เด็กสาวถูกพันธนาการห้อยหัว ความทรมาน ความสุขสม และความอึดอัดที่คับแน่นอยู่ภายในปาก ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง มารีนก็มาพาเธอลงจากเชือก เด็กสาวดวงตาเลื่อนลอยราวกับสติของเธอไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว
“คงจะเป็นครั้งแรกที่มีความสุขมากเลยสินะ”
มารีนหัวเราะคิกคักให้กับเด็กสาว ก่อนจะน้ำผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดตามเนื้อตัวของเธอที่เปื้อนไปด้วยปัสสาวะและน้ำรัก เพราะไม่ว่าเธอจะเสร็จจนถึงจุดสุดยอดกี่ครั้ง มันก็จะย้อยลงมาจากท้องน้อย หน้าอก และใบหน้าเธอเสมอ จนตอนนี้ เรียกได้ว่าตัวเธอมีกลิ่นคาวอย่างชัดเจน
แต่ว่าทำไมไม่พาเธอไม่อาบน้ำซะล่ะ?
คำถามนั้นก็ตอบง่ายมาก บรรดาพวกผู้ชายที่ตั้งตารอรุมโทรมเด็กสาวคนหนึ่ง ประหนึ่งฝูงหมาป่าที่เฝ้ารอลูกแกะ คนพวกนั้นมีรสนิยมชอบผู้หญิงชั้นต่ำ กลิ่นตัวเต็มไปด้วยคาวกามเพราะแบบนั้น แค่ทำความสะอาดให้เนื้อตัวเธอสะอาดขึ้น และปลุกสติอันเลื่อนลอยของเธอให้ตื่น ก่อนจะโยนเธอเข้าไปในฝูงผู้ชายพวกนั้น
“ข ขอร้องล่ะ แก้มัดเชือกฉันหน่อย ฉันไม่หนีก็ได้ แต่แขนฉันชาไปหมดแล้ว”
เด็กสาวอ้อนวอน เชือกที่มัดแขนด้านหลังถึงจะไม่ได้รัดแน่นมาก แต่ด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน การมัดที่ยังครับให้เธออยู่ในท่าต้องแอ่นอกตลอดเวลาคงส่งความปวดเมื่อยไปยังกระดูกสันหลัง แต่มารีนก็ปฏิเสธ
“ผู้ชายพวกนั้นจะมีความสุขมากกว่า ถ้าเห็นเธอในสภาพนี้”
“อะไรกัน พวกคุณมันโรคจิตชัดๆ ”
“จะพูดยังไงก็ตามแต่ อีกเดี๋ยวเธอก็จะได้ไปเจอพวกเขาแล้ว จำความรู้สึกก่อนหน้านี้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นรูหน้ารูหลังหรือปากของเธอ เพราะเธอจะต้องเจอแบบนั้น กับของผู้ชายจริงๆ ”
“ม ไม่เอา อย่าให้ฉันโดนผู้ชายพวกนั้นรุมข่มขืนเลยนะ คุณก็เหมือนจะถูกจับตัวมานี้ เรามาพากันหนีเถอะ”
“พยายามโน้มน้าวใจเหรอ น่าสนใจนะ แต่ขอโทษด้วย ฉันมาอยู่กับเจ้านายคนนี้ ด้วยความเต็มใจของฉันเอง ฉันอยากโดนเขาทรมานและมอบความสุขให้ไปพร้อมกัน”
“บ้ากันไปใหญ่แล้ว อยากโดนทรมานเนี่ยนะ”
“ถ้าเธอผ่านการฝึกของเจ้านาย เอาไว้เธอจะเข้าใจเอง แต่ตอนนี้ ได้เวลาแล้ว ตามฉันมา”
“ย อย่านะ ฉันไม่อยากโดนข่มขืน ไม่เอา ไม่! ”
แต่เสียงร้องของเด็กสาวก็เหมือนกับเป็นเพียงลมอันแผ่วเบาผ่านมาและผ่านไป
เธอถูกลากขึ้นไปจากห้องใต้ดินที่อยู่ภายใต้บ้านพักตากอากาศของวิกเตอร์
เด็กสาวพยายามขัดขืนแต่ก็ถูกทำโทษด้วยการตบแก้มไปทีหนึ่งทำเอาน้ำตาไหลนองหน้า แต่ความสงสารไม่มีต่อจิตใจของมารีนเลยแม้แต่น้อย
เด็กสาวถูกโยนลงบนหาดทราย ใบหน้าเนื้อตัวเปื้อนไปด้วยเม็ดทราย
ผู้ชายหลายคนยื่นอยู่ตรงใต้ถุนของบ้านในภาพเปลือยเปล่าแล้วหันมายิ้มให้กับเธอ
ท่ามกลางผู้ชายพวกนั้น มีชายคนหนึ่งที่ใบหน้าค่อนข้างคุ้นเคยสำหรับเธอ เขาคือวิกเตอตร์ ชายผู้เหมือนจะเป็นหัวหน้าของคนพวกนี้
เมื่อเห็นเด็กสาวในสภาพถูกมัดนอนจมอยู่กับทราย เขาก็เดินมาพร้อมกับย่อตัวลงก่อนจะจิกผมเธอขึ้นแล้วบอกว่า
“เป็นยังไงบ้าง พร้อมยังสำหรับเกมที่กำลังจะเริ่ม”
“ข ขอร้องล่ะ ฉันไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้ว”
“แปลว่าพร้อมสินะ”
วิกเตอร์ไม่ได้ฟังคำพูดของหญิงสาวเลย มือหยาบปล่อยเส้นผมออก ใบหน้าของเด็กสาวล้มลงไปกับทรายอย่างหมดเรี่ยวแรง ส่วนชายหนุ่มก็หันไปมองบรรดาชายนับสิบที่อยู่ในสภาพพร้อมเต็มที่ แก่นกายของพวกเขาผงาดขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
“กติกาก็ง่ายมาก เราจะให้เวลาเธอคนนี้สิบนาทีให้ไปซ่อน ระยะเวลาภายในหนึ่งสามชั่วโมง ถ้าเธอสามารถซ่อนได้สำเร็จ ก็จะไม่ถูกผู้ชายพวกนี้เวียนเทียน แต่ถ้าถูกพบก่อนเวลาก็ตามนั้น สามชั่วโมงที่เหลือจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเวียนเทียน ทุกรูที่สามารถใช้ได้ของเธอจะถูกเติมเต็มด้วยแก่นกาย ต่อให้เธอจะขาดใจตาย คนพวกนี้ก็ไม่หยุด แต่ว่า ถ้าเธอแอบจนครบเวลาได้ ฉันจะมอบรางวัลให้สมกับความพยายามของเธอ”
“ไม่ใช่คนแล้ว ฉันไม่มีแรงแล้ว จะให้ฉันหนีไปไหน”
“ถ้างั้นก็… จับเวลา”
วิกเตอร์ไม่สนใจคำพูดของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อยแล้วหันไปจับเวลาบนนาฬิกาข้อมือของตัวเอง
ทางด้านเด็กสาวที่เห็นว่าชายหนุ่มเอาจริง จึงพยายามตะเกียกตะกายยืนขึ้น แต่เนื่องจากเรี่ยวแรงที่หดหายไปจากการถึงจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไหนจะแขนที่ถูกมัดไว้ด้านหลัง ทำให้เธอล้มหน้าจมไปกับทรายครั้งหนึ่ง ก่อนจะยันตัวขึ้นมาแล้ววิ่งออกไป
เด็กสาวไม่อาจทราบว่าสถานที่ซึ่งเธออยู่นั้นอยู่ตรงส่วนไหนของโลก แต่ดูจากลักษณะชายหาดและป่าด้านในแล้วน่าจะเป็นเกาะส่วนตัวของใครสักที
เธอคิดว่าที่แอบที่ดีที่สุด น่าจะเป็นบนต้นไม้ แต่ก็ต้องตัดความคิดนั้นไปได้เลย ร่างกายเธอไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น อย่าว่าแต่ในสภาพถูกมัดเลย ต่อให้แขนเป็นอิสระ เธอก็ไม่คิดว่าจะปิดต้นไม้ได้ ดังนั้นความคิดนี้ต้องตัดทิ้งไป
เสียงของผู้ชายมากมายกำลังตรงมาทางเธอ เวลาสิบนาทีหมดไปแล้วเหรอ มันจะเร็วเกินไปแล้ว อาจเป็นเพราะเด็กสาวควานหาสถานที่ซ่อนแอบจนไม่ได้สนใจเวลา ทำให้ตอนนี้เธอต้องหาที่แอบอย่างเลิกลัก จนกระทั่งเธอได้ยินเสียงน้ำตก และเธอก็คิดอะไรได้
ถ้าหากไปแอบหลังน้ำตก จะต้องไม่มีใครเจอเธออย่างแน่นอน อากาศตอนนี้ค่อนข้างหนาว คงไม่มีพวกผู้ชายคนไหนอยากไปสัมผัสน้ำในสภาพร่างกายเปลือยเปล่านัก
เมื่อคิดได้ดังนั้น เด็กสาวก็เดินลอดผ่านน้ำตกไปแล้วพบว่ามันมีพื้นที่ว่างอยู่ประมาณหนึ่งให้เธอพอจะนอนพักได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะหนาวสั่นเพราะสัมผัสกับน้ำเย็นโดยตรง แถมร่างกายยังเปลือยเปล่าไม่มีอะไรมอบความอบอุ่น แต่เธอก็คิดว่ามันดีกว่าการที่จะต้องมอบร่างกายนี้ให้เป็นของเล่นของผู้ชายนับสิบคน
และเหมือนแผนของเด็กสาวจะเป็นไปได้ด้วยดี ระยะเวลาสามชั่วโมงไม่มีใครตามหาเธอเจอเลยสักคน ต่อให้พวกผู้ชายพวกนั้นจะตามหาเธอทั่วทั้งเกาะก็ไม่พบ สุดท้าย เวลาสามชั่วโมงก็มาถึง ลำโพงที่ซ่อนอยู่ทั่วเกาะมีเสียงดังขึ้น
“หมดเวลาแล้ว ออกมาได้แล้ว ก่อนที่ปอดของเธอจะชื้นจนตายไปซะก่อน”
“เจ้านั่น… รู้เหรอว่าฉันมาแอบตรงนี้”
เด็กสาวพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับปากที่สั่นไปด้วย ไม่อาจทราบว่าชายคนนั้นมีกล้องซ่อนอยู่ทั้งเกาะจนสามารถเห็นเธอได้ทุกการกระทำ หรือว่าเขาตามความคิดของเธอทันกันแน่ แต่สุดท้าย เด็กสาวก็เดินลอดออกมาจากน้ำตก แล้วตรงไปยังชายหาด ผู้ชายที่เห็นเธอก็พากันอุ้มเธอกลับไปที่บ้านพักตากอากาศของวิกเตอร์และวางเธอลงกับพื้นทรายอย่างไม่ไยดี
“เก่งมากสาวน้อย”
วิกเตอร์ว่าพร้อมกับน้ำผ้าขนหนูมาคลุมร่างกายเธอ ก่อนจะอุ้มเธอไปยังกองไฟที่ก่อเตรียมเอาไว้แล้ววางเธอลง
“ฉันชนะเกมนี้แล้ว นายจะปล่อยฉันใช่ไหม”
“ถูกต้อง ฉันเป็นคนรักษาสัญญาอยู่แล้ว”
พร้อมกับคำพูดนั้น ชายหนุ่มก็แก้มัดเชือกที่มัดแขนของเด็กสาวมานานนับชั่วโมงออกจนเธอเป็นอิสระ แขนสองข้างของเธอตกลงตามลำตัวอย่างไร้ความรู้สึก ต้องใช้เวลาสักพักถึงจะกลับมาขยับแขนได้
“ถ้างั้น ก็ถึงเวลาที่เธอจะได้รับรางวัลของเธอ”
“รางวัลที่ว่า คือนายจะปล่อยฉันกลับไปใช่ไหม”
ในหัวของเด็กสาว มีเพียงความคิดเดียวตอนนี้ ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้า
“ใช่ และฉันก็มีของขวัญให้เธอด้วย”
วิกเตอร์ว่าก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับมารีน เธอยื่นกล่องบางอย่างให้กับเขา ก่อนจะเปิดออกมาเผยให้เห็นเข็มขัดพรหมจรรย์ที่มีดิลโด้ขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังเหมือนจะปล่อยให้เป็นอิสระเพื่อที่เธอจะได้ถ่ายหนักได้
“มันคืออะไร”
“คือซะว่ามันเป็นกางเกงในของเธอ ต่อไปนี้ เธอจะต้องใส่มันตลอด เธอจะได้รู้สึกถึงความเป็นทาสของตัวเองตลอดเวลา จะช่วยตัวเองก็ไม่ได้ จะห้ามตัวเองไม่ให้เสร็จก็ไม่ได้ ความสุขทางเพศทั้งหมดของเธอขึ้นอยู่กับฉัน”
“นายมันโกหก ไหนว่าจะปล่อยฉันไปไง”
“ฉันปล่อยเธอแน่นอน แต่อย่างที่เธอรู้ เธอบอกเองว่าถ้ารอดจากที่นี่ไปได้เจอจะแจ้งตำรวจ เพราะอย่างนั้น ฉันเลยต้องหาอะไรมารับประกัน อย่างแรกคือคลิปที่ถ่ายเธอดิ้นเร่าๆ อยู่กับของเทียมสองอันในห้องใต้ดิน อย่างที่สองคือเข็มขัดนี้ เธออยากจะแจ้งตำรวจก็เอาเลย ฉันก็อยากจะฟังข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ เกี่ยวกับนางแบบสาวที่ถูกลากไปรุมโทรม และถูกใส่เข็มขัดพรหมจรรย์ ก็จริงที่ว่านักข่าวอาจจะไม่เล่นเรื่องนี้ แต่ข่าวลือหนาหูต้องตามมาแน่ จากนั้น ฉันจะปล่อยคลิปออกไป เอาให้เธอหมดอนาคตกันไปเลย”
แผนการและคำพูดของวิกเตอร์ทั้งหมดทำเอาเด็กสาวหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต เธอถึงกับร้องไห้ออกมา
“นายทำแบบนี้กับฉันทำไม”
“มีลูกค้าว่าจ้างฉันมา ก็แค่นั้น ไม่มีมีความแค้นส่วนตัว”
“ขอร้องล่ะ ฉันจะไม่บอกตำรวจก็ได้อย่าใส่เจ้านั่นเข้ามาในตัวฉันเลยนะ”
“เธอจะบอกตำรวจหรือไม่ก็ตาม ตอนนี้เธอเป็นทาสของฉัน เพราะงั้น”
วิกเตอร์หันไปพยักหน้าให้กับผู้ชายสองสามคน พวกเขาทำการยกร่างอันไร้เรี่ยวแรงของเด็กสาวขึ้น ส่วนวิกเตอร์ก็ทำการส่วนใส่เข็มขัดพรหมจรรย์ตามด้วยการล็อกกุญแจ ก่อนจะโปะยาสลบเธอเพื่อให้หมดสติ จากนั้นก็พาเธอกลับไปส่งที่บ้านของเธอ ในช่วงเวลาเช้าของอีกวัน
เด็กสาวที่ถูกทรมานมาทั้งคืน แถมยังต้องเจอชะตากรรมอันโหดร้าย เธอถึงกับไข้ขึ้นแล้วไม่สามารถไปทำงานในวันถัดมาได้ จนกระทั่งเธอดูแลตัวเองจนหายไข้ จึงกลับมาทำงานอีกครั้ง แต่แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อนึกถึงอะไรบางอย่างใด
“ถ ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำเหรอคะ”
เด็กสาวทวงถามคำถามอีกครั้ง จากผู้จัดการของเธอที่รับงานมาให้เธอทำ ผู้จัดการพยักหน้าอย่างไม่คิดมาก
“เขินเหรอ อย่าพูดให้ตลกน่า เธอรับงานถ่ายแบบชุดว่ายน้ำมาเยอะแล้ว อีกอย่าง เวลาเธอถ่ายแบบชุดว่ายน้ำที่ไหน อันดับความนิยมของเธอก็พุ่งขึ้นตลอด ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเลยนะ”
“แต่ว่า…”
“แต่? ”
“งานนี้หนูขอไม่รับได้ไหมคะ? ”
“ทำไมล่ะ อย่าบอกฉันนะว่าเธอเขินจริงๆ ”
เด็กสาวหลบหน้าผู้จัดการของเธอ แล้วคิดว่าควรจะหาข้ออ้างอย่างไรที่จะไม่ต้องไปถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ ซึ่งเหตุผลที่เธอไม่อยากถ่ายแบบชุดว่ายน้ำก็ไม่ได้มีอะไรมาก ถ่ายหากร่างกายเธอเปลือยเปล่ามีเพียงชุดที่ไม่ต่างจากชุดชั้นในส่วนอยู่ ทุกคนในกองถ่ายก็เห็นหมดสิว่าเธอใส่เข็มขัดพรหมจรรย์อยู่ ทุกคนจะคิดว่าเธอเป็นคนยังไงกัน
“ยังไงก็ตาม งานนี้หนูขอปฏิเสธค่ะ ไว้มีงานอื่นค่อยติดต่อหนูมานะคะ หนูยังเป็นไข้อยู่เลย ขอกลับไปนอนก่อนนะคะ”
เด็กสาวก้มหัวให้กับผู้จัดการหนึ่งครั้ง ก่อนจะเดินกลับไปพักยังห้องของตัวเอง ทางด้านผู้จัดการก็แปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก บางทีเธออาจจะเหนื่อยก็ได้ เธอคิดแบบนั้นก่อนจะออกจากบ้าน ล็อกประตูบ้านให้กับเด็กสาว และปล่อยให้เธอพักผ่อน
แต่ว่าเธอจะได้พักผ่อนจริงเหรอ?
ไม่ว่าจะเป็นทุกย่างก้าวเดิน ทุกการกระทำ ทุกการเคลื่อนไหว ก็ราวกับมีใครเอานิ้วมาสะกิดปากมดลูกของเธอเสมอ ดิลโด้ขนาดใหญ่และยาวจนไม่อาจคิดได้ว่าจะมีผู้ชายคนไหนในโลกมีแก่นกายใหญ่เท่านี้ ชายคนนี้ต้องแกล้งเธออย่างแน่นอน
และแน่นอนว่าเด็กสาวไม่ได้ยอมรับชะตากรรมอย่างน่าสมเพช เธอลองพยายามหลายวิธีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำกรรไกรหรือมีดมาตัดออก แต่ก็ไม่ได้ผล วัตถุของมันแข็งและคงทนและเหนียว จนไม่สามารถทำอะไรได้ ทำให้ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ เด็กสาวต้องทนอยู่กับความเสียว ไม่ว่าจะเป็นตอนลุกไปกินข้าว อาบน้ำ หรือกระทั่งออกกำลังกาย
ใช่ ออกกำลังกาย
เธอเป็นนางแบบ มีความจำเป็นจะต้องรักษาหุ่นให้ผอมเพรียวตลอดเวลา แต่ว่า ด้วยดิลโด้ที่ยัดอยู่ในร่องรักของเธอ ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวช่างยากลำบากนัก ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายท่าไหน ก็สร้างความจุกเสียดให้กับเธอ จนสุดท้ายเธอก็ต้องล้มเลยไปแล้วหันไปคุมอาหารหนักกว่าเดิม จนตอนนี้ ท้องของเธอรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลา เพราะการทานอาหารในปริมาณน้อยลง
ทุกเวลาเธอมีอารมณ์ทางเพศตลอด บางครั้งเธอก็อยากปลดปล่อยตัวเองให้ถึงจุดสุดยอด แต่ก็น่าเสียดาย ที่เข็มขัดพรหมจรรย์ปกปิดร่องรักของเธอไว้ ทำให้เธอไม่สามารถสัมผัส เขี่ย หรือลูบไล้ของตัวเองได้ ทำได้เพียงแค่เคล้นหน้าอกตัวเองพร้อมกับหายใจหอบถี่ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากเพิ่มความเสียวกระสันให้เธอเท่านั้น
จนกระทั่งวันหนึ่ง โทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเสียงของชายหนุ่มที่ลักพาตัวเธอไป
“เป็นยังไงบ้าง ทาสของฉัน สนุกกับชีวิตการเป็นทาส ตอนนี้คงมีอารมณ์เต็มที่แล้วสิ”
“เอามันออกไปเดี๋ยวนี้ ฉันต้องเสียงานเพราะนายนะ”
“ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานก็จะมีงานที่ดีกว่ารอเธออยู่ แต่ว่าตอนนี้ เธออยากเอาเจ้านั้นออกมาไหมล่ะ ถ้าอยากล่ะก็ ฉันมีข้อแม้อย่างหนึ่ง ถ้าเธอเล่นเกมกับฉันและผ่านไปด้วยดี เธอจะได้รับอิสระ เข็มขัดนั้นฉันจะเอาคืน”
“เกมอะไรของนาย พูดเหมือนฉันมีสิทธิปฏิเสธงั้นล่ะ”
“หัวไวดีนี่… ก็แค่ เราไปเดทกันสองคน พร้อมกับปลดปล่อยความร่านของเธอออกมาด้วย เป็นไงล่ะ”