“ลูกพี่ ทำไมถึงยืนอยู่หน้าห้องล่ะ ทำไมไม่เข้าไปกัน?”
เมื่อหยวนชูหลิงที่กำลังยกโต๊ะและเก้าอี้มาถึงหน้าห้องสิบก็ได้เห็นถังซิ่วที่กำลังยืนอยู่หน้าทางเดินจึงได้เอ่ยปากถามออกมา
“จากท่าทางของไอ้ขี้วีนนั่นแล้ว เอกสารการย้ายห้องของฉันคงพึ่งจะออกมา เขาคงไม่สามารถทนรอได้จึงรีบประกาศออกมาเช่นนั้น ฉันเดาได้ว่านักเรียนในห้องสิบนี้ไม่รู้ว่าฉันจะย้ายมาที่นี่เพราะงั้นฉันคิดว่าจะรอจนกว่าอาจารย์ฮั่นจะมาแล้วเข้าไปพร้อมกับเธอ ฉันยังไม่อยากเข้าไป”
ถังซิ่วที่ได้เห็นหยวนชูหลิงกำลังยกโต๊ะอยู่นั้นตกตะลึงโดยทันทีแต่ก็ได้ตอบคำถามของอีกฝ่าย
“รบกวนการเรียนงั้นหรอ?”
หลังจากที่เขาได้ยินเสียงที่ดังออกมาทางหน้าต่างก็ดีใจทันทีพร้อมพูดว่า
“เรียนอะไรกัน นายคิดว่าห้องสิบนี้มันเป็ห้องหลักหรือยังไง ดูท่าทางของพวกเขาสิ เรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะจะได้หาอะไรเล่นกันกับพวกเขา!”
หยวนชูหลิงพึ่งจะพูดจบเข้าก็อยากที่จะรีบเปิดประตูห้องเข้าไป
“เ้าอ้วน ฉันเข้าใจความเป็ห่วงของนายดีแต่นายควรกลับไปที่ห้องหลักนะ ที่นั่นเป็ที่ๆเหมาะกับนาย การมาที่นี่มันเหมือนเป็การทำร้ายตัวนายเองชัดๆ”
ถังซิ่วกอดไหล่หยวนชูหลิงก่อนที่จะพูดออกมาด้วยความจริงใจ
“ไม่เอา นี่มันไม่ดีหรอก ได้ยินมาว่าที่ห้องสิบนี้นั้นนักเรียนที่นี่ล้วนเป็ปีศาจที่ป่าเถื่อน ฉันกลัวว่านายนะต้องได้รับความเจ็บช้ำเพราะงั้นฉันจะต้องอยู่เพื่อปกป้องนาย!”
ั์ตาของหยวนชูหลิงปรากฏประกายแห่งความแน่วแน่พร้อมพูดต่อว่า
“ในเื่ของการชกต่อยนั้นตัวฉันไม่เคยกลัวใครหน้าไหนมาั้แ่เล็กจนโต ต่อให้เป็ทั้งจังหวัดชวนฉิงก็ยังพอมีน้ำยาอยู่บ้าง”
หลังจากได้ยินคำพูดของหยวนชูหลิง ถังซิ่วก็ยิ้มตอบอย่างขมขื่น
พ่อแม่ของหยวนชูหลิงนั้นมีมูลค่าทรัพย์สินเกินกว่าหนึ่งร้อยล้านแต่แค่หยวนชูหลิงนั้นทำตัวธรรมดาติดดินจนถังซิ่วแทบจะลืมสถานะของอีกฝ่าย
“เ้าอ้วน หากว่านายคิดที่จะย้ายมาอยู่ที่ห้องสิบนี้ก็ต้องตั้งใจเรียนตลอดสามเดือนนี้เข้าใจไหม? ไม่เช่นนั้นนางก็กลับไปที่ห้องห้าเสียเดี๋ยวนี้เลย”
หลังจากที่เงียบอยู่พักหนึ่ง ถังซิ่วก็ได้พูดออกมา
เมื่อได้ยินคำพูดของถังซิ่ว ทีแรกนั้นหยวนชูหลินอยากที่จะส่ายหน้าปฏิเสธแต่เมื่อมองสายตาที่แน่วแน่ของอีกฝ่ายแล้วนั้น เขาก็ต้องล้มเลิกความคิดนั้นโดยทันที
หลังจากที่ความรู้สึกภายในร่างกายกำลังเอ่อล้นออกมา เขาก็กัดฟันพูดว่า
“ลูกพี่ นายพูดถูกแล้ว จริงๆแล้วฉันไม่ได้อยากที่จะทำตัวแบบนี้ ฉันอยากจะตอบโต้พ่อแม่ของฉันที่หย่าร้างกันแต่ฉันเองก็ไม่อยากให้ทั้งชีวิตของชั้นต้องมาพังแบบนี้ ในเมื่อลูกพี่้าที่จะพุ่งทะยานภายในสามเดือน ฉันก็จะตั้งใจไปพร้อมกับนาย”
“เอ่อ พวกนายเป็นักเรียนของห้องนี้งั้นหรอ? แล้วทำไมยังไม่เข้าไปในห้องเรียนล่ะ?”
ระหว่างที่ถังซิ่วกำลังพูดคุยกับหยวนชูหลิงก็ได้มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมาทางประตูห้อง เธอถามพวกเขาทั้งหมดด้วยความสงสัย
นักเรียนหญิงคนนั้นไว้ผมสั้นเรียบร้อย พร้อมด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดีอย่างมากๆ
หยวนชูหลิงจ้องมองไปที่เธอคนนั้นอย่างไม่ละสายตาส่วนถังซิ่วเองก็รู้สนใจกับรูปร่างและรอยยิ้มที่เจิดจ้าของนักเรียนหญิงคนนั้นเหมือนกัน
นักเรียนหญิงจากห้องก่อนของพวกเขานั้นมีแต่พวกที่ใส่แว่นหนาเตอะพร้อมไว้ผมทรงหางม้า นั่นอาจจะเป็เพราะแรงกดดันด้านการศึกษา ไม่มีหรอกที่เขาจะได้เห็นนักเรียนหญิงแบบนี้ในห้องห้า
“เธอคนสวย สวัสดีฉันชื่อว่าหยวนชูหลิงส่วนนี้คือเพื่อนรักของฉันถังซิ่ว ก่อนหน้านี้เราอยู่ห้องห้าแต่เริ่มั้แ่วันนี้เราจะเป็เพื่อนร่วมห้องกัน”
หลังจากใจลอยไปอยู่นาน หยวนชูหลิงก็ได้ยื่นมืออ้วนๆของเขาออกไปเพื่อทักทายกับนักเรียนหญิงคนนั้น
“ฉันพึ่งมาเรียนห้องนี้ได้หนึ่งเดือน ฉันชื่อว่าเฉิงเยี่ยนหนาน ยินดีที่ได้รู้จัก”
เฉิงเยี่ยนหนานยิ้มและยื่นมือออกมาจับมือของหยวนชูหลิง
“รีบๆเข้าไปกันได้แล้ว อาจารย์กำลังจะมาแล้ว”
เฉิงเยี่ยนหนานพูดและเปิดประตูห้องทันที
เมื่อเห็นว่าเฉิงเยี่ยนหนานกำลังเปิดประตูนั้นก็ทำให้หัวใจของถังซิ่วสั่นสะท้านโดยทีเดียว
เป็เพราะหลังจากที่ิญญาเขากลับมารวมกันครบแล้วนั้นทำให้ประสาทการรับรู้ของเขาพัฒนาไปล้ำหน้ากว่าคนปกติเป็อย่างมาก
ตอนที่ถังซิ่วมาถึงที่หน้าห้องสิบนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงสีหน้าท่าทางของเพื่อนร่วงห้องที่เหมือนกำลังรอเหยื่อเพราะอย่างงั้นเขาถึงได้ยืนรออยู่หน้าห้อง
เมื่อถังซิ่วกำลังรออยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงนักเรียนกระซิบกันว่าได้มีกับดักวางเอาไว้เหนือประตูซึ่งนั่นคือที่โกยขยะใครก็ตามที่เปิดประตูเข้ามาก็จะทำให้ไม้กวาดและที่โกยขยะตกลงมาใส่คนๆนั้น
เมื่อรู้ว่ามีกับดักแบบนั้นแล้วถังซิ่วยังไม่มีทางเดินไปโดนกับดักแน่นอน เขายืนรอให้อาจารย์มาก่อน ถ้าเกิดว่าอาจารย์มาถึงแล้วนักเรียนพวกนี้จะต้องโดนดีแน่ๆ
แต่เมื่อเฉิงเยี่ยนหนานมาถึงแล้วนั้นเขากลับได้ยินเสียงเชียร์จากภายในห้อง นั่นทำให้เขารู้ได้เลยว่าเป้าหมายของกับดักนั้นมีไว้เพื่อเธอคนนี้
“ปกติแล้วเพื่อนร่วมห้องเฉิงเยี่ยนหนานเข้าเรียนสายเป็ประคำงั้นหรอ? ”
ถังซิ่วนั้นไม่ได้ใจร้ายถึงขณะที่จะให้นางต้องพบเจอกับเหตุการณ์แย่ๆโดยการโดนกับดักนั้นจึงพูดเพื่อจะยื้อเธอไว้
“ทำไมถึงได้ถามแบบนั้นล่ะ?”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เฉิงเยี่ยนหนานถึงได้ถามเขากลับด้วยความสงสัย
หลังจากนั้นเธอได้ถอยหลังพร้อมถีบประตูห้องเขาไปด้วยขาคู่งามของเธอ
ตามมาด้วยเสียง “โครม!” ที่ทำให้ทั้งห้องเต็มไปด้วยฝุ่นฟุ้งไปทั่ว
เมื่อหยวนชูหลิงเห็นไม้กวาดและที่โกยขยะก้ทำให้เขาถึงกับเหม่อลอยไปและดีใจที่ตัวเองไม่ได้เปิดประตูเข้าไปในห้องเมื่อกี้นี้
“พวกเด็กนักเรียนห้องนี้นี่มันใจร้ายจริงๆ เล่นใหญ่กันซะเหลือกัน”
สายตาของถังซิ่วในตอนนี้จดจ้องไปที่เฉิงเยี่ยนหนานเพราะการตอบสนองของเธอเมื่อกี้นี้เกินความคาดหมายของเขามาก
“ถังซิ่ว หยวนชูหลิง พวกนายไม่จำเป็ต้องกลัวหรอกนะ จากที่ฉันได้มองดูแล้วกับดักพวกนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับพวกนายหรอก”
หลังจากได้เห็นอาการตกตะลึงจากหยวนชูหลิงและถังซิ่วแล้วเธอจึงยิ้มและกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับพูดต่ออีกว่า
“พวกนายเป็คนดีนะ หลังจากนี้ฉันจะเป็คนคุ้มครองพวกนายเอง”
หลังจากที่เฉิงเยี่ยนหนานพูดจบก็ได้เดินเข้าไปในห้องเรียนทันที
ถังซิ่วได้ยินสิ่งที่เฉิงเยี่ยนหนานอธิบายเกี่ยวกับกับดักหมดแล้ว หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงผิดหวังมาจากในห้องพร้อมกับทุกคนช่วยกันเก็บกวาดของทั้งหมดเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
เกือบจะทันทีที่นักเรียนทั้งหมดนั่งลงกับที่ ที่ทางเดินก็มีเสียงดัง “กริบ” “กร๊อบ” “กริบ” “กร๊อบ” สลับกัน มันเป็เสียงของรองเท้าส้นสูง
เมื่อมองไปทางที่มาของเสียงก็จะได้เห็นผู้หญิงรูปร่างดีคนหนึ่งใส่เสื้อแขนสั้นเผยให้เห็นผิวที่เรียบเนียนของเธอในชุดกระโปรงสีชมพู
ผู้หญิงคนนั้นไว้ผมยาวสลวย ใบหน้าเรียวเป็รูปไข่พร้อมความใสกระจ่าง ผิวขาวดุจดั่งหิมะและคิ้วยาวสวยพร้อมด้วยดวงตาที่น่าหลงใหล จมูกโด่ง นี่มันเป็ใบหน้าที่ช่างสมบูรณ์แบบ
ถ้าจะบอกว่าเฉิงเยี่ยนหนานก่อนหน้านี้นั้นให้ความรู้สวยเหมือนดอกพลัมที่อ่อนโยนและละเอียดอ่อน เธอคนนี้ก็ต้องให้ความรู้สึกสง่าชั้นสูงและมีระดับอย่างไม่แพ้กัน
“ถังซิ่ว ทำไมรีบมาเร็วจังล่ะ ตอนแรกฉันคิดว่าหลังจากจบคาบนี้แล้วจะไปหาเธอที่ห้องห้าเสียอีก”
หลังจากที่ถังซิ่วมองไปที่ผู้หญิงคนนี้อย่างจดจ่อแล้วเธอก็ได้เผยให้เห็นถึงรอยยิ้มและพูดด้วยเสียงที่ไพเราะ
“ฮั่น…สวัสดีครับอาจารย์ฮั่น!”
เมื่อได้ยินคำพูดทักทายของอาจารย์ฮั่นนั้นก็ทำให้ถังซิ่วนั้นได้สติกลับมาแล้วจึงตอบกลับไป
เหตุผลที่ถังซิ่วจดจ่อไปที่ร่างของอาจารย์ฮั่นนั้นไม่ได้เป็เพราะว่าความน่าหลงใหลของเธอแต่เป็เพราะเธอมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับภรรยาของเขาที่อยู่ในดินแดนแห่งนิรันดร์ซึ่งทำให้เขารู้สึกใจหาย
เมื่อยืนยันได้ว่าฮั่นชิงหวูนั้นไม่มีพลังิญญาอยู่เลยก็ทำให้ถังซิ่วเกือบที่จะคิดว่าภรรยาของเขาได้ติดตามเขามาที่โลกใบนี้เสียแล้ว
“ถังซิ่ว เื่ของเธอนั้นครูใหญ่ได้บอกฉันมาหมดแล้ว ถ้าเธอไม่อยากถูกเตะออกจากห้องสิบด้วยละก็ ในอีกสามเดือนที่เหลือนี้เธอจะต้องเชื่อฟังอาจารย์ฮั่นคนนี้เข้าใจไหม?”
ฮั่นชิงหวูที่ได้เห็นการตอบรับของถังซิ่วก็ทำให้เธอรู้สึกพอใจเป็อย่างมากพลางพูดไปยิ้มไป
“อาจารย์ฮั่นโปรดชี้แนะ”
หลังจากที่มองไปที่ฮั่นชิงหวูสักพัก เขาก็ได้ทำการปรับอารมณ์ของตัวเอง
ถังซิ่วนั้นรู้สึกว่าฮั่นชิงหวูนั้นอบอุ่นเป็อย่างมาก แต่เขาคิดว่าเขานั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเธอและอีกอย่างเธอก็ยังมีหน้าตาคล้ายกับภรรยาของเขาที่อยู่ในดินแดนแห่งนิรันดร์เป็อย่างมาก นั่นเป็เหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและจะตีตัวออกห่างเธอ
“นักเรียนถังซิ่ว เธอไม่จำเป็ต้องถ่อมตัวหรอกนะ เธอสามารถเข้าเรียนโรงเรียนมัธยมสตาร์ซิตี้ด้วยคะแนนอันดับหนึ่งได้ ฉันเองก็หวังว่าเธอจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ในการสอบเข้าวิทยาลัยนะ”
หลังจากได้ยินคำพูดนี้ก็ทำให้ถังซิ่วเงียบและเกาจมูกของตัวเอง
“อาจารย์ฮั่น ผมและถังซิ่วนั้นเป็เพื่อนรักกันจากห้องห้า ผมก็จะขอย้ายมาอยู่ห้องสิบกับเขาด้วย ผมขอร้องอาจารย์ให้ช่วยเป็โล่กำบังให้ผมด้วยนะครับ”
หยวนชูหลิงที่เห็นอาจารย์ฮั่นเอาแต่จ้องไปที่ถังซิ่วั้แ่แรกโดยที่ไม่ได้หันตามามองเขาเลยนั้นรู้สึกแปลกๆจึงเอ่ยปากออกมา