“นักเวทค่ายกลล่ะ?” ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถาม
“เชอะ!”
เจินชิงฉุนหลบตาสายทำสีหน้าไม่พอใจ พร้อมกับเชอะใส่เบาๆ จากนั้นกล่าวว่า “สำหรับนักเวทค่ายกลต้องมีพลังยันต์ห้าธาตุที่ครบถ้วนและโดดเด่นเพราะต้องใช้พลังยันต์ห้าธาตุที่แข็งแกร่งในการร่ายวางค่ายกลยันต์”
“มิน่านักเวทค่ายกลจึงมีน้อย ที่แท้เป็นเพราะจำเป็นต้องมีพลังยันต์ทั้งห้าธาตุที่แข็งแกร่งนี่เอง”
ตู้เซ่าฝู่ราวกับว่าเข้าใจแล้วจู่ๆ เขาก็คิดถึงเรื่องน่าสงสัยเรื่องหนึ่งออกมา ถามเจินชิงฉุนด้วยสีหน้าตกใจว่า “ในเมื่อพูดเช่นนี้พลังยันต์ของนักเวทยากับนักเวทอาวุธก็มีข้อจำกัดไม่สามารถพัฒนาเป็นนักเวทค่ายกลได้ แต่นักเวทค่ายกลมีพลังยันต์ครบห้าธาตุแบบนี้แล้วก็ถือว่าเป็นนักเวทยากับนักเวทค่ายกลอยู่ดีไม่ใช่หรือ?”
“คิดตามหลักการก็เป็นเช่นนั้น ทว่าเจ้าคิดง่ายดายเกินไป”
เจินชิงฉุนมองจิกตู้เซ่าฝู่แว็บหนึ่งจากพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ตะกละตะกลามกัดคำใหญ่เกินไป เอาใส่ปากเคี้ยวไม่ได้หรอกนะไม่ว่าจะเป็นการสกัดยา หลอมอาวุธหรือวางค่ายกลแต่ละด้านก็มีความลึกซึ้งในตัวของมันมียอดฝีมือผู้มีชื่อเสียงและผู้อาวุโสที่แก่กล้าประสบการณ์หลายต่อหลายคนที่พยายามฝึกอย่างหนักทั้งชีวิตก็ยังยากที่จะไปถึงจุดสูงสุดของสายอาชีพนั้นได้ ฝึกสกัดยา หลอมอาวุธหล่อค่ายกลพร้อมกัน ก็มีแต่เอาดีด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้สักอย่างบนโลกนี้จะมีใครที่มีพรสวรรค์และความสามารถขนาดนั้นที่สามารถฝึกพร้อมกันได้หมด
“แล้วเจ้าล่ะ ข้าจำได้ว่ากระถางเตาแห่งวิญญาณของเจ้าก็มีพลังยันต์ห้าธาตุ” ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถาม
“ข้าฝึกค่ายกลยันต์เป็นหลัก ฝึกสกัดยาเป็นรองทว่าไม่มีเวลาพอไปศึกษาวิจัยการหลอมอาวุธอีกแล้ว แค่ฝึกการสกัดยาเสริมก็เหนื่อยและกินแรงมากแล้ว” เจินชิงฉุนระบายความรู้สึกในใจฝึกทุกสาย แม้แต่เขาเองก็ทำไม่ไหว ก่อนอื่นเลยนักเวทยันต์ทุกคนไม่ใช่จะสามารถเป็นนักเวทค่ายกลได้ และเขาก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครที่ฝึกวิชาของนักเวทยันต์ทุกสายพร้อมกันได้
ที่เจินชิงฉุนพูดตู้เซ่าฝู่สามารถฟังเข้าใจได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฌานหรือนักเวทยันต์ นักเวทยานักเวทอาวุธหรือนักเวทค่ายกลแต่ละสายของมันก็มีเรื่องเร้นลับและกว้างขวางให้ศึกษาและฝึกฝนอยู่มาก มนุษย์มีเวลาอันจำกัดขนาดยอดฝีมือผู้มีชื่อเสียงและผู้อาวุโสที่แก่กล้าประสบการณ์หลายต่อหลายคนที่พยายามฝึกอย่างหนักทั้งชีวิตก็ยังยากที่จะไปถึงจุดสูงสุดของสายอาชีพนั้นได้เลยแล้วจะมีใครฝึกสำเร็จครบทุกด้านได้อย่างไรล่ะ
“เอ้อใช่ แล้วข้าฝึกสายไหนดี ข้าสามารถเป็นนักเวทยันต์แล้วหรือยัง?”
“แล้วก็ตอนนั้นเจ้าใช้เวลานานแค่ไหนถึงหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณออกมาได้หรือ เร็วกว่าข้าแค่ไหนพรสวรรค์ด้านนักเวทยันต์ของข้าแย่มากหรือใช่หรือไม่?”
“เจินชิงฉุน ทำไมสีหน้าเจ้าเปลี่ยนล่ะ ทำไมดูสีหน้าไม่ดีเลย...”
ตู้เซ่าฝู่ทิ้งคำถามไว้ให้เจินชิงฉุนชุดใหญ่ในที่สุดเจินชิงฉุนก็ทนไม่ไหวอีกแล้วเขาจ้องตู้เซ่าฝู่ด้วยสายตาอาฆาตทำสีหน้าเขม่นใส่จากนั้นก็หลบเข้าไปในเจดีย์เล็กโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ เจินชิงฉุนคิดว่าท่าทางยียวนกวนประสาทแบบนี้ เด็กหนุ่มคนนี้ต้องจงใจทำให้เขาโมโหเป็นแน่
“เจินชิงฉุน เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลย ข้ามีคุณสมบัติแล้วหรือยัง? อย่างน้อยแค่บอกว่าข้าพอมีพรสวรรค์จะเรียนรู้ด้านนี้หรือไม่ข้าสู้เจ้าไม่ได้ เจ้าก็ไม่เห็นจะต้องอุบเงียบเลย อย่าดูถูกกันขนาดนี้สิไม่เห็นต้องเหยียดหยามข้าด้วยวิธีเช่นนี้เลย”
“เจ้าหนู เจ้าบำเพ็ญเพียรฟื้นฟูพลังปราณไปก่อนแล้วก็ฝึกหลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณไป เจ้าฝึกได้ชำนาญเมื่อไรและข้าคิดว่าพอใช้ได้แล้ว ข้าจะบอกเจ้าเอง แล้วค่อยสอน ‘วิชาจิตวิญญาณแห่งจักรวาล’ สำหรับฝึกพลังจิตให้”
เสียงของเจินชิงฉุนดังออกมาจากเจดีย์เล็ก “ปราณแห่งจักรวาลเป็นเพียงเงาลวง พลังแห่งฟ้าและมนุษย์ต่างน่าสับสนฟ้าใช้พลังแห่งหยินหยางและห้าธาตุในการให้กำเนิดทุกสรรพสิ่งพลังปราณที่จับต้องไม่ได้สามารถทำให้เกิดรูปร่างมนุษย์เกิดมาพร้อมพลังปราณแห่งความสามารถ เป็นจิตวิญญาณของทุกสิ่งทุกมวล...” สูตรวิชาท่องจำท่อนหนึ่งดังขึ้น ทว่าเจินชิงฉุนไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมและเลิกสนใจตู้เซ่าฝู่อีกต่อไป
...
ผ่านมาห้าวันในเขาหลังบ้านสกุลตู้ กลางหุบเขาเงียบสงัด ด้านหน้าของเจินชิงฉุนปรากฏกระถางเตาแห่งวิญญาณฝ่ามือของเขากวาดเป็นรูปร่างไปมาพร้อมกับทยอยนำยาวิเศษกองหนึ่งใส่เข้าไปในกระถางเตาเรื่อยๆ
“ซู่ๆๆ!”
ไฟในกระถางเตาลุกโชนขึ้นมาอากาศบริเวณรอบๆ ถูกเผาไหม้จนเห็นเป็นคลื่นความร้อนยาวิเศษถูกไฟกลืนกินจนละลายกลายเป็นของเหลว มีคลื่นพลังแผ่ออกมาอยู่โดยรอบ
ตู้เซ่าฝู่ตั้งใจสังเกตทุกอากัปกิริยาของเจินชิงฉุนโดยตาไม่กะพริบรวมถึงท่าทางการกวาดฝ่ามือในการส่งพลังของเจินชิงฉุนในใจของเขารู้สึกประทับใจและตื่นเต้นกับพลังของเจินชิงฉุนอย่างมากแม้เขาไม่เคยพบนักเวทยันต์คนอื่นๆทว่าพลังระดับนี้ไม่น่าจะเป็นระดับที่นักเวทยันต์ทั่วไปสามารถทำได้
เจินชิงฉุนมองดูการเปลี่ยนแปลงของเปลวเพลิงและสารของเหลวจากยาวิเศษที่อยู่ข้างในกระถางเตาความซับซ้อนของสารในตัวยาวิเศษถูกสกัดออกมาเรื่อยๆท่าทางของผู้สกัดยาดูนิ่งสงบสบายๆ ราวกับกำลังทำเรื่องที่ง่ายดายดั่งแค่จับวางอยู่
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามใบหน้าของร่างเงาเจินชิงฉุนเริ่มดูแปลกไป สีหน้าเริ่มดูเหนื่อยล้าทว่าสุดท้ายน้ำวิเศษที่สกัดออกมาจากยาวิเศษกลายเป็นของสารเหลวทั้งหมดแล้วในกระถางเตาปรากฏน้ำวิเศษที่จับตัวเป็นก้อนได้ขนาดราวๆ ฝ่ามือ
กระถางเจาหายไปเจินชิงฉุนใช้มือประคองน้ำวิเศษออกมา
ตู้เซ่าฝู่มองน้ำวิเศษที่อยู่ในมือของเจินชิงฉุนด้วยสายตาที่ตื่นเต้นเป็นประกายเขาพอสัมผัสถึงคลื่นพลังปริมาณมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในยาวิเศษได้เขาคิดว่าหากเขาได้กินมันเข้าไปแล้วฝึกร่างละก็พละกำลังของเขาต้องพัฒนาขึ้นไปได้มากเป็นแน่
“ให้ข้ากินใช่หรือไม่?”
ตู้เซ่าฝู่ตั้งตารอคอยเป็นที่สุดหลังจากกินน้ำวิเศษนี้ไปแล้ว เขาเชื่อว่าจะต้องมีพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็นแน่
“เจ้าอยากตายก็กินไปสิน้ำวิเศษนี้ข้าสกัดออกมาเพื่อช่วยทำให้รากปราณของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นหากกินสารที่มีอานุภาพร้ายแรงเช่นนี้ไปตรงๆจะทำให้จุดเสินเชวี่ยของเจ้าถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดีแน่นอน”
เจินชิงฉุนมองตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายเขางอนิ้วดีดน้ำวิเศษเข้าไปในสระน้ำในหุบเขาทันใดนั้นเองสระน้ำในหุบเขาก็กลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์
“ซ่าๆๆ!”
หลังจากน้ำวิเศษตกลงไปอยู่ในสระน้ำยาวิเศษที่ดูนิ่งสงบ จู่ๆ ก็ระเบิดพลังที่อัดแน่นภายในออกมา น้ำในสระน้ำสั่นไหวราวกับเป็นน้ำเดือดที่มีไอน้ำเดือดพลุ่งพล่านออกมา
“เจ้าแก้ผ้าออกให้หมดแล้วกระโดดลงไปซะ ให้ร่างกายของเจ้าดูดซึมพลังของยาคิดว่าเจ้าแช่น้ำผสมน้ำวิเศษที่ข้าสกัดไปห้าปีสิบปีรากปราณของเจ้าก็จะดีจนสามารถใช้การได้แล้วล่ะ” เจินชิงฉุนเหวี่ยงแขนสะบัดชายเสื้อเขามองไปที่น้ำวิเศษที่ตัวเองสกัดอย่างภูมิใจ
ตู้เซ่าฝู่ได้ยินก็มีสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจ กล่าวว่า “ห้าปีสิบปีเลยหรือ นานไปหน่อยกระมังทำให้ไวขึ้นกว่านี้หน่อยได้หรือไม่?”
“เจ้าคิดว่านี่คืออะไร นี่คือการพัฒนารากปราณบนโลกนี้มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำได้เชียวนะ เจ้ายังมารังเกียจว่าช้าอีก!”
เจินชิงฉุนถลึงตาใส่ตู้เซ่าฝู่จากนั้นกล่าวว่า “แล้วก็ ฤทธิ์ของน้ำวิเศษนี้สามารถใช้ได้ครั้งต่อครั้งต่อไปทุกเดือนเจ้าต้องทำการดูดซึมพลังนี้สามครั้ง ดังนั้นของที่วันนี้ต้องใช้ต่อไปเจ้าก็ไปหามาเยอะหน่อยล่ะ”
“หนึ่งเดือนสามครั้ง บ้าน่า...”
ตู้เซ่าฝู่ใบหน้ากระตุกด้วยความตกใจจากนั้นสีหน้าเริ่มบูดบึ้งขึ้นมา
“ทำไม คิดว่าแพงหรือ ข้ารู้ว่าเจ้าซื้อของแพงกว่านี้ไม่ไหวดังนั้นจึงเลือกวัตถุดิบที่ราคาต่ำที่สุดที่พอจะใช้ได้แล้วหากให้เจ้าซื้อวัตถุดิบที่ถูกใจข้ามากกว่านี้ เกรงว่ามูลค่าของของครั้งหนึ่งสามารถทำให้ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณล้มละลายกันได้เลยทีเดียวเชียวล่ะ” เจินชิงฉุนกล่าว
ตู้เซ่าฝู่สีหน้าเศร้ายิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินว่าวัตถุดิบที่เจินชิงฉุนให้ตนเตรียมมาครั้งนี้ระดับต่ำที่สุดที่นำมาใช้ได้แล้วทว่าเขาก็ทำได้แต่กัดฟันทน วัตถุดิบที่ตอนนี้เขาหามาเขาซื้อใหม่อีกครั้งไม่ไหวแล้วแล้วเขายังจะพูดอะไรได้อีก
ตู้เซ่าฝู่ทำตามที่เจินชิงฉุนบอกแก้ผ้าทั้งหมดแล้วกระโดดเขาไปแช่ตัวในสระน้ำ
“ใช้ ‘วิชาจิตวิญญาณแห่งจักรวาล’ เพื่อทำการดูดซึมฤทธิ์ของยาเข้าไปในร่างกาย” เจินชิงฉุนบอกตู้เซ่าฝู่
ตู้เซ่าฝู่เข้าไปอยู่กลางสระน้ำเขานั่งขัดสมาธิลอยอยู่บริเวณผิวน้ำได้อย่างน่าพิศวง จากนั้นก็รวบรวมพลังฝ่ามือเริ่มใช้วิชาจิตวิญญาณแห่งจักรวาล ขณะนั้นเองที่สระน้ำผืนน้ำที่มีไอน้ำพลุ่งพล่านจากยาวิเศษเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง คลื่นพลังรอบๆบริเวณนั้นไหลมาสู่ต้นกำเนิดที่กำลังดูดพลังพลังในสระน้ำทั้งหมดโถมซัดกระหน่ำเข้ามาหาตู้เซ่าฝู่
“เจ้าเด็กคนนี้พิลึกเกินไปแล้ว พิลึกที่สุดเท่าที่เคยจะมีมาจริงๆ”
สีหน้าของร่างเงาเจินชิงฉุนแสดงความประหลาดใจออกมาเมื่อเห็นภาพตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ในสระน้ำเขาโมโหแทบอยากจะเอาก้อนหินขนาดเบิ้มขว้างใส่เด็กคนนี้ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็หลอมกระถางเตาแห่งวิญญาณได้ แถมยังเป็นกระถางเตาแห่งวิญญาณที่มีพลังยันต์ห้าธาตุอีกแล้วนี่แค่ผ่านไปเพียงห้าวันเองเด็กหนุ่มพิลึกคนนี้ก็สามารถฝึกวิชาจิตวิญญาณแห่งจักรวาลได้สำเร็จเขาย้อนนึกไปถึงตัวเองตอนนั้นเขาใช้เวลาฝึกวิชาจิตวิญญาณแห่งจักรวาลนานถึงหนึ่งปีกับอีกห้าเดือนเชียวนะพอคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้ใช้เพียงห้าวัน แล้วสุดท้ายเอาแต่ถามว่าเขาใช้เวลานานไปไหมมีพรสวรรค์จะฝึกไหม นี่ยิ่งทำให้เจินชิงฉุนรู้สึกรับไม่ได้
“โครม!”
ในสระน้ำผิวน้ำยังคงแปรผันตามพลังจากวิชาจิตวิญญาณแห่งจักรวาลที่ตู้เซ่าฝู่สร้างขึ้นมาทันใดนั้นเอง พลังคลื่นซัดวันไปมาพลังนี้เป็นพลังที่เอ่อล้นกว่าที่ตู้เซ่าฝู่เคยจินตนาการไว้และแล้วก็พลุ่งพล่านอย่างรุนแรงที่สุด