นายท่านรองฮัวสั่งให้หัวหน้าคนงานเรียกคนงานทั้งโรงอบและโรงผลิตยาสมุนไพรมารวมกันที่ด้านหน้าของโรงเรือน นี่เป็นครั้งที่สองที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ครั้งแรกก็คือตอนที่คุณชายใหญ่ฮัวหยางประกาศว่าจะให้ผลิตยาแก้ผื่นคันแบบเม็ดที่เพิ่งคิดค้นได้สำเร็จ
“นี่คุณชายใหญ่คิดค้นยารักษาโรคใหม่ได้อีกแล้วกระมัง ” คนงานด้านหลังพูดขึ้น “ดีจริง เป็นเพราะยาแบบใหม่นี่ล่ะทำให้ค่าแรงของพวกเราเพิ่มขึ้น”
“ก็แน่สิ ไม่ต้องซื้อแบบเป็นห่อไปต้มกิน สะดวกสบายยิ่งนัก แบบนี้ต่อไปผลิตขายทั่วทั้งห้าแคว้น สกุลฮัวต้องกลายเป็นมหาเศรษฐีอย่างแน่นอน”
คนงานข้างหน้าหัวเราะ “ตอนนี้คหบดีฮัวก็นับเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีของแคว้นหมิงอยู่แล้วนะ ยังต้องรวยกว่านี้อีกหรือ ”
“นั่นน่ะสิ” หลายคนหันมาพยักเพยิดและยิ้มให้แก่กัน
ฮัวหยางกับอู๋จือยืนคู่กันอยู่บนเวทีสูงประมาณเข่าที่ด้านหน้า รายล้อมด้วยเหล่าองครักษ์ราวห้าสิบคนจากคฤหาสน์สกุลฮัว คุณชายใหญ่กวาดตามองไปยังคนงานทั้งหมดแล้วประกาศเสียงดังฟังชัด
“วันนี้ข้าจะมาจับคนร้าย”
คนทั้งหมดส่งเสียงฮือฮาด้วยความประหลาดใจ คนผู้หนึ่งร้องถามขึ้น
“คนร้ายคดีอันใดหรือขอรับคุณชายใหญ่ ”
ฮัวหยางยกยิ้มมุมปาก “คนผู้นี้ลอบทำยาเลียนแบบออกจำหน่ายมาหลายหน และล่าสุดยังทำยาปลอมเพื่อให้ร้านเฉี่ยนซือเสื่อมเสียชื่อเสียงอีก ตอนนี้มีคนเดือดร้อนจากยาปลอมจำนวนมาก คนผู้นี้อ้างว่ายาเป็นสิ่งที่ข้าผลิตขึ้นแล้วนำไปจำหน่ายตามท้องถนนในราคาถูก ล่าสุดมีคนที่นำไปกินแล้วเกิดพิษผื่นคันลุกลามตามร่างกายจนล้มเจ็บและที่สำคัญมีคนตาย ข้าได้แจ้งความกับทางการไปแล้ว แต่ยังจับกุมคนทำไม่ได้ วันนี้คนผู้นั้นได้ลงมือขโมยยาสูตรใหม่ของข้า และเขาก็ปะปนอยู่ในที่นี้”
คนทั้งหมดได้ยินก็ทำหน้าเลิ่กลั่ก พวกเขาหันไปพูดคุยกันด้วยความตกอกตกใจ เรื่องนี้บางคนก็เคยได้ยินมาบ้างแต่คิดว่าเป็นข่าวลือ พวกเขาพูดคุยกันจนส่งเสียงดังหึ่งๆ คล้ายฝูงผึ้งหลายร้อยตัวกำลังบินวนเวียนอยู่
“พวกเขาเงียบเสียงก่อน ที่ข้าให้ทุกคนออกมายืนข้างนอกก็เพราะว่าอีกหนึ่งเค่อ หัวขโมยผู้นี้ก็จะปรากฎตัวแล้ว ยามนี้บนตัวของเขาถูกพิษไร้สีไร้กลิ่นของข้าเข้าไป ยาพิษตัวนี้ที่จะทำให้ใบหน้าและลำคอของเขาปรากฎตุ่มพุพองผื่นแดงขึ้น”
คนงานทั้งหลายหันไปมองหน้ากันและกัน
“พวกเจ้าจ้องหน้าคนข้างๆ ให้ดี หากว่าผู้ใดจู่ๆ ก็มีตุ่มพุพองเป็นผื่นแดงหนาขึ้น ให้ร้องบอกข้าทันที!”
สถานการณ์ตกอยู่ในความตึงเครียด คนงานต่างจับคู่จ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตาย พวกเขาต่างระแวงแคลงใจในสิ่งที่ฮัวหยางบอก
...เป็นไปได้หรือ จู่ๆ คนหน้าตาธรรมดาจะมีต่อมพุพองขึ้นมาดื้อๆ เต็มหน้าเต็มคอ....
“หัวหน้าฉาง หน้ากับคอของท่าน!” รองหัวหน้าโรงอบสมุนไพรที่ยืนอยู่ด้านข้างร้องขึ้น
คนทั้งหมดในบริเวณนั้นหันไปมองหน้าฉางซวี่ตงเป็นจุดเดียว
เคร้ง!
จางเจิ้งจีชักกระบี่แล้วขยับเท้าเข้าไปชิด ทาบกระบี่ลงบนคอของคนที่ใบหน้ากับลำคอมีตุ่มพุพองปนกับผื่นแดงหนาเป็นปื้นขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย ฉางซวี่ตง”
ท่ามกลางความตื่นตะลึงของคนทั้งหมดโรงยา
คนถูกจับได้เลิกคิ้วเล็กน้อย “นี่พวกเจ้าวางแผนจับข้าหรือ ”
ฮัวหยางแสยะยิ้มเดินเข้ามาใกล้ “ถูกต้อง ข้าคิดอยู่แล้วว่าคนที่ต้องการเอายาข้าไปทำยาปลอมขาย หากอยู่ในโรงสมุนไพรจะต้องหาทางขโมยมันไปแน่ จึงได้ป้ายยาพิษเอาไว้รอบขวดแล้วให้ท่านอาเอามาเก็บไว้ ข้างในยาหายไปจำนวนหนึ่ง แค่ค้นตัวเจ้าดูก็รู้แล้ว”
เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่กรูเข้ามาทางประตูโรงยาสมุนไพร คนงานหันไปมองก็ถึงกับตกตะลึง เหล่ามือปราบราวห้าสิบคนวิ่งเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ขนาบด้านข้างแถวของคนงานเอาไว้
มือปราบเฉินเป็นผู้เข้ามาค้นในตัวของฉางซวี่ตง ค้นจนทั่วแต่ก็ไม่พบสิ่งใด เฉินหรงหันไปบอกกับหัวหน้ามือปราบจาง “ไม่มีของกลางขอรับ”
ฉางซวี่ตงทำหน้ากวนประสาท “จะมีได้อย่างไร ข้าไม่ได้เป็นคนร้ายสักหน่อย ที่ข้าผื่นขึ้นอาจจะเพราะข้าแพ้สิ่งอื่นในโรงเก็บสมุนไพรก็ได้”
ฮัวหยางหัวเราะหึๆ “ไม่อยู่กับเขาอยู่แล้วเพราะเขาฝากมันไว้กับผู้อื่น”
ทุกคนหันไปมองญาติห่างๆ ของฉางซวี่ตงที่ถูกอู๋จือคุมตัวให้ออกมาจากแถว ใบหน้าของคนแซ่ฉางผู้นั้นขาวซีด
“หัวหน้าฉาง ที่ไม่อยู่กับเจ้า ก็เพราะมันอยู่กับคนผู้นี้อย่างไรเล่า ข้าหาเจอแล้ว เชิญคุณชายใหญ่ตรวจสอบเจ้าค่ะ” มือปราบหญิงนำหลักฐานมาให้ฮัวหยาง
บนร่างของคนผู้นั้นค่อยๆ ปรากฏตุ่มใสขึ้นและกลายเป็นผื่นแดงปื้นหนาอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ฮัวหยางก้มลงมองเม็ดยาที่ถูกผ้าห่อเอาไว้ “ถูกต้องมือปราบอู๋ นี่คือยาที่ข้าใส่ไว้ในขวดเพื่อล่อให้โจรมันมาขโมยไป”
“ดี! จับได้คาหนังคาเขา” จางเจิ้งจีร้องออกมา “เอาล่ะ ในหมู่พวกเจ้า ถ้าผู้ใดร่วมมือกับหัวหน้าฉางก็ให้รีบสารภาพออกมา ตอนนี้ยังมีโอกาสแต่หากตรวจสอบพบภายหลังจะต้องโทษขั้นสูงสุด”
คนงานที่เหลือในแถวมองหน้ากัน สีหน้าของพวกเขาล้วนปริวิตก
“เอาล่ะหัวหน้าจาง หลักฐานและพยานพร้อมแล้ว ส่งคนที่ร่วมมือกับหัวหน้าฉางทั้งหมดเข้าคุกไปก่อนเถิด คนที่เหลือค่อยสอบสวน” ฮัวหยางสีหน้าเคร่งเครียด เขามั่นใจว่าคนพวกนี้จะต้องร่วมมือกันเป็นกลุ่ม
ไม่นานนัก มือปราบอีกสามคนก็คุมตัวญาติๆ ของฉางซวี่ตงออกมา หัวหน้าผู้ดูแลคนงานแห่งร้านเฉี่ยนซือถึงกับเข่าอ่อน เขาคิดจะคุกเข่าอ้อนวอนคุณชายใหญ่ ทว่าฝ่ายนั้นกลับโบกมือไล่
“มีสิ่งใดจะพูดจะอธิบาย เจ้าก็ไปพูดกับตุลาการเถิด หัวหน้าฉาง ข้าเสียดายนักที่ท่านเป็นคนเก่าแก่ของสกุลฮัว พวกเราไว้ใจและสนับสนุนช่วยเหลือครอบครัวท่านมาโดยตลอด ไม่คิดเลยว่าจะได้รับการตอบแทนเยี่ยงนี้” ฮัวหยาง สีหน้ากราดเกรี้ยว
“นายท่านรอง ได้โปรดเมตตาข้าด้วยขอรับ” ฉางซวี่ตงร้องเรียกฮัวไห่เทา
“ความผิดของเจ้าทำให้มีคนล้มตาย ข้าจะช่วยได้อย่างไร เจ้ายังไม่เมตตาตนเอง ข้าคงจะเมตตาเจ้าไม่ได้”ฮัวไห่เทาได้แต่ส่ายศีรษะ
หัวหน้าหน่วยมือปราบที่สามจางเจิ้งจีหันไปพยักหน้าให้มือปราบอีกผู้หนึ่งมาคุมตัวฉางซวี่ตงไป “เจ้าไม่ต้องพูดมากแล้ว ฉางซวี่ตง การที่เจ้าปลอมยาทำให้มีคนตาย และยังคิดลอบสังหารฮัวหยางอีก ไปนอนคุกรอก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวข้าจะส่งพรรคพวกของเจ้าตามไปอยู่ด้วย”
จางเจิ้งจีส่งมือปราบออกไปปิดล้อมบ้านของฉางซวี่ตงและตรวจสอบทรัพย์สิน พบว่าคนผู้นี้นำเงินที่ได้จากการขายยาปลอมไปซื้อบ้านหลังใหม่เอาไว้แต่ยังไม่ได้เข้าอยู่อาศัย
ส่วนหลงจู๊ซุยผู้นั้นไหวตัวทันจึงได้หลบหนีออกจากเมืองหลวง
“เจ้าคนแซ่ฉาง มันทำยาปลอมไปขายเอาเปรียบชาวบ้านจนร่ำรวย ช่างน่าโมโหนัก เจ้าดูไม่เพียงบ้านหลังใหม่แต่ยังมีที่นาอีกสี่ห้าโฉนด หากจับไม่ได้ไล่ไม่ทันในคราวนี้ เห็นทีชาวบ้านจะต้องเดือดร้อนกันอีกมาก” ฮัวหยางเขม่นเข่นเขี้ยว
คหบดีฮัวกับบุตรชายคนโตจึงได้เรียกคนสกุลฉางที่ทำงานด้วยทั้งหมดมาประชุมเพื่อแจ้งเรื่องนี้
“หากทางการสืบพบว่าพวกเจ้าคนใดคิดคด จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด แต่สำหรับคนที่ไม่เกี่ยวข้องข้าก็ยังจะให้ทำงานต่อไปได้” ฮัวหยางประกาศ
ฮูหยินผู้เฒ่าแห่งสกุลฮัวผู้เป็นย่าของฮัวหยางปกติแล้วจะขึ้นไปไหว้พระสวดมนต์อยู่ที่วัดบนเขานอกเมืองครั้งละนานๆ คราวนี้ถูกเชิญตัวอย่างเร่งด่วนมาเพื่อสะสางปัญหาในตระกูล เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าสกุลฮัวได้ยินว่าหลานชายจับคนร้ายที่ปลอมยาลูกกลอนได้แล้วก็ถอนใจออกมา
“กรรม ย่อมตามติดเป็นเงาของคนที่ทำจริงๆ ข้าคิดเอาไว้แล้วเชียวว่าน่าจะเป็นคนใกล้ชิด ความโลภช่างควบคุมได้ยากเสียจริง”
*****************
