เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 157 บ้านอาสามเปลี่ยนไป (1)

            เฉินหลิงมองฉินไห่เฉวียนที่นับวันยิ่งลำเอียงเข้าข้างฉินหยวนเฟิง ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดขัดใจ

            ระหว่างมื้อเย็น ฉินไห่เฉวียนเอ่ยกับฉินเซี่ยงหยางว่า “ต่อไปนี้ลูกต้องสนิทกับพี่ชายให้มากขึ้น เขาเป็นพี่ชายแท้ๆ ของลูกนะ เขาเรียนเก่งกว่า แม้ลูกจะโตกว่า แต่เขาก็ช่วยสอนการบ้านให้ลูกได้”

            ฉินเซี่ยงหยางตอบอ้อมแอ้ม “ผมก็อยากเล่นกับเขานะครับ แต่เขาไม่สนใจผมนี่นา ผมจะทำยังไงได้”

            เฉินหลิงรีบผสมโรง “นั่นน่ะสิคะ ทุกทีก็มีแต่เจ้าเซี่ยงหยางของเราที่พยายามเข้าหาเขาก่อน แล้วดูเขาสิคะ ทำเหมือนเซี่ยงหยางเป็นศัตรู มีพี่ชายที่ไหนเขาทำกันแบบนี้บ้าง”

            ฉินไห่เฉวียนกระแทกตะเกียบในมือบนโต๊ะเสียงดังปัง “เธอหุบปากไปเลย! หยวนเฟิงเป็นศัตรูกับเซี่ยงหยางเพราะอะไร ในใจเธอไม่รู้แก่ใจหรือไง? ถ้าเธอหวังดีกับเซี่ยงหยางจริงๆ ก็เลิกยุแยงให้พี่น้องเขาบาดหมางกันเสียที หัดสอนลูกให้กำลังใจเซี่ยงหยางให้เข้ากับหยวนเฟิงดีๆ สิ”

            เฉินหลิงอ้าปากค้าง พูดไม่ออก

            ฉินหยวนเฟิงได้อยู่ห้อง 1/3 ซึ่งบังเอิญเป็นห้องเดียวกับหวังหย่าจิ้งพอดิบพอดี

            เพื่อนร่วมชั้นหลายคนเป็นเพื่อนเก่าของหวังหย่าจิ้งตั้งแต่สมัยประถม เธอจึงแนะนำเพื่อนสนิทสองสามคนให้ฉินหยวนเฟิงได้รู้จัก

            ไม่นานเขาก็ปรับตัวเข้ากับกลุ่มเพื่อนใหม่ได้อย่างกลมกลืน

            ในห้องเรียนก็มีนักเรียนบางคนที่มาจากโรงเรียนประถมในชนบทเช่นเดียวกับฉินหยวนเฟิง แต่ข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าของพวกเขาดูธรรมดากว่าของฉินหยวนเฟิงอย่างเห็นได้ชัด

            ถ้าไม่บอก ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าก่อนหน้านี้ฉินหยวนเฟิงเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ชนบทมาก่อน

            หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

            บ่ายวันเสาร์ ฉินหยวนเฟิงนั่งรถประจำทางกลับหมู่บ้านต้าเหอ เขามาถึงบ้านโดยที่ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงด้วยซ้ำ

            คุณยายหวังรีบเข้าครัวทำอาหารง่ายๆ เตรียมรอหลานชาย

            ทันทีที่ฉินหยวนเฟิงก้าวเข้าประตู คุณยายหวังก็รีบเข้าไปช่วยรับกระเป๋านักเรียน “หยวนเฟิง อาหารที่โรงเรียนถูกปากไหม? แล้วทำไมไม่เอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วกลับมาซักที่บ้านล่ะลูก?”

            ฉินหยวนเฟิงตอบ “ก็พอไหวครับคุณยาย แต่ยังไงก็ไม่อร่อยเท่าฝีมือคุณยายอยู่ดี เสื้อผ้าผมซักเองได้ครับ คุณยายไม่ต้องเป็นห่วง”

            คุณตาหวังที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น “หยวนเฟิงขึ้น ม.1 แล้ว โตเป็นหนุ่มแล้ว เรื่องขี้ปะติ๋วของตัวเอง แค่นี้ก็ต้องหัดทำเองได้แล้ว ไม่ต้องให้ผู้ใหญ่คอยตามเช็ดตามล้างหรอก”

            ฉินหยวนเฟิงรีบพยักหน้าเห็นด้วย “คุณปู่พูดถูกครับ ผมจัดการเรื่องของตัวเองได้”

            เจ้าตูบที่ฉินหยวนเฟิงเลี้ยงไว้ พอเห็นเจ้านายกลับมาก็ดีใจ กระดิกหางไม่หยุด ฉินหยวนเฟิงหยิบหมั่นโถวที่เหลือจากโรงเรียนโยนให้มันชิ้นหนึ่ง จากนั้นก็เดินไปล้างมือเตรียมกินข้าว

            เพิ่งจะนั่งลงหยิบตะเกียบเตรียมคีบอาหาร หวังเหว่ยไฉก็โผล่มาถึงพอดี

            หวังเหว่ยไฉก็เรียนอยู่ชั้น ม.1 เช่นกัน แต่เรียนที่โรงเรียนอีกแห่งในตัวอำเภอ เขาขี่จักรยานไปกลับโรงเรียนเอง

            เดิมทีหวังเหว่ยไฉตั้งใจจะกินข้าวเที่ยงที่บ้านตัวเอง แต่พอปั่นจักรยานมาได้สักพักก็ได้กลิ่นเนื้อตุ๋นหอมฟุ้งมาแต่ไกล รู้ทันทีว่าบ้านคุณปู่คุณยายต้องมีของอร่อยแน่ๆ พอกลับไปวางกระเป๋าที่บ้านเสร็จก็รีบแจ้นมาทันที ปรากฏว่าบนโต๊ะอาหารมีหม้อดินตุ๋นมันฝรั่งกับเนื้อส่งกลิ่นหอมกรุ่น ควันฉุย และยังมีซุปเต้าหู้อ่อนใส่กุ้งแห้งอีกถ้วย

            “ไฉไฉ ล้างมือก่อนค่อยกินข้าว” คุณยายหวังเห็นหวังเหว่ยไฉนั่งลงปุ๊บก็จะลงมือกินทันทีจึงรีบทัก

            ปกติแล้วที่บ้านของหวังเหว่ยไฉไม่ได้มีธรรมเนียมต้องล้างมือก่อนกินข้าว แต่พอมาบ้านคุณปู่คุณยายทีไร เป็นต้องถูกบังคับให้ล้างมือก่อนทุกครั้ง

            หวังเหว่ยไฉเดินไปล้างมืออย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะกลับมานั่งที่โต๊ะแล้วเริ่มลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย

            คุณยายหวังถามไถ่ด้วยความเอ็นดู “ไฉไฉ เนื้อหา ม.1 ยากไหมล่ะ? เรียนทันเพื่อนรึเปล่า?”

            หวังเหว่ยไฉรีบกลืนเนื้อชิ้นโตในปากลงคอแล้วตอบ “ก็ยากสิครับ แต่ครูสอนภาษาจีนกับครูสอนภาษาอังกฤษห้องผมสวยมากเลยนะ แถมในห้องก็มีผู้หญิงสวยๆ อีกตั้งหลายคน”

            พอพูดถึงครูสาวสวยและเพื่อนร่วมห้องหน้าตาดี ดวงตาของหวังเหว่ยไฉก็เป็นประกายวาววับ

            คุณตาหวังกระแอมเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงเข้ม “พ่อแกส่งเสียให้ไปเรียนหนังสือเพื่อให้มีความรู้ ไม่ใช่ให้ไปทำตัวเหลวไหลไร้สาระ”

            หวังเหว่ยไฉทำเป็นหูทวนลมกับคำตำหนิของคุณปู่ หลายปีมานี้เขาชินชากับการถูกดุถูกว่าไปเสียแล้ว

            เขาก็แค่ไม่สนใจเรียน หนังสือรู้จักเขา แต่เขาไม่รู้จักหนังสือต่างหาก

            เดิมทีเขาตั้งใจจะเรียนจบแค่ชั้นประถมเหมือนหวังเถียนเถียนพี่สาว แล้วค่อยให้ลุงรองกับป้ารองช่วยหางานในตัวจังหวัดให้ทำ แต่พ่อแม่กลับบังคับให้เขาเรียนต่อ อย่างน้อยก็ต้องให้จบ ม.3 เฮ้อ! ก็ได้ ในเมื่อขัดไม่ได้ เขาก็จะทำตัวเหลวไหลไปอีกสามปีก็แล้วกัน

            พอกินข้าวเที่ยงเสร็จ ฉินหยวนเฟิงกำลังจะออกไปหาทิงเสวี่ย ก็พอดีกับที่หวังกังมาหาที่บ้าน

            หวังกังก็เรียนหนังสือในตัวอำเภอเช่นกัน ดังนั้นเขากับฉินหยวนเฟิงจึงเจอกันแค่ช่วงเสาร์อาทิตย์

            หลายปีที่ผ่านมา ทั้งสองคนมักจะไปโรงเรียนด้วยกัน กลับบ้านด้วยกัน ทำการบ้านด้วยกัน พูดคุยปรับทุกข์กัน และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ช่วงปิดเทอมก็ยังชวนกันไปขายของที่ตลาดนัดในตัวจังหวัดอีกด้วย พวกเขาต่างคุ้นเคยกับการมีอีกฝ่ายอยู่ในชีวิตประจำวัน พอไม่ได้เรียนด้วยกัน ไม่ได้เล่นด้วยกันเหมือนเคย ไม่ว่าจะเป็นหวังกังหรือฉินหยวนเฟิง ต่างก็รู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง

            หวังกังได้ยินฉินหยวนเฟิงบอกว่าจะไปหาทิงเสวี่ย ก็เลยขอตามไปด้วย

            “ฉันได้ยินหวังเหว่ยไฉโม้ว่าครูสอนภาษาจีนกับครูสอนภาษาอังกฤษห้องเขาสวยมาก แถมยังมีเพื่อนร่วมห้องสวยๆ อีกเพียบเลย แล้วครูกับเพื่อนร่วมห้องนายล่ะ สวยเหมือนกันไหม?” นานๆ ทีฉินหยวนเฟิงจะเอ่ยปากซุบซิบเรื่องทำนองนี้

            หวังกังพูดอย่างสนใจ “ครูสอนภาษาอังกฤษห้องหวังเหว่ยไฉน่ะ สอนห้องพวกเราด้วย สวยจริงๆ นะ เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยแล้วก็ย้ายมาสอนที่นี่เลย ส่วนครูสอนภาษาจีนห้องฉันน่ะเป็นตาแก่คนหนึ่ง แต่ลายมือที่เขียนบนกระดานดำสวยไร้ที่ติไปเลย เพื่อนผู้หญิงห้องพวกเราไม่ค่อยมีคนสวยเท่าไหร่ คนที่สวยที่สุดก็ยังสู้หลินทิงเสวี่ยกับหวังหย่าจิ้งไม่ได้อยู่ดี”

            พูดจบ หวังกังก็หันไปถามฉินหยวนเฟิงบ้าง “แล้วห้องนายล่ะ มีผู้หญิงสวยๆ บ้างไหม? นายอยู่ห้องเดียวกับหวังหย่าจิ้งรึเปล่า?”

            ฉินหยวนเฟิงตอบเรียบๆ “พวกเราอยู่ห้องเดียวกัน ผู้หญิงห้องฉันก็งั้นๆ แหละ”

            แล้วเขาก็เสริมขึ้นอีกประโยค “ในสายตาฉันนะ นอกจากหลินทิงเสวี่ย ก็ไม่เห็นจะมีใครสวยเข้าตาอีกเลย!”

            หวังกังนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

            หลินทิงเสวี่ยสวยเหรอ?

            หวังกังลองนึกทบทวนดู เออ...ก็สวยจริงๆ นั่นแหละ ตากลมโต ชั้นตาคมชัด ดวงตาสะอาดใสเป็นพิเศษ คิ้วโก่งได้รูป ขนตายาวงอน ใบหน้ารูปไข่ได้สัดส่วน จมูกโด่งเป็นสัน ปากนิดจมูกหน่อย เวลายิ้มก็มีลักยิ้มบุ๋มลงไปบนแก้มทั้งสองข้าง

            แต่ตัวเตี้ยไปหน่อย ถ้าสูงกว่านี้อีกนิดจะดีมาก

            ทิงเสวี่ยเห็นหวังกังกับฉินหยวนเฟิงเดินมาทางบ้านของเธอแต่ไกล เธอก็ยิ้มกว้างพลางโบกมือทักทาย “ฉันขอสัมภาษณ์พวกนายหน่อยสิ เรียน ม.1 เป็นยังไงกันบ้างจ๊ะ?”

            รอยยิ้มสดใสของเด็กสาวราวกับดอกท้อแรกแย้มในเดือนสาม ช่างดูสดชื่นและหอมหวานจับใจ

            หวังกังยิ้มตอบ “ก็ไม่เลวนะ อยากให้ฉันสอนภาษาอังกฤษให้สักสองสามคำก่อนไหมล่ะ?”

            ทิงเสวี่ยค้อนใส่หวังกังวงหนึ่ง “เชอะ! นายจะมาสอนภาษาอังกฤษให้ฉันน่ะเหรอ ท่อง A ถึง Z ให้ครบก่อนเถอะย่ะ”

            หวังกังร้อง “อ้าวเฮ้ย! เธอรู้ด้วยเหรอว่าตัวอักษรภาษาอังกฤษมี 26 ตัว เก่งเหมือนกันนี่เรา”

            ทิงเสวี่ยกลอกตาใส่หวังกังอีกครั้ง “ฉันไม่ได้รู้แค่ ABC มี 26 ตัวนะ ฉันยังรู้ด้วยว่าพยักหน้าคือ Yes ส่ายหน้าคือ No ย่ะ!”

            หวังกังถึงกับพูดไม่ออก

            หยอกล้อกับหวังกังพอหอมปากหอมคอแล้ว ทิงเสวี่ยก็หันไปมองฉินหยวนเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ “แล้วไปเรียน ม.1 หนึ่งสัปดาห์ของนายเป็นยังไงบ้างล่ะ?”

            ฉินหยวนเฟิงตอบสั้นๆ “ก็ดี ฉันอยู่ห้องเดียวกับหย่าจิ้ง”

            ทิงเสวี่ยยิ้ม “นายกับหย่าจิ้งอยู่ห้องเดียวกันก็ดีแล้วนี่ จะได้ดูแลกัน ช่วยกันเรียนไงล่ะ”

            ฉินหยวนเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย ยอมรับในสิ่งที่เธอพูด

            จากนั้นฉินหยวนเฟิงก็ถามทิงเสวี่ยว่า “ช่วงที่ฉันไม่อยู่ มีใครมารังแกเธอหรือเปล่า?”

            ทิงเสวี่ยส่ายหน้า “ไม่มีหรอก ตั้งแต่หวงเทาย้ายออกจากห้องเราไป ก็ไม่มีใครมาหาเรื่องฉันอีกเลย”

            พวกเขาทั้งสามคนโตขึ้นกว่าแต่ก่อน การละเล่นแบบเด็กๆ ไม่สนุกเหมือนเคยเสียแล้ว เวลาเจอกันจึงมักจะนั่งคุยกันเสียมากกว่า 

            ฉินหยวนเฟิงกับหวังกังนั่งเล่นอยู่ที่บ้านทิงเสวี่ยได้ราวครึ่งชั่วโมงก็ลากลับ

            พอทั้งสองคนกลับไปแล้ว ทิงเสวี่ยก็เริ่มจัดการธุระส่วนตัวของเธอ

            พริบตาเดียวฤดูใบไม้ร่วงก็ผ่านพ้นไป ลมหนาวเริ่มพัดพามาเยือน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405