สิงหายืนกอดอกมองปฏิกิริยาของคนตัวเล็กที่หน้าเผือดสีลงเลยๆ ขณะก้มหน้าก้มตาอยู่กับกระดาษในมืออย่างใจเย็น แม้นว่าเธอจะใช้เวลากับมันมาหลายนาทีแล้วก็ตาม
สัญญาเงินกู้…
สัญญาคู่ค้า…
ไม่ใช่สิ….ต้องเรียกว่าสัญญาซื้อขาย
แต่! สิ่งที่เ้าของลายมือชื่อจรดปากกาลงบนกระดาษทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทำไมถึงเป็…
ธันย์ชนกยิ้มหยันให้กับชีวิตแสนห่วยของตัวเอง ผู้หญิงที่พ่อแม่ไม่้าอย่างเธอมีค่าตัวถึงแปดล้านเชียวหรือ ความเสียใจจากการมารดาไล่ออกจากบ้านเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเธอยั่วยวนพ่อเลี้ยง เทียบไม่ได้เลยกับการถูกพ่อแท้ๆ หักหลังหลอกเอาเธอมาขายให้กับเขา
ตอนที่บิดาติอต่อมาหาในหนึ่งวันถัดจากวันที่เธอถูกไล่ออกจากบ้าน มันทำให้ธันย์ชนกอบอุ่นใจมากว่าอย่างน้อยเธอก็ยังเหลือพ่ออีกคนที่รักเธอแม้นว่าจะไม่ได้เจอกันมานาน ไม่นึกเลยว่าเธอจะถูกบิดาเหยียบซ้ำให้หัวใจที่อ่อนล้าแหลกสลายลงไปอีก
“มันเป็อย่างนี้ไปได้ยังไง”
ธันย์ชนกเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว ความผิดหวัง เสียใจอัดแน่นจนจุกอก เธอปล่อยให้สิ่งที่อยู่ในมือร่วงหล่นลงพื้น พร้อมกับน้ำตาจากดวงตากลมโตไหลริน
“มันเป็ไปแล้ว พ่อของทรายยกทรายให้อยู่ในอาณัติของผม” สิงหาบอกขณะก้มลงเก็บสัญญาที่หญิงสาวทำตก
ตามที่ได้อ่านข้อความ ไม่ใช่สิ ข้อตกลงในสัญญา ในนั้นระบุไว้ว่า เธอเป็สิทธิ์ขาดของเขาแต่เพียงผู้เดียวแลกกับเงินที่เขาจ่ายให้กับบิดาของเธอ
นี่เขาใช้เงินซื้อผู้หญิงมาแล้วกี่คน
ธันย์ชนกหลับตาลงนิ่งพลางสูดลมหายใจลึก พยายามตั้งสติ ในเมื่อเื่มันเกิดขึ้นมาแล้วเธอต้องหาทางแก้ไข โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำของเธอกำลังเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคนตัวโต
หลังจากระงับอารมณ์พลุกพล่านในใจได้แล้ว หญิงสาวจึงลืมตาขึ้นมาสบกับดวงตาสีนิลที่มองมาอยู่ก่อน “ถ้าดิฉันปฏิเสธ”
สิงหาวางกระดาษในมือลงกับโต๊ะทำงาน ก่อนที่มือใหญ่ทว่าเรียวยาวราวกับมือผู้หญิงจะเชยคางมนให้แหงนขึ้นมาสบกับดวงตาคมกริบราวกับใบมีดโกน ก่อนเอ่ยเสียงนิ่งเรียบ
ชายหนุ่มขยับเลื่อนเก้าอี้ตัวที่ว่างออกมานั่งแล้วหมุนเก้าอี้ของเธอให้หันหน้ามาหาเขา พร้อมกับเท้าแขนข้างหนึ่งไว้กับของโต๊ะทำงานส่วนอีกข้างอยู่บนพนักเก้าอี้ของเธอ จนเหมือนว่าคนตัวเล็กตกอยู่ในอ้อมแขนของเขากลายๆ
เขารับรู้ได้ถึงอาการตัวสั่นขณะที่เ้าตัวพยายามเอนหลังหนีจนแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลัง แต่เขากลับไม่มีความใจอ่อนให้กับเธอ และสายตาต่อต้านที่ธันย์ชนกมองมา
“พ่อของทรายก็อาจกลายเป็อาหารฉลาม”
ธันย์ชนกสะบัดหน้าหนีทันทีที่เมื่อเสียงเย็นเยียบเอ่ยจบ เธอััได้ถึงความน่ากลัวในแววตาคู่นั้น รับรู้ได้ว่าเขาไม่ได้แค่ขู่ให้กลัว แต่เขาจะทำมันจริงๆ
“แล้วการเป็สมบัติของคุณ มีหน้าที่อะไรบ้างคะ” เสียงแหบแห้งฟังดูขมขื่น
เธอไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าการตกอยู่ในอาณัติของเขาหมายถึงอะไร เธอจึงจำต้องหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง เพื่อต่อรอง
“อย่าเรียกว่าสมบัติเลย ผมก็แค่เป็ผู้ปกครองให้ทราย” เขาแก้คำให้เธอใหม่
“ฉันอายุยี่สิบแล้วค่ะ ไม่จำเป็ต้องมีผู้ปกครอง”
“แต่ทรายยัง้าคนปกป้อง”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เธอไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด
“งานหลักๆ ของการอยู่ภายใต้อาณัติของผม ก็คือนอนกับผมเวลาที่ผม้าทราย” สิงหาเปลี่ยนกลับมาเข้าประเด็นอย่างไม่อาทร เขาเสียเงินไปแล้วเขาก็ควรได้อะไรตอบแทนบ้าง
“แล้วก็อาจจะมีช่วยดูแลผมบ้างนิดหน่อยเช่น อาบน้ำหรือว่าแต่งตัวถ้าทรายมีน้ำใจ ส่วนงานบ้านกับงานครัวไม่ต้อง เพราะผมมีคนทำอยู่แล้ว”
“แล้วปกติงานหลักๆ นี่คุณไม่ได้มีคนทำอยู่แล้วหรือคะ”
ธันย์ชนกเชื่อว่าด้วยฐานะ และรูปร่างหน้าตาอย่างเขาคงมีคนอยากทำหน้าที่หลักแบบที่ให้เขามากแน่ๆ
สิงหากระตุกยิ้ม ทั้งที่เป็คนไม่ชอบให้ใครก้าวล้ำความเป็ส่วนตัว แต่กับผู้หญิงตรงหน้าเขายินดีที่จะตอบในสิ่งที่เธออยากรู้
“มีบ้างเป็ครั้งคราว ถ้าทรายจำได้ผมบอกว่าเวลาที่ผม้าทราย นั้นหมายความว่ามีบางเวลาที่ผมอยากไม่ได้้า” สิงหาเน้นย้ำท้ายประโยคให้เธอเข้าใจ
ธันย์ชนกเม้มริมฝีแน่นระงับอารมณ์ที่กับพลุ่งพล่านอยู่ภายในอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าควรโกรธโชคชะตาหรือโกรธเขาก่อนดี
“ทรายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธถ้าอยากรักษาชีวิตพ่อเอาไว้”
พ่อที่หายไปจากชีวิตลูกมากกว่าสิบปี แต่พอติดต่อกลับมาก็หลอกเอาเธอมาขาย เธอควรเป็ลูกกตัญญูอย่างนั้นหรือ ธันย์ชนกถามตัวเองอย่างขมขื่น
“ถ้าฉันขอทำงานอย่างอื่นชดใช้แทนล่ะคะ”
“งานทุกอย่างมีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว ผมไม่อยากให้ทรายเข้าไปแทรกให้เสียระบบ”
แล้วการให้เธอมารับผิดชอบนอนกับเขา ไม่เป็การแทรกหน้าที่ผู้หญิงของเขาให้เสียระบบหรือไง
“การมาเป็ผู้หญิงของผมไม่ทำให้เสียระบบหรอก” เขาบอกราวกับล่วงรู้ความคิดของเธอ
“ฉันถามอะไรคุณได้ไหมคะ” ในเมื่อหลีกหนีไม่ได้เธอก็ต้องทำใจยอมรับ
สิงหามองหน้าหวานที่ยังคงซีดสลับแดงราวกับคนจับไข้นิ่ง คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย แต่เธอรู้แล้วว่าอาการแบบนี้คือเขากำลังรอให้เธอพูดต่อ
“ทำไมพ่อถึงต้องเอาเงินจากคุณมากขนาดนั้นคะ”
“ผมคิดว่าคุณธนัทคงไม่อยากให้ทรายรู้ ไม่อย่างนั้นคงบอกทรายไปแล้ว”
“ฉันไม่มีสิทธิ์รู้ว่าพ่อเอาเงินจากการขายตัวเองราวกับเป็สินค้าไปทำอะไรเลยหรือคะ” ธันย์ชนกต่อว่าอย่างโมโหปนน้อยใจ
“สักวันทรายจะเข้าใจพ่อ” สิงหาปลอบ
เขารู้ว่าเธอเ็ป อาจจะมากกว่าการโดนไล่ออกจากบ้านเสียอีก เพราะธนัทเหมือนเป็ที่พักพิงทางใจคนสุดท้ายที่ธันย์ชนกเหลืออยู่ แต่กลับต้องมาถูกหักหลังซ้ำ จึงอดที่จะปลอบไม่ได้
“คุณเคยซื้อผู้หญิงมากี่คนแล้วคะ” ในเมื่อหาคำตอบถึงสาเหตุที่ถูกขายไม่ได้เธอจึงหาคำถามใหม่
“ทรายเป็คนแรก” และเป็คนเดียว แน่นอนเขาไม่ได้บอกอย่างหลังให้เธอรับรู้
“ทำไมคุณถึงยอมเสียเงินตั้งมากมายเพื่อซื้อผู้หญิงคนหนึ่งคะ”
“คงเพราะผมถูกใจทราย” ปลายนิ้วเรียวยาวไล้หัวไหล่มนเล่น แต่เ้าของกลับสะบัดตัวหนี
“จากการที่เราเจอกันเมื่อสามวันที่แล้วน่ะหรือคะ”
ถึงแม้นเขาจะเป็คนช่วยเธอจากการถูกเพื่อนของเขาลวนลามและเธอก็ประทับใจและทราบซึ้งในความเป็คนดีของเขามาก แต่มันก็แค่ตอนนั้น ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเขาไม่ได้เป็คนดีอย่างที่เธอคิด เผลอๆ อาจจะเลวกว่าเพื่อนของเขาคนที่ลวนลามเธอเสียอีก
จริงอยู่ว่าหลายครั้งที่เธอรู้สึกได้ว่าสายตาคมมองมาที่เธอ แต่เธอคิดว่าเขาอาจจะแค่มองเหมือนกับที่พวกผู้ชายชอบมองเวลาเห็นผู้หญิงแต่งตัวเปิดนั่น โชว์นี่ ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะสนใจเด็กเสิร์ฟอย่างเธอ
“รู้จัก first impression ไหม” ใบหน้าหล่อคมโน้มลงมาอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าหวาน ก่อนกระตุกยิ้มเมื่อหญิงสาวพยายามเอนหลังหนีทั้งที่ตัวเองจะฝังลงไปในชั้นหนังสืออยู่แล้ว แต่คนตัวโตก็ยังตามไปกระซิบที่ข้างใบหูเล็ก
“แล้วเราก็ไม่ได้เจอกันที่ร้านอาหารเป็ครั้งแรก”
ธันย์ชนกขมวดคิ้วอย่างงุนงง นึกไม่ออกว่าก่อนหน้านี้เธอกับเขาเคยเจอกันที่ไหน
ว่ากันตามจริงด้วยใบหน้าหล่อเหล่าแบบเืผสม บวกกับรูปร่างสูงใหญ่ อีกทั้งอิริยาบถท่วงท่าราวกับราชนิกุลนั้นช่างสะดุดตาจนเชื่อได้ว่า ไม่น่าจะมีใครลืมเขาได้ แม้นจะเจอกับเพียงเสี้ยวนาที
“คอนโด…”
สิงหาบอกชื่อคอนโดแห่งหนึ่งแถบชานเมือง แล้วก็ต้องยิ้มขันให้กันอาการใจนตาที่โตอยู่แล้วโตขึ้นไปอีกจนเกือบจะถลนออกมานอกเบ้า เพราะนั้นแสดงว่าเธอนึกออกแล้วว่าเคยเจอกันในสถานการณ์ไหน