ตอนที่4 ด่านทดสอบปั๊มน้ำมัน
“เร็วเข้าช่วยกันหาของมาขวางประตูไว้”เสียงผู้จัดการปั๊มสั่งการพนักงานปั๊มส่วนตัวเองถอยหลังไปสุดไม่กล้าเข้าใกล้ประตูแม้แต่น้อย
พนักงานปั๊มสองคนและช่างซ่อมรถอีกคนกำลังช่วยกันดันโต๊ะลากเก้าอี้ไปขวางที่ประตูไว้ด้านนอกมีเสียงทุบประตูอย่างต่อเนื่องมันก็คือเสียงของซอมบี้ที่พยายามจะพังประตูเข้ามา
“เฮ้ยเด็กฝึกงาน แกจะมายืนซื่อบื้ออยู่ทำไมว่ะรีบไปช่วยกันประตูไว้สิ” ผู้จัดการปั๊มน้ำมันหันไปเห็นกัสซึ่งตอนนี้แต่งกายด้วยชุดพนักงานปั๊มตำแหน่งต่ำต้อยที่สุดอยู่
กัสหันไปมองผู้จัดการปั๊มน้ำมัน ทำเอาผู้จัดการปั๊มน้ำมันรู้สึกขนลุกขึ้นมาด้วยความกลัวเพราะแววตาของกัสตอนนี้น่ากลัวอย่างมาก
‘หนึ่งในวิธีการผ่านด่านปั๊มน้ำมันนั่นก็คือ...’ สายตาของกัสมองไปที่ผู้จัดการปั๊มน้ำมันและนึกถึงวิธีการผ่านด่าน
วิธีที่ว่าก็คือการฆ่าผู้จัดการปั๊มน้ำมันโดยตรงแต่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ถ้ากัสฆ่าผู้จัดการปั๊มน้ำมันตอนนี้ผลลัพธ์จะเลวร้ายอย่างมากและเคยมีกรณีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว
นั่นก็คือถูกคนที่เหลือจับตัวไว้หรือไม่ก็โดนผู้จัดการและคนอื่นๆ ช่วยกันฆ่าแทน แบบนั้นก็ล้มเหลวในทันที
ที่เป็แบบนั้นเพราะว่า หนึ่งตอนนี้ผู้เล่นทุกคนสวมบทบาทกันอยู่ตัวตนที่สวมก็คือเด็กฝึกงานในปั๊มน้ำมันที่อ่อนแอคนหนึ่งร่างกายไม่ต่างจากวัยรุ่นทั่วไป
ถ้าโดนคนรุมจับยังไงก็สู้ไม่ไหวแถมยังมีช่างซ่อมรถที่แข็งแรงอยู่ด้วย
ตอนนี้ผู้จัดการปั๊มน้ำมันมีอำนาจพอจะสั่งคนอื่นได้เพราะฉากถูกเซตให้อยู่ใน่แรกของวันสิ้นโลกผู้คนยังทำตามตำแหน่งงานและเชื่อฟังคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าอยู่
อีกอย่างการลงมือฆ่าคนอื่นด้วยสำนึกและมโนธรรมที่ยังไม่ถูกทำลายใน่แรก พวกเขาจะคิดว่ากัสคือคนอันตรายฆาตกรที่ต้องจับตัวไว้ส่งตำรวจ
กัสเรียนรู้จากในอดีต เขาไม่โง่พอจะทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นแม้ว่าด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่กัสมีจะสามารถกำจัดได้สักสองสามคนแล้วก็พาคนที่รอดหนีออกไปได้สำเร็จ
แต่แบบนั้นคะแนนด่านทดสอบจะต่ำมาก ๆ
ด่านทดสอบไม่ใช่ว่าจะฆ่าอย่างเดียวแล้วจะผ่านไปได้เพราะถ้าเป็อย่างนั้นหอคอยโลกาวินาศคงจะสร้างด่านทดสอบแบบฆ่าซอมบี้และนับจำนวนที่ฆ่าเป็คะแนนแทนไปแล้ว
แต่สิ่งที่หอคอยโลกาวินาศ้าทดสอบนั้นคือความสามารถทุกด้านของผู้เล่นทั้งสติปัญญา การตัดสินใจ การเอาตัวรอด พละกำลัง ความว่องไว ความสามารถในการต่อสู้เรียกว่าครอบคลุมในทุกด้านเลยก็ว่าได้
กัสรีบเข้าไปช่วยพวกเขาหาของมาดันประตูไว้ตามที่ผู้จัดการปั๊มน้ำมันบอกเพราะก่อนจะทำอะไรได้ไปมากกว่านี้พวกเขาต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้ซอมบี้ขึ้นมาที่ชั้นสองแห่งนี้ได้ซะก่อน
ไม่นานประตูก็ถูกขวางด้วยชั้นวางของโต๊ะและเก้าอี้อีกหลายตัว มันวางซ้อนกันไว้อย่างไร้ระเบียบแต่ก็ป้องกันไม่ให้ซอมบี้พังประตูเข้ามาได้
แค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
กัสและคนอื่น ๆ นั่งหอบหายใจส่วนผู้จัดการปั๊มน้ำมันกลับนั่งลงบนเก้าอี้ตัวสุดท้ายอยู่ด้านในสุดของห้อง ในมือถือน้ำขวดสุดท้ายและดื่มมันจนหมดเพียงคนเดียว
พวกเขาเริ่มพูดคุยกันอย่างตื่นตระหนกเพราะไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีซอมบี้
“ไม่จริงใช่ไหม ซอมบี้แพร่ระบาดวันสิ้นโลกอย่างนั้นเหรอ”
“ทางการต้องมาช่วยแน่พวกเราแค่ต้องหาที่ซ่อนรอเ้าหน้าที่ตำรวจไม่ก็ทหารมาช่วย”
“...”
กัสไม่ได้เข้าร่วมการสนทนาของพวกเขาด้วยแต่รู้ว่าพวกเขาตื่นตระหนก หวาดระแวงและกังวลกันสุด ๆ
โดยเฉพาะเมื่อเสียงครวญครางของซอมบี้มันไม่ยอมไปไหนและเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูในบางครั้งก็มีเสียงทุบไม่ก็เล็บที่ขูดลากไปกับประตูดังมาเป็ระยะ
ตอนนี้ทุกคนต่างก็พักเอาแรง กัสเองก็ด้วย
พวกเขาหนีซอมบี้และยังต้องมาขนของไปขวางประตูทุกคนจึงเหนื่อยล้าเป็ธรรมดากัสยอมรับว่าหอคอยโลกาวินาศทำฉากพื้นหลังได้อย่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ
ติ้ง! ๆ ๆ
อยู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของทุกคนก็เริ่มดังขึ้นมาพวกเขารีบหยิบขึ้นมาดูพบว่ามีข้อความแจ้งเตือนภัยพิบัติเกิดขึ้นและบอกให้ทุกคนหาที่หลบภัยอย่าออกมานอกอาคาร
แต่กลับไม่มีการระบุถึงการช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อยก่อนที่สัญญาณทุกอย่างจะล่มไป
“เกิดบ้าอะไรขึ้นกัน”
“การแพร่ระบาดเกิดขึ้นทั่วประเทศเลยเหรอ”
“ทำยังไงดี ฉันยังไม่อยากตาย”
“ผมต้องกลับไปที่บ้าน แม่ผมยังอยู่ที่นั่น”
“จะบ้ารึไง ถ้าแกเปิดประตูออกไปซอมบี้มันก็เข้ามาได้สิแบบนั้นพวกเราจะตายกันหมด” เสียงของผู้จัดการดังขึ้นมา
“ฟังให้ดีนะ ยังไงก็ต้องมีคนมาช่วยพวกเราแน่แม้จะหลายวันก็เถอะ เราต้องช่วยกันรวบรวมเสบียงหาของไว้ รอจนกว่าการช่วยเหลือจะมา”
“ใช่ ผู้จัดการพูดถูก”
ทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะช่วยกันค้นหาของที่กินได้ในห้องแต่กลับไม่พบอะไรเลย แถมน้ำขวดสุดท้ายก็โดนผู้จัดการดื่มไปจนหมดแล้ว
ห้องที่พวกเขามาแอบกันนี้มันเป็ห้องเก็บพวกของเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วเท่านั้นไม่มีคนเข้ามาอยู่ที่นี่ ไม่มีของกินด้านใน
สีหน้าของทุกคนตรึงเครียดยิ่งกว่าเดิมซะอีก
พวกเขาเหนื่อยกันจะตายอยู่แล้วแต่ไม่มีอะไรให้ตกถึงท้องเลย แม้แต่น้ำก็ไม่มี ปากคอพากันแห้งจนเสียงแหบไปหมด
ผู้จัดการเหมือนจะนึกขึ้นมาได้ก็เลยชี้ไปที่กัส
“มานี่เด็กใหม่ นายลองปีนลงไปด้านล่างแล้วหาของกินที่ชั่นล่างเอาชึ้นมาให้พวกเราไม่ต้องห่วงถ้าระวังหน่อยซอมบี้น่าจะไม่เห็น เร็วเข้ารีบไปก่อนจะมืด”
ด้านล่างมีอาหารอยู่แน่นอนแต่ว่าไม่มีใครกล้าลงไป
พอเห็นว่าผู้จัดการเลือกกัส พวกเขาก็พากันหาเหตุผลมาอ้างสารพัดเช่นว่าเขายังหนุ่ม เคลื่อนไหวเร็ว หลบสายตาซอมบี้ได้ เหมาะกับงานนี้มาก
แต่สุดท้ายก็แค่กลัวตายกันทุกคนไม่กล้าจะลงไปเอาอาหารและส่งกัสไปเสี่ยงก็เท่านั้น
กัสไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเดินไปที่หน้าต่างทางด้านหลังมันคือทางเดียวในการปีนลงไปด้านล่าง
“คนพวกนี้ยังไม่คิดจะหาทางหนีหวังแต่ว่าจะกบดานอยู่ที่นี่” กัสคิดถึงวิธีการผ่านด่านฆ่าผู้จัดการก่อนแล้วค่อยพาคนหนี มันเหมือนเป็วิธีง่าย ๆแต่รายละเอียดหลายอย่างเขาต้องหาเอง
“เหมือนว่าในข้อมูลของคนที่เคยผ่านด่านนี้จะบอกว่ามันเกี่ยวกับเสบียงอาหารด้วยการนำอาหารกลับไปทำให้ได้รับความไว้วางใจมากขึ้น ที่สำคัญคือการฆ่าผู้จัดการเกี่ยวข้องกับอาหาร”
“วางยาในอาหาร”แววตาของกัสเต็มไปด้วยความเ็าทันที
การจะปีนลงไปต้องใช้เชือกผูกโชคดีที่ว่าในห้องนี้มีเชือกอยู่กัสหยิบเชือกขึ้นมาเตรียมจะผูก ตอนนั้นช่างซ่อมรถก็เข้ามาและช่วยกัสผู้เชือกมัน
“น้องชายให้ฉันลงไปเป็เพื่อนไหม”
“ไม่เป็ไร ผมคนเดียวจะสะดวกกว่า”กัสตอบปฏิเสธทันที
อย่างแรกเขา้าวางยาผู้จัดการไม่สามารถให้คนอื่นเห็นได้อย่างที่สองคือมันไม่สะดวกจริง ๆ ที่จะให้ผู้รอดชีวิตไปเสี่ยงด้วย
กัสมั่นใจฝีมือตัวเองแต่ไม่มั่นใจพอจะปกป้องคนอื่นในสถาการณ์ตอนนี้ด้วยร่างกายที่อ่อนแอแบบนี้
ตามที่รู้มาถ้า้าได้คะแนนระดับเงินบวกจะต้องมีคนรอดอย่างน้อย3 คน กัสวางแผนฆ่าผู้จัดการแล้ว ดังนั้นคนที่รอดก็ต้องเป็สองพนักงานและช่างซ่อมรถคนนี้
เคยมีคนทำผิดพลาดและพาช่างซ่อมรถลงไปด้วยสุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์อันตรายขึ้นไม่ว่าจะเป็ช่างซ่อมโดนซอมบี้ฆ่าตาย ช่างซ่อมเห็นโอกาสวิ่งไปที่รถอยากจะหนีโดนซอมบี้ฆ่าตายอีก เลวร้ายกว่านั้นคือแม้แต่ผู้เล่นก็โดนซอมบี้ฆ่าตายตามไปด้วย
ด่านทดสอบล้มเหลวอย่างน่าเศร้า
นี่คือเหตุผลที่กัสปฏิเสธเขาโยนเชือกลงไปและให้ช่างซ่อมช่วยดูเท่านั้นก่อนจะรีบปีนลงไป คนอื่น ๆ ก็มาลุ้นด้วยเพราะกัสคือทางรอดในการหาอาหารของพวกเขา
ทว่ากัสกลับยินดีเพราะการแสดงต่อจากนี้จะทำให้เขาสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆมากขึ้น
“ระวังด้านหลัง”ตอนนั้นพนักงานปั๊มก็รีบเตือนกัส
“ไอ้บ้าจะเสียงดังทำไม” ผู้จัดการรีบเตือน เพราะกลัวว่ากัสจะตายแบบนั้นอาหารพวกเขาก็ไม่ได้กินแล้ว
พนักงานรีบหุบปากคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าเสียงดังถึงอย่างนั้นเสียงก็ไปดึงดูดความสนใจจากซอมบี้แล้ว
ซอมบี้ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหากัสที่ยังปีนลงไปไม่ถึงพื้นด้วยซ้ำมันเป็ซอมบี้ที่พึ่งกลายร่างขึ้นมา ซึ่งที่หัวของมันก็ปรากฏชื่อขึ้นมา
[ซอมบี้ระดับธรรมดา]
ระดับของซอมบี้หรือสัตว์กลายพันธุ์ในหอคอยแบ่งออกเป็3 ระดับด้วยกันคือ ธรรมดา ดุร้ายและฝันร้ายและยังมีพวกพิเศษอย่างบอสอยู่ด้วย
กัสเหวี่ยงตัวไปกับเชือก ใช้เท้าถีบเข้าใส่หน้าอกของซอมบี้ที่เข้ามาใกล้จนมันถอยหลังไปชนเข้ากับกองขยะหลังร้านที่ยังไม่มีใครเก็บ
พอเขาปล่อยมือออกจากเชือก เท้าทั้งสองข้างก็แตะพื้นได้สำเร็จแต่ซอมบี้เองก็ลุกขึ้นมาแล้ว
“รับ” ช่างซ่อมโยนท่อเหล็กที่หาได้ใกล้ ๆให้กับกัส
“ไม่ได้ใช้มานาน พอได้มาใช้อีกครั้งก็น่าคิดถึงไม่น้อย”กัสยิ้มมุมปากและรับมา ก่อนเหวี่ยงท่อให้เข้ามือและหวดเข้าไปที่ซอมบี้อย่างจัง
อันตรายของซอมบี้จริง ๆคือพละกำลังของพวกมันและการไม่กลัวการโจมตีทั่วไป ที่สำคัญคือจำนวน ถ้าโดนรุมก็คือจบ
แต่สำหรับซอมบี้ที่อยู่ตัวเดียวนั้นจัดการได้ไม่ยากเลย