พลับพลาแห่งนิรันดร์

    ตอนที่ 31 ท้าประลอง

    "ท่าน.."

     

    "ฟึบ"จินหลงหายไปจากสายตาของทั้งสองคน

     

    "ท่านรองเจ้าสำนักท่านเห็นแล้วใช่ไหมว่าคุณชายท่านนั้นเป็นวรยุทธด้วย"เยว่ฉีพูดออกมา

     

    "หนอย..เจ้าน้องเวรเป็นวรยุทธกลับไม่บอกข้า"เทียนหลิวเหมือนกับกลายเป็นตัวตลก

     

    "แล้วท่านจะทำยังไงต่อไปท่านรองเจ้าสำนัก"เยว่ฉีกล่าวถาม

     

    "เจ้าจะทำยังไงก็แล้วแต่เจ้า..ข้าไม่ยุ่งเรื่องนี่แล้ว"เทียนหลิวพูดออกมา

     

    "ศิษย์รับทราบแล้ว"เยว่ฉีตอบรับคำของเทียนหลิว

     

    ...

     

    "หึหึ.. เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน"เยว่ฉีพึมพำขึ้นมา

     

    เช้าวันถัดมา ณลานกว้างสำนักลำธารมรกต

     

    จินหลงไม่มีอะไรทำจึงออกมาเดินเล่น

     

    "นี่เจ้าชื่อจินหลงใช่หรือไม่"ศิษย์ชายของสำนักลำธารมรกตพูดขึ้น

     

    "ใช่" จินหลงเอ่ยออกมา

     

    "ดี.. ในที่สุดก็หาเจ้าเจอ"ศิษย์ชายของสำนักลำธารมรกตพูดขึ้นอีก

     

    "ว่าแต่เจ้ามีเหตุใด"จินหลงเอ่ย

     

    "นี่เจ้าไม่รู้หรือยังไงว่าคุณหนูเยว่ฉีตั้งภารกิจล่าตัวเจ้า"ศิษย์ชายคนเดิมพูดออกมา

     

    "หือ.. ภารกิจอันใดกัน"จินหลงเอ่ยถาม

     

    "ก็เพียงแค่เค้นคำตอบถึงวิธีการรักษาอาการประหลาดของคุณหนูเยว่ฉีจากเจ้าได้คุณหนูเฉย่ฉีจะเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทน" ศิษย์ชายตอบกลัวด้วยความฮึกเหิม

     

    "ไร้สาระสิ้นดี..ข้าไปหละ"จินหลงเอ่ยออกมา

     

    "เจ้าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นจนกว่าจะบอกวิธีการรักษาให้กับข้า"

     

    "คืด.." แรงกดันปะทุออกมา

     

    "เจ้าอย่ามาสร้างความรำคาญให้แก่ข้ามิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าซะ" จินหลงเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชา

     

    "..."ศิษย์ชายยื่นตัวสั่นเป็นลูกนก

     

    "ตึก.. ตึก" จินหลงเดินต่อไป

     

    "นี่ทุกคน.. ชายคนนี้คือจินหลงคนที่คุณหนูเยว่ฉีต้องการตัว" ศิษย์ชายคนเดิมไม่กล้าบังคับจินหลงจึงตะโกนเรียกความสนใจของศิษย์คนอื่น

     

    "ว่าไงนะเจ้าหมอนั่นหนะหรอ"

     

    "จริงหรอเนี้ย"

     

    "นับเป็นโชคของข้าจริงๆที่เจอตัวง่ายเช่นนี้"

     

    เหล่าศิษย์ชายของสำนักลำธารมรกตต่างจับจ้องมาที่ตัวของจินหลง

     

    "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน"จินหลงเอ่ยออกมาหลังจากเห็นสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ตัวของตน

     

    "นี่เจ้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือป่าวรู้วิธีรักษาอาการประหลาดของคุณหนูเยว่ฉีแต่กลับไม่ยอมบอก" ศิษย์ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา

     

    "ใช่ ใช่ ใช่"เหล่าศิษย์ชายคนที่เหลือต่างตะโกนเสริม

     

    "พวกเจ้าตะโกนโหวกเหวกอะไรกัน"เสียงชายสูงอายุผู้หนึ่งตะโกนขึ้นมา

     

    "ท่านเจ้าสำนัก"เหล่าศิษย์เมื่อเห็นคนที่ตะโกนขึ้นมาก็รีบหุบปากลงทันที

     

    "ว่ายังไงพวกจเตะโกนอะไรกัน"เจ้าสำนักตะโกนถามขึ้น

     

    "เรียนท่านเจ้าสำนักชายผู้นี้รู้วิธีรักษาอาการประหลาดของคุณหนูเยว่ฉีแต่กับไม่ยอมบอก"

     

    "หือ..เจ้าหนูเจ้าเป็นศิษย์ของอาวุโสเทียนหลิวอย่างนั้นเรอะ" เจ้าสำนักตะโกนถามออกมา

     

    "ไม่ใช่"จินหลงเอ่ยขึ้น

     

    "แล้วเจ้าเป็นศิษย์ของผู้ใดกัน"เจ้าสำนักถามขึ้นอีกครั้ง

     

    "ไม่มี"จินหลงยังเอ่ยยียวนตามเดิม

     

    "นี่เจ้ากล้าพูดจาเช่นนี้กับท่านเจ้าสำนักได้ยังไงกัน"เหล่าศิษย์ต่างไม่พอใจที่จินหลงพูดจาไม่ให้เกียรติเจ้าสำนัก

     

    "เงียบ.."เจ้าสำนักตะโกนออกมา

     

    "พวกเจ้าจะพูดยังไงก็ช่างข้าพอใจจะไม่บอกซะอย่าง" จินหลงเอ่ยออกมาโดยไม่สนใจใครหน้าไหน

     

    "ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องใช้กำลังแล้ว"เจ้าสำนักพูดออกมา

     

    "หืม..ท่านคิดจะลงมือเพียงแค่อยากรู้วิธีรักษาอาการของนางจริงๆงั้นหรอ"จินหลงเอ่ยถาม

     

    "เยว่ฉีนั้นถือเป็นศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักลำธารมรกตของข้าดังนั้นข้าจึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องใช้กำลังบังคับให้เจ้าบอกวิธีรักษาออกมา"เจ้าสำนักตอบกลับ

     

    "เช่นนั้นก็ย่อมได้..แต่ข้าขอเป็นวันรุ่งขึ้นได้หรือไม่วันนี้ข้าเหนื่อยมาก" จินหลงเอ่ยออกมา

     

    "ได้..รุ่งขึ้นข้าจะมารอเจ้าที่ลานประลองยุทธ" เมื่อพูดจบเจ้าสำนักก็หายตัวไป

     

    "ฟึบ"จินหลงเองก็หายตัวไปเช่นกัน

     

    "นี่พวกเจ้าได้ยินหรือไม่เจ้าหนุ่มนั้นกล้าประลองกับท่านเจ้าสำนักด้วย"

     

    "ข้าได้ยินเต็มสองหูเลย"

     

    "เจ้านั่นมันใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว"

     

    ข่าวการประลองในวันรุ่งขึ้นกระจายไปทั่วสำนักลำธารมรกตอย่างรวดเร็ว

     

    "อาจารย์นี่ท่านถึงขนาดไปท้าประลองเพียงเพื่อหาวิธีรักษาอาการประหลาดของข้าเลยงั้นรึ"เยว่ฉีกล่าวออกมา

     

    "เยว่ฉีเอ้ยเจ้าเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของข้า ถ้าข้าไม่ช่วยเจ้าจะให้ข้าไปช่วยใครที่ไหน"เจ้าสำนักกล่าวออกมา

     

    "แต่การที่ท่านทำเช่นนี้จะทำให้ท่านเสื่อมเสียเกียรติที่ไปท้าไปลองกับเด็กหนุ่มเช่นนั้น"เยว่ฉีกล่าวด้วยความเป็นห่วง

     

    "ฮ่า.. ฮ่าเรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวน แค่รักษาอาการเจ้าได้ก็พอ"

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องพลับพลาแห่งนิรันดร์ ที่คุณอ่าน