เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 43 ความเจ็บปวดที่แสนอบอุ่น

    ..........................


    “ เอ๊ะ! ” กล้าสะดุ้งเฮือก  แต่พอหายตกใจได้ระดับหนึ่ง  ก็พบว่าตนเองกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนบนฟูกนิ่ม  และคาดว่าเวลานี้  อาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า  สังเกตจากแสงตากผ้าอ้อมที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องแคบๆ  คำถามที่มีในเวลาต่อมาก็คือ…..

     

    “ นี่คือห้องของใคร ”


     

              ขณะที่กล้านึกทบทวนอยู่นั้นเอง  ประตูบานเลื่อนแบบญี่ปุ่นก็เปิดออก  พร้อมมีเด็กแสบสามคนกรูเข้ามาส่งเสียงดัง   


    “ อ้าว….ตื่นแล้วนี่นา  ผมนึกว่าพี่ชายจะสลบข้ามวันซะอีก ” 


    “ นั่นสิ  พวกผมเกือบจะไปจองวัดให้แล้ว ” 


    “ ไม่สิ  เตรียมนัดวันเผาเลยต่างหาก ”


     

                เด็กแสบทั้งสามรีบแย่งกันพูด  ราวกับเกิดมา  เพิ่งเคยสนทนากับผู้คน  ทำให้กล้าปวดเศียรเวียนเกล้า  เลยยกมือขึ้นห้ามทัพ 


    “ โอเค  เข้าใจที่พวกนายพล่ามแล้ว  ทีนี้ขอชั้นพูดบ้าง ” 


    “ เชิญ….” สามเด็กแสบพูดพร้อมกัน  แล้วทรุดกายลงไปนั่งขัดสมาธิ  สีหน้าท่าทางดูตั้งใจฟัง  ราวกับสิ่งที่กล้ากำลังสื่อ  เป็นตอนอวสานของอนิเมะที่เฝ้ารอ



               กล้ายอมรับว่าตื่นเต้น  เพราะจู่ๆสามเด็กแสบที่มีท่าทีหวาดกลัวในตอนแรก  กลับกลายมาโฟกัสในตัวเด็กหนุ่มอย่างจริงจัง  อันเป็นกิริยาที่ค้านจากที่แล้วมา  ดุจหน้ามือเป็นหลังบาทา  แต่พอเริ่มสงบจิต  เขาก็เอ่ยถาม 


    “ เอ่อ……อย่างแรกเลย…..ชั้นมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ”


     

               ไม่รู้ว่านี่เป็นคำถามชวนหัวหรืออย่างไร  เลยทำให้สามเด็กแสบแย้มยิ้มไปตามๆกัน  ก่อนที่หัวโจกผิวคล้ำจะแถลงให้หายสงสัย 


    “ พี่ถูกตีหัวด้วยไม้พายจนสลบ  และคนที่ลงมือก็คือ……” 


    “ หนึ่งในบรอนต์เซนต์ที่จะลงแข่งในศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์ใช่มั้ย  ว่าแต่มันอยู่ไหน  ชั้นจะได้สู้กับมัน ” กล้าผุดลุกขึ้นยืน  สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง  ในใจหมายมั่นจะเอาคืนซักหมัดสองหมัด  โทษฐานที่ลอบทำร้ายจนเขาสลบ


     

               ท่าทางผีเข้าผีออกของกล้า  ทำให้สามเด็กแสบเริ่มหวาดผวาอีกครั้ง  เพราะคิดว่าหนุ่มรุ่นพี่น่าจะเป็นคนบ้า  แต่ไม่รู้ว่าหัวโจกผิวคล้ำกินดีหมีมาแต่หนใด  เลยทักท้วงเสียงดัง 


    " ไม่ใช่ซงใช่เซนต์อย่างที่ว่าหรอก  แต่คนที่ตีหัวพี่ก็คือ….พี่มิโฮ  ผู้ดูแลสถานเด็กกำพร้าแห่งนี้ ” 


    “ หา…..เมื่อกี้นายว่าไงนะ ” กล้าสะดุ้งโหยง  แล้วจิ้มนิ้วมือเข้าไปไชรูหู  คล้ายว่ามีบางสิ่งอุดตันจนทำให้เขาฟังผิด 


    “ ผมบอกว่า…..คนที่ตีหัวของพี่ก็คือ……พี่มิโฮ ” หัวโจกผิวคล้ำสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด  ก่อนจะตอบกลับมาด้วยเสียงตะโกน


     

               กล้านิ่งอึ้ง  หัวสมองเริ่มปะติดปะต่อเหตุการณ์ได้  เพราะในช่วงก่อนสลบ  เขาทำตัวไม่ถูก  และพยายามเก๊กให้มากที่สุด  ด้วยกำลังเจอกับ “มิโฮ” ว่าที่นางเอกในการ์ตูนชื่อดัง  แต่สุดท้าย  เด็กหนุ่มกลับโดนดอกไม้งามซัดจนสิ้นสติซะอย่างงั้น  เลยได้แต่หัวเราะแห้งๆ 


    “ เหอ  เหอ  เหอ  ถ้าเป็นแบบนั้นจริง  ก็น่าอายชะมัด  แล้วแบบนี้  ชั้นควรจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเนี่ย ”


     

                 ระหว่างที่กล้าจิตตก  แก๊งสามเด็กแสบก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกัน  พร้อมวิ่งจากไป 


    “ ในเมื่อพี่ชายตื่นแล้ว  ผมก็จะไปเรียกพี่มิโฮมาดูแล  รอซักครู่นา……” 


    “ เฮ้….เดี๋ยวสิ  อย่าเพิ่งไปเรียกมิโฮ  ขอชั้นทำใจก่อน ” กล้าพยายามร้องห้าม  แต่ก็ไม่ทันการณ์  สามเด็กแสบได้หายลับไปจากสายตาเป็นที่เรียบร้อย


     

               หัวใจของกล้าเต้นตุ้มๆต่อมๆ  เพราะรู้ชัดว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า  จะได้พบกับเด็กสาวที่คาดว่าจะมาเป็นคู่ของเซย่าในเรื่อง  มือไม้เลื่อนไปจับโน่นจับนี่ตามประสา  เพื่อสำรวจความพร้อมของตัวเอง 


    “ เอ…..เราโอเคหรือยังนะ  หวังว่าตัวเองจะดูไม่น่าเกลียดจนเกินไป ”


     

               และในเสี้ยววินาทีต่อมา  กล้าก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา  มันค่อนข้างซอยถี่รัว  คล้ายว่าเจ้าของกำลังวิ่ง  ไม่นาน  ประตูเลื่อนแบบญี่ปุ่นก็เปิดออก  พร้อมมีสาวนางนึงโผเข้ามากอด 


    “ ขอโทษที  ขอโทษจริงๆนะ  ชั้นไม่คิดว่าจะเป็นเซย่า  เพราะเด็กพวกนั้นร้องดัง  ราวกับเจอคนบ้า  ฮือ……” ว่าแล้วแม่สาวร่างบางก็สะอื้นเสียงดัง  ประมาณว่าเสียขวัญและสำนึกผิด  ทำให้กล้าแอบสะอึกอยู่หลายที 


    “ อึก……”


      

              เด็กสาวนางนั้นได้แต่พูดขอโทษอยู่หลายรอบ  ก่อนจะกอดกล้าแน่นขึ้นเรื่อยๆ  แม้มันจะไม่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด  แต่ก็ชวนให้เด็กหนุ่มเขินอายจนไปไม่เป็น 


    “ หยุดซักทีได้มั้ย  ตัวชั้นจะละลายแล้วนะ ” ใบหน้าของกล้าแดงก่ำ  แถมนาสิกประสาทก็ดันแว่วกลิ่นกายสาว  ทำให้มโนทวารแอบเคลิ้มอยู่นิดๆ 


    “ เอ…แต่จะว่าไป  แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน  เพราะกลิ่นตัวของคุณมิโฮช่างหอมเหลือเกิน ” 


    “ พี่ชายเป็นอะไรไปน่ะ  ทำไมถึงหน้าแดงแบบนั้น  แถมดวงตาก็ดูลอยๆ  ไหนจะรอยยิ้มนั่นอีก  เหมือนพวกตาแก่บ้ากามที่เคยเห็นในละครเลย  หรือที่เป็นแบบนี้  เพราะได้ใกล้ชิดกับพี่มิโฮ ” แต่แล้วสามเด็กแสบก็มาทำลายวิมานกลางอากาศด้วยการร้องขัด  ทำให้มิโฮรีบผละออกจากอ้อมอก 


    “ เอ๊ะ!  ขอโทษ ”


     

                 สองหนุ่มสาวทำตัวไม่ถูก  ตัวกล้าเองก็ได้แต่ก้มหน้างุดๆ  ไม่มองผู้ใด  จวบจนได้ยินเสียงร้องทักที่หวานใส  หัวใจก็เริ่มชื้นขึ้นมานิดๆ 


    “ เอ่อ…ไม่ได้พบกันตั้งนาน  เป็นยังไงบ้างล่ะ  เซย่า  สบายดีมั้ยจ๊ะ ” 


    “ อะ….เอ่อ  สบายดีครับ ” กล้าที่ตอนนี้ต้องมาอยู่ในร่างของเซย่า  ตอบกลับไม่เต็มเสียง  เพราะยังช็อกกับเหตุการณ์เมื่อครู่  แต่แล้วในเวลาต่อมา  เด็กหนุ่มก็ต้องสะดุ้งยิ่งกว่าเดิม  ด้วยมีมือบางที่อบอุ่นเลื่อนมาสัมผัสหัวไหล่  พร้อมน้ำคำที่ละมุนกว่าปุยนุ่นในฟูกนิ่ม 


    “ เซย่าสบายดีจริงเหรอ  แล้วทำไมถึงได้ก้มหน้าแบบนั้น  ตรงแก้มก็แดงเถือกไปหมด  เป็นอะไรไปน่ะ  เธอไม่สบายหรือเปล่า ”


     

                 คราวนี้กล้าไม่ยอมตอบ  เพราะพูดไม่ออก  ด้วยสาวสวยนางนี้เลื่อนมือมาลูบแก้มของเขา  ปากก็ไถ่ถามด้วยความเป็นห่วง 


    “ นั่นไง  เซย่าน่าจะไม่สบายแน่ๆ  เพราะตัวร้อนผ่าว  ไข้ขึ้นสูง  รอก่อนนะ  เดี๋ยวชั้นจะเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดให้ ”


     

                  แต่ก่อนที่มิโฮจะไปเอาอุปกรณ์ลดไข้สามัญ  มือของกล้าก็เผลอไปคว้าข้อแขนแสนบางของเด็กสาว   


    “ เอ่อ….ไม่เป็นไรครับ  ผมสบายดี  คุณมิโฮอย่าลำบากเลย ”


     

                  ในจังหวะที่กล้านึกเกรงใจจนเผลอห้ามปรามแบบถึงเนื้อถึงตัว  เด็กหนุ่มก็เงยหน้าขึ้น  ทำให้ประสบกับรูปโฉมของเด็กสาว


       

                ร่างบางของมิโฮอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตขาวที่มีผ้ากันเปื้อนสวมทับ  ช่วงล่างปิดบังด้วยกระโปรงยาวที่มีแต่ชนชั้นกุลสตรีใส่กัน  ส่วนใบหน้ารูปไข่นั้นแลขาวเนียนและสดใส  อันรับกับดวงตากลมโตที่แสนซื่อ  พร้อมผมยาวประบ่าที่ผูกแกละสองข้างเป็นระเบียบ 


    “ ว้าว……พูดไม่ออก  บอกไม่ถูกเลย  แม้คุณมิโฮจะไม่สวยคมเท่าคุณหนูซาโอริ  แต่ก็เป็นความงามที่เรียบง่ายและบริสุทธิ์ผุดผ่อง ” กล้าเพ้อไปไกล  ดวงตาเหม่อมองใบหน้าของเด็กสาวไม่วางวาย  และนั่นก็ทำให้มิโฮนึกอายจนต้องหลบสายตาแทน  พร้อมผุดรอยยิ้มเขินๆที่มุมปาก 


    “ เซย่าจะจ้องชั้นทำไม  ทำเป็นไม่เคยรู้จักกันไปได้  หรือว่าลืมไปแล้วว่าเราเป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกันในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ ” 


    “ เอ๊ะ!  เออ….ขอโทษครับที่ผมเสียมารยาท ” กล้าเริ่มรู้ตัว  เลยก้มหัวขอโทษถี่รัว


     

                แม้มิโอจะดีใจที่ได้กลับมาเจอเพื่อนเก่าสมัยเด็ก  แต่ก็อดประหลาดใจไม่ได้  ด้วยเท่าที่จำความได้  เซย่าเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง  เข้มแข็ง  ตรงไปตรงมา  ทว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ากลับดูขี้อาย  และสุภาพจนเกินพอดี 


    “ เอ….เซย่าเปลี่ยนไปมาก  หรือว่าสถานที่ๆเขาไปฝึกวิชา  จะสอนมารยาทผู้ดีพร้อมศาสตร์การต่อสู้ ”


     

                แต่ก่อนที่มิโฮจะคาดเดาไปไกล  กล้าก็ชิงกล่าว  เพื่อให้เด็กสาวไม่รู้สึกผิด 


    “ เอ่อ…คุณมิโฮไม่ต้องกังวลเรื่องที่ตีหัวผมนะ  เพราะสลบแค่นี้  นับว่าสบายมาก  ด้วยในช่วงที่ฝึกวิชา  ผมเจอมาเยอะ  หนักกว่านี้ก็โดนเป็นประจำ  แค่นี้ชิวๆ  ไม่ต้องใส่ใจ ” 


    “ อ่า…..จ้ะ ” มิโฮยิ้มแห้งๆ


     

                 หลังจากนั้นความเงียบก็เข้ามาเยือน  สองหนุ่มสาวได้แต่นั่งก้มหน้ากัน  ทำให้หัวโจกผิวคล้ำเริ่มรำคาญ  เลยแทรกมากลางวง 


    “ พี่ทั้งสองคุยกันด้วยกระแสจิตเหรอหรือ  ถึงได้ไม่ขยับปาก  ตกลงเป็นเพื่อนสมัยเด็กกันแน่เหรอ  ทำไมบรรยากาศเหมือนหนุ่มขี้เขินกับสาวขี้อายกำลังจีบกันเลย ”

     

    “ ว้าย!  ตายแล้ว  โยชิโร่พูดอะไรเนี่ย  แก่แดดใหญ่แล้วนะเรา  ไปนอนเลย ” มิโฮโวยกลับทันควัน  ทว่าน้ำเสียงกลับไม่แฝงแววโกรธเคืองอย่างที่ควรจะเป็น  แถมมุมปากยังแอบยิ้มอยู่หน่อยๆ  และนั่นยิ่งทำให้กล้ารู้สึกอบอุ่น 


    “ ฮะ  ฮะ  ฮะ  นี่น่ะหรือ..คุณมิโฮ  ว่าที่นางเอกของเรื่อง  เพราะดูอ่อนโยนแบบนี้เอง  คุณเซย่าถึงได้ชอบเธอ ” ขณะที่กล้านึกเคลิ้มอยู่นั้นเอง  เขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่าง 


    “ ไม่สิ  เราจะมามัวแต่หลงใหลได้ปลื้มไม่ได้  จำไว้ให้ดี  หัวใจของเรามีแต่อัยย์  คนรักเก่าที่รออยู่ในโลกจริง(เขารับรักนายแล้วหรือ) ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน