“นายท่าน มีคนส่งจดหมายลับมาที่นอกค่าย บอกว่าเป็จดหมายจากสายลับของนายท่านเ้าค่ะ” ฮวาหมู่หลานควบม้ามาถึงข้างสะพานไม้ พร้อมกับยื่นจดหมายที่ปิดผนึกด้วยขี้ผึ้งให้
โตซางแกะผนึกขี้ผึ้งออก นำจดหมายลับออกมาอ่าน ดวงตาเหยี่ยวพลันฉายแววตื่นเต้น เขากล่าวพลางหัวเราะว่า “เป็ไปตามที่ข้าคาดไว้จริง ๆ ซีเซ่งจะขึ้นฝั่งมาปล้นค่ายใหญ่ของข้าในคืนนี้ พวกเ้าจงรีบไปเตรียมตัว รอให้พวกโจรส่งตัวเองมาหาที่ตายเถิด”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทั้งห้วนกุ๋ยและฮวาหมู่หลานต่างก็ชะงัก ทั้งคู่หันมามองหน้ากันด้วยความสงสัยและมึนงง เห็นได้ชัดว่าไม่เข้าใจว่าเหตุใดโตซางจึงตัดสินใจเช่นนี้
ห้วนกุ๋ยอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย “ข้าขอเรียนนายท่าน ท่านไม่ใช่พยาธิในท้องของซีเซ่งเสียหน่อย ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะมาปล้นค่ายของพวกเรา?”
“ซีเซ่งโจรผู้นี้มีความทะเยอทะยานและโอหัง การที่พ่ายแพ้ต่อข้าก่อนหน้านี้ ย่อมต้องมีความไม่ยินยอมอยู่ในใจ อีกทั้งตอนนี้ข้ายังประกาศกร้าวว่าจะกำจัดเขาได้อย่างง่ายดาย ด้วยนิสัยของเขา หากไม่ให้ความสำคัญกับการขึ้นฝั่งมาปล้นค่ายข้าสิถึงจะแปลก เหตุใดเราต้องออกทะเลไปตามหาเขาด้วยเล่า” โตซางกล่าวอธิบายการตัดสินใจของตนอย่างไม่รีบร้อน
ห้วนกุ๋ยจึงเพิ่งเข้าใจ และอดไม่ได้ที่จะมองโตซางอย่างลึกซึ้ง ราวกับทึ่งในความละเอียดรอบคอบของโตซางที่สามารถวิเคราะห์นิสัยของซีเซ่งได้อย่างทะลุปรุโปร่งเช่นนี้
ห้วนกุ๋ยเข้าใจแล้ว แต่ฮวาหมู่หลานยังคงไม่เข้าใจจึงถามว่า “ต่อให้นายท่านคาดการณ์ได้ว่าซีเซ่งจะมาปล้นค่าย แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าโจรผู้นั้นจะต้องมาในคืนนี้เ้าคะ?”
“วางใจเถิด คุณชายผู้นี้บอกว่าคืนนี้ ก็คือคืนนี้ พวกเ้าไม่ต้องถามมาก แค่ทำตามคำสั่งก็พอ” โตซางโบกมือพลางยิ้มออกมา ด้วยท่าทางเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างแรงกล้า
คิ้วเรียวของฮวาหมู่หลานขยับเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววประหลาดใจ ราวกับถูกสั่นคลอนด้วยความมั่นใจอันแรงกล้านั้นของโตซาง แม้ในใจจะยังสงสัย แต่ก็ไม่กล้าถามต่อ ทำได้เพียงปฏิบัติตามคำสั่ง
เมื่อคำสั่งถูกส่งลงไป ทหารสี่ร้อยนายจึงเริ่มทำอาหารล่วงหน้า หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็แอบวางกำลังตามจุดต่าง ๆ ในค่ายริมทะเล เพื่อรอการโจมตีของโจรทะเล
เวลาผ่านไปจนดึกสงัด
ในทะเลมืดมิด มีเพียงดวงจันทร์ดวงเดียวที่ส่องแสงรำไร ให้ความสว่างแก่ผืนน้ำบางส่วนที่กับเส้นขอบฟ้า
เรือรบขนาดเล็กใหญ่กว่าสี่สิบลำ ซ่อนตัวอยู่ในความมืด ปรากฏให้เห็นเป็ระยะ ๆ ราวกับิญญา
บนเรือธง ซีเซ่งยืนตระหง่านมือจับดาบ สายตาที่เปี่ยมด้วยจิตสังหารจ้องมองผ่านผืนทะเลอันกว้างใหญ่ไปยังจุดที่มีแสงไฟสว่างไสวริมชายฝั่ง
“หัวหน้าซี ข้าเห็นว่าเวลาเหมาะสมแล้ว ควรจะบุกขึ้นฝั่งไปกำจัดเ้าเด็กโตซางนั่นเสียที เ้าเด็กนั่นมีทหารใหม่เพียงไม่กี่ร้อยนาย ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่านเลย การกำจัดเขานั้นง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ”
เสียงหัวเราะอย่างมั่นใจของบิฮองดังมาจากด้านหลัง เห็นเขาเอามือข้างหนึ่งไพล่หลัง อีกข้างหนึ่งลูบคลำหยกที่แขวนอยู่ที่เอว ท่าทางราวกับคุณชายผู้สง่างาม เพียงแต่ใบหน้าที่เขียวช้ำเป็จุด ๆ นั้น ดูไม่เข้ากับบุคลิกนี้เลย
ซีเซ่งขมวดคิ้วเข้ม กล่าวเสียงหนัก “ข่าวของเ้าแม่นยำหรือไม่?”
“วางใจเถิด โตซางมีน้ำยาแค่ไหน ข้าสืบจนกระจ่างหมดแล้ว” บิฮองยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ขอเพียงหัวหน้าซีฆ่าโตซางได้ในคืนนี้ ตระกูลบิของพวกเรายินดีจะเพิ่มเงินให้อีกสามล้านเหรียญ สำหรับตระกูลบิแล้ว เื่เงินไม่ใช่ปัญหาเลย”
“เ้าคิดว่าข้าซีเซ่งเป็คนโลภเงินรึ!” ซีเซ่งตวัดสายตามองเขา “ในเมื่อข้ารับเงินของเ้ามาแล้ว ย่อมต้องเอาหัวของโตซางมาให้เ้าได้ ไม่จำเป็ต้องเพิ่มเงินแม้แต่เหรียญเดียว”
บิฮองถูกตอกกลับจนชะงัก ร่างกายสั่นเล็กน้อย ถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ อย่างเก้อเขิน
ซีเซ่งไม่ลังเลอีกต่อไป สั่งการทันที เรือทะเลหลายสิบลำมุ่งหน้าเข้าหาค่ายใหญ่ริมทะเล
เรือแต่ละลำอาศัยแรงลม ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้ค่ายริมทะเลอย่างเงียบเชียบ
ซีเซ่งยืนจับดาบ จ้องมองค่ายที่ใกล้เข้ามาทุกที
ในสายตา ค่ายศัตรูเงียบสงบยิ่งนัก ซีเซ่งถึงกับเห็นทหารยามที่สะพานไม้กำลังหาวด้วยความเบื่อหน่าย
“เ้าเด็กโตซางนี่ ไม่รู้เื่การทหารจริง ๆ ถึงกับไม่มีการป้องกันเลย ์ช่วยข้าแท้ ๆ ...”
มุมปากยกยิ้มเยาะอย่างเ็า ซีเซ่งกำดาบแน่นจนเส้นเืที่หลังมือปูดโปน จิตสังหารอันโอหังแผ่ซ่านบนใบหน้าที่ดุร้ายของเขา
เมฆดำบดบังดวงจันทร์ ท้องฟ้าและทะเลมืดลงยิ่งกว่าเดิม
เมื่อถึงเวลา ซีเซ่งะโขึ้นเรือเร็ว ชี้ดาบไปข้างหน้าแล้วะโเสียงดัง “ตามหัวหน้าบุกเข้าค่ายศัตรู กวาดล้างทหารทางการ เพื่อล้างอายที่ข้าเคยพ่ายแพ้ ฆ่ามันให้หมด!”
เมื่อคำสั่งลงมา เสียงโห่ร้องของลูกเรือก็ดังสนั่น พวกเขาเร่งพายเรืออย่างสุดกำลัง เรือเร็วที่ซีเซ่งยืนอยู่พุ่งทะยานออกจากเรือรบลำใหญ่ราวกับลูกศรที่หลุดจากคันศร พุ่งแหวกผิวน้ำเข้าหาชายฝั่ง
ตามมาด้วยเรือเร็วอีกสามสิบกว่าลำที่พุ่งทะยานออกไป ติดตามซีเซ่ง มุ่งหน้าสู่ค่ายใหญ่ของกองทัพไห่ซีด้วยความฮึกเหิม
บนเรือรบที่จอดอยู่ในทะเล บิฮองมองดูเหล่าโจรทะเลที่กรูกันออกไป พลางลูบใบหน้าที่เขียวช้ำของตน ในหัวอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์น่าอับอายวันที่ตนถูกสาวใช้ชั้นต่ำของโตซางทุบตีในจวนนายอำเภอไห่ซี ความแค้นพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที เขาขบฟันแน่นจนเส้นเืปูด
“โตซาง กล้าลบหลู่ข้าบิฮอง ไม่มีใครช่วยเ้าได้หรอก เ้าจงรอถูกแล่เนื้อเถิด ฮ่า ๆ ...” เสียงหัวเราะเย็นะเืดังก้องไปทั่วผืนทะเล
ห่างออกไปไม่กี่ร้อยก้าว โจรทะเลสี่ร้อยนายแหวกคลื่นโถมเข้าใส่ และพุ่งขึ้นสู่สะพานไม้ในชั่วพริบตา
ทหารยามของกองทัพไห่ซีใจนโกลาหล ต่างพากันละทิ้งสะพานไม้และวิ่งหนีกระจัดกระจาย โจรทะเลสี่ร้อยนายยึดสะพานไม้ได้อย่างง่ายดาย และบุกเข้าไปในค่ายใหญ่ทันที
ซีเซ่งเป็ผู้นำหน้า ควบม้าเร็วราวกับลม บุกเข้าสู่ค่าย มุ่งตรงไปยังกระโจมกลางเพื่อปลิดชีวิตโตซาง
ทว่าเมื่อเขาบุกเข้ามาได้หลายสิบก้าว และเห็นกระโจมกลางอยู่ตรงหน้า ทันใดนั้น ซีเซ่งกลับรู้สึกถึงความผิดปกติ
ั้แ่สะพานไม้จนถึงค่ายใหญ่ ตลอดทางที่เขาบุกเข้ามา ไม่เห็นเงาทหารไห่ซีแม้แต่คนเดียว ตามกระโจมต่าง ๆ ก็ว่างเปล่า ราวกับว่าค่ายริมทะเลแห่งนี้เป็
ค่ายร้าง!
ต่อให้ทหารทางการจะถูกเขาจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ก็ควรจะวิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนกสิ เป็ไปได้อย่างไรที่นอกจากทหารยามไม่กี่สิบคนที่สะพานไม้แล้ว กลับไม่เห็นเงาศัตรูเลยแม้แต่คนเดียว?
ยิ่งคิดซีเซ่งก็ยิ่งรู้สึกสงสัย ทันใดนั้นเขาก็สะดุ้งโหยง ตระหนักได้ว่าตนเองอาจจะติดกับเข้าให้แล้ว
ทันทีที่ความคิดนี้เกิดขึ้น ก็ได้ยินเสียงโห่ร้องสังหารดังสนั่นรอบค่าย พร้อมกับเสียงกลองที่ดังสนั่นหวั่นไหว
พร้อมกับเสียงรัวกลอง ร่างนับไม่ถ้วนปรากฏตัวออกมาจากความมืด ราวกับกองทัพผีที่หลุดออกมาจากนรก ล้อมโจรทะเลไว้ทุกทิศทาง
ทหารซุ่มโจมตี!
โจรทะเลสี่ร้อยนายที่เคยฮึกเหิม ถูกทหารซุ่มโจมตีที่ปรากฏตัวขึ้นกะทันหันทำให้ขวัญเสีย จิติญญาในการต่อสู้แทบจะพังทลายลงทันที
“เป็ไปได้อย่างไร เ้าเด็กโตซางนั่น คาดการณ์ไว้แล้วว่าข้าจะมาปล้นค่าย เป็ไปได้อย่างไรกัน!” ใบหน้าของซีเซ่งบิดเบี้ยวด้วยความใ ดวงตาฉายแววไม่อยากจะเชื่อ
ที่อีกด้านหนึ่งในความมืด โตซางซึ่งนั่งอยู่ในกระโจมกลาง มองดูเหล่าโจรทะเลที่ตกอยู่ในความโกลาหลหน้ากระโจม มุมปากยกยิ้มเ็า
ส่วนฮวาหมู่หลานที่ยืนปรนนิบัติอยู่ข้าง ๆ กล่าวด้วยความประหลาดใจและยินดีว่า “โจรทะเลมาปล้นค่ายในคืนนี้จริง ๆ ด้วย นายท่านช่างคาดการณ์ได้แม่นยำราวกับเทพ หมู่หลานยอมแพ้แล้วเ้าค่ะ!”
ในขณะนี้ ฮวาหมู่หลานเลื่อมใสในความสามารถในการพยากรณ์ของโตซางอย่างลึกซึ้ง
แม้ฮวาหมู่หลานจะเป็ขุนพลของโตซาง แต่เป็เพราะถูกอัญเชิญมาจึงจงรักภักดี ในทางจิตใจนางไม่เคยแสดงออกว่ายอมสยบต่อเสน่ห์ของโตซางเลย
คืนนี้ ในที่สุดโตซางก็ใช้แผนการอันชาญฉลาดของเขาจนได้รับคำชมเชยจากฮวาหมู่หลาน ทำให้ในใจเขารู้สึกภูมิใจ
“พวกโจรทะเลไม่ใช่คนที่ไม่มีรากเหง้า ส่วนใหญ่เป็ชาวบ้านในแถบนี้ หลายคนยังมีครอบครัวอยู่ในไห่ซี ข้าเพียงใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อย ให้รางวัลอย่างงามแก่ครอบครัวของพวกเขา และติดสินบนโจรทะเลบางคนให้มาเป็สายลับ คอยส่งข่าวให้ข้า การเคลื่อนไหวของซีเซ่ง จะไม่อยู่ในกำมือของข้าได้อย่างไร” โตซางกล่าวความจริงออกมาอย่างไม่รีบร้อน
ฮวาหมู่หลานเข้าใจในทันที ใบหน้าที่สวยสง่าและเ็าของนางยิ่งฉายแววเลื่อมใสมากขึ้น
โตซางภูมิใจเพียงชั่วครู่ ก็หุบยิ้มลง ดวงตาฉายแววสังหารชัดเจน เขายกมือชี้แล้วะโว่า “พวกโจรส่งตัวเองมาหาที่ตาย เราไม่จำเป็ต้องปรานี สั่งการให้ห้วนกุ๋ย ระดมยิงธนูสังหารพวกมันให้สิ้น!”
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงกลองศึกดังสนั่นหวั่นไหว
พลธนูหนึ่งร้อยนายที่ประจำตำแหน่งไว้แล้ว ปล่อยสายธนูออกพร้อม ๆ กันในชั่วพริบตา
ท่ามกลางเสียงพึ่บพับ ๆ ราวกับนกพันตัวขยับปีก ลูกธนูจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานราวกับฝูงตั๊กแตน ฉีกกระชากความมืดมิด พุ่งเข้าใส่ศัตรูที่กำลังตื่นตระหนกอย่างรวดเร็ว