ตอนที่ 121
“ถ้ายังไงกระดูกชิ้นนี้ผมคงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาประเมินอีกทีว่ามันควรจะราคาเท่าไหร่” ปู่แยงบอกกับสตีฟ
“หือระดับปู่ยังตีราคาไม่ได้เลยงั้นเหรอ !!” สตีฟอุทานเบาๆ
“ใช่เพราะกระดูกชิ้นนี้มันเอาไปสร้างได้หลายอย่างไม่ว่าจะอาวุธหรือเครื่องป้องกันดูความแข็งของมันนี่สิมันแข็งไม่น้อยกว่าเพชรแน่นอนว่าแต่ยังมีกระดูกนี่อีกเยอะใช่หรือไม่” ปู่แยงพูดพลางถามสตีฟ
“ก็มีทั้งตัวล่ะครับแต่หางมันผมขายไปแล้ว เกล็ดเองก็มีอีกนิดหน่อยลองดูมั้ยครับ” สตีฟรีบหยิบเกล็ดที่จัดการเป็นแผ่นๆเอาไว้แล้วออกมา
“นี่มันเกล็ดมังกร ???” ปู่แยงพูดอย่างตกใจหลังจากเห็นเกล็ดสีแดงแวววับที่สตีฟหยิบออกมา
“ใช่ที่ไหนกันเล่าปู่แยงนี่มันเกล็ดจรเข้ตรวจสอบดูสิ” สตีฟรีบพูดแก้ความเข้าใจผิดของปู่แก
“อ๊ะจริงด้วยเกล็ดของมันมีความละม้ายคล้ายคลึงเกล็ดมังกรดำที่พึ่งจะค้นพบที่เยลโล่สโตนเมื่อเร็วๆนี้มาก” ปู่แยงเมื่อตรวจสอบดูก็พบว่ามันไม่ใช่
“หือปู่ได้เกล็ดมังกรนั่นมาด้วยเหรอ !!” สตีฟอุทานเพราะไม่น่าจะมีคนจัดการมันได้
“ไม่หรอกมีฮีโร่ที่มีฉายาว่านักสำรวจคนหนึ่งแอบลอบเข้าไปในอุทยานแห่งนั้นและเจอชิ้นส่วนเกล็ดที่มันลอกคาบก่อนจะเก็บกลับมาได้ชิ้นหนึ่งและนำมาขายให้เรา แต่เนื่องจากชิ้นมันเล็กเกินไปเราจึงไม่ได้นำมันออกประมูล” ปู่แยงพูดพลางหยิบเกล็ดมังกรที่ได้มาให้สตีฟดู
หน้าต่างเกล็ดของมังกรดำ Level : 340เป็นชิ้นส่วนเกล็ดที่มังกรดำลอกคราบออกมาเพื่อผลัดเปลี่ยนเกล็ดชุดใหม่
“เกล็ดมังกรดำจริงๆด้วย แต่ทำไมชิ้นมันเล็กจัง !!” สตีฟมองดูเกล็ดที่มีขนาดประมาณสองเซนติเมตร มันเล็กมากซึ่งเล็กขนาดนี้คงเอาไปทำอะไรไม่ได้
“ดูเหมือนเกล็ดพวกนี้จะเป็นอาหารของมังกรตัวอ่อนอีกทีนี่เป็นส่วนเกล็ดที่เหลืออยู่ที่ฮีโร่คนนั้นบังเอิญได้มาถ้ายังไงขอโทรเรียกคนมาประเมินก่อนนะคุณสตีฟ” ปู่แยงอธิบายก่อนจะหยิบมือถือของแกขึ้นมาและโทรเรียกคนให้มาประเมินไม่ถึงสองนาทีก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก !! ก๊อก !! ก๊อก !! เสียงเคาะประตูห้องก่อนจะมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา
“ปู่เรียกหนูเหรอคะ !!” ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาก็ถามปู่แยงทันทีโดยไม่สนใจสตีฟที่นั่งหัวโด่อยู่สักนิด
ว้าวเธอคนนี้สวยมากเลยหน้าสไตล์คนจีนชัดๆ แถมยังแต่งตัสคล้ายๆปู่อีก ชุดนี้มันเรียกว่าชุดกี่เพ้าใช่มั้ยถ้าจำไม่ผิด สตีฟมองดูเธอที่พึ่งเข้ามาใหม่
“ใช่อาเหมยปู่เรียกหนูให้มาช่วยตรวจสอบกระดูกชิ้นนี้หน่อย !!” ปู่แยงพูด
“นี่ปู่เรียกหนูมาเพื่อตรวจสอบกระดูกห่วยๆชิ้นนี้เนี่ยนะ ปู่รู้หรือเปล่าหนูกำลังติดงานสำคัญอยู่มีฮีโร่คนหนึ่งกำลังเอาสัตว์กลายพันธ์เลเวล 165 มาขายให้เรานั่นงานด่วนเลยนะ แล้วไอ้บื้อนี่ใครอ่ะปู่ทำไมมานั่งหัวโด่อยู่นี่อย่าบอกนะว่าปู่จะจ้างคนทำความสะอาด” ผู้หญิงที่ปู่แยงเรียกว่าอาเหมยบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด
ผู้หญิงอะไรฟระเนี่ยหน้าสวยแต่งตัวดีแต่ทำไมปากกรรไกรแบบนี้ สตีฟคิดในใจพลางตรวจสอบสถานะของเธอ
หน้าต่างชื่อ : เหมยลี่ ซีเกียง Level : 135อาชีพ : ฮีโร่อายุ : 26ฉายา : นักประเมินRank : SS
หือนามสกุลเดียวกับปู่แยงเป็นหลานงั้นเหรอเมื่อครู่เธอเรียกว่าปู่สินะ เป็นหลานนี่เอง สตีฟพยักหน้าเข้าใจ
“เดี๋ยวเถอะอาเหมยอย่าเสียมารยาทกับคุณสตีฟมานี่เร็วรีบๆประเมินเร็วเข้าจะได้เสร็จๆไป” ปู่แยงทำหน้าดุใส่เหมยลี่
“คุณสตีฟ ???” เหมยลี่ทำหน้าแปลกใจเพราะปู่เธอดูท่าทางจะเกรงใจชายคนที่ใส่ชุดพ่อบ้านถูกๆนี่มากแต่เธอก็ไม่ได้สนใจที่จะตรวจสอบสถานะของสตีฟเธอคิดว่าสตีฟคงเป็นคนของผู้มีอิทธิพลคนใดคนหนึ่งที่เอาเจ้ากระดูกอะไรนี่มาขาย
“ก็ได้ๆหนูจะตรวจสอบเองจะได้เสร็จๆไป ประเมินราคาใช่มั้ยปู่” เหมยลี่พูดพลางเดินเข้ามาใกล้ๆกระดูกบนโต๊ะ
“ใช่ประเมินมันซะว่ามันควรอยู่ที่ราคาเท่าไหร่” ปู่แยงพยักหน้า
วิเคราะห์ขั้นสูง !! เหมยลี่ใช้สกิลของเธอทันทีทำให้สตีฟรู้เลยว่าเหมยลี่คนนี้จะต้องมีสกิลแบบที่พวกหมอมักจะมีกันแต่ที่สตีฟสงสัยทำไมมันถึงเป็นวิเคราะห์ขั้นสูงแต่สตีฟรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะถาม
หน้าต่างกระดูกข้อเท้าของจรเข้เพลิง Level : 238น้ำหนัก 725 กิโลกรัมความแข็งระดับ 8
“บ้าน่าเป็นไปไม่ได้ !!” เมื่อเหมยลี่เห็นข้อมูลที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าต่างสถานะของเธอ เธอก็ต้องอุทานออกมาอย่างตกใจ
“เป็นไงบ้างอาเหมย” ปู่แยงที่ยังใจเย็นอยู่ถามหลานสาว
“ปู่ไปได้มันมาได้ไง กระดูกชิ้นนี้แข็งกว่าเพชรตั้งสองเท่าเลยนะ” เหมยลี่ถามปู่ของเธอก่อนปู่แยงชี้มองไปที่สตีฟ
“จากหมอนี่ ???” เหมยลี่มองดูสตีฟก่อนจะรีบตรวจสอบสถานะทันที
“ฮะเลเวล 226 บ้าน่านี่มันเรื่องล้อเล่นอะไรกันคนที่เลเวลมากที่สุดในโลกไม่ใช่คุณอิจิยะ อันดับหนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งหรอกเหรอ” เหมยลี่อุทานออกมาเสียงดังก่อนจะถามสตีฟอีกที
“คะ คะ คุณเป็นเจ้าของกระดูกชิ้นนี้ ??” เหมยลี่ถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่” สตีฟพยักหน้าพลางหยิบกระดูกอีกชิ้นออกมาให้เธอดู
ตึง !! เปรี๊ยะ !! เสียงกระดูกข้อเท้าอีกชิ้นถูกวางลงบนโต๊ะน้ำหนักของมันทำให้โต๊ะเริ่มร้าวสตีฟเห็นดังนั้นจึงรีบเก็บมันเข้ากระเป๋าไปก่อนที่โต๊ะจะพังเดี๋ยวเขาจะเสียตังค่าโต๊ะเอาได้
“นะ นะ นี่มันเรื่องจริง” เหมยลี่เมื่อเห็นหลังฐานก็อดที่จะเชื่อไม่ได้ว่ามีคนเลเวล 226 อยู่จริงๆที่สำคัญคนๆนั้นอยู่ตรงหน้าเธอ
“เอาล่ะเหมยลี่บอกราคาของมันมาได้แล้ว” ปู่แยงเห็นว่าไม่ได้คำตอบสักทีจึงเร่งรัดเอาคำตอบ
“อืม....จากการประเมินของหนู หนูคิดว่ากระดูกชิ้นนี้ควรอยู่ที่ประมาณ เจ็ดสิบถึงหนึ่งร้อยล้านเพราะมันแข็งกว่าเพชรถึงสองเท่า” เหมยลี่พูด
“อืม...ขอบใจมากเอาล่ะออกไปได้แล้วอาเหมย” ปู่แยงพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะไล่หลานสาวไป
“หนู...” เหมยลี่จะขออยู่ต่อแต่ก็โดนปู่ออกปากไล่อีกครั้ง
“ไปได้แล้วไว้วันหลัง” ปู่แยงพูดเขารู้ดีว่าถ้าให้หลานสาวอยู่ต่อเธอคงสร้างความลำคานให้สตีฟแน่เพราะเขาเห็นหลานสาวของเขามองสตีฟด้วยสายตาเป็นประกายเหมือนกันเห็นของเล่นใหม่
“คุณสตีฟผมจะรับซื้อกระดูกชิ้นนี้ในราคาหนึ่งร้อยห้าสิบล้านคุณเห็นว่าเป็นยังไง” ปู่แยงพูดกับสตีฟ
“หือเมื่อครู่หลานสาวปู่บอกราคาต่ำกว่านั้นไม่ใช่เหรอครับ” สตีฟแปลกใจ
“นี่เป็นราคาสำหรับมิตรภาพเอาราคานี้แหละ” ปู่แยงพูดยืนยันเขานั้นต้องการผูกสัมพันธ์กับสตีฟเอาไว้
“ก็ได้ครับขายก็ขาย” สตีฟพยักหน้าดีเสียอีกขายได้ขนาดนี้กระดูกข้อเท้านี่เขามีตั้งสิบสองชิ้น นี่ยังไม่รวมกระดูกส่วนอื่นๆที่ยังมีอีกเยอะนะเนี่ยคิดสตีฟไม่ออกเลยว่าขายมันทั้งหมดจะได้เงินมาเท่าไหร่กัน
“ว่าแต่ปู่แยงสกิลที่หลานสาวปู่ใช้มันสกิลอะไรกันเหรอสกิลวิเคราะห์ผมเคยเห็นนะแต่วิเคราะห์ขั้นสูงผมไม่เคยเห็นอ่ะ แล้วเมื่อครู่ผมเห็นแว๊บๆ ทำไมตรวจสอบแล้วมีค่าความแข็งอะไรนั่นด้วยล่ะ” สตีฟสงสัยจึงอดถามไม่ได้
“มันเป็นสกิลที่พัฒนามาจากสกิลวิเคราะห์น่ะคุณสตีฟ เมื่อสกิลเลเวลอัพไปจนถึงช่วงหนึ่งสกิลที่มีอยู่ก็จะพัฒนาขึ้นสกิลวิเคราห์ของอาเหมยตอนนี้ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกเลเวลจะเกินแปดสิบไปแล้ว มันสามารถวิเคราะห์มวลของสิ่งของชิ้นนั้นๆออกมาได้เป็นค่าน้ำหนักและค่าความทนทาน” ปู่แยงอธิบายให้สตีฟฟังอย่างไม่ปิดบัง
“โหสกิลมีพัฒนาด้วย นี่แสดงว่าเพชรมีค่าความแข็งอยู่ที่ราวๆ ระดับ 4 สินะ” สตีฟพูด
“ใช่เพชรมีค่าความทนทานอยู่ที่ราวๆนั้น เราใช้เพชรเป็นเกณฑ์ในการประเมินราคาวัตถุดิบต่างๆจากสัตว์กลายพันธ์” ปู่แยงพยักหน้า
“โหแล้วนี่ถ้าสกิลวิเคราะห์เลเวลเต็มมันจะทำอะไรได้บ้างเนี่ย” สตีฟพยายามจินตนาการถึงมัน
“ให้เดามันคงวิเคราะห์ได้ยันค่าสถานะของสัตว์กลายพันธ์ล่ะมั้ง แต่การจะพัฒนาสกิลให้เลเวลขึ้นไปจนเต็มนั้นคงเป็นไปได้ยากคุณสตีฟรู้หรือเปล่าปัจจุบันน่ะอาเหมยเป็นฮีโร่ที่มีสกิลวิเคราะห์สูงระดับต้นๆของอเมริกาเลยนะ พวกคนอื่นๆเลเวลสกิลวิเคราะห์อยู่ที่ประมาณ ห้าสิบถึงหกสิบเท่านั้น” ปู่แยงพูด
“อืมเข้าใจละแล้วไอ้เกล็ดมังกรนี่ความแข็งมันอยู่ที่เท่าไหร่อ่ะปู่แยง” สตีฟพยักหน้าพลางถาม
“ระดับ 9” ปู่แยงตอบ
“อืม...แข็งมากจริงๆ” สตีฟพยักหน้าพลางนึกถึงเจ้ากาเมร่าเขาอยากจะรู้จริงๆว่ากระดองเจ้ากาเมร่านั้นอยู่ที่ระดับเท่าไหร่
อีกด้านหนึ่ง
สถานที่ลับแห่งหนึ่งในอเมริกาสถานที่แห่งนี้มีนักวิจัยมากมายกำลังเดินกันหัวหมุนพวกเขานั้นกำลังมองดูผลวิเคราะห์ของซากสัตว์กลายพันธ์ตัวหนึ่งที่พึ่งได้มาเมื่อไม่กี่เดือนก่อนอยู่
หน้าต่างกระดองของเซก้ากาเมร่า Level : 252น้ำหนัก 25725 กิโลกรัมความแข็งระดับ 13
“ฉันคิดว่าเราควรเอามันมาสร้างเป็นเครื่องบินถ้าสำเร็จเราอาจจะบินข้ามประเทศได้อีกครั้ง” นักวิจัยคนหนึ่งพูด
“ไม่ไหวหรอกถึงมันจะแข็งมากก็จริงแต่ถ้าเจอสัตว์กลายพันธ์ระดับเกินสามร้อยห้าสิบเข้าไปก็ไม่น่าจะเอาอยู่” นักวิจัยอีกคนค้าน
“ถ้าอย่างนั้นเอาไปสร้างกำแพงเป็นไง” นักวิจัยอีกคนเสนอ
“คงสร้างได้แค่กิโลเมตรเดียว ไม่คุ้มๆ” นักวิจัยคนที่เสนอให้นำมาสร้างเครื่องบินพูดจากนั้นพวกเหล่านักวิจัยก็เถียงกันต่อไปพวกเขาได้ซากของเซก้ากาเมร่านี้มาเป็นเดือนแล้วหลังจากแยกส่วนมันเสร็จพวกเขาก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะนำมันไปสร้างเป็นอะไรดี
กลับมาที่สตีฟ
“นี่คุณจะผลิตกระเป๋าผ้าขาย ???” ปู่แยงอุทานหลังจากได้ยินสิ่งที่สตีฟจะทำหลังจากนี้
“ใช่ผมตั้งใจอย่างนั้น แต่ผมไม่เคยเห็นสัตว์กลายพันธ์จำพวกแมลงเลยน่ะสิปู่ ปู่พอจะรู้บ้างมั้ยว่ามันอยู่แถวไหน” สตีฟลองถามปู่แยงดูเพราะปู่แกเป็นหัวหน้าโรงประมูลน่าจะมีข้อมูลพวกนี้เยอะ
“ในอเมริกาน่ะไม่มีหรอกนะสัตว์กลายพันธ์ประเภทแมลงน่ะ” ปู่แยงพูด
“หือไม่มี ??” สตีฟแปลกใจ
“ใช่เพราะสัตว์กลายพันธ์ประเภทแมลงมันไม่ชอบอากาศหนาวๆ ดังนั้นมันจึงอพยพไปเขตร้อนกันหมด” ปู่แยงพูด
“อย่าบอกนะว่าอเมริกาใต้ !!” สตีฟอุทาน
“ใช่แล้วถ้าเป็นที่ทวีปอเมริกาใต้ล่ะก็ จะต้องพบเจอมันมากมายแน่ๆ ที่นั่นที่ประเทศบราซิล ที่ผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกป่าอเมซอน !!!” ปู่แยงพยักหน้ายืนยัน
“ป่าอเมซอน !!” สตีฟตกใจ
“ใช่ถ้าเป็นเมื่อหลายเดือนก่อนยังพอเดินทางไปที่นั่นได้บ้าง แต่หลังจากเสียเม็กซิโกไปก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเดินทางไป เพราะสัตว์กลายพันธ์ที่อยู่อเมริกาใต้นั้นเลเวลต่ำสุดก็สองร้อยขึ้นไปทั้งนั้นแถมอเมริกาใต้นั้นเราไม่มีประเทศที่ยังสามารถอยู่อาศัยได้ด้วยอีกต่างหากเราเสียประเทศเหล่านั้นให้สัตว์กลายพันธ์ไปนานแล้ว” ปู่แยงพูด
โอ้วนี่ทำไมเส้นทางการทำกระเป๋าผ้าของตรูมันถึงลำบากยากเย็นจังฟระ !! สตีฟคิดในใจเพราะการจะไปอเมริกาใต้นั้นคงไม่ง่ายเลยถ้าไม่มีคนที่สามารถใช้สกิลประตูมิติแบบโฟว์ช่วยแถมจะให้ซาร่าพาเหาะไปก็คงอันตรายเกินไปตัวเขาในตอนนี้นั้นยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเดินทางได้ทั่วโลก
จบ...