#02
อลันมือขวาควบคุมโซ่ปลายมีด อีกมือซ้ายปล่อยด้ายใยที่เป็เส้นเอ็นออกมา
โซ่ตวัดฟาดเฉือนและรูดบาดศัตรูที่อยู่ด้านหน้า แล้ววกม้วนแทงเข้าที่จุดตายของศัตรูอย่างโเี้เฉียบขาด ศัตรูพยามเอาดายฟันด้านแต่ดาบกลับโดนโซ่รูดครูดผ่านจนบิ่นกระจุยกระจาย
ด้ายเอ็นพุ่งรัดขึงศัตรูแล้วกระชากกลับด้วยพลังสายควบคุม ร่างของศัตรูขาดเป็ท่อนๆ ริ้ว เสียดายไม่มีจุดสำหรับขึงใย ไม่เช่นนั้นจะขึงทำกับดังตั้งให้ รอแค่ศัตรูวิ่งเข้ามาขาดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยกันเอง
พลังออร่าของเขาทุ่มเทฝึกอย่างหนักั้แ่เด็ก สำนักวิชาที่โลกนี้ต่างถ่ายทอดวิธีการใช้ออร่ากันตอนเริ่มโตเพราะมองว่าเด็กไม่สามารถเข้าใจสิ่งละเอียดอ่อนได้ แต่ความจริงแล้ว จิตที่ใช้ฝึกออร่านั้นอาศัยจินตนาการและความคิดที่โปร่ง การให้เด็กฝึกนับเป็่เวลาวัยที่เมาะอย่างมากและทำให้พลังออร่าสั่งสมและเติบโตเร็วอีกด้วย ส่วนวิธีการใช้ที่ละเอียดอ่อน ค่อยมาฝึกใช้เอาตอนเป็วัยรุ่นแล้วก็ยังไม่สาย
ดังนั้นวิธีการฝึกที่ได้เปรียบนี้ และการค้นคว้าวิเคราะห์ของตาและยายของตนที่ทำมาค่อนชีวิตนั้น พบแนวทางที่ฝึกได้ผลดีและก้าวไกลกว่าที่โลกนี้ฝึกกันอยู่มากมายนัก
ทุกคนยังไม่หายใ กลุ่มโจร 20 เกือบ 30คนดายเรียบด้วยสภาพสุดอนาถจนแทบจะอาเจียนกันออกมา...
นี่คือการลงมือของคนรึนี่!? รวดเร็วเกินไปแล้ว และโเี้เกินไปแล้ว!
อลันเห็นซากที่ตนทำไว้ การฆ่าคนครั้งแรกที่ไม่รู้จะเตรียมใจไหวมั้ย ยามนี้พบว่าตนลงมือได้อย่างหนักหนาสาหัสมากนัก เขาเกือบจะคายน้ำขมออกมาแต่สะกดกลั้นไว้
“ข้า ..ลงตรงนี้แหล่ะครับ”
“อ้าวทำไมล่ะ? อย่าบอกนะว่าเพราะเื่นี้..ไม่เอาน่า..เ้าเพิ่งจะช่วยพวกเราไว้นะ ถ้าไม่ได้เ้าข้าคงตายพร้อมลูกน้องแล้ว งั้นถือว่าข้าจ้างเ้าคุ้มกันข้าเข้าเมืองก็แล้วกัน”...ชายร่างท้วมชวนอลันเข้าเมืองด้วย
“อ่า...เอ่อ...ถ้าแบบนั้น ก็ได้ครับ...... ..ขอบคุณ”...อลันยิ้มแล้วพยักหน้า
ทุกคนเดินทางต่อ
นั่งจากสายจนบ่ายเพิ่งจะเห็นเมือง แล้วค่อยเข้าเมือง การเดินทางโลกนี้มันไม่ง่ายจริงๆ เราจะพบการเดินทางที่แสนสะดวกมากมายในนิยายหรือมังงะแฟนตาซี แต่ดูท่าที่นี่จะไม่ใช่แฮะ ถ้ามีเรือเหาะหรือัที่มีพลังแสนจะมหาศาลเป็พวกแล้วพาบินก็ดีสิ..มันจะเรียลเกินไปแล้ว อ๊ะ ไม่สิ อย่างน้อยก็มีออร่าให้ใช้
พอเข้าเมืองได้ อลันถามหาหญิงสาวตามรูปวาด ที่นี่ไม่สามารถเอารูปถ่ายออกมาไล่ถามผู้คนได้ ดังนั้นก่อนมา จึงต้องใช่ด้ายใยมัดกับปากกาแล้วบังคับวาดตามกระแสออร่าจากความทรงจำของอลัน
ทั้งชายร่างท่วมและผู้คนในเมืองต่างไม่เคยพบเจอ สาวผมดำมาจากต่างโลกโดนอันเชิญมา ต้องถามเหล่าพ่อค้าทางไกลจึงจะมีข่าวพวกนี้
“นี่เ้าน่ะ เอ่อ...”
“อลันครับ...ข้าชื่ออลัน”
“อ่ออลัน.. ..ข้าสเมล เป็พ่อค้าคนกลางจัดหารสินค้าของเมืองนี้ ข้าอยากพาเ้าไปพบคนคนหนึ่งหน่อย”
อลันตามไปพบว่าในเมืองไม่ได้สงบเท่าไหร่นัก เขาสังเกตั้แ่ทางเข้าแล้ว มันเหมือนป้อมมากกว่าเมือง
“ที่นี่เกิดเื่เหรอครับ?”
“อา...ั้แ่ไวเคานต์ตระกูลฟีลด์คนก่อนเสียชีวิตพร้อมภรรยา แม้กระทั่งลูกชายคนโตไป ลูกสาวคนเล็กของคุณท่านก็ต้องมารับตำแหน่งเป็ไวเคานเตสนี้แทน หลังจากนางขึ้นรับตำแหน่ง ก็โดนพวก...อืม...ขอเรียกพวกมันว่าโจรก็แล้วกัน...ถูกโจรบุกโจมตีน่ะ และแถบนี้ไม่ไกลจากชายแดน อะไรต่อมิอะไรก็ผ่านทางนี้ก่อนหากมาดีก็แล้วไป หากมาร้ายที่นี่ก็รับศึกหนัก ยังดีนะพวกค่ายของกองทัพปีศาจส่วนหนึ่งที่ตั้งไม่ไกลจากนี้มันไม่มายุ่ง”
**ไวเคานเตสตามธรรมเนียมแบบโลกเราจะสืบทอดตำแหน่งต่อได้ แต่ไม่สืบบรรดาศักดิ์ แต่ที่โลกนี้สืบได้ทั้งตำแหน่งและบรรดาศักดิ์**
“เมืองนี้ชื่อว่าอะไรครับ?”
“ซเปล ก็อย่างที่เห็น เมืองแค่นี้เล็กเกินกว่าจะเรียกว่าเมืองถ้าเทียบกับเขตใหญ่ๆในเมืองหลวงน่ะ..มาเถอะถึงแล้ว”
ปราสาทหลังไม่ใหญ่นักดูๆไปเหมือนป้อมเก่าๆ กลางเมืองมีทหารวิ่งกันวุ่นวายกับพวกพ่อค้าบางราย ที่นี่ดูวิ่นวายเกินกว่าจะถามไถ่อะไรพวกเขาได้
กลางโถงทีโต๊ะที่กองไปด้วยแผนที่ใบรายงานและเอกสารกางบ้าง ม้วนบ้างเป็กอง มีคน 2-3 คน คุยกับเด็กสาวอายุไม่น่าจะเกิน 15 อ่ะ อย่างดีก็ 16 ล่ะนะ เด็กสาวดูลนลายและกังวลน่าสงสาร แต่ก็น่าหยิกน่าแกล้งจริงๆ
“ท่านแอน”
“อ๊า...ท่านสเมล ข้ากำลังแย่เลย คือ.....”...นางกำลังวิ่งมาหาสเมแล้วต้องชะงัก
“อ้อ ท่านนี้คืออลัน เขาช่วยข้าไว้จากการโดนดักโจมตี คนคุ้มกันที่จ้างมาเสียชีวิตจนเหลือแค่หัวหน้าของพวกเขา...คือถ้ารับเขามาระหว่างทางน่ะ”

“อลันครับ”
เด็กสาวย่อตัวเล็กน้อยก่อนจะกล่าว
“แอนฟีลด์ค่ะ”...นั่นคือชื่อของนาง
“ไวเคานเตสที่ข้ากล่าวถึงไง”...สเมลยิ้ม
“อ่อ..เสียมารยาทแล้วใต้เท้า”...อลันเอามือแนบอกซ้ายพยักหน้าลงเล็กน้อย
เด็กสาวดูไร้เดียงสา หน้าตาธรรมดาๆ แต่ดูสะอาดสะอ้าน ตัวเล็กไปสักหน่อย จะว่าเตี้ยก็ได้แต่ดูไม่ถือตัวดี
“ท่านช่วยท่านสเมลที่เหมือนผู้ใหญ่ให้คำปรึกษาข้า ข้าจะตอบแทนท่านเช่นไร?”
“มิได้ครับ ข้าแค่ช่วยเพราะสมควรช่วย อีกอย่างท่านสเมลมีเมตตารับข้าโดยสารรถมาด้วย ไม่เช่นั้นไม่รู้จะถึงเมื่อไหร่”
“เขาเป็ชาวโอลโลนน่ะครับท่านแอน อ้อ เขาจัดการพวกโจรอาวุธครบมือได้เกือบ 30คนในไม่กี่อึดใจเชียวนะครับ”...สเมลเสริม
“จริงเหรอค่ะ!! เก่งจงเลย..”...แอนทำท่าทีแตกตื่นชื่นชม
คนอื่นๆก็เดินเข้ามากัน
“สเมล นี่ท่านโดนดักฆ่าเหรอ?”
“อืม ไม่รู้มันจะฆ่าข้าหรือจะปล้น ถ้าปล้นก็ไม่น่าจะทำนะ เพราะข้ามีรถม้าที่ไม่ได้ขนสัมภาระมา”
สักพักสเมลดึงแอนออกมาจากวงสนทนา
“ท่านแอน ท่านน่าจะเอาเขาไว้ช่วยงานคราวนี้นะ ดูเขายังไม่มีที่พัก และ้าข่าวสารหาคนรู้จักอยู่”
“เขา..ไว้ใจได้มั้ย..?...ตอนนี้ทุกอย่างน่ากลัวไปหมด ข้าไม่รู้จะไว้ใจใครแล้วค่ะ”
“ถ้าเขาเป็คนของพวกโจรจริง ด้วยฝีมือของเขา ตอนนี้จะฆ่าพวกเราแล้วเปิดประตูเมืองก็ยังทำได้ แต่เขาไม่ทำ ดูเขามีความกังวลเื่คนของเขาหายมากกว่าเื่อื่น ยังไงเราแลกที่พักกับการหาข้อมูลข่าวสารให้เขาดีมั้ย?”
อลันได้ยินทุกคำ เขากำลังประเมินว่าจะตกลงดีมั้ย
เสียงเอะอะข้างนอกก็ดังขึ้น เสียงเฮโห่ร้องนอกกำแพงดังกังวาน
ปู้นนนนน
แตรศึกเป่าเตือน...ข้าศึกเข้าประชิดเมือง!!
--------------------------------------------------------------------------------------------