จิตใจของจิ่งเจี้ยนกั๋วก็ยิ่งขาดความมั่นใจ เขาจึงก้มหน้าต่ำลงยิ่งกว่าเดิม
หลิวชุนฮวาเห็นท่าทางของเขาก็พอใจขึ้นบ้าง พลางพูดต่อว่า “ไม่รู้ว่าช่วงนี้ยัยจิ่งเยี่ยนกุยได้เงินไปเท่าไหร่ ถึงได้ไปซื้อบ้านในเมือง เมื่อก่อนไม่เห็นว่าจะมีน้ำยาแบบนี้เลย ถ้าฉันรู้แต่แรก ยังไงก็จะไม่ยอมให้เอาชื่อหล่อนไปอยู่ในทะเบียนบ้านของบ้านเก่าแน่นอน”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เธอก็รู้สึกเหมือนถูกหลอก บ้านเก่ากินดีอยู่ดีทุกวัน แต่ตัวเธอเองกลับไม่ได้กินเนื้อมาเป็นเดือนแล้ว ความรู้สึกนี้มันแย่จริงๆ
ก่อนหน้านี้ตอนที่เห็นจิ่งเยี่ยนกุยไปเก็บสมุนไพร ปรุงยา เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดว่าคงได้เงินเล็กๆ น้อยๆ แต่จิ่งเยี่ยนกุยเพิ่งแยกบ้านออกมาได้ไม่กี่เดือน ก็สามารถซื้อบ้านได้แล้ว แสดงว่าคงได้เงินเยอะมาก!
ในความคิดของเธอ เงินที่จิ่งเยี่ยนกุยหามาได้ควรเป็นของเธอ จะเอาไปซื้อบ้านทำไม!
เธอตัดสินใจแล้วว่า วันนี้ต้องให้จิ่งเยี่ยนกุยคืนบ้าน และต้องเอาเงินที่หาได้มาให้เธอทั้งหมด!
จิ่งหลิวหยางก็พูดเสริมว่า “นั่นสิ ยัยจิ่งเยี่ยนกุยมันเลวเกินไปจริงๆ ผมเป็นลูกชายของบ้าน เงินที่มันหามาได้ก็ต้องให้ผมใช้ ถ้าอย่างนั้นตอนที่มันแต่งงานไป ผมก็ไม่ออกหน้าช่วยมันหรอก ให้มันถูกบ้านสามีรังแก!”
คำพูดเหล่านี้เขาก็ได้เรียนรู้มาจากหลิวชุนฮวาทั้งนั้น คำว่ายัยเลวอะไรทำนองนั้น ช่างพูดออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว ส่วนเรื่องที่จะใช้เงินของจิ่งเยี่ยนกุยก็พูดออกมาได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
วันนี้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยหยุดเรียนจึงอยู่ที่บ้าน พอเธอกลับมาถึงบ้านก็รู้ว่าจิ่งเยี่ยนกุยหาเงินซื้อบ้านในเมืองได้แล้ว!
การซื้อบ้านในเมืองก็หมายความว่าเธอเป็นคนเมือง ถึงแม้ตอนนี้การควบคุมทะเบียนบ้านในเมืองจะไม่เข้มงวดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ในใจของเธอมันก็คือสัญลักษณ์ของชนชั้น!
จิ่งเยี่ยนกุยเป็นแค่เด็กสารเลวที่ถูกพ่อแม่แท้ๆ ทิ้งตั้งแต่เกิด มีสิทธิ์อะไรมาเสวยสุขแบบนี้!
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยยุหลิวชุนฮวาข้างๆ “แม่ แม่เลี้ยงดูจิ่งเยี่ยนกุยมาจนโต บ้านของหล่อนก็คือบ้านของแม่ วันนี้แม่ไปเอาบ้านมา แล้วพวกเราก็ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองกัน”
ความคิดของสองแม่ลูกแตกต่างกัน หลิวชุนฮวาลังเลเล็กน้อย จิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็พูดต่อไปว่า “ยังไงจิ่งเยี่ยนกุยก็หาเงินได้ ต่อไปก็ให้มันเอาเงินมาให้แม่ให้หมด แบบนี้พวกเราก็จะมีทั้งบ้านมีทั้งเงินใช้แล้ว”
พอหลิวชุนฮวาได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกว่าดีเหมือนกัน ขอแค่จิ่งเยี่ยนกุยหาเงินได้ ต่อไปเธอก็ไม่ต้องอดอยาก แถมยังได้อยู่บ้านในเมือง ไม่ต้องทำไร่ไถนา ในบ้านก็มีน้ำประปา สะดวกสบายกว่าเยอะ
ถ้าให้จิ่งเยี่ยนกุยขายบ้านคืน คาดว่าจิ่งเยี่ยนกุยก็คงจะไม่ยอม
หลิวชุนฮวาชมจิ่งเสี่ยวเยวี่ยว่า “เสี่ยวเยวี่ยลูกแม่คิดได้รอบคอบจริงๆ เรื่องนี้เอาตามนี้แหละ เดี๋ยวพอจิ่งเยี่ยนกุยกลับมา เราก็จัดการกับปู่ย่าก่อน บังคับให้พวกเขาย้ายชื่อจิ่งเยี่ยนกุยกลับมาอยู่บ้านเรา จากนั้นก็หลอกเอาเงินของจิ่งเยี่ยนกุยมาให้ได้”
พอคิดได้ดังนั้น เรื่องนี้ก็ดูสมบูรณ์แบบเลย!
จิ่งชิวหงที่ได้ยินแม่และพี่สาวพูด ก็เบะปากเล็กน้อย จิ่งเยี่ยนกุยเปลี่ยนไปมากหลังจากที่ไปอยู่บ้านเก่า คาดว่าคงจะไม่เป็นไปตามที่พวกเขาคาดไว้
ในใจเธอกำลังคิดว่า เธอควรจะทำดีกับจิ่งเยี่ยนกุยไหม สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับจิ่งเยี่ยนกุยเอาไว้ แล้วให้จิ่งเยี่ยนกุยให้เงินเธอคนเดียว
ทั้งครอบครัวรออยู่ที่หน้าบ้านเก่ามาตลอดบ่าย จนตอนนี้จิ่งหลิวหยางก็เริ่มหิว เขาจึงโวยวายให้หลิวชุนฮวาหาอะไรให้กิน
หลิวชุนฮวาได้ยินเขาร้องว่าหิวก็รู้สึกสงสาร แต่ตอนนี้ก็ไม่อยากจะไปไหน จึงพูดว่า “บ้านย่ามีของอร่อยๆ เยอะ เดี๋ยวพอย่ามาเปิดประตู ลูกก็เข้าไปเอาของกินเลย อยากกินอะไรก็หยิบเอา”
ถึงแม้จิ่งหลิวหยางจะไม่ค่อยพอใจ แต่พอนึกถึงขนมหนวดมังกรและขนมอร่อยๆ ที่เคยเจอในบ้านใหญ่ครั้งที่แล้ว เขาก็ตัดสินใจจะทนรออีกหน่อย
เรื่องที่ทั้งห้าคนมายืนรออยู่ที่หน้าบ้านเก่าก็แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านแล้ว มีเพื่อนบ้านเข้ามาถามว่าพวกเขามาทำอะไร หลิวชุนฮวาก็ร้องห่มร้องไห้ด่าว่าหยางหว่านซิ่วใจดำ แย่งลูกสาวที่ทำมาหากินได้ของเธอไป และเล่าเรื่องที่จิ่งเยี่ยนกุยซื้อบ้านในเมืองให้ฟัง
ดังนั้นตอนนี้ทั้งหมู่บ้านจึงรู้ว่าจิ่งเยี่ยนกุยซื้อบ้านในเมืองแล้ว และรู้ด้วยว่าช่วงนี้จิ่งเยี่ยนกุยไปเก็บสมุนไพร ปรุงยาจนได้เงินเยอะมาก มีทั้งคนที่อิจฉา คนที่ชื่นชม และคนที่อยากจะดูเรื่องสนุก ทุกคนต่างก็รอติดตามความคืบหน้าของเรื่องที่บ้านเก่า
และก็มีคนเห็นว่าจิ่งเยี่ยนกุยนั่งรถยนต์กลับมา คนที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นก็เลยรีบมาบอกว่า “บ้านตระกูลจิ่ง ลูกสาวคนโตของแกกลับมาแล้ว! ฉันเห็นว่าเธอไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน”
หลิวชุนฮวาขมวดคิ้ว จิ่งเยี่ยนกุยกลับมาถึงหมู่บ้านก็ไม่กลับมาที่บ้านเก่า แต่กลับไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน หรือว่าจะไปฟ้องร้องอะไรบางอย่าง!
แต่ฉินตงเฉียงเป็นคนที่มีความเด็ดขาด เธอจึงกลัวเขาอยู่บ้าง ถ้าจะให้เธอไปอาละวาดที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เธอก็ไม่กล้า
ในขณะนั้นเอง จิ่งเยี่ยนกุยและฉินตงเฉียงก็เดินมาด้วยกัน
หลิวชุนฮวากำลังคิดจะต้องชิงลงมือก่อน จึงร้องไห้คร่ำครวญยกหนึ่ง แต่เธอยังไม่ทันได้พูด ก็ได้ยินเสียงหยางหว่านซิ่วด่าขึ้นมาว่า “พวกแกมาขวางประตูบ้านฉันตอนกลางค่ำกลางคืนแบบนี้ อยากจะมาทำร้ายฉันอีกหรือไง?”
หลิวชุนฮวารีบโต้แย้งว่า “เมื่อคราวก่อนฉันแค่แตะแม่นิดหน่อย แม่ก็แกล้งเป็นลม แม่คะ แม่ก็อายุมากแล้ว หัดรู้จักอายบ้างเถอะ!”
พูดจบก็ทิ้งตัวนั่งลงร้องไห้ “ชีวิตนี้คงอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว สามีฉันไปทำงานนอกบ้านจนแขนขาด พ่อแม่สามีก็ไม่สนใจ แถมยังผลักไสพวกเราสามแม่ลูกไปสู่ทางตัน ไหนจะยังยุยงให้ลูกสาวคนโตไม่ยอมรับฉันเป็นแม่อีก! ทำไมถึงมีแม่สามีใจร้ายใจดำแบบนี้!”
หยางหว่านซิ่วแค่นหัวเราะ “ร้องต่อไป กลิ้งต่อไป ถ้าไม่ร้องไม่กลิ้ง คนในหมู่บ้านก็จะไม่รู้ว่าแกเป็นหญิงชั่วร้ายยังไง! หลิวชุนฮวา ไหนๆ แกก็หน้าไม่อายขนาดนี้แล้ว ฉันก็จะทำให้แกสมใจ! ให้คนทั้งหมู่บ้านมาตัดสินเองก็แล้วกัน!”
“ฉันให้คนไปเชิญหัวหน้าตระกูลและผู้ใหญ่มาแล้ว ให้พวกเขามาดูเอาเองว่าแกเป็นคนยังไง มาดูสิว่าฉันกับลูกสะใภ้ใครถูกใครผิด! วันนี้ถ้าฉันไล่แกออกจากบ้านเก่าตระกูลจิ่งไม่ได้ ฉันก็ไม่ใช่หยางหว่านซิ่ว!”
หลิวชุนฮวาไม่คิดว่าวันนี้หยางหว่านซิ่วจะไม่เล่นตามเกม ไม่คิดว่าเธอจะเปิดไพ่ตายมาแบบนี้ ถึงกับงุนงงไปเล็กน้อย
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยตอบสนองเร็วกว่า “ย่าคะ ทำไมย่าใจร้ายจัง หลังจากที่แม่แต่งงานกับพ่อแล้ว ถึงจะไม่พูดถึงเรื่องอื่น แต่อย่างน้อยก็ยังให้กำเนิดพวกเราสามคน แถมยังเลี้ยงดูจิ่งเยี่ยนกุยมา ตอนนี้จิ่งเยี่ยนกุยโตแล้ว ย่าเห็นว่าสามารถได้ประโยชน์จากหล่อน ก็เลยยุยงให้หล่อนไม่สนใจแม่ มีผู้ใหญ่ที่ไหนทำแบบนี้!”
“หุบปากไปซะ!” จิ่งเยี่ยนกุยที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้น “ฉันอายุสิบเจ็ดแล้ว ไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะแยกแยะความถูกผิดไม่ได้! อีกอย่าง ย่าไม่เคยยุยงอะไรฉันเลย ส่วนเรื่องที่ฉันไม่ยอมรับหลิวชุนฮวา คนในหมู่บ้านต่างก็มีตา เห็นมาตลอดว่าหลายปีที่ผ่านมา หลิวชุนฮวาทำอะไรไว้บ้าง!”
“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องไกลๆ เอาแค่ตลอดสองเดือนนี้ หลิวชุนฮวาก็ทำเรื่องไว้ตั้งมากมาย! ยุยงจิ่งเจี้ยนกั๋วมาตีหัวฉันก่อน แล้วก็ยังทำร้ายคุณย่าจนสลบ ไหนจะยังอยากให้คุณปู่คุณย่าแก่ๆ มาเลี้ยงดูพวกคุณ แล้วไหนจะยังให้จิ่งหลิวหยางไปขโมยเงินที่ปู่ย่าเก็บไว้มานานอยู่ในบ้านเก่าอีก!”