นักเรียนใหม่ 3
"เยี่ยม!"เสียงของหมวกตอบกลับมา "ความรู้คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เจ้าเลือกได้ดี อืมเอาแบบหนังสือไกอาเอนไซโคลพีเดีย ก็ต้องเป็นตำราทุกสรรพสิ่ง"
"แสดงว่าคุณมีไอเทมชิ้นนี้สินะ" ดูเหมือนว่าแสงสว่างแห่งความหวังจะโชติช่วงขึ้นมาในทันที
"ไม่มี"
"หา...แล้วจะพูดหา..."
"อืม...เดี๋ยวก่อนหนูน้อย แต่ข้ามีของที่ใกล้เคียงกันอยู่"
"ของที่ใกล้เคียงยังไง"
"ข้าก็ไม่แน่ใจวิธีใช้ อะนะเพราะเจ้าสิ่งนี้มันเก่าแก่มาก เก่าแก่พอ ๆ กับ...อืม...เก่ามากจนข้าลืมไปเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"..."จงลั่วถอนหายใจยาว "แล้วตกลงไอ้ของที่ว่า มันดียังไง"
"แน่นอน มันพูดโต้ตอบกับเจ้าได้ และข้าว่ามันก็มีความรู้มากเลยเชียวละ แต่ว่ามันมี..."
"โอเค ตอบคำถามได้ผมตกลงเอาอันนี้ละ"
"เยี่ยม เยี่ยมที่สุด! ข้าดีใจจริง ๆ" สิ้นเสียงหมวกก็ลอยออกจากศีรษะของจงลั่ว
แม้จะยังคงมึนหัวอยู่ แต่เขาก็พอจะมองเห็นเจ้าหมวกใบเก่าลอยขึ้นไปบนกองสมบัติ ก่อนที่มันจะกลับมาอยู่บนตักของจงลั่วอีกครั้ง พร้อมของบางอย่างที่อยู่ในหมวก
จงลั่วเอามือล้วงเข้าไปหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่าของที่อยู่ด้านในหมวกเป็นกระจกทรงกลมแบนธรรมดา ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของเขาเล็กน้อย ตัวกรอบทำจากวัสดุที่แปลกประหลาดสีดำ และมีความแข็งอย่างยิ่ง ส่วนตัวกระจกเป็นทองเหลืองและมีวงอักขระเวทม้วนพันเอาไว้
จงลั่วหยิบของที่ได้เดินตรงไปที่ คิมเบอร์ ก่อนจะยื่นของที่ได้มาให้หล่อนดู แต่ดูเหมือนหล่อนจะมองมันด้วยสายตาแปลก ๆ ก่อนจะบอกจงลั่วว่าเจ้าสิ่งนี้ ต้องทำพันธะสัญญากับมันก่อน และแนะนำให้จงลั่วไปทำในห้องของตัวเอง ก่อนจะย้ำชัดว่าของชิ้นนี้ หล่อนไม่รับคืน ซึ่งจงลั่วก็ไม่เข้าใจความหมายของมัน และคิดว่าหล่อนคงจะหมายถึงของที่ได้จากกองสมบัติ ไม่สามารถเอามาเปลี่ยนเป็นของชิ้นอื่นอีก
เมื่อได้กระจกประหลาด จงลั่วก็เอามาให้รีเช่กับโซอี้ดู ก่อนที่จะคุยกันถึงสิ่งที่คิมเบอร์บอก พร้อมกับเดินตรงไปยังโรงอาหาร ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานรับนักเรียนใหม่ของโรงเรียน
โต๊ะยาวเรียบหรูทำจากต้นไม้ใหญ่ทั้งต้น เอามาแกะสลัก จนได้เป็นรูปร่างของโต๊ะยาวที่คงความเป็นธรรมชาติไว้ สองข้างขนาบ เป็นเก้าอี้ไม้แบบมีที่เท้าแขนตั้งเอาไว้จนเต็ม ด้านบนผิวโต๊ะไม้ถูกลงน้ำยาและขัดจนขึ้นเงาสีน้ำตาลเข้ม อาหารมากมายตั้งเอาไว้ก่อนที่จงลั่ว และพรรคพวกจะมาถึง อาหารหลายอย่างดูแปลกตากว่าที่เขาเคยเจอในโลกก่อนหน้า และจากคำอธิบายของรีเช่ พวกมันล้วนถูกปรุงจากวัตถุดิบชั้นเลิศ หลายเมนูเป็นวัตถุดิบที่มีพลังเวทหลงเหลืออยู่ ซึ่งถือว่าเป็นวัตถุดิบราคาสูง และไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด ซึ่งนักเรียนจะมีโอกาสได้กินของอร่อยแบบนี้แค่ปีละครั้ง เพราะหล่อนแอบได้ยินพวกอาจารย์คุยกันว่า พวกมันสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก
พิธีเปิดเริ่มโดยศาสตราจารย์ลูเซียโน่ ผู้อำนวยการกล่าวต้อนรับนักเรียนใหม่ ก่อนที่อาจารย์ฝ่ายปกครองเดธสตาร์ จะพูดอธิบายกฎระเบียบต่าง ๆ ของโรงเรียนพร้อมทั้งแจกคู่มือนักเรียนใหม่ และสุดท้ายก็เป็นการกล่าวต้อนรับของอาจารย์ในแต่ละศาสตร์เวท และการรบ แต่จากการวิเคราะห์ของจงลั่วแล้ว มันเหมือนกับการพูดบลัฟกันเสียมากกว่า โดยเฉพาะศาสตร์แห่งแสงและความมืด ที่ดูเหมือนจะเป็นคู่แข่งกันอย่างชัดเจน
เมื่อการกล่าวต้อนรับ และแนะนำต่าง ๆ จบลง พวกนักเรียนก็เริ่มรับประทานอาหาร ที่แสนเอร็ดอร่อย แม้จงลั่วจะสามารถเติมเต็มพลังงาน และความอิ่มได้จากผลึกอสูร แต่การทานอาหารอร่อย ก็ถือเป็นเรื่องที่นอกเหนือจากความอิ่มท้อง เพราะมันคือความสุข ยิ่งตอนนี้รอบ ๆ ตัวเขาเต็มไปด้วยเด็กสาว ที่หน้าตาดี ราวกับดอกไม้ที่รอจะผลิบานต่อไปในอนาคต แถมยังเป็นกลุ่มคนที่มากด้วยความสามารถ ถ้าเทียบกับโลกเก่าแล้ว การได้ร่วมทานอาหารกับกลุ่มเด็กวัยรุ่น ที่จะกลายเป็นอนาคตของอาณาจักรวันนี้ ถือเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อแล้ว จงลั่วรู้สึกมีความสุขกับปัจจุบัน จนแทบจะลืมเลือนเรื่องของการตามหา ตำราบันทึกเรื่องบทกวีแห่งรัตติกาลไปเสียสนิท
เมื่อท้องอิ่ม ก็มีการแสดงโชว์เวทมนต์เล็ก ๆ น้อย ๆ บนเวทีก็จบลงพอดี ไฟในโรงอาหารปิดดับสนิท ก่อนที่แสงไฟจะส่องไปยังศาสตราจารย์ลูเซียโน่
"เอาละเมื่อการเลี้ยงต้อนรับจบลง ก็ถึงเวลาที่กิจกรรมที่เราจัดขึ้นทุกปีเพื่อความสมานฉันท์ก็จะได้เริ่มขึ้น" คำว่าสมานฉันท์เมื่อเอ่ยออกมาจากปากผู้อำนวยการ อาจารย์หลาย ๆ คนถึงกับหางตากระตุก "และปีนี้ก็เป็นโอกาสดีที่โรงเรียนของเราจะครบรอบการก่อตั้งเป็นปีที่ 200 พอดี ดังนั้นกฎกติกาในงานประลองศาสตร์ในการต่อสู้จะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แน่นอนรวมถึงของรางวัลที่จะมีมากขึ้นด้วย" เสียงเฮดังขึ้นทันที หลังจากคำของรางวัลที่มากขึ้น "เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลาขอเชิญอาจารย์เดธสตาร์ กล่าวอธิบายในรายละเอียด รวมถึงเป็นผู้ควบคุมการประลองครับ"
เมื่อศาสตราจารย์ลูเซียโน่พูดจบ แสงสว่างก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้งลูกกลมขนาดใหญ่ ที่ดูเหมือนจะเป็นเวทีการประลอง ถูกเคลื่อนย้ายมาแทนที่เวทีการแสดงก่อนหน้า จงลั่วมองดูทรงกลมโปร่งแสงที่ค่อย ๆ จมลึกลงไปในพื้นเวที ทำให้เหลือส่วนที่โผล่พ้นพื้นเวทีขึ้นมาเป็นเหมือนโดมทรงกลมขนาดใหญ่
อาจารย์เดธสตาร์ สวมชุดคลุมหนังเก่า ๆ สีดำยาวจนปกข้อเท้า เดินเข้าไปในโดมโปร่งใส เขาร่ายเวทไม้บทหนึ่ง ปรากฏเป็นกิ่งก้านของรากไม้ มากมาย พุ่งออกไปจากฝ่ามือของอาจารย์ฝ่ายปกครองราวกับงูพิษ ที่พุ่งเข้าฉกเหยื่อของมันด้วยความว่องไว เกิดเสียงดังสนั่นเมื่อมันกระแทกเข้ากับผนังโปร่งแสงของโดม ใบหน้าเรียบเฉยจ้องมองดูผลของการกระทำ ร่วมถึงอาการตื่นตะลึงของนักเรียนใหม่ ซึ่งมีหลายคนที่อยู่ใกล้กับโดม ด้านที่ถูกโจมตีรีบก้มตัวหลบลงต่ำ ด้วยความตกใจ จนทำให้เหล่ารุ่นพี่ที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ทำท่าล้อเลียน และเกิดเสียงคุยจอแจ ร่วมถึงเสียงหัวเราะตามมา
แต่เมื่ออาจารย์เดธสตาร์กระแอมดัง ๆ หนึ่งครั้งเสียงคุยก็เงียบลงในทันที
"อย่างที่ท่านผู้อำนวยการได้บอกไปแล้ว" เสียงแหบทุ้มของเขาฟังดูไม่สบายหูนัก "ว่าปีนี้เป็นปีที่พิเศษ เพราะโรงเรียนของเราได้ก่อตั้งมาครบ 200 ปีแล้ว การประลองการต่อสู้ ปีนี้จึงมีความพิเศษกว่าทุกปี เพราะปีนี้จะไม่จำกัดเฉพาะนักเรียนเก่า แต่เราจะนับรวมนักเรียนใหม่เข้าไปในกฎด้วย" เสียงฮือ อื้ออึงดังขึ้นทันที "อืม..."เดธสตาร์ครางต่ำ และความสงบในห้องอาหารก็กลับมาอีกครั้ง "แน่นอน การประลองเดี่ยว จะจำกัดอยู่ที่นักเรียนในระดับ นักเรียนเวท กับนักเรียนใหม่ ส่วนอีกกลุ่มจะเป็นการประลองของเหล่านักเวทฝึกหัด" ครั้งนี้ไม่มีเสียงพูดคุยจอแจอีก "ปีนี้โรงเรียนรางวัลที่เพิ่มขึ้นมาจากปกติ ที่เราจะแจกหินเวท 100 ก้อน สำหรับผู้ชนะ แต่ในปีนี้เราจะแจกเพิ่มเป็น 200 ก้อน และจะมีรางวัลพิเศษสำหรับผู้ที่ชนะเลิศในทั้งสองกลุ่ม" เดธสตาร์โชว์ของที่อยู่ในมือขวา "สิ่งนี้คือกำไลแห่งอาร์ค หรือที่รู้จักกันในชื่อกำไลมิติ" ครั้งนี้เสียงฮือฮาดังถล่มทลาย และเดธสตาร์ก็ไม่ได้คิดจะห้ามปราม เพราะเขารู้ดีว่ากำไลมิติ เป็นของที่ทรงคุณค่ามาก รวมถึงมีราคาที่สูงมากอีกด้วย
"ของรางวัลนี้จะเป็นของผู้ชนะในกลุ่มนักเวทฝึกหัด" เดธสตาร์เอามือขวาลง และยกมือซ้ายขึ้นมาชูขึ้น "ส่วนนี้เป็นของเก่าแก่ ที่ท่านผู้อำนวยการ มอบเป็นของขวัญพิเศษสำหรับผู้ที่ชนะการประลองสำหรับนักเรียนเวท และเด็กใหม่ ผลึกอสูรดูลาฮาล ที่เหมาะใช้ในการทำเกราะ หรือไอเทมป้องกัน"เสียงฮือฮาดังขึ้น เพราะเหล่านักเรียนต่างรู้ดีว่าเกราะที่ใช้ผลึกอสูรดูลาฮาลเป็นส่วนประกอบนั้น มีราคาสูงยิ่ง และส่วนใหญ่ก็จะมีแต่กลุ่มอัศวิน หรือชนชั้นสูงเท่านั้นที่มีโอกาสได้ใช้ เพราะด้วยความหายากของผลึกอสูร และความอันตรายของดูลาฮาล ที่จัดเป็นนักรบอสูร และผลึกของมันก็จัดเป็นผลึกระดับ D ที่มีราคาเกินกว่า 200 หินวิญญาณ
จงลั่วไม่ได้สนใจสิ่งที่คนอื่น ๆ พูดถึงความทนทาน ความพิเศษของเกราะ หรือโล่ที่ทำขึ้นจากผลึกอสูรดูลาฮาน แต่เขามองดูมันไม่วางตา ก่อนจะวาดฝันถึงพลังที่จะได้รับจากเจ้าผลึกอสูรก้อนนี้
เราต้องเอามันมาให้ได้...จงลั่วรีบเช็ดน้ำลายที่กำลังจะหกออกมาได้ทัน แต่สายตาก็ยังคงจ้องไปที่ผลึกสีเทาหม่นในมืออาจารย์เดธสตาร์
"แน่นอนว่า ผู้ชนะจะได้รับมันไป 1 ก้อน" เสียงเฮดังลั่น ก่อนที่เดธสตาร์จะอธิบายเรื่องกฎกติกาการต่อสู้ ที่ผู้ประลองจะได้สวมใส่ชุดที่ถูกทำพิเศษขึ้นมา และชุดนี้จะเชื่อมต่อกับพลังชีวิตของผู้ที่สวม โดยมันจะจำลองเกราะพลังที่เท่ากับพลังชีวิตผู้สวมใส่ขึ้นมา และหากเกราะของใครถูกจู่โจมจากการโจมตีใด ๆ ก็ตาม และทำให้แถบพลังชีวิตที่มีหมดลง ผู้นั้นก็จะถือว่าแพ้ไปในทันที
เมื่อเดธสตาร์ก้าวลงจากเวที อาจารย์ประจำศาสตร์เวท และการต่อสู้ก็เข้าไปพูดคุยกับนักเรียนของตนเพื่อรับสมัครผู้เข้าแข่งขัน แต่ดูเหมือนศาสตร์แห่งความมืดของจงลั่ว จะไม่มีผู้ที่พร้อมจะแข่งในกลุ่มของ นักเวทฝึกหัด เพราะรีเช่เองไม่ใช่สายต่อสู้โดยตรง แต่เธอเน้นศึกษาด้านเวทคำสาป และวัตถุเวท ทำให้นาโอมิเลือกที่จะไม่ส่งผู้เข้าร่วมแข่งขันในกลุ่มนี้
การต่อสู้ของนักเวทฝึกหัดดูน่าตื่นตาตื่นใจ กว่าที่จงลั่วคิดเอาไว้มาก โดยรอบชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่าง อัศวินฝึกหัดกาโร กับนักเวทแห่งแสงมีอา
การต่อสู้ที่ดูเหมือนว่าจะไม่ยุติธรรมสำหรับนักเวท ที่ต้องถูกจำกัดในที่แคบ แต่กลับไม่ใช่อย่างที่จงลั่วคิด แม้กาโรจะเปิดฉากบุกเข้าใส่ตามสายการต่อสู้ประชิด แต่ดูเหมือน โล่แห่งแสงของมีอาก็ต้านทานเอาไว้ได้ และทำให้จงลั่วได้เปิดหูเปิดตาถึงการโจมตีแห่งแสง หลังจากที่เคยเจอกับเวทชำระล้างมาก่อน (โดนเพื่อนของไอรีน นักเรียนเวทแห่งแสงเจนร่ายใส่ในห้องอาบน้ำ)
ดาบแห่งแสง...มีอาตะโกนสั่ง...ดาบเรืองแสงสามเล่มพุ่งลงมาจากเบื้องบนปักใส่ในตำแห่นงที่กาโรยืนอยู่อย่างแม่นยำ แต่คู่ต่อสู่ระดับอัศวินฝึกหัดหาใช่หุ่นไม้ กาโรหมุนตัวหลบดาบแสงเล่มแรก ก่อนจะฟาดแขนซ้ายกลับหลังต้านรับดาบแสงเล่มที่สองโล่ในมือซ้ายปะทะเข้ากับดาบแห่งแสงอย่างจัง...เกิดเสียงดังลั่น อากาศรอบ ๆ สั่นไหวครู่หนึ่งก่อนจะกลับสู่ปกติ แต่การโจมตียังคงไม่หยุด ดาบเล่มสุดท้ายตกเข้าใส่ทางด้านหลังของกาโร แต่เมื่อดาบปักเข้าไปในผิวได้เพียงนิ้วเดียว ก็ถูกกระแทกออกมา
"เกราะทอง!!!" เสียงมีอาอุทาน พร้อมกับนักเรียนหลาย ๆ คนหันมาพูดคุยถึงพลังเกราะทองที่กาโรใช้ เพราะพลังเกราะทองที่มีออร่าสีเหลืองห่อหุ้มนี้เป็นพลังที่อยู่ในระดับของอัศวิน แล้วซึ่งถือว่าสูงกว่าระดับของอัศวินฝึกหัดอยู่หนึ่งขั้น แต่จากการที่ดาบแสงของมีอาปักเข้าไปในผิวของกาโรได้ นั่นก็แสดงว่าพลังเกราะทองที่กาโรฝึกนั้น ยังคงไม่สมบรูณ์ "นายเตรียมที่จะสอบเลื่อนระดับในครั้งถัดไปสินะ"
กาโรยิ้มตอบ "แน่นอน เมื่อเธอรู้ถึงความลับเรื่องออร่าเกราะทองแล้ว ก็คงไม่ต้องออมมือกันอีก" กาโรที่พลังของชุดประลองลดลงไปเพียงหนึ่งในสิบ พุ่งตัวเข้าใส่มีอาพร้อมกับใช้พลังของเกราะทองเพื่อป้องกันการโจมตี "ย่นระยะ"เพียงแค่ลมหายใจเข้าออกกาโร ก็เข้าประชิดร่างของมีอาได้อย่างเหลือเชื่อ การเรียกใช้เทคนิคระดับอัศวิน แม้จะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่าระดับของกาโร ได้มาถึงจุดสูงสุดของอัศวินฝึกหัดแล้ว
โล่แสงแตกออกทันทีที่ถูกโล่เหล็กในมือของกาโรฟาดเข้าใส่ แรงปะทะทำให้มีอา หงายหลังกระเด็นไปราวกับว่าวที่ขาดป่าน กาโรไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอยไป หมุนตัวเหวี่ยงดาบฟาดตามร่างที่เสียการทรงตัวของมีอา ทุกการโจมตีทำให้แถบพลังของมีอาลดลงอย่างรวดเร็ว
ดูท่าการประลองกำลังจะสิ้นสุดลง แต่แล้วร่างของมีอาก็พลันหายไปในพริบตา ก่อนะจะไปปรากฏที่ด้านหลังของกาโร เวทดาบแสงสามเล่มที่ถูกมีอาหน่วงเวทเอาไว้ปรากฏขึ้นทันที หล่อนไม่รีรอสั่งโจมตีออกไป ดาบทั้งสามพุ่งเรียงต่อกันเป็นจุดเดียวเข้าใส่กาโรจากทางด้านหลัง กาโรที่มุ่งสมาธิไปกับการโจมตีเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ ไม่อาจที่จะชะงักการโจมตีได้ทัน ดาบแห่งแสงที่กระแทกเข้าเป็นจุดเดียว สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง...พลังเกราะทองที่เคยแข็งแกร่งก็แตกออกอย่างง่ายดาย ทำให้การโจมตีครั้งนี้ของมีอา...เข้าเป้าหมายอย่างจัง พลังงานของเกราะทดสอบที่สวมใส่ของกาโรหมดลงทันที
...การตัดสินแพ้ชนะถูกพลิกผันเพียงชั่วพริบตา
เสียงปรบมือของอาจารย์เอลลี่ดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจในตัวลูกศิษย์ "ใช้ไหวพริบได้ดี" หล่อนชี้ไปที่กำไลแขนของมีอา "กำไลเคลื่อนย้ายในพริบตาสินะ" มีอาพยักหน้ารับ พร้อมเสียงเฮของนักเรียนที่ชมการประลอง
กาโรที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็ไม่ได้ มีท่าทีเสียใจมากนักทั้งยังมองดูมีอาอย่างชื่นชม แม้เขาจะไม่ได้ชื่นชอบมีอาเป็นการส่วนตัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหล่อนเป็นหญิงสาวที่น่ารักคนหนึ่ง ตามแบบฉบับของลูกคุณหนู ผมยาวสีบรอนด์ ใบหน้าเรียวยาว ดวงตากลมโต จมูกที่โด่งรับกับริมฝีปากบาง ยิ่งมองดูกาโรยิ่งรู้สึกว่า...มีอาช่างงดงามมากกว่าตอนก่อนประลองอย่างมาก
กาโรเป็นคนที่จิคดอะไรปากก็บอกออกไปทั้งอย่างนั้น...เขาเลือกที่จะเดินเข้าไปบอกกับมีอาตรง ๆ ว่าเขายอมแพ้ทั้งกายและใจ แต่ดูเหมือนมีอาจะไม่ได้สนใจนัก มีอาเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะของศาสตร์แห่งแสง
"สมกับชื่อตุ๊กตาน้ำแข็งจริง ๆ สวยแต่เย็นชายิ่งนัก" กาโรเหม่อมองดูเงาหลังของมีอา ก่อนที่จะเดินกลับไปยังโต๊ะกลุ่มของศาสตร์อัศวินของตัวเอง