เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 78

    หลังจากโฟร์ทพูดจบ เสียงกระดิ่งเหนือประตูร้านก็ดังขึ้น กริ๊ง! ลูกค้ากลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมเสียงพูดคุย โฟร์ทรีบหันไปทางเคาน์เตอร์ทันที ก่อนจะเอ่ยต้อนรับด้วยรอยยิ้ม


    “ขอคาปูชิโน่หนึ่งแก้วครับ” ชายคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น


    “ผมเอาชาเขียวมัทฉะครับ” อีกคนเสริมต่อ


    โฟร์ทพยักหน้ารับพร้อมจดลงในสมุด จากนั้นชายคนแรกก็หันไปถามเพื่อนที่เหลือ “ของพวกนายล่ะ?”


    เพื่อนอีกสองคนตอบเกือบพร้อมกัน “ดาร์กช็อกโกแลตกับชาดำเย็น”


    “รับทราบค่ะ” โฟร์ทตอบกลับ


    ผมหันไปมองโฟร์ทด้วยความสงสัย เธอดูร้อนรนเล็กน้อย ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า เธอทำงานคนเดียวหรือเปล่า ปกติร้านแบบนี้ควรจะมีพนักงานมากกว่านี้


    ทันใดนั้น เสียงโฟร์ทก็ดังขึ้นเบา ๆ 


    “ลูกค้าคะ พอดีว่าตอนนี้พนักงานออกไปข้างนอก อาจต้องรอนานนิดหน่อยค่ะ”


    คำพูดนั้นทำให้ผมคลายความสงสัย แต่ก็ยังแอบเป็นห่วงเพราะว่าเธอต้องทำสี่เมนู คนเดียว


    ถึงผมจะเพิ่งรู้จักเธอเมื่อสักครู่ แต่กลับอดเป็นห่วงเธอไม่ได้ ถึงจะไม่ได้มากอะไร


    ผมจ้องไปที่แก้วกาแฟในมือ พลางเอ่ยถามระบบในใจ


    “ระบบ…แกมีทักษะเกี่ยวกับการเป็นพนักงานร้านคาเฟ่ไหม?”


    [มีครับ คุณสามารถซื้อทักษะนี้ได้ในราคา 500,000 บาท หรือหากต้องการเพียงชั่วคราว ก็สามารถเช่าทักษะได้ในราคา 100,000 บาท ใช้งานได้ 60 นาที]


    ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดตาม “ทำไมเดี๋ยวนี้แกให้ฉันซื้อแล้วล่ะ” ผมถามกลับ


    [ขณะนี้คุณอยู่ในระดับที่สามารถใช้เงินซื้อได้แล้ว ระบบจะไม่มอบทักษะให้แบบฟรี ๆ อีกต่อไป]


    ผมชะงักไปครู่หนึ่ง มุมปากกระตุกยิ้มจาง ๆ “ก็แปลว่าตอนนี้ฉันรวยเกินกว่าจะได้ของฟรีแล้วสินะ” ผมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ 


    100,000 บาทสำหรับการเช่าทักษะ… ถือว่าแพงพอสมควร แต่สำหรับผมแล้ว เงินจำนวนนี้ไม่ได้มากมายอะไรนัก ผมตัดสินใจเช่าทักษะโดยไม่ลังเล


    [คุณได้ชำระเงิน 100,000 บาท เพื่อเช่าทักษะ “บาริต้ามือโปร”]


    [ทักษะ บาริต้ามือโปร ทำงานเป็นเวลา 60 นาที]


    หลังจากที่ระบบมอบทักษะ บาริต้ามือโปรให้ ผมก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาทันที ราวกับในหัวมีความรู้เรื่องกาแฟทั้งหมดอยู่แล้ว ผมลุกจากเก้าอี้ เดินตรงไปหาโฟร์ทที่กำลังวุ่นอยู่หลังเคาน์เตอร์


    ระหว่างที่ผมก้าวเข้าไป ลูกค้าใหม่อีกสองสามคนก็เดินเข้ามาในร้านเพิ่ม ทำให้บรรยากาศเริ่มคึกคัก โฟร์ทเงยหน้ามามองผม สีหน้าเต็มไปด้วยความฉงน “มีอะไรรึเปล่าคะ?” เธอถามเสียงร้อนรน ก่อนจะรีบหันกลับไปทำเครื่องดื่มต่ออย่างไม่หยุดมือ


    “ให้ผมช่วยไหมครับ… ผมเคยทำงานร้านคาเฟ่มาบ้าง” ผมพูดเบา ๆ แทบจะให้ลูกค้าไม่ได้ยิน


    โฟร์ทเงยหน้ามองผมสักครู่ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ พร้อมเอ่ยเบา ๆ ราวกับกระซิบ “จริงเหรอคะ… ถ้างั้นช่วยหน่อยสิ”


    ผมพยักหน้าเบา ๆ ก่อนหันหลังไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวม จากนั้นก็ขอรับออเดอร์ที่โฟร์ทยังไม่ได้เริ่มทำ


    เพียงแค่เหลือบตามองไม่กี่วินาที ผมก็เริ่มทำงานอย่างคล่องแคล่ว มือหยิบจับเครื่องมือและวัตถุดิบอย่างรวดเร็วเป็นธรรมชาติ จนโฟร์ทต้องหยุดมองด้วยความทึ่ง


    ไม่นานหลังจากนั้น เราสองคนก็จัดการออเดอร์ทั้งหมดเรียบร้อย จนลูกค้าทุกคนได้รับเครื่องดื่มไป 


    โฟร์ทกล่าวขอบคุณผมด้วยรอยยิ้มโล่งอก เธอบอกว่าตอนแรกคิดว่าคงต้องใช้เวลานานแน่ ๆ แต่ก็โชคดีที่ผมเข้ามาช่วยไว้ทันเวลา


    จากการพูดคุย ผมถึงได้รู้ว่า ปกติช่วงเวลานี้ไม่ค่อยมีลูกค้ามาเป็นกลุ่มเท่าไรนัก ส่วนใหญ่จะมาแค่คนสองคน แต่บังเอิญวันนี้ดันมีหลายกลุ่มมาพร้อมกันพอดี แถมยังเป็นช่วงที่เธออยู่ร้านคนเดียว


    เราสองคนเดินกลับมาที่โต๊ะเดิมของผมขณะที่พูดคุยกัน หลังจากที่เรานั่งลงได้ไม่นาน โฟร์ทก็หันมาถามผมด้วยรอยยิ้มสดใส “คุณอายุเท่าไหร่เหรอคะ” น้ำเสียงของเธอฟังดูเป็นกันเองจนผมอดยิ้มไม่ได้


    “ผมอายุ 25 ครับ แล้วคุณล่ะ” ผมตอบกลับไป


    เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี “รุ่นเดียวกันนี่นา ฉันก็อายุ 25 เหมือนกัน” แล้วเธอก็ทำท่าทีคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ “งั้นฉันขอเรียกคุณว่า นาย แล้วกันนะ”


    ผมหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี “อ้อ...ได้สิ งั้นผมก็ขอเรียกคุณว่าคุณนะ” ผมหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้ม “คุณนี่เข้ากับคนง่ายจังเลยนะ...อืม...อาจจะเป็นผู้หญิงคนแรกเลยก็ได้ ที่กล้าเข้ามาคุยกับผมแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่เราเพิ่งเจอกัน”


    เธอยิ้มออกมา ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “ฉันเชื่อนายได้จริงเหรอ หน้าตานายดูดีขนาดนี้...” เธอพูดพลางหยุดสายตาไว้ที่ใบหน้าผม ราวกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง “หล่อ เท่ จนน่าหมั่นไส้เลยนะ...จนฉันยังแอบอิจฉาเลยล่ะ”


    ผมยิ้มมุมปาก “ก็พอตัวล่ะนะ”


    เธอหัวเราะออกมาเสียงใส “แหม...ได้ทีแล้วไม่ถ่อมตัวเลยนะ”


    ผมหันไปมองเธอแล้วยิ้ม “ว่าแต่คุณก็สวยขนาดนี้ จะอิจฉาผมไปทำไมกันล่ะ”


    เธอยิ้มบาง ๆ พร้อมหัวเราะเบา ๆ “อ่อ...ไม่ใช่อะไรหรอก นายน่าตาดีแบบนี้ ผู้หญิงก็คงหลงกันทั้งนั้นแหละ”


    เธอหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “แต่ฉันไม่ได้ชอบผู้ชายนะ จริง ๆ แล้วฉันชอบผู้หญิงมากกว่า”


    ผมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามกลับด้วยสีหน้าประหลาดใจ “จริงเหรอ...ที่ว่าคุณชอบผู้หญิงน่ะ?”


    เธอยิ้มบาง ๆ พลางพยักหน้า “อืม...จริงสิ ฉันชอบผู้หญิง”


    ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนหัวเราะเบา ๆ “อืม...คนสวยแบบคุณ ทำไมถึงชอบผู้หญิงกันนะ”


    เธอหัวเราะตาม พลางยักไหล่เบา ๆ “ฉันเคยคบผู้ชายนะ แต่สุดท้ายก็ไม่เวิร์ก...เลยลองคบผู้หญิงดูบ้าง แต่ก็ไม่รอดเหมือนกันนั่นแหละ”

    ผมหัวเราะกับคำพูดของเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “แล้ว...ไม่คิดจะลองกลับไปคบผู้ชายดูอีกสักครั้งเหรอ”


    เธอชะงักไปครู่หนึ่งก่อนหัวเราะเบา ๆ “นี่นายกำลังจะจีบฉันอยู่เหรอ...”


    ผมยักไหล่ยิ้มมุมปาก “อาจจะนะ ใครจะรู้ล่ะ”


    เธอส่ายหน้าแล้วยิ้ม “อย่าเลย เราเพิ่งรู้จักกันเองนะ”


    ผมหัวเราะเบา ๆ กับคำพูดของเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ก็แค่ถามเฉย ๆ น่ะ เผื่อวันหนึ่งคุณอาจเปลี่ยนใจก็ได้”


     “ถ้าวันนั้นมาจริง ๆ นายคงต้องเป็นคนแรกที่ฉันนึกถึงแน่เลย”


    ผมหัวเราะออกมาอย่างสบายใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วเอ่ยขึ้นว่า “อ้อ...ว่าแล้วเชียว ถึงว่าทำไมผมถึงเห็นคุณมองไปทางคุณหมอคนนั้น”


    เธอยิ้มทันที แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ “นายเห็นด้วยเหรอ”


    ผมยักไหล่แล้วยิ้ม “ก็ไม่เชิงหรอก...เพราะผมเองก็มองเธอเหมือนกัน” จากนั้นเสริมต่ออย่างขำ ๆ ว่า “...เธอสวยขนาดนั้น ใครเห็นก็ต้องมองอยู่แล้วล่ะ”


    ผมหยุดคิดไปครู่หนึ่ง ผมคิดดูแล้วว่าโฟร์ทคงจะแอบชอบ คุณหมอคนนั้นแน่ ๆ 


    ก่อนจะพูดพลางหัวเราะเบา ๆ “งั้นถ้าจีบคุณไม่ได้...ผมคงต้องเปลี่ยนไปจีบคุณหมอคนนั้นแทนแล้วสิ”


    โฟร์ททำหน้าดุใส่ผมเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “นายอย่าทำแบบนั้นสิ คนนี้ฉันจองแล้วนะ”


    แม้จะพยายามทำเสียงจริงจัง แต่ท่าทางของเธอกลับดูน่ารักจนผมเผลอยิ้มออกมา


    โฟร์ทเป็นคนที่แปลกจริง ๆ แม้ว่าเราจะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่การพูดคุยระหว่างเรากลับราบรื่นเหมือนรู้จักกันมานาน อีกทั้งผมก็ไม่ได้ใช้สกิลพิเศษอะไรกับเธอเลย เพียงแค่ใช้ทักษะช่วยเธอเล็กน้อยเท่านั้น


    แต่ก็น่าเสียดายเธอไม่ได้ชอบผู้ชายอย่างผม ถึงผมจะหน้าตาดีจนเธอหมั่นไส้ก็ตาม


    ผมกับโฟร์ทคุยกันต่ออีกสักพัก จนไม่นานลูกค้าก็ทยอยเข้าร้านมา และตามหลังลูกค้ามาก็มีพนักงานอีกสองคน โฟร์ทเห็นดังนั้นก็ลุกจากโต๊ะ ยิ้มให้ผมก่อนจะเดินจากไป พร้อมกระซิบทิ้งท้ายว่า “เอาไว้คุยกันใหม่นะ ฉันต้องไปทำงานต่อแล้ว”


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน