายวัยกลางคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ นอกจากผู้นำระดับดินแดนแล้ว ใครไหนเล่าจะมีทรัพย์สมบัติทัดเทียมพวกเขา บุคคลร่ำรวยต่างเป็นที่รู้จักทั่วทั้งเมือง ในเมื่อไม่มีใครรู้จักบุคคลลึกลับผู้นั้น ความเป็นไปได้ก็เหลือเพียงอย่างเดียว เขาเป็นยอดฝีมือ! ต้องรู้ก่อนว่า อัตราค่าเงินของโลกต้นกำเนิดต่างใช้สกุลเงินเดียวกัน! ไม่ว่าจะตรงส่วนในของโลก พวกเขาต่างใช้เงินสกุลเดียวกัน ในเมื่อมีผู้ร่ำรวยลึกลับจากต่างแดน คนผู้นั้นย่อมถูกเดาทางไปว่าเป็นยอดฝีมือ ผู้ดำเนินการตกตะลึงยิ่งกว่า เธอไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดี บรรยากาศครื้นเครงกลับกลายเป็นอึดอัดขึ้นมา เธอซึ่งมีหน้าที่คุมห้องโถงหลักทั้งหมด มันทำให้เธอเครียด! ผู้ดำเนินการยังไม่ทันเอ่ยปาก ผู้นำตระกูลคริธาเลียกัดฟันเอ่ย “สามสิบล้าน!” ใบหน้าของผู้นำตระกูลคริธาเลียปรากฏเส้นเลือดปูดโปนขึ้นทั่วทั้งหน้า เขามีเจตนาที่จะช่วยเด็กสาวคนนั้น ในช่วงเวลานี้ เขากล้าพนันเลยว่าผู้คนในห้องโถงไม่มีใครคิดช่วยเธอ! พวกเขาต่างแค่ต้องการร่างกายของเธอเท่านั้น!! โดยแต่ไหนแต่ไร ผู้นำตระกูลคริธาเลียเป็นผู้มีจิตใจงดงาม เขารักยิ่งในความยุติธรรม ไม่อาจทนเห็นผู้อื่นถูกข่มเหงได้และเขาก็เป็นผู้นำระดับดินแดนเพียงคนเดียว ที่เสนอนโยบายยกเลิกทาสให้แก่ท่านเทพมนุษย์ ถึงกระนั้น กระแสตีกลับของผู้คนในเมืองรุนแรงเกินไป จนเขาต้องล้มเลิกลงอย่างไม่เต็มใจ อีกเหตุผลหนึ่ง เขาพึ่งทราบข่าวมาว่าบุตรีของตนกลับมาแล้ว เขาอยากให้ลูกตนเองได้มีน้องสาว!! “โอ้!? ถ้าเงินเดิมพันมันสูงขนาดนี้ ข้าถอนตัวดีกว่า” ผู้อำนวยการสถาบันมังกร,ผู้นำตระกูลโรมาเนีย,ผู้นำตระกูลยอร์ค พวกเขาต่างคิดเห็นตรงกัน! การเดิมพันครั้งนี้มันเสี่ยงเกินไป! หนำซ้ำ เงินขนาดนี้ มันเทียบเท่ากับคลังสมบัติทั้งตระกูลเลย!! กาติรัสคิ้วขมวดมุ่น “ห้าสิบล้านเหรียญอหังการ” การตอบโต้ในคราวนี้ถึงกับทำให้ฝูงชนเงียบสนิทยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใบหน้าของผู้นำตระกูลคริธาเลียแสดงอาการบิดเบี้ยวถึงขีดสุด เงินห้าสิบล้าน… นั้นมันเงินเก็บทั้งตระกูล!! เขาไม่สามารถนำเงินสำรองออกมาใช้ได้ ถึงแม้เขาจะเป็นผู้นำตระกูลที่เกรียงไกรก็ไม่หาญกล้าพอ!! การประมูลในคราวนี้เงียบสนิทถึงสิบลมหายใจ ผู้ดำเนินการพึ่งได้สติจากห้วงภวังค์ เธอฝันว่าจะขายสินค้าชิ้นนี้ในราคาสิบล้านเหรียญอหังการให้ได้ แต่ความเป็นจริงมันยิ่งกว่าฝันเสียอีก! ราคามันดีดสูงขึ้นถึงห้าสิบล้านเหรียญอหังการ โครตของโคตรกำไร!! “หมายเลข32041 ห้าสิบล้านเหรียญอหังการ ครั้งที่หนึ่ง” ผู้ดำเนินการเริ่มกล่าวนับ “ห้าสิบล้านเหรียญอหังการ ครั้งที่สอง…” สีหน้าของเธอคาดหวังให้ราคามันดีดยิ่งกว่านี้ ถึงกระนั้น มันเป็นได้แค่ความหวัง “ห้าสิบล้านเหรียญอหังการ ครั้งที่สาม!” ปัง! เสียงค้อนกระทบไม้ดังสนั่น ผู้คนล้วนอดอิจฉากันไม่ได้ บ้างคนอยากจะเข้าไปทำความรู้จัก แต่ด้วยภาพลักษณ์ดุจเทพเซียนของเขา ผู้คนจึงไม่กล้าแม้แต่จะทักทาย กาติรัสแย้มยิ้มอย่างขมขื่น เขาคิดไม่ถึงเลยว่าราคาจะดีดขึ้นสูงขึ้นห้าสิบล้านเหรียญอหังการ ชายหนุ่มละความคิดนี้ทิ้งไป ทันใดนั้น ร่างของเขาจึงลอยขึ้นเหนือผืนดินอย่างช้าๆ กาติรัสซึ่งสวมบทของเทพเซียนเอาไว้ มีหรือที่เขาจะยอมเป็นคนธรรมดา? เทพเซียนต้องแสดงความสูงส่ง!! เพียงพริบตาเดียว เรือนร่างของเขาหายวับไป แทบจะในทันทีที่จักรพรรดิไปปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเวทีซึ่งห่างออกไปกว่าหลายร้อยเมตร รวดเร็วดุจฉีกมิติ ในสายตาของผู้คน เรือนร่างนั้นหายไปดุจภูติผี แม้กระทั่ง ภาพติดตายังมิอาจมองเห็นได้ “เร็วเกินไปแล้ว…” ผู้นำตระกูลยอร์คกล่าวด้วยใบหน้าราบเรียบ หากแต่ห้วงจิตกลับสั่นกระเพื่อมครั้งใหญ่ เขามั่นใจว่าตนแข็งแกร่งทัดเทียมกับผู้นำระดับดินแดนได้ แต่ต่อหน้าของบุคคลลึกลับผู้นี้ เขากลับมองตามการเคลื่อนไหวไม่ทัน ไม่เห็นแม้กระทั่งภาพติดตา… ไม่ใช่เพียงแค่ผู้นำตระกูลยอร์ค ในสายตาของผู้นำระดับดินแดนคนอื่นๆ พวกเขาต่างมองไม่เห็นการเคลื่อนไหว บุคคลลึกลับราวกับภูติผีหายวับไปมา ความสงสัยคลี่คลายออก คำเพียงคำเดียวที่สามารถอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ “ยอดฝีมือ” ผู้ดำเนินการทั่วร่างสั่นระริกๆ ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เธอหวาดกลัวขึ้นมา เส้นผมสีดำขำพริ้วไสวอย่างเบาบาง จักรพรรดินับมือซ้ายไขว้หลังพลันแสดงท่าทางองอาจดุจราชัน ภาพลักษณ์โดยรวมกับทำให้เขาดูสูงส่งประหนึ่งเทพเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลิ่นอายของผู้ยิ่งใหญ่ที่แผ่ซ่านมาจากเขา ท่าทางอากัปกิริยาสามารถเลียนแบบกันได้ แต่ทว่า กลิ่นอายเป็นสิ่งที่มิอาจลอกเลียนแบบได้!! กาติรัสโยนบัตรเงินไปทางผู้ดำเนินการ เธอรับมันอย่างตื่นตระหนก ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้น “บัตรเงินนี้มีเงินอยู่ห้าสิบล้านเหรียญอหังการ เจ้าสามารถตรวจสอบยอดดูได้” “คะ---ค่ะ” ผู้ดำเนินการกล่าวเสียงสั่นเครือ เพียงพริบตาเดียว เซียนอาภรณ์ดำหายวับไปอีกครั้ง เขามาปรากฏกายอยู่ข้างกายของสาวน้อยผมแดง ฉับพลัน… เรือนร่างนั้นได้หายวับไป หายไปอย่างไร้ร่องรอย ผู้นำตระกูลคริธาเลียลุกขึ้นพรวด สัมผัสการตรวจสอบของเขากว้างไกลอย่างมาก ถึงแม้เขาจะไม่สามารถตรวจหาเซียนอาภรณ์ดำได้เนื่องจากความต่างของพลัง แต่หากเป็นสาวน้อยผมแดงเขาย่อมกระทำได้ไม่ยาก แต่ทว่า ภายใต้อาณาบริเวณหนึ่งตารางกิโลเมตร เขาไม่พบตัวตนของสาวน้อยผมแดงเลย… “พลังนี่มันอะไรกัน!” ผู้นำตระกูลคริธาเลียกล่าวเสียงสั่น ในขณะเดียวกัน เขาทั้งโกรธทั้งหวาดกลัว ช่วงเวลาพึ่งผ่านไปได้ไม่ถึงอึดใจ เซียนอาภรณ์ดำกลับเดินทางไปได้ไกลกว่าหนึ่งกิโลเมตร ความสามารถของเขาสุดยากแท้จะหยั่งถึง! ผู้นำตระกูลคริธาเลียรู้เต็มอก ต่อให้เป็นเทพสงคราม เทพสงครามก็ไม่สามารถพอที่จะเดินทางได้ไกลกว่าหนึ่งกิโมเมตรในชั่วอึดใจเดียว!! ทันใดนั้นเอง ห้องโถงหลักพลันตกสู่ความโกลาหล ฝูงชนเริ่มพูดคุยกันอย่างสนุกปาก ส่วนใหญ่ต่างพูดถึงเซียนอาภรณ์ดำผู้ลึกลับ ส่วนผู้ดำเนินการที่ถือบัตรเงินสดจึงใช้พลังเวทย์ตรวจสอบยอดเงินดู ใช่… ยอดเงินมันมีอยู่ห้าสิบล้านเหรียญอหังการถ้วน ไม่ขาดตกแม้แต่สตางค์เดียว ผู้ดำเนินการถอนหายใจด้วยความโล่งอก วันนี้เป็นวันทองโดยแท้ นอกจากจะทำกำไรให้กับโรงประมูลอย่างมหาศาล เธอยังได้เลื่อนขั้นอีกด้วย! “เซียนอาภรณ์ดำ! บรรยากาศรอบกายเขาทำให้ข้าขนลุก!!” “พวกเจ้าเห็นรึไม่! เขาหายวับไปมา เขาเดินทางผ่านมิติได้อย่างชำนาญ!!” “ทรงพลังมาก! ทรงพลังมาก!” ฝูงชนต่างชื่นชมบุคคลลึกลับไม่ขาดปาก ในขณะเดียวกัน เหล่าผู้นำระดับดินแดนบางคนยังอดชื่นชมความเป็นสัตว์ประหลาดของเขาไม่ได้ มันเป็นสัตว์ประหลาดขนานแท้!! ทุกครั้งที่เขาเดินทางผ่านห้วงมิติ มันไม่มีร่องรอยของกลิ่นอายมิติเลย เมื่อคนผู้หนึ่งทะลวงสู่ขอบเขตเลเวลหมื่น พวกเขาจะสามารถสัมผัสได้ถึงพลังของมิติ การที่จะเพิ่มพลังให้กล้าแกร่งนั้น จำเป็นต้องพึ่งความเข้าใจเกี่ยวกับมิติ ยิ่งความเข้าใจเกี่ยวกับมิติลึกซึ้งเพียงใด ยิ่งสามารถใช้ออกมาได้อย่างชำนาญมากเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ในช่วงเวลาต่อสู้จึงไม่มีใครใช้การเดินทางผ่านมิติเลยสักคน เพราะมันจะทิ้งร่องรอยของมิติเอาไว้ให้ศัตรูตามตัวเจอ นอกจากนี้ การเดินทางผ่านมิติล้วนใช้พลังเวทย์ในปริมาณมากล้นฟ้า! ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพาคนข้ามผ่านมิติไปด้วยเลย แค่ให้พวกเขาพาตัวเองไปยังไม่สามารถทำได้! ขนาดเทพสงครามยังสามารถพาตัวเองข้ามมิติไปได้เพียงแค่ร้อยเมตรเท่านั้น ถึงกระนั้น พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีบุคคลที่สามารถลบร่องรอยของกลิ่นอายมิติได้อย่างหมดจด ผู้อำนวยการสถาบันมังกร,ผู้นำตระกูลโรมาเนีย,ผู้นำตระกูลยอร์ค โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำตระกูลคริธาเลียซึ่งมีความเข้าใจเกี่ยวกับมิติมากที่สุดยังอดทึ่งไม่ได้ ความสามารถระดับนี้ คู่ควรแก่คำว่าสัตว์ประหลาดโดยแท้จริง “ลบกลิ่นอายของมิติได้อย่างหมดจด… ยังพาอีกคนข้ามผ่านมิติไปได้อีก สัตว์ประหลาดขนานแท้!” ผู้นำตระกูลยอร์คกล่าวอย่างหวาดกลัว ใบหน้าของเขาซีดขาวดุจกระดาษ เขาที่เคยเข้าร่วมสงครามการรุกรานจากพวกนอกดินแดน เขายังไม่เคยพบเจอตัวตนเช่นนี้มาก่อนเลย บุคคลที่ทำให้เขาหวาดกลัวได้ถึงขนาดนี้!! “กลับกันเถอะ วันนี้คุ้มค่ามากแล้ว” ผู้อำนวยการสถาบันมังกรกล่าวกับรองผู้อำนวยการ ชายวัยกลางคนหันหลังก่อนเดินไปทางออกอย่างช้าๆ “ขอรับ” รองผู้อำนวยการกล่าวเสียงราบเรียบ ชายวัยกลางคนเดินตามผู้อำนวยการไป ทันใดนั้นเอง ผู้นำตระกูลโรมาเนียกลับเดินเข้าหาผู้นำตระกูลคริธาเลีย “ท่านคิดจะช่วยเด็กสาวคนนั้นรึ? ยังมีเมตตาโดยใช่เหตุไม่เปลี่ยนไปเลยนะ" ผู้นำตระกูลคริธาเลียแหงนศีรษะมอง ถึงแม้เขาจะเป็นคนที่จิตใจงดงาม แต่หากมองถึงผู้คนระดับเดียวกันอย่างผู้นำระดับดินแดน เขากลับไม่มีความสัมพันธ์อันดีกับใครเลย เหตุเป็นเพราะว่า ผู้นำคนอื่นๆต่างหมั่นไส้เขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากผู้นำตระกูลคริธาเลียยื่นนโยบายยกเลิกทาส อาการต่อต้านของผู้นำคนอื่นเริ่มแสดงออกมาเด่นชัดมากขึ้น ช่วยเหลือโดยไม่มีเหตุผล! ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่เข้าเรื่อง! มันคิดว่าตนเองเป็นพ่อพระหรืออย่างไร? “ข้าปรารถนาจะทำสิ่งใด มันเกี่ยวอันใดกับท่าน” ผู้นำตระกูลคริธาเลียกล่าวตอบ สายตาคมกริบแผ่จิตสังหารเบาบางออกมา ในสายตาของเขาแล้ว ผู้นำระดับดินแดนคนอื่นต่างไม่น่าเคารพเลยสักคน พวกเขาต่างเห็นแก่ตัวไร้ซึ่งคุณธรรม ข้าเกลียดคนประเภทนี้เป็นที่สุด!! “โอ้!? ข้าแค่ได้ยืนข่าวลือมาว่าบุตรีของท่าน มีบุรุษครองคู่แล้ว" ผู้นำตระกูลโรมาเนียกล่าว “แน่นอนสิ! ท่านเพิ่งรู้รึ?!! บุตรีของข้าหมั้นหมายกับองค์รัชทายาทไว้ตั้งนานแล้ว” ผู้นำตระกูลคริธาเลียกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ เหตุการณ์นี้ดังใหญ่โตทั่วทั้งแดนมนุษย์ ผู้นำตระกูลใหญ่สมควรจะรู้ไม่ใช่รึ? คิดมาปั่นหัวข้าเล่นหรืออย่างไร? ผู้นำตระกูลโรมาเนียที่ได้ยินดังนั้น ลอบแสยะยิ้ม แท้จริงแล้ว ผู้นำตระกูลคริธาเลียยังไม่ทราบข่าวเลย (สวมหมวกเขียว คือ ผู้ชายที่ผู้หญิงของตัวเองไปลักลอบมีชู้ มีใจให้กับชายอื่น ผู้ชายผู้นี้จะถูกเรียกว่าสวมหมวกสีเขียว) “ข้าหมายความว่า บุตรีของท่านสวมหมวกเขียวให้กับองค์รัชทายาทต่างหาก” ผู้นำตระกูลโรมาเนียกล่าวเสียงราบเรียบ เขาหันกายกลับก่อนเดินออกไปอย่างช้าๆ ทันใดนั้น ผู้นำตระกูลคริธาเลียพลันคิ้วกระตุกอย่างรุนแรง “ท่านหมายความว่าเช่นไร?” น้ำเสียงของเขาสั่นเครือขึ้นมา เขาไม่อยากจะคิดว่าคำพูดของผู้นำตระกูลโรมาเนียเป็นจริง มันไม่ได้หมายความว่าเขาทรยศต่อคำสัตย์ของตัวเองหรอกรึ? แล้วถ้าเผชิญหน้ากับท่านเทพมนุษย์เล่า เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด! ผู้นำตระกูลโรมาเนียโบกมือลา ชายวัยกลางคนทิ้งไว้เพียงคำปริศนา เขาพลันถูกฝูงชนกลืนหายไปในพริบตา …… แท้จริงแล้ว กาติรัสไม่ได้ก้าวผ่านห้วงมิติ ชายหนุ่มกลับอาศัยดินแดนอนันตกาล! เขาพาเด็กสาวผมแดงเข้าดินแดนอนันตกาลพร้อมกับตนเอง ความสามารถของจักรพรรดิยังไม่มากพอจะก้าวผ่านมิติโดยพาผู้คนไปด้วย ฉับพลัน ภาพเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนไปจากเก่าอย่างสิ้นเชิง ในขณะนี้ ชายหนุ่มกำลังยืนอยู่เหนือภูเขาสีเขียวขจีไร้ซึ่งต้นไม้ใดๆ มีเพียงบริเวณกว้างสีเขียว ภาพเบื้องหน้าปรากฏต้นไม้มากมายเบื้องล่าง สุดครรลองสายตาของเขา มวลสีดำทมิฬกลับกำลังเคลื่อนตรงมาทางนี้ ทันใดนั้นเอง จักรพรรดิสั่งการอย่างเด็ดขาด “ไปให้พ้น! ยังไม่ถึงเวลาของพวกเจ้า!!” เพียงพริบตาเดียว กลุ่มก้อนสีดำพลันสลายหายไปอย่างรวดเร็ว เสียงของจักรพรรดิดังกึกก้องสะท้านกัมปนาท เด็กสาวผมแดงซึ่งอยู่ในอ้อมอกกลับตื่นขึ้นจากภวังค์ ดรุณีน้อยมึนมัวเล็กน้อยเนื่องจากการข้ามผ่านเข้าสู่มิติอนันตกาล ทันทีที่เธอรู้สึกตัว ภาพเบื้องหน้าของเธอกลับเป็นบุคคลลึกลับสวมอาภรณ์ทมิฬ สาวน้อยตกใจกลัวสุดขีด เธอที่คิดว่ากำลังจะกระโจนตัวออกห่าง แต่ทว่า ร่างกายของสาวน้อยกลับไม่ขยับแม้แต่ปลายนิ้ว กาติรัสแย้มยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัวไปสาวน้อย…” ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:10,500 พลังกาย:65,000,000 พลังเวทย์:68,000,000 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ