แสงไฟนีออนสีขาวนวลของโถงทางเดินหลักในอาคารผู้ป่วยนอกสาดส่องลงกระทบพื้นหินอ่อนขัดมันบรรยากาศรอบข้างที่เคยเงียบสงบกลับพลันตึงเครียดขึ้นมาในทันทีเมื่อวงล้อแห่งโชคชะตาเหวี่ยงเอาคนทั้งหมดมาเผชิญหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย
ที่ฝั่งหนึ่งของโถงทางเดินกว้าง ‘ภูดิศ’ ทรุดตัวย่อเข่าลงกับพื้นเพื่อวางร่างกลมป้อมของ ‘น้องเติมเต็ม’ลงสู่พื้นอย่างทะนุถนอม ทว่าฝ่ามือหนาอุ่นของชายหนุ่มยังคงเกี่ยวกระหวัดกุมมือเรียวเล็กอวบๆของเด็กชายเอาไว้แน่นสายตาคู่คมที่มักจะเ็าบัดนี้ฉายแววละมุนละไมและมั่นใจอย่างที่สุดหลังจากที่เขาเพิ่งเกี่ยวก้อยสัญญาลับๆกับลูกชายตัวน้อยไปเมื่อครู่
ทว่ายังไม่ทันที่ภูดิศจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อเสียงส้นสูงคัตติ้งหรูดังฉับๆ มาจากทางด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘แพทย์หญิงลลิตา’หรือ ‘หมอลิลลี่’ คู่หมั้นสาวสวยดีกรีคุณหมออายุรกรรมคนดัง
เธอเดินนวยนาดเข้ามาด้วยกิริยาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจก่อนจะขยับกายเข้าประชิดแผงอกแกร่ง วาดลำแขนเรียวเข้าคล้องแขนหนาของภูดิศไว้แน่นและโดยที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัว ลลิตาก็ก้มใบหน้าสวยเฉี่ยวลงไป ‘จุ๊บเข้าที่แก้มสากของภูดิศอย่างรวดเร็วหนี่งฟอดใหญ่’เพื่อแสดงความเป็เ้าของต่อหน้าพนักงานรอบข้าง
"ดิศคะ! ลิลลี่ตามหาตั้งนานที่แท้ก็มาอยู่ตรงนี้เอง" เสียงหวานใสของคู่หมั้นสาวดังขึ้น
ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง...ราวกับโลกกลั่นแกล้ง
ที่อีกฟากฝั่งของโถงทางเดินยาวฝั่งตรงกันข้ามณ บริเวณหน้าร้าน ‘มนัสขนมไทย’ ที่กำลังตกแต่งอยู่ ‘มนัสวี’ ในชุดผ้าฝ้ายสีอ่อนก้าวเท้าเดินรี่เข้ามาหา ‘ธราธร’ พี่ชายต่างสายเืด้วยความกระวนกระวายใจเธอตั้งใจจะมารับน้องเติมเต็มกลับบ้านสวนเพราะความหวาดกลัวที่จะเจอภูดิศ
ทว่าเมื่อมาถึง เธอกลับพบธราธรที่กำลังยืนชะเง้อคอหน้าถอดสี มองหาหลานชายตัวน้อยอยู่ด้วยความลนลาน
"พี่ทิว... เติมเต็ม ล่ะคะ? เติมเต็มอยู่ไหน!"มนัสวีถามเสียงสั่นเครือ
"มน!พอดีพี่ให้แกนั่งรอที่ร้านอาหาร... แต่แกหายไปไหนไม่รู้ พี่กำลังจะไปตาม..."
ยังไม่ทันที่ธราธรจะพูดจบประสาทััของมนัสวีก็สั่งให้เธอเบือนสายตามองตรงไปตามทางเดินยาว และภาพที่ปรากฏอยู่ตรงปลายสายตา มันทำให้หัวใจของเธอแตกสลายลงไปกองกับพื้นทันที
เธอเห็นภูดิศยืนอยู่ตรงนั้น...ข้างกายของเขามีคุณหมอลลิตากำลังคล้องแขนออดอ้อนและจูบแก้มเขาอย่างหวานชื่น หากแต่สิ่งที่ทำให้นมัสวีแทบหยุดหายใจและตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็ก้อนหินคือฝ่ามือหนาของภูดิศที่กำลัง ‘จูงมือ’ น้องเติมเต็มลูกชายสุดที่รักของเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย!
"คุณแม่! ลุงทิว! "เสียงใสของเด็กชายตัวน้อยะโออกมาทำลายความเงียบงัน
หนูน้อยเติมเต็มฉวยโอกาสที่ภูดิศกำลังชะงักสะบัดมืออวบๆจนหลุดออกจากการเกาะกุมร่างกลมป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นทับเสื้อยืดสีส้มอิฐสกรีนลายการ์ตูนไดโนเสาร์ตัวจิ๋วขยับขาเรียวสั้นก้าวสับสี่คูณร้อย วิ่งหน้าตั้งข้ามฝั่งโถงทางเดินไปหาธราธรที่ย่อตัวลงอุ้มเข้าแนบอก รองเท้าผ้าใบมีไฟกระพริบตามจังหวะก้าววิ่ง ยิ่งส่งให้เด็กชายดูน่าเอ็นดูจนพนักงานรอบข้างลอบอมยิ้ม
"เติมเต็ม!" ธราธรร้องอุทานรวดเร็ว
ชายหนุ่มขยับตัววิ่งสวนไปข้างหน้าย่อตัวลงต่ำแล้ววาดแขนแกร่ง ‘อุ้มร่างกลมป้อมของน้องเติมเต็มขึ้นมาแนบแผงอก’อย่างหวงแหนเพื่อปกป้องหลานชาย โดยมีมนัสวีถลันเข้ามาลูบหัวลูกชายด้วยใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาและสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก
บัดนี้...ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบสงัดจนน่ากลัวรังสีความกระอักกระอ่วนใจและตึงเครียดแผ่ซ่านปกคลุมคนทั้งห้าคนในโถงทางเดินยาว
ภูดิศผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงใบหน้าหล่อเหลาคมคายบิดเบี้ยวบึ้งตึง ถลึงตาคิ้วขมวดจนน่ากลัว ั์ตาคู่คมเต็มไปด้วยไฟหึงหวงและเข้าใจผิดยามที่เขาจับจ้องมองภาพที่ธราธรโอบอุ้มลูกชายของเขาไว้แนบอก โดยมีมนัสวียืนเคียงข้างคลอเคลียดูสมบูรณ์แบบในฐานะ‘ครอบครัวใหม่’ที่เธอสร้างขึ้นมา หลังหักหลังเขา
ทันทีที่ร่างของเด็กน้อยวิ่งไปหาทิว ภูดิศยืนมองแผ่นหลังกลมป้อมนั้นด้วยสายตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยความมั่นใจ นาทีนี้ไม่มีข้อกังขาใดๆ หลงเหลืออยู่อีก สายใยและสัญชาตญาณมันประกาศก้องในสมองของเขาแล้วว่า... ‘เด็กชายเติมเต็มคนนี้คือสายเืแท้ๆ ของเขาอย่างแน่นอน!’ และเขาจะทำทุกทางเพื่อกระชากความจริงและทวงคืนครอบครัวของเขากลับมาให้ได้!
ส่วนหมอลลิตา ก็ได้แต่มองสลับไปมาระหว่างคู่หมั้นหนุ่มและสองแม่ลูกฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เคลือบแคลงสงสัยจับพิรุธ