หนีความวุ่นวายมาเป็นผู้ใหญ่บ้านในต่างโลก แต่ลูกบ้านดันมีตั้งแต่มอนสเตอร์ยันมังกรบรรพกาล ภาค 1

    บทที่ 42: กลศาสตร์แห่งเฮเซลบรุค

            บทที่ 42: กลศาสตร์แห่งเฮเซลบรุค


            เสียงคำรามกึกก้องของน้ำตกม่านไพลินดังสะท้อนไปทั่วบริเวณโขดหินผา มวลน้ำมหาศาลที่ทิ้งตัวลงมาจากความสูงกว่าสามสิบเมตรแตกกระจายกลายเป็นละอองสีขาวฟุ้งราวกับหมอกแห่งรุ่งอรุณที่ไม่มีวันจางหาย

            ณบริเวณริมแอ่งน้ำตกอันกว้างใหญ่ประชากรแห่งรัฐอิสระเฮเซลบรุคทุกชีวิตกำลังยืนรวมตัวกันด้วยความตื่นเต้นและสงสัยหลังจากที่เมื่อวานนี้ ‘อีไลอัส’ผู้ใหญ่บ้านในร่างเด็กชายวัยสิบสองปีได้ประกาศกร้าวว่าจะนำพาทุกคนก้าวข้ามขีดจำกัดของแรงงานคน ไปสู่ยุคแห่ง ‘พลังงานกล’

            วันนี้ ลานหินริมน้ำตกได้ถูกแปรสภาพเป็นไซต์งานก่อสร้างระดับเมกะโปรเจกต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            อีไลอัสในชุดผ้าไหมพฤกษาที่ทะมัดทะแมงยืนกางแผ่นไม้กระดานที่สลักเสลาด้วยลายเส้นถ่านไม้อย่างวิจิตรบรรจงอยู่บนโขดหินที่สูงที่สุดเพื่อให้ทุกคนมองเห็นได้ชัดเจนแววตาของอดีตสถาปนิกและนักผังเมืองซีเนียร์ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งการสร้างสรรค์

            "เอาล่ะทีมงานเฮเซลบรุค! ฟังบรีฟงาน ให้ดี!" อีไลอัสตะโกนแข่งกับเสียงน้ำตก"สิ่งที่เรากำลังจะสร้างในวันนี้ ไม่ใช่แค่ที่หลบฝน หรือกล่องเก็บของแต่มันคือ 'เครื่องจักรกล'ชิ้นแรกของอารยธรรมพวกเรา!"

            เด็กชายเคาะปลายกิ่งไม้ลงบนแบบแปลนในกระดานซึ่งแสดงให้เห็นถึงภาพวาดกงล้อขนาดมหึมาที่ติดตั้งอยู่ริมแอ่งน้ำชิดหน้าผาฝั่งตะวันออก

            "นี่คือ'กังหันน้ำแบบรับน้ำจากด้านบน' และโรงสีขนาด แปดคูณสิบสองเมตร" อีไลอัสอธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน"ในทางวิศวกรรมชลศาสตร์ กังหันน้ำมีหลายประเภทถ้าเราเอาใบพัดไปจุ่มไว้ในลำธารเฉยๆ ให้กระแสน้ำพัดไปมันเรียกว่าแบบรับน้ำด้านล่าง ซึ่งมีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานแค่ 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะมันใช้แค่ความเร็วของกระแสน้ำ..."

            อีไลอัสวาดวงกลมกลางอากาศ"แต่ภูมิประเทศของเราคือน้ำตก! เรามีความสูง! ดังนั้นเราจะดึงน้ำจากยอดหน้าผา ให้ไหลลงมาตาม 'รางส่งน้ำ' และปล่อยให้มวลน้ำตกลงมากระแทกใส่ใบพัดจากด้านบนสุดของกังหัน! กังหันแบบ Overshot นี้ จะใช้ 'แรงโน้มถ่วง' และ 'น้ำหนักของมวลน้ำ'กดกงล้อให้หมุนลงมา ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพและกำลังบิด สูงถึง 70-80เปอร์เซ็นต์! มันทรงพลังพอที่จะเลื่อยต้นไม้ทั้งต้น หรือบดหินให้เป็นผุยผงได้เลย!"

            เหล่าเอลฟ์ที่ยืนฟังอยู่แม้จะไม่เข้าใจคำศัพท์อย่าง 'ประสิทธิภาพ' หรือ 'กำลังบิด'แต่เมื่อได้ยินว่าจะไม่ต้องทนมือพองจากการตำข้าวสาลีหรือเลื่อยไม้อีกต่อไปดวงตาของพวกเขาก็เปล่งประกายเจิดจ้า เอลดรินผู้นำเอลฟ์ถึงกับกำมือแน่นด้วยความหวัง

            "แล้วพวกเราต้องทำสิ่งใดบ้างขอรับท่านผู้ใหญ่บ้าน!พวกข้าพร้อมจะทุ่มสุดตัวเลยขอรับ!" เอลดรินตะโกนถาม

            "งานนี้เป็นเมกะโปรเจกต์ที่ต้องการความร่วมมือจากทุกแผนก!"อีไลอัสชี้ไม้ชี้มือแจกแจงหน้าที่อย่างรวดเร็วและเฉียบขาด "ดัสตี้!หน้าที่ของแกคือวิศวกรรมฐานราก ไปขุดเจาะหน้าผาหินริมน้ำตก สร้างช่องสำหรับวางเพลาและขุด 'ร่องน้ำทิ้ง' ให้น้ำที่ปะทะกังหันแล้วไหลกลับลงสู่อ่างน้ำตกโดยไม่ท่วมฐานกังหัน!"

            "กิ๊ว!รับเหมาขุดเจาะ ไว้ใจบริษัทดัสตี้ได้เลยบอส!"ตุ่นอสูรในหมวกเซฟตี้ตบหน้าอกตัวเองเสียงดังป้าบก่อนจะมุดดินพุ่งทะยานไปที่ริมหน้าผาทันที

            "บาร์นีย์!"อีไลอัสหันไปหาหมียักษ์อสูรระดับ A "แกคือเครื่องจักรกลหนัก!เข้าไปในป่าชั้นกลาง ตัดต้นโอ๊กเหล็กที่ลำต้นตรงที่สุดและใหญ่ที่สุดมาให้ฉันเราต้องใช้มันทำ 'เพลาเอก' และท่อนไม้เนื้อแข็งอีกมหาศาลสำหรับทำโครงกังหัน!"

            "โฮก! บาร์นีย์...จะตัดต้นไม้... ให้เรียบ..."หมียักษ์รับคำสั่งแล้วกระทืบเท้าเตรียมเดินเข้าป่า

            "เดี๋ยวก่อนบาร์นีย์แกไม่ต้องลุยเดี่ยว! กลุ่มเอลฟ์นักรบ!" สถาปนิกน้อยชี้ไปยังกองกำลังเอลฟ์หนุ่มกำยำนำโดยคีแลนหัวหน้าเอลฟ์นักรบ  "พวกนายไปเป็นหน่วยคุ้มกันและหน่วยลากจูง ให้บาร์นีย์!ใช้ความว่องไวของพวกนายเคลียร์เส้นทาง คอยระวังหลังและเตรียมชักรอกไม้ลงมาจากเขาซะ!"

            "รับทราบขอรับท่านผู้ใหญ่บ้าน!"เอลฟ์นักรบชูหอกและธนูขึ้นฟ้าอย่างฮึกเหิม ก่อนจะวิ่งไปตั้งขบวนประกบหมียักษ์

            "สปินเนอร์!"อีไลอัสหันไปยังแมงมุมอสูรยักษ์ที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้สูง "ฉันต้องการเส้นใยโครงสร้างที่หนาและเหนียวที่สุดของแก เอามาทำเป็น 'เชือกสลิง' และ 'สายพานดึง' ส่งให้พวกเอลฟ์นักรบใช้ยกของหนักเตรียมพ่นใยรอไว้เลย!"

            แมงมุมอสูรส่งเสียงฟ่อเบาๆเป็นการรับทราบมันเริ่มถักทอเส้นใยสีเงินประกายรุ้งออกมาจากต่อมสร้างใยอย่างขะมักเขม้น

            "ส่วนพวกนาย...เอลดริน และ กลุ่มเอลฟ์ช่างทอ!" อีไลอัสหันมาหาแรงงานฝีมือประณีต"แม้พวกนายจะไม่มีแรงยกของหนักแต่ความประณีตของพวกนายคือสิ่งสำคัญที่สุดในการทำ 'ถังรับน้ำ'ของกังหันน้ำ Overshot ใบพัดของเราจะไม่ใช่แผ่นไม้แบนๆแต่จะเป็นรูปทรงกล่องหรือถัง เพื่อ 'กักเก็บ' น้ำไว้ให้นานที่สุดระหว่างที่กงล้อหมุนลงมา ฉันจะขึ้นรูปแผ่นไม้ให้ส่วนพวกนายช่วยกันขัดผิวหน้าไม้และประกอบมันให้สนิท!"

            "และเพื่อให้มันสมบูรณ์แบบ...เรนวิน และกลุ่มเอลฟ์ช่างปั้น!" เด็กชายชี้ไปยังกลุ่มเอลฟ์ที่มือเปื้อนคราบดินเหนียว"พวกนายไปขุดดินเหนียวริมลำธารมาคลุกเคล้าให้เหนียวหนึบที่สุด!เราจะใช้มันเป็น 'ยาแนวกันซึม' เคลือบอุดรอยต่อด้านในถังรับน้ำทุกใบและฉาบ 'รางส่งน้ำ' ให้น้ำลื่นไหลไม่รั่วซึมออกไปแม้แต่หยดเดียว!"

            "ดึ๋ยๆ!เจ้านายฮะ! แล้วพุดดิ้งล่ะฮะ! พุดดิ้งกับน้องๆ อยากช่วยด้วยจิ๊บๆ!"ก้อนวุ้นสีรุ้งเด้งดึ๋งๆ ออกมาจากถังขยะชีวภาพพุ่งมาเกาะขาของอีไลอัสอย่างเรียกร้องความสนใจ

            อีไลอัสยิ้มกริ่มจนมุมปากยกขึ้น"งานนี้ขาดแผนกจัดการของเสียอย่างพวกแกไป กังหันเราพังแน่พุดดิ้ง!การที่ไม้เสียดสีกับไม้ตลอดเวลา มันจะเกิดความร้อนและการสึกหรอ แกกับลูกน้องสไลม์มีหน้าที่เก็บกินเศษขี้เลื่อยและเศษไม้ในไซต์งานให้สะอาดเนี๊ยบและที่สำคัญ... ผลิตเมือกเหนียวๆ ของพวกแกออกมาเคลือบเพลาและฟันเฟืองทุกชิ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น 'จาระบีชีวภาพ' หล่อลื่นกลไกทั้งหมดซะ!"

            "ดึ๋ยยย!รับทราบฮะ! พุดดิ้งจะเป็นจาระบีที่ลื่นปรี๊ดที่สุดในโลกเลยฮะ!"สไลม์สีรุ้งสั่นระริกด้วยความภาคภูมิใจในหน้าที่ทางวิศวกรรมเครื่องกลของตน

            "และสุดท้าย... เอลาริน่าและกลุ่มเอลฟ์นักบรรเลง!"อีไลอัสหันไปยิ้มให้เหล่าเอลฟ์ที่ถือพิณและขลุ่ยเวทมนตร์และเผลอเคลิ้มไปกับความงดงามของเหล่าเอลฟ์นักบรรเลง"งานก่อสร้างมันเหนื่อยและสูบพลังงาน พวกนายคือ 'เครื่องกระจายบัฟกำลังใจ'ประจำไซต์งาน!บรรเลงเพลงชโลมจิตใจของทุกคนให้ลืมความเหน็ดเหนื่อยซะ!"

            เมื่อหน้าที่ของบุคลากรทั้ง 169 ชีวิตถูกแจกจ่ายอย่างชาญฉลาดและตรงจุดฟันเฟืองแห่งความร่วมมือข้ามเผ่าพันธุ์ก็เริ่มขับเคลื่อนอย่างเต็มกำลัง!

            ภาพการก่อสร้างที่น่าตื่นตาตื่นใจเปิดฉากขึ้นริมน้ำตกม่านไพลินเสียงดนตรีเวทมนตร์ของเอลฟ์นักบรรเลงดังกังวานผสานกับเสียงก้อนหินแตกกระจายจากการขุดเจาะหน้าผาของดัสตี้บาร์นีย์และเอลฟ์นักรบช่วยกันชักรอกไม้ซุงลงมาจากภูเขาด้วยสลิงใยแมงมุมของสปินเนอร์ขณะที่เอลฟ์ช่างปั้นและช่างทอกำลังง่วนอยู่กับการประกอบถังไม้อาบดินเหนียวโดยมีพุดดิ้งคอยกลิ้งทาเมือกหล่อลื่นไปทั่วบริเวณ...การปฏิวัติอุตสาหกรรมแห่งป่าต้องห้าม ได้เริ่มขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!

            ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เสียงตึงตังก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาแต่ไกลบาร์นีย์และกองกำลังเอลฟ์นักรบเดินโผล่พ้นแนวป่าออกมาพร้อมกับลากท่อนซุงโอ๊กเหล็กขนาดยักษ์ความยาวกว่าสิบเมตรกลับมาได้สำเร็จลำต้นของมันใหญ่โตมโหฬารชนิดที่ผู้ใหญ่สามคนโอมไม่มิดท่อนซุงนี้คือหัวใจสำคัญของโปรเจกต์... มันจะทำหน้าที่เป็น 'เพลาเอก' ที่จะรับหน้าที่ส่งผ่านแรงหมุนทั้งหมดของกังหัน

            "เยี่ยมมากทีมงาน!ลากมันขึ้นมาวางบนแท่นหินนี่เลย!"

            อีไลอัสก้าวเข้าไปหาท่อนซุงยักษ์เขาหลับตาลงรวบรวมสมาธิ ก่อนจะทาบฝ่ามือลงบนเปลือกไม้ที่หยาบกระด้าง แสงสีทองสว่างจ้าบาดตาพุ่งวาบออกมาจากฝ่ามือของเด็กชาย

            "[ สถาปนิกแห่งพงไพร]!"

            ภายใต้อำนาจของสกิลสุดโกงเปลือกไม้และกระพี้ไม้ที่ไร้ประโยชน์หลุดร่อนออกมาราวกับฝุ่นผงเนื้อไม้โอ๊กเหล็กถูกไสและกลึง ด้วยพลังเวทมนตร์จนกลายเป็น 'แท่งทรงกระบอก' ที่เรียบเนียนและสมมาตรอย่างไร้ที่ติ!จากนั้น อีไลอัสก็จัดการเจาะช่องลม รูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้าเจาะทะลุเพลาเป็นระยะๆเพื่อเตรียมไว้สำหรับเสียบซี่กังหัน

            "ส่วนต่อไปโครงกังหันและถังรับน้ำ!"

            สถาปนิกน้อยใช้สกิลหั่นท่อนไม้เนื้อแข็งที่เหลือให้กลายเป็น'ซี่กังหัน' และแผ่นไม้กระดานสำหรับทำ 'ขอบล้อ' จากนั้นเขาก็ส่งต่อแผ่นไม้เหล่านั้นให้กลุ่มเอลฟ์ช่างทอและช่างปั้นรับช่วงต่อ

            เอลดรินและช่างทอเอลฟ์แสดงฝีมือระดับปรมาจารย์แม้พวกเขาจะถนัดงานผ้าแต่พื้นฐานความประณีตและการคำนวณสัดส่วนก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานไม้ได้อย่างยอดเยี่ยมพวกเขาประกอบแผ่นไม้กระดานเข้าด้วยกันเป็นรูปทรง 'ถังรับน้ำ' รูปตัววี ที่ออกแบบมาเพื่อตักตวงมวลน้ำให้ได้มากที่สุดโดยไม่หกเรี่ยราดก่อนถึงจุดต่ำสุดของรอบหมุน

            จากนั้นกลุ่มเอลฟ์ช่างปั้นก็นำดินเหนียวสูตรพิเศษที่ผสมยางไม้เวทมนตร์มายาแนวอุดรอยต่อของแผ่นไม้ทุกชิ้น เพื่อป้องกันการรั่วซึมอย่างหมดจด

            "เอาล่ะถึงเวลาประกอบร่าง!"

            อีไลอัสสั่งให้สปินเนอร์แมงมุมอสูรยักษ์ หย่อนเชือกสลิงใยแมงมุมที่โคตรเหนียวลงมาผูกติดกับชิ้นส่วนต่างๆของกังหันน้ำโดยมีบาร์นีย์และเอลฟ์นักรบทำหน้าที่ดึงเชือกใยแมงมุมผ่านกิ่งไม้ใหญ่เพื่อทดแรง ยกเพลาเอกและโครงล้อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบหกเมตรขึ้นไปประกอบกันกลางอากาศ!

            สถาปนิกน้อยกระโดดโลดเต้นไปตามโครงสร้างที่ถูกแขวนลอยเขาใช้สกิลสถาปนิกแห่งพงไพรเป็นตัวเชื่อม 'ลิ้นและร่อง' ของไม้ทุกชิ้นให้หลอมรวมกันในระดับโมเลกุลไม่มีตะปูเหล็ก ไม่มีนอตยึด แต่กังหันน้ำไม้ยักษ์นี้กลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า!

            แต่ความซับซ้อนทางวิศวกรรมยังไม่จบเพียงแค่นั้นการจะนำพลังงานหมุนจากกังหันไปใช้งานในอาคารโรงสีได้ มันต้องมี 'ระบบส่งกำลัง'!

            "นี่คือไฮไลต์ของการแปลงพลังงาน!"

            อีไลอัสปีนกลับเข้ามาที่ริมหน้าผาบริเวณปลายสุดของเพลาเอกที่ยื่นเข้ามาบนฝั่งเขานำท่อนไม้เนื้อแข็งพิเศษที่ผ่านการอบแห้งด้วยความร้อนจากเวทไฟของฟินน์มาเริ่มประดิษฐ์ 'ฟันเฟือง' !

            เด็กชายใช้ปลายนิ้วที่เรืองแสงสีทองค่อยๆ สลักเสลาและตัดแต่งเนื้อไม้อย่างใจเย็นและแม่นยำระดับมิลลิเมตรเขาไม่ได้สร้างแค่เฟืองธรรมดา แต่เขาสร้าง 'เฟืองดอกจอก' ขนาดยักษ์!

            "เพลาเอกของกังหันน้ำมันหมุนในแนวดิ่ง"อีไลอัสอธิบายให้เอลดรินที่ยืนดูด้วยความทึ่งฟัง"แต่เครื่องบดแป้งหรือใบเลื่อยที่เราจะใช้งานในโรงสีมันต้องการการหมุนในแนวนอน! ดังนั้น เราต้องใช้ 'เฟืองดอกจอก' ที่มีซี่ฟันทำมุม 45 องศา เพื่อเปลี่ยนทิศทางการหมุน 90 องศาและส่งกำลังเข้าสู่เพลาตั้ง ของตัวอาคาร!"

            อีไลอัสสร้างเฟืองขับ ติดตั้งไว้ที่ปลายเพลาเอกและสร้างเฟืองตาม ขัดสับกันอย่างพอดีซี่ฟันไม้ถูกออกแบบให้มีความหนาและโค้งมนรับกันเพื่อลดแรงเสียดทาน และป้องกันการแตกหักเมื่อรับแรงบิดมหาศาล

            "พุดดิ้ง!ถึงตาแกโชว์สเต็ปแล้ว!"

            "ดึ๋ยๆ!มาแล้วฮะเจ้านาย!" พุดดิ้ง สไลม์สีรุ้งเด้งดึ๋งเข้ามาหา มันพ่น 'เมือกชีวภาพลื่นปรื๊ด' ที่สกัดจากการย่อยสลายของเสียออกมาชโลมเคลือบไปตามซี่ฟันเฟืองไม้ทุกซี่จนชุ่มฉ่ำ เมือกของมันทำหน้าที่เป็น 'สารหล่อลื่น' ชั้นยอดที่จะช่วยลดความร้อนจากการเสียดสีและยืดอายุการใช้งานของฟันเฟืองไม้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!

            ตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง ในที่สุดโครงสร้างทั้งหมดก็เสร็จสมบูรณ์!

            กังหันไม้ยักษ์เส้นผ่านศูนย์กลางหกเมตรตั้งตระหง่านอยู่ริมหน้าผาปลายเพลาด้านหนึ่งยื่นเข้าไปในโพรงหินที่ดัสตี้ขุดไว้เชื่อมต่อกับระบบเฟืองดอกจอกที่พร้อมส่งกำลังเข้าสู่ตัวอาคารโรงสีในอนาคต

            ส่วนที่ด้านบนของกังหันอีไลอัสได้ให้ทีมงานช่วยกันสร้าง 'รางส่งน้ำ' ทำจากไม้ไผ่ผ่าซีกและดินเหนียว เพื่อเบี่ยงทิศทางของสายน้ำตกส่วนหนึ่งให้พุ่งตรงมายังจุดสูงสุดของกังหันน้ำ

            "ทุกอย่างพร้อม!ดัสตี้! บาร์นีย์! ไปปลดฝายกั้นน้ำที่ต้นทางของรางส่งน้ำเดี๋ยวนี้!"อีไลอัสตะโกนก้อง เสียงของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังและลุ้นระทึก

            "กิ๊ว! /โฮก!"

            ดัสตี้และบาร์นีย์ช่วยกันดึงท่อนไม้ที่ขวางทางน้ำออกมวลน้ำบริสุทธิ์จากม่านไพลินไหลทะลักเข้าสู่รางส่งน้ำไม้อย่างรุนแรง!

            ทุกคนกลั้นหายใจ สายตาทุกคู่รวมทั้งเผ่าเอลฟ์และเหล่าสัตว์อสูร จดจ้องไปที่กังหันไม้ยักษ์

            ซู่! ครืนนน!

            สายน้ำพุ่งออกจากปลายราง ตกกระทบลงบน 'ถังรับน้ำ' ที่ชั้นบนสุดของกังหัน!มวลน้ำที่หนักอึ้งนับร้อยกิโลกรัมเริ่มทำหน้าที่ของมัน 'แรงโน้มถ่วง'ดึงดูดน้ำหนักนั้นลงสู่เบื้องล่าง!

            กิ๊ก... เอี๊ยด...

            เสียงไม้ลั่นเบาๆ ดังขึ้นกังหันยักษ์ที่อยู่นิ่งมาตลอดทั้งวัน เริ่มขยับตัวอย่างเชื่องช้าในตอนแรกถังรับน้ำใบแล้วใบเล่าถูกเติมเต็มด้วยน้ำและถูกดึงลงมา โมเมนตัม เริ่มสะสมตัว!จากที่ขยับช้าๆ มันเริ่มหมุนเร็วขึ้น... เร็วขึ้น... จนกระทั่งรอบการหมุนเสถียร!

            ครืนนนนน! ครืนนนนน!

            กังหันน้ำ Overshot หมุนวนอย่างทรงพลังและราบรื่นเสียงน้ำที่ตกลงมากระทบถังไม้และสาดกระเซ็นผสมผสานกับเสียงเพลาไม้ที่หมุนเสียดสีเบาๆกลายเป็นบทเพลงแห่งอุตสาหกรรมบทแรกของป่าต้องห้าม!

            และเมื่อสายตาของทุกคนเลื่อนไปมองที่ 'ระบบส่งกำลัง' บนฝั่ง...

            กึกๆๆๆ! กึกๆๆๆ!

            เฟืองดอกจอกขนาดยักษ์ที่อีไลอัสสลักขึ้นและเคลือบด้วยเมือกของพุดดิ้งกำลังขบกันอย่างลื่นไหลและสมบูรณ์แบบ!แรงหมุนมหาศาลจากกังหันน้ำถูกถ่ายทอดผ่านฟันเฟือง เปลี่ยนทิศทาง 90 องศา และปั่นเพลาตั้งให้หมุนคว้างด้วยกำลังบิดที่รุนแรงพอจะบดขยี้ทุกสิ่ง!

            "ส...สำเร็จแล้ว... มันขยับเองได้โดยไม่ต้องใช้แรงคน!"เอลฟ์สาวคนหนึ่งทรุดตัวลงคุกเข่า เอามือปิดปาก ร้องไห้ออกมาด้วยความปีติยินดีเมื่อนึกถึงความทรมานที่ต้องทนปวดแขนจากการตำข้าวเมื่อเช้า

            เอลดรินถึงกับอ้าปากค้าง"เทพบิดรแห่งป่า... ข้าไม่เคยมองเห็นกระแสมานาจากการก่อสร้างนี้เลยแม้แต่น้อยแต่มันกลับขับเคลื่อนได้ด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าเวทมนตร์เสียอีก!นี่หรือคือวิชา 'วิศวกรรม' ที่ท่านผู้ใหญ่บ้านพูดถึง!"

            บาร์นีย์หมียักษ์อสูรที่เคยต้องทนปวดแขนจากการเลื่อยไม้มองดูกำลังหมุนของเพลาเฟืองแล้วถึงกับน้ำตาซึม "โฮก... บาร์นีย์...ไม่ต้องเลื่อยไม้... จนกล้ามขึ้นแล้ว..."

            ฟินน์จิ้งจอกน้อยเห่าหอนด้วยความตื่นเต้น วิ่งวนรอบฟันเฟืองไม้อย่างดีใจส่วนเดซี่ก็หูตั้ง กระโดดดึ๋งๆ ตบมือแปะๆ อยู่ข้างๆ ดัสตี้ที่เอาหมวกเซฟตี้มาเคาะกันเป็นจังหวะ

            อีไลอัส ผู้ใหญ่บ้านวัยสิบสองปียืนกอดอกอยู่ริมหน้าผาละอองน้ำตกที่สาดกระเซ็นมาโดนใบหน้าไม่ทำให้เขารู้สึกหนาวเหน็บเลยแม้แต่น้อยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและจิตวิญญาณของผู้สร้าง ปรากฏชัดเจนบนใบหน้า

            "นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นทีมงานเฮเซลบรุค" อีไลอัสพึมพำกับตัวเองทอดสายตามองเพลาหมุนที่รอการเชื่อมต่อเข้ากับโรงสี"เมื่อเราก้าวข้ามขีดจำกัดของแรงงานและครอบครอง 'พลังงานกล'ได้สำเร็จ... ยุคสมัยของการผลิตแบบก้าวกระโดด ก็อยู่แค่เอื้อม!"

            กงล้อแห่งน้ำตกม่านไพลินยังคงหมุนต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมันไม่เพียงแต่ปั่นกระแสน้ำแต่ยังเป็นการปั่นกงล้อแห่งประวัติศาสตร์ของรัฐอิสระเฮเซลบรุคให้พุ่งทะยานทิ้งห่างอารยธรรมอื่นใดในโลกใบนี้ไปอีกขั้น!

    คล้ายกับเรื่องหนีความวุ่นวายมาเป็นผู้ใหญ่บ้านในต่างโลก แต่ลูกบ้านดันมีตั้งแต่มอนสเตอร์ยันมังกรบรรพกาล ภาค 1 ที่คุณอ่าน