ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 116 ออกโรง

    เมื่อเห็นกัวห่านจินพุ่งเข้ามาเทียนฉินไม่รอช้าวาดดาบชี้ไปด้านหน้าทันที มังกรทั้งสี่ตัวที่อยู่ด้านหลังเมื่อได้รับคำสั่งก็ทะยานเข้าจู่โจมกัวห่านจินพร้อมกัน 


    กัวห่านจินเห็นมังกรทะยานเข้ามาก็ยิ้มเย้ยหยัน ก่อนออกกระบวนเข้าไปต้านทาน คลื่นพลังปะทุขึ้นหมุนวนอยู่ด้านบน จากนั้นก็ปรากฏกระบี่เล่มแล้วเล่มเล่าผุดขึ้นมาจากอากาศ ก่อนทิ่มแทงเข้าใส่มังกรทั้งสี่ตัวอย่างรวดเร็ว


    เทียนฉินที่เห็นท่าไม่ดีเร่งลมปราณก่อนออกกระบวนท่าพิรุณโปรยปรายเข้าสู้ ฝนดาบปะทะกับห่ากระบี่จนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เทียนฉินเร่งวาดดาบออกไปอีกครั้งกลายเป็นเปลวเพลิงสองสายถักทอกันเป็นตาข่ายเข้าโจมตีอีกทีนึง


    เมื่อออกกระบวนท่าเป็นที่พอใจแล้ว เทียนฉินจึงพริ้วตัวหายไปจากตรงนั้นทันที กัวห่านจินมัวแต่ปัดป้องคลื่นพลังที่เทียนฉินซัดเข้ามา ไม่ทันได้รู้เลยว่าตอนนี้เขาได้เข้ามาอยู่ใกล้กับต๋งเซียะแล้ว รอยยิ้มอำมหิตผุดขึ้นมาที่มุมปาก ก่อนจะวาดดาบออกอย่างว่องไว


    ฉั้วะ!


    ต๋งเซียะที่เพิ่งรู้สึกตัวรีบหันกลับมา แต่กลับช้ากว่าดาบเพลิงสุริยาที่วาดออกไปแล้ว


    "ม่ายย...!!"


    เสียงแหกปากร้องสุดท้ายยังไม่ทันเอ่ยออกมาหมด ศรีษะมันก็กระเด็นหลุดออกจากคอไปก่อนในสภาพดวงตาเบิกโพลงแทบจะถลนออกมานอกเบ้า กัวห่านจินได้ยินเสียงของต๋งเซียะก็หับขวับกลับไปมอง แต่ภาพที่มันเห็นกลับเป็นสายเลือดที่พุ่งกระฉูดออกมาจากลำคอราวกับท่อแตก


    "ต๋งเซียะ!!"กัวห่านจินตะโกนออกมาจนสุดเสียง ก่อนระเบิดพลังพุ่งทะยานมาทางเทียนฉินทันที


    "แกต้องตาย!!"


    คลื่นกระบี่นับพันปลดปล่อยพลังออกมาอย่างดุดัน พุ่งเข้าฉีกอากาศจนเกิดเสียงหวีดแหลม กลิ่นอายสังหารที่แฝงมากับกระบี่ทำให้เทียนฉินตื่นตัวเต็มที่ เขาหลี่ตามองคลื่นกระบี่ที่ถาโถมเข้ามาก่อนสับเปลี่ยนดาบเขี้ยวพยัคฆ์ออกมาถือไว้แทน


    เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมาล้อมรอบกายเขาพร้อมกับเกราะเพชรเกล็ดมังกรที่ถูกเรียกใช้ออกมาทันที จากเกราะที่เคยมีเกล็ดสีดำตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดสีขาวใสกระจ่างแวววาว เมื่อสะท้อนกับเปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่ทำให้เขาตอนนี้เหมือนกับเทพเจ้าเพลิงอัคคีก็ไม่ปาน


    มังกรทั้งสี่ทะยานขึ้นฟ้ากู่ก้องร้องคำรามอย่างดุดัน จากนั้นพวกมันจึงม้วนเกี่ยวพันกันกลายเป็นมังกรยักษ์หลากสีพุ่งเข้าใส่คลื่นกระบี่นั้นทันที


    ตู้ม!


    การปะทะครั้งนี้ส่งคลื่นแผ่กระจายขยายออกไปทั่วเนินเขา ต้นไม้น้อยใหญ่ต่างโค่นล้มหักพังเป็นวงกว้าง เทียนฉินกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้ เขาคิดว่าตนเองยังพอสู้กับพลังระดับก่อกำเนิดไหว แต่เมื่อได้มาสู้จริงกับพบว่าการต่อสู้ข้ามระดับนั้นต่างกับการต่อสู้ข้ามขั้นอย่างสิ้นเชิง


    เมื่อเห็นว่าพลังของตนไม่อาจจะต้านทานกัวห่านจินได้นานนักเทียนฉินจึงพริ้วตัวออกมาอย่างว่องไว กัวห่านจินที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยมองเทียนฉินด้วยสายตาอาฆาต เห็นเขาทำท่าจะเตรียมตัวหนีก็เหาะตามมาอย่างรวดเร็ว


    เทียนฉินหันกลับมามองก็พบว่ากัวห่านจินไล่ตามเขามา ดาบเขี้ยวพยัคฆ์ก็วาดออกไปอีกครั้ง เปลวเพิลสองสีก่อตัวพายุหมุนลูกใหญ่ม้วนเข้าหากัวห่านจินที่ตามหลังมาอย่างรุนแรง


    กัวห่านจินเพียงยกกระบี่ทิ่มแทงไปข้างหน้า ก็ปรากฏกระบี่เล่มใหญ่พุ่งเข้าปะทะกับพายุเพลิงลูกนั้นเต็มแรง


    ตู้ม!


    เสียงระเบิดของพลังทั้งสองดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกครั้ง กลับเป็นกัวห่านจินแหวกออกมาจากพายุเพลิงลูกนั้นได้อย่างง่ายดาย เทียนฉินกัดฟันพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็ว ในขณะที่ตัวเขาก็เร่งพลังปราณออกมาจนสุดขีด


    เมื่อเหาะมาได้สักพักเทียนฉินจึงหยุดลงพร้อมกับหันมามองกัวห่านจินที่ตามหลังมาติดๆ ตอนนี้พลังที่เขามีทุกสิ่งทุกอย่างถูกรีดออกมาอย่างเต็มที่ เมื่อกัวห่านจินเข้ามาใกล้เขาก็วาดดาบออกไปสุดแรง


    คลื่นพลังที่อยู่ในตัวเขาระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ดาบทั้งแปดเล่มถูกผสานเข้ากัน ด้วยพลังของแก่นแท้ธาตุต่างๆโดยไม่ได้แยกจากกันอีก จากนั้นก็พุ่งพรวดเข้าใส่กัวห่านจินอย่างรวดเร็วจนได้ยินเสียงลมที่ถูกตัดผ่าน


    กัวห่านจินยิ้มเยาะอยู่ในใจก่อนระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรง คลื่นกระบี่ของมันกลายเป็นมังกรสีครามตัวหนึ่งที่ผสานไปด้วยแก่นแท้ธาตุน้ำ พุ่งทะยานเข้าใส่ดาบทั้งแปดเล่มทันที


    ตู้ม!


    เสียงปะทะดังขึ้นอีกครั้ง คลื่นดาบทั้งแปดเล่มพลันถูกมังกรสีครามนั้นใช้มือตะปปจนแตกกระจาย เทียนฉินรีบวาดดาบออกไปอีกครั้งอย่างไม่รอรี คลื่นดาบปรากฎขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็เป็นกัวห่านจินที่สามารถโต้กลับมาได้ทุกครั้ง


    เทียนฉินสู่พลางถอยพลางจนมาถึงยังสถานที่หนึ่ง เขาวาดออกด้วนกระบวนท่าพิรุณโปรยปรายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พลังแก่นธาตุทั้งหลายถูกเขาดึงมาผสานเข้ากับกระบวนท่านี้อย่างเต็มที่ ดาบเล่มเล็กหลากสีสันร่วงตกลงมาท่ามกลางสายฟ้าที่แลบระยิบระยับราวกับห่าฝน


    กัวห่านจินแหงนมองขึ้นไปด้านบนก่อนวาดกระบี่หลายหมื่นเล่มพุ่งขึ้นไปปะทะไว้อย่างไม่หวั่นไหว แต่ในขณะนั้นเองเทียนฉินได้ใช้ท่าร่างดาราซ่อนเร้นหายตัวไปจากตรงนั้น แล้วมาโผล่ขึ้นอีกที่จากนั้นจึงปักธงลงพบพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพริ้วตัวหายไปอีกครั้ง


    ทันใดนั้นก็เกิดคลื่นพลังบางอย่างกระจายตัวเป็นม่านพลังวงกลมปกคลุมบริเวณที่กัวห่านจินอยู่จนมิด ก่อนปรากฎแสงดาบจำนวนมากพุ่งเข้าโจมตีกัวห่านจินอย่างรวดเร็ว


    เทียนฉินลอยตัวมองดูสิ่งที่ที่ตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ นี่คือค่ายกลสังหารที่เทียนฉินให้ตาเฒ่าหม่านำไปซ่อนตามจุดที่เขาบอก จากนั้นเขาจึงพยายามต่อสู้หลอกล่อให้กัวห่านจินมายังจุดนี้ โดยใช้ตนเองเป็นเหยื่อเพื่อไม่ให้มันระแวงสงสัยอะไร สุดท้ายเขาก็ทำตามแผนได้สำเร็จ 


    อันที่จริงเขาไม่ได้คาดหวังว่าคนระดับก่อกำเนิดจะมาด้วยซ้ำ แต่การต่อสู้ครั้งนี้เขาคาดเดาไปว่าต้องมีคนมาเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน จึงได้ให้ตาเฒ่าหม่านำธงของค่ายกลทั้งสี่อันไปวางตามตำแหน่งที่เขาบอก จากนั้นเขาจึงเก็บธงอีกอันหนึ่งไว้ใช้สำหรับเปิดค่ายกล เพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นได้


    "ค่ายกลสังหาร!"กัวห่านจินที่สัมผัสได้ถึงพลังงานสังหารบางอย่างก็ตื่นตระหนกขึ้นมาทันที จากนั้นมันไม่รอช้ารีบขับเคลื่อนพลังปราณซัดเข้าใส่คลื่นดาบพวกนั้นอย่างแรง


    "อาวุโสหลง! ท่านมีวิธีที่จะเพิ่มพลังของค่ายกลนี้ให้มันทรงพลังมากขึ้นกว่าเดิมได้หรือไม่?"เทียนฉินส่งกระแสจิตถามหลงยู่หมิงอย่างกังวล เมื่อได้เห็นกัวห่านจินฟาดกระบี่ทำลายค่ายกลอย่างต่อเนื่อง เขากลัวว่าค่ายกลนี้อาจจะไม่สามารถสังหารมันได้


    "จากความผันผวนของพลังที่ข้าสัมผัสได้ ต่อให้เป็นระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุดก็ยากที่จะต้านทานได้นัก!"


    "แต่ถ้าหากเจ้ายังกังวลใจอยู่ ก็เพียงแค่เสริมพลังปราณเข้าไปในค่ายกลนั้นเพื่อกระตุ้นให้มันทำงานรุนแรงขึ้นได้!"หลงยู่หมิงบอกวิธีการเพิ่มความน่ากลัวของค่ายกลนี้ให้เทียนฉินได้รู้


    เทียนฉินพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนรีบไปที่ม่านพลังที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นจึงใช้สองมือวางทาบไปที่ม่านพลังแล้วเร่งขับเคลื่อนลมปราณออกมาเต็มที่ ทันใดนั้นเองเมื่อมือของเทียนฉินสัมผัสกับม่านพลัง จิตวิญญาณของเขากลับประสานรวมเข้ากับค่ายกลนั้นราวกับเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน


    พลันภาพของกัวห่านจินที่กำลังต่อสู่อยู่ภายในค่ายกลสังหาร ปรากฎขึ้นมาในจิตใต้สำนึกของเขาราวกับว่าตัวเขาเองนั้นเป็นคนต่อสู้อยู่เอง ความเข้าใจบางอย่างผุดขึ้นมาโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว


    เทียนฉินลองใช้กระแสจิตควบคุมดาบเหล่านั้นก็อดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ เพราะกระแสดาบที่ฟาดฟันอยู่นั้นเขากลับควบคุมมันได้อย่างใจนึก เทียนฉินยิ้มมุมอย่างโหดเหี้ยมก่อนหลับตาลง ควบคุมฝูงดาบเข้าสังหารกัวห่านจินทันที


    คลื่นดาบนับพับนับหมื่นพุ่งเข้าใส่ร่างของกัวห่านจินรอบทิศทาง กัวห่านจินเห็นดังนั้นก็หยิบของบางอย่างออกมาจากแหวนมิติ ก่อนที่มันจะโยนขึ้นไปด้านบนทันที แผ่นโลหะห้าเหลี่ยมแผ่นหนึ่งเปล่งแสงสีเหลืองออกมาจนสว่างจ้า ก่อนปรากฎกระบี่พุ่งออกมากระแทกกับคลื่นดาบนั้นอย่างรุนแรง จากนั้นมันจึงล่วงหล่นพื้นกลายเป็นเศษเหล็กชิ้นหนึ่ง


    "ยันต์สังหาร!"หลงยู่หมิงกล่าวออกมาอย่างตกใจ


    ม่านพลังที่เทียนฉินสัมผัสสั่นไหวราวกับมันจะพังทลายลง เทียนฉินใจคอไม่ดีรีบเร่งพลังปราณออกมาถึงขีดสุด ก่อนถ่ายเทไปยังค่ายกลนั้นโดยไม่ได้สนใจเสียงของหลงยู่หมิงเลย กระแสปราณบริสุทธิ์หลังไหลพรั่งพรูเข้าสู่ม่านพลังนั้นจนกระทั่งมันสงบลง คลื่นดาบมากมายปรากฎขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้

    มันกับแฝงไปด้วยพลังธาตุต่างๆที่มีอยู่ในตัวของเทียนฉินเข้าไปด้วย



    จบตอนที่ 116