“เรนเดลคะ” โคโตโนฮะตะโกนลั่นทันที เมื่อเธอเห็นว่าเรนเดลตะลึงกับพลังของกลีบดอกบัวที่กระจายจนเต็มไปทั่วท้องฟ้า เธอรีบเข้ามาคุ้มกันเรนเดลจากพวกอันเดดทันที เพราะเหมือนเขาจะตกใจกับอะไรบางอย่าง
“เมกุมิ เธออยู่ที่นั่นหรือ” เรนเดลกล่าวเสียงสั่น น้ำตาของเขาเริ่มไหลริน ดวงตาของเขาเรืองแสงสีชมพูเข้มมากกว่าทุกครั้ง ทำเอาโคโตโนฮะรู้สึกใจหาย ที่เห็นเรนเดลเป็นแบบนั้น
“บ้าน่า เรนเดลกำลังถูกสะกดใจ” โคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงห่วงใย ก่อนที่เธอจะเริ่มร่ายเวทรักษาใส่หัวใจของเรนเดล แต่ทว่ามันไม่เป็นผล
วงเวทสีรุ้งของโคโตโนฮะโดนดีดออกมา ทำเอาทั้งมือขวาของเธอสั่นสะท้านไปหมด
“อะ...โอ้ย” เธอส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อพบว่าพลังดีดกลับนั้นรุนแรงอย่างมาก ทำเอาเล็บจากนิ้วของเธอทั้งห้ามีรอยปริแตก และเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด
“ฉันรักษาไม่ได้หรือ” โคโตโนฮะกล่าวก่อนจะร่ายเวทรักษานิ้วมือของตัวเองก่อน “ตัวตนแห่งภัยพิบัตินั่น เป็นใครกันแน่”
เรนเดลในตอนนี้ไม่มีสติอยู่กับตัว เขากำลังทำท่าจะบินไปหาพลังที่เขามองเห็น หัวใจของโคโตโนฮะหล่นวูบ เธอคิดว่าถ้าปล่อยเรนเดลไป เรนเดลต้องตายแน่ๆ เธอกัดฟันแน่นก่อนจะฝืนขยายวงเวทรักษาของเธอ แล้วกระแทกใส่ร่างของเรนเดลสุดแรง
เธอโอบกอดเขาเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย เพื่อต้านกับแรงดีดจากคำสาปของอีกฝ่าย จนในที่สุด ดวงตาของเรนเดลก็กลับมาเป็นปกติ
เมื่อเรนเดลได้สติ เขารีบคว้าร่างของโคโตโนฮะที่ล้มพับลงกับพื้นทันที ก่อนจะร่ายเวทรักษาให้กับเธอ จนโคโตโนฮะฟื้นขึ้นมาดั่งเดิม
“เรนเดลคะ” โคโตโนฮะกล่าวพลางเอามือของเธอลูบแก้มของเรนเดลอย่างแผ่วเบา “ปลอดภัยแล้วสินะคะ”
“ฉันไม่เป็นไร...ขอโทษด้วยนะ” เรนเดลกล่าวก่อนจะโคจรพลังเวทธาตุแสงไปทั่วร่างของเขา เพื่อกันการถูกสะกดใจอีก เพราะเมื่อเขานึกถึงชื่อของเมกุมิ เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ
ลูกหมาสองตัวของเรนเดลร่ายเวทลูกบอลมืดอัดใส่อันเดดและปีศาจที่จะเข้าใกล้นายของตน ก่อนจะวิ่งวนรอบตัวเรนเดลและโคโตโนฮะ เพื่อทำการคุ้มกัน ในระหว่างที่ทั้งสองไม่พร้อมต่อสู้
“เรนเดล ระวัง!!” ดาร์คเนสตะโกนลั่นก่อนจะใช้สี่ขากระโดดถีบหมาปีศาจตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาจะขย้ำคอเรนเดล ดาร์คเนสทุ่มสุดแรงจนมันลอยตัวอยู่กลางอากาศ ไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ
“แย่ล่ะสิ” เจ้าดาร์คเนสกล่าวเมื่อมันพบว่าปีศาจนกยักษ์สีดำตัวหนึ่ง กำลังจะบินมาโฉบมัน
นกสี่ปีกสีขาวของโคโตโนฮะ ร่ายเวทโล่แสงคุ้มกันเจ้าดาร์คเนส ทำให้นกปีศาจโดนบาเรียแสงดีดกระเด็นออกไปทันที ดาร์คเนสจึงรอดอย่างหวุดหวิด
“ขอบคุณ” ดาร์คเนสกล่าวก่อนจะเริ่มทำหน้าที่คุ้มกันตัวเองต่อ
“โคโตโนฮะ เธอน่ะ ถนัดเวทธาตุสายฟ้าสินะ” เรนเดลกล่าว “มันเป็นธาตุประจำตัวของเธอ”
“ถูกต้องค่ะ” โคโตโนฮะกล่าวก่อนจะร่ายเวทธาตุแสง แล้วยิงใส่พวกอันเดด จนร่างของพวกมันสลายกลายเป็นละออง
“ใช้เวทประจำตัวเธอซะ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ “เวทสะกดใจเมื่อกี้ทำฉันอ่อนแอลงมาก บอกตามตรงว่าฉันจะไม่ไหวแล้ว”
โคโตโนฮะพยักหน้ารับ เธอจึงตัดสินใจใช้เวทประจำตัวทันที วงเวทธาตุสายฟ้าสีเหลืองเจ็ดวงของเธอเรืองแสงสว่างจ้า ก่อนจะกลายสภาพเป็นฟันเฟืองของเครื่องจักร เพื่อแสดงพลังเวทที่แท้จริงของเธอ
“ตัวข้าโคโตโนฮะ ไทจิ จอมเวทผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่งมนตรา ขอบัญชาเวททัณฑ์วัชระ ด้วยพลังอันสูงสุด...นามที่ข้าบูชาคือเทพแห่งวิศวกรรม ผู้มอบปัญญาและสิ่งประดิษฐ์ให้มวลมนุษยชาติ ผู้มีปัญญาอันประเสริฐเลิศล้ำ พระองค์ผู้สร้างบันไดสวรรค์ทั้งสามสาย เพื่อรองรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแห่งโลกใบนี้ ข้าขอพลังอำนาจของพระองค์เพื่อขจัดสิ้นซึ่งอธรรม เวททัณฑ์วัชระ จงสำแดงพลังบัดเดี้ยวนี้”
ดาบวากิซาชิของโคโตโนฮะเรืองแสงสีเหลือง พร้อมกับเปล่งประกายของสายฟ้า เธอตวัดดาบใส่ปีศาจนกตัวหนึ่งที่จะโฉบหาเธอทันที คลื่นพลังของสายฟ้าตัดร่างของมันอย่างง่ายดาย
“ดาบคลื่นระยะไกล” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม “สมกับเป็นพลังขององค์พระวิศวกรรม รุนแรงจริงๆ เมื่อใช้กับอาวุธ”
โคโตโนฮะยิ้มรับให้กับคำชมของเรนเดล ก่อนที่เธอจะคุ้มกันเรนเดลด้วยดาบคลื่นพลังของเธอ
แต่แล้วจู่ๆแผ่นดินที่พวกเขายืนอยู่ก็เกิดสั่นไหว พร้อมกับรอยแยกใหญ่ที่เตรียมจะกลืนกลินทุกสิ่งให้ตกลงไป โชคดีที่ทหารส่วนใหญ่ของเรนเดล ใช้เวทบินได้ หรือไม่ก็มีมังกร พวกเขาจึงไม่ตกลงไปในเหวนั้น
“แย่จังงงง...ไม่มีเหยื่อเลยซ้ากกกคน”
เสียงแหลมเล็กน่าเกลียดดังออกมาจากใต้พื้นดินนั้น พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินที่สั่นไหวหนักกว่าเดิม จนบ้านเรือนพังทลายลง ชาวบ้านในเขตปกครองของเรนเดลส่วนใหญ่ขี่มังกรของทหารอพยพออกไปแล้ว จึงไม่ปรากฏผู้เสียชีวิต
สัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายมนุษย์ปรากฏออกมาจากรอยแยกของแผ่นดินนั้น มันคือโกเลมดินขนาดใหญ่เกินกว่าห้าสิบเมตร ภายในตัวของมันอัดแน่นไปด้วยเพลิงลาวา จนตัวของมันเรืองแสงสีแดงราวกับถ่านที่โดนสุมไฟ
“ดาบคลื่นวัชระ!!” โคโตโนฮะกล่าวตะโกนเวทของเธอ ก่อนจะสั่งให้วงเวททั้งเจ็ดแปลงสภาพเป็นคมดาบ พุ่งเข้าใส่โกเลมตัวนั้นทันที วงเวทอันทรงพลังของเธอทะลุร่างของโกเลม จนลาวาภายในไหลทะลักออกมาแน่น
“โคโตโนฮะ” เรนเดลกล่าวด้วยเสียงอ่อนแรง “เจ้าตัวนี้เป็นเพียงสัตว์อสูรอัญเชิญ มันไม่มีวันตาย หากเจ้าของยังอยู่”
“และเจ้าของมันอยู่ไหนคะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด เพราะเธอมองไม่เห็นนายของโกเลมตัวนี้เลย
“ฉันก็ไม่รู้” เรนเดลกล่าว “พลังฉันในตอนนี้ไม่พอจะตรวจสอบมัน”
เจ้าโกเลมยกกำปั้นของมันทุบใส่เรนเดลและโคโตโนอะ จนทั้งคู่วงแตก แยกออกจากกันไปคนละทางทันที ลูกจิ้งจอกขาว ลูกหมาป่าดำ และนกสี่ปีกของโคโตโนฮะต่างซัดพลังของมันใส่โกเลมยกใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล เพราะพลังของพวกสัตว์ภูติทั้งสาม ทำได้แค่เอาลาวาออกมาจากตัวของมัน
“โกเลมข้าเป็นอมตะ” เสียงแหลมน่าเกลียดกล่าว “และโกเลมตัวนี้ไม่ได้สร้างมาจากตำนานของยิว ดังนั้นจุดอ่อนที่แกเล็งไว้ เลิกหวังได้เลย!!”
โคโตโนฮะเร่งพลังดาบของเธอจนสว่างจ้า ก่อนจะฟาดคลื่นพลังดาบที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสิบเมตรตัดผ่าครึ่งร่างของโกเลม ร่างของโกเลมขนาดยักษ์ท่อนบนล้มนอนแน่นิ่งกับพื้นทันที แต่ทว่าทุกอย่างยังไม่จบ
“จงฟื้นคืน อสูรรับใช้แห่งข้า” เสียงแหลมนั้นยังคงกล่าวออกมาดังก้อง วงเวทสีน้ำตาลล้อมลอบตัวของโกเลมทันที ก่อนที่พลังเวทจะยกร่างของโกเลมขึ้นมาประกอบใหม่อีกครั้งนึง
“โคโตโนฮะ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ ก่อนจะชี้ไปที่ใต้พื้นดิน “เจ้าของมันแอบอยู่ใต้ดิน”
โคโตโนฮะพยักหน้ารับ ก่อนที่วงเวทธาตุดินระดับห้าจะปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเธอ และเธอใช้วงเวทนั้นบังคับให้แท่งหินหนามกระแทกขึ้นมาใส่โกเลมจนมันล้มลง แต่ทว่าแท่งหินหนามที่ผุดจากใต้ดินนั้น กลับเกี่ยวร่างของใครบางคนขึ้นมาด้วย
“เจอข้าได้ยังไง ปล่อยข้า” จอมเวทในชุดสีดำร่างค่อมเตี้ยคนหนึ่งกล่าวโวยวาย เมื่อโดนเวทแท่งหินหนามรั้งตัวมันเอาไว้ โกเล็มลาวาพยายามจะเอาตัวของมันบังนายเอาไว้ แต่วงเวททั้งเจ็ดสายของโคโตโนฮะ กลับแปลงเป็นคมดาบและรุมกันตัดร่างของมันออกเป็นชิ้นๆ จนยากจะต่อคืน
“บังอาจมาก” จอมเวทร่างค่อมเตี้ยกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว “ท่านบาฮามุทจะต้องพิพากษาแก”
คฑาหัวกระโหลกของจอมเวทร่างเตี้ยค่อมคนนั้นเรืองแสง มันกำลังจะร่ายเวท แต่โคโตโนฮะไม่ยอมให้ทำแบบนั้น เธอจัดการสั่งคมดาบวัชระทั้งเจ็ดสายเชือดเฉือนร่างของจอมเวทค่อมโดยไม่ปราณี เรนเดลสังเกตุว่าเธอกัดฟันแน่นตลอดที่สั่งการเวท เพราะนี่เป็นการสังหารคนครั้งแรกของเธอ
ทันทีที่จอมเวทค่อมสิ้นชีวิต ร่างของโกเลมก็สลายไป ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิมทันที โคโตโนฮะลอยลงพื้นด้วยร่างที่สั่นเทา เธอกำลังตกใจกับสิ่งที่ทำอยู่
“ไม่เป็นไรนะ” เรนเดลกล่าวพลางเดินเข้าไปสวมกอดเธอ ร่างบางของโคโตโนฮะสั่นไหวน้อยๆ บ่งบอกว่าเธอเองก็กำลังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“ฉันฆ่าคนไปเสียแล้วสิ” โคโตโนฮะกล่าว “มือของฉันเปื้อนเลือดเสียแล้ว”
“ไม่เป็นไร” เรนเดลกล่าว “เธอทำเพื่อปกป้องฉัน ขอบคุณนะ”
“เรนเดล” หมาป่าดำตะโกนเรียกเขา พลางเห่าและกระดิกหางไม่หยุด “นายจับสัมผัสมหาเวทศรพรหมมาสตร์ได้มั้ย นั่นมันเวทของเมกุมินี่”
“เออ ฉันรู้แล้ว” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเครียด เขากำหมัดแน่นจนมือสั่นไปหมด “เวลาผ่านมานานถึงสามร้อยปี เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเป็นเธอ”
“งั้นจะมีใครที่สามารถใช้มหาเวทนั้นได้ล่ะ” เจ้าดาร์คเนสเอ่ยถาม “หรือเมกุมิจะทิ้งผู้สืบทอดเอาไว้ หรือมีใครไปเจอวิชาของเธอเข้า”
“ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ” เรนเดลกล่าวเสียงสั่น “เมกุมิและอาจารย์ของเธอไม่เคยจดบันทึกมหาเวทศรพรหมาสตร์เอาไว้...คนที่ใช้มหาเวทนั้นได้มีเพียงคนๆเดียว คือเมกุมิที่ได้กลายเป็นตัวตนแห่งภัยพิบัติแล้วยังไงล่ะ”
เรนเดลกล่าวทั้งน้ำตา ร่างของเขาสั่นไหวไม่หยุด จนดาร์คเนสส่งเสียงอ้อนพลางวิ่งเข้ามาปลอบเรนเดล โคโตโนฮะไม่รู้ว่าเรนเดลพูดอะไร เธอจึงมองหน้าจิ้งจอกขาวเพื่อจะให้มันอธิบาย แต่เจ้าสโนว์ส่ายหน้า พลางกระดิกหางเบาๆแทนคำตอบ
“เรนเดลคะ...มานี่ค่ะ” โคโตโนฮะดึงเรนเดลเข้ามาสวมกอดเอาไว้แน่น พลางลูบหัวปลอบประโลมเขา เรนเดลสะอื้นไห้โดยไม่อายใครราวกับเด็กน้อย เมื่ออยู่ในอ้อมอกของเธอ
“ฉันไม่รู้หรอกนะคะ ว่าเมกุมิเป็นใคร” โคโตโนฮะกล่าว “แต่ถ้าเขาสำคัญกับเรนเดลมาก ฉันจะช่วยเธอด้วยค่ะ”
“อย่าดีกว่ามั้ง” เจ้าดาร์คเนสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะเมกุมิน่ะ คือคนรักของเรนเดลในชาติที่แล้วยังไงล่ะ พวกเขาเกือบได้แต่งงานกันแล้ว ถ้าเมกุมิไม่ตายเสียก่อน”
“คนรักเก่าเมื่อสามร้อยปีก่อนสินะคะ” โคโตโนฮะกล่าว “ขอโทษด้วยนะคะ ที่ฉันไม่ทราบมาก่อน ฉันเกิดไม่ทันน่ะค่ะ”
“ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ” เรนเดลกล่าวก่อนจะออกมาจากอ้อมกอดโคโตโนฮะ “ที่ไม่เคยเล่าเรื่องของฉันให้เธอฟังเลย”
“เรนเดลคะ” โคโตโนฮะกล่าวเสียงใส “ไม่ว่าอดีตเรนเดลจะเคยเป็นใคร แต่ปัจจุบันเรนเดลก็คือเรนเดลค่ะ และเรนเดลคือคนรักของฉัน คู่หมั้นของฉันนะคะ...ได้โปรดอย่าลืมข้อนี้”
“ฉันสัญญา” เรนเดลกล่าวพลางส่งยิ้มให้โคโตโนฮะ “ฉันคือเรนเดล ฟอกการ์ด กษัตริย์แห่งราชรัฐจิ้งจอกแดง อาร์กัสน่ะ ตายไปแล้ว”
“ตอนนี้เรามีสิ่งที่สำคัญที่ต้องทำร่วมกันนะคะ” โคโตโนฮะกล่าว “คือการช่วยเหลือประชาชนของเรา”
เหล่าทหารของเรนเดลในตอนนี้กำลังทยอยสังหารเหล่าอันเดดที่เริ่มเหลือน้อยแล้ว เนื่องจากพวกมันอ่อนแอและไร้พลัง เมื่อเข้ามาในเขตแดนของตัวเมือง หลังจากโคโตโนฮะสังหารข้ารับใช้ของบาฮามุทไปแล้ว ทุกอย่างจึงกลับสู่ปกติ เวทเขตแดนกลับมาทำงานอีกครั้ง
เหล่าทหารส่งเสียงร้องไชโย เมื่ออันเดดตัวสุดท้ายถูกสังหาร เรนเดลและโคโตโนฮะเดินเคียงคู่กันเพื่อตรวจสอบขวัญกำลังใจทหาร เมื่อพบว่าทุกคนยังมีกำลังใจที่ดี เขาจึงบัญชาการให้แต่ละคนทำหน้าที่ของตน ก่อนที่เรนเดลจะกลับไปประจำการที่เดิม
“ฝ่าบาท” อาราก้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเครียด เมื่อเรนเดลกลับมาถึง “พวกตะวันตกนำทัพประชิดเราแล้วพะยะค่ะ”
เรนเดลพยักหน้ารับ ก่อนที่จะรีบตามอาราก้อนไปทันที เรนเดลบินบนฟ้า เพื่อตรวจสอบกองกำลังอีกฝ่าย จากที่คำนวนด้วยสายตา เขาพบว่าฟิลิปนำกำลังทหารมาหลักพันเท่านั้น ซึ่งเป็นกำลังทหารที่พอๆกับที่เรนเดลเตรียมมาตั้งรับแบบเร่งด่วน
“คิดจะฉวยโอกาสโจมตีตอนฉันวุ่นวายสินะ” เรนเดลกล่าวพลางกัดฟันแน่น ก่อนจะร่ายวงเวทสีแดงธาตุเพลิงในมือ ซึ่งมีระดับสี่ขั้นออกมา เขาเตรียมจะใช้เวทเพลิงเผาผลาญยิงใส่อีกฝ่าย แต่ทว่าฟิลิปกับยกธงขาว ทำเอาเรนเดลหยุดการกระทำทันที
“ราชาเรนเดล เรามาเพื่อเจรจา ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้”
เมื่อได้ยินดังนั้น เรนเดลจึงบินลงไปประจำทัพของตน ทั้งฟิลิปและอาราก้อนต่างส่งสัญญาณว่าจะไม่จู่โจม ทำให้ทั้งสองทัพนั้นลดอาวุธลงในทันที
“ฝ่าบาท หม่อมฉันจะไปกับพระองค์” อาราก้อนกล่าว “ฟิลิปนั้นเจ้าเล่ห์และทำทุกอย่างเพื่อตนเอง เขาไม่ได้มาดีแน่ๆ”
“เรื่องนี้ข้าทราบดี อาราก้อน” เรนเดลกล่าว “ข้าอยู่กับตระกูลราฟบลัดเมื่อเกือบชั่วชีวิต มีหรือจะไม่รู้ว่ามันเป็นคนยังไง”
“งั้นหม่อมฉันจะเตรียมกำลังทหารเพื่อกันการจู่โจมที่ไม่คาดฝัน ส่วนพระองค์ก็ระวังตัวด้วยนะพะยะค่ะ”
“เรนเดลคะ” โคโตโนฮะจับมือของเขาเอาไว้ก่อนที่จะไป “ระวังด้วยนะคะ”
เรนเดลพยักหน้ารับ ก่อนที่จะออกไปตรงกลางระหว่างสองทัพ ซึ่งฟิลิปมายืนรออยู่ก่อนแล้ว
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เรนเดล” ฟิลิปกล่าว “เป็นยังไง สบายดีมั้ย ไอ้หลานชาย”
“เคยนับฉันเป็นหลานด้วยหรือ” เรนเดลกล่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “คุณน่ะ ทำอะไรนึกถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง”
“ฉันจะขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ” ฟิลิปกล่าว “บาฮามุทตื่นขึ้นมาแล้ว มันเป็นปีศาจที่พวกเรารับมือกันไม่ไหว แม้ว่านายจะเก่งขึ้นเท่าไหร่ก็ตาม เรนเดล ดังนั้นพวกเราจงร่วมมือกันกำจัดบาฮามุทซะ”
“ฉันจะได้อะไร ถ้าร่วมมือกับคุณ” เรนเดลกล่าว “เอาตรงๆนะ ฉันไม่เชื่อใจคุณเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นไม่คิดจะร่วมมือกับคุณเลยสักครั้ง คุณฟิลิป”
“เรนเดล นั่นเธอใช่มั้ย!!”
เรนเดลหันไปมองตามเสียงด้านหลังฟิลิป หัวใจของเขาหล่นวูบ เมื่อเขาเห็นป้าออโรร่า แม่ของฟรังซัวร์บนรถเข็น เธอดูผอมซูบลงไปมาก แต่แววตาของเธอดูดีใจ เมื่อได้เห็นเรนเดลอีกครั้ง
“ท่านป้า” เรนเดลเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่ป้าของเขาจะเข็นรถเข็นมาหาเขาถึงที่ เรนเดลใช้เวทตรวจสอบว่าเป็นป้าของเขาจริงๆ ก่อนจะก้มลงสวมกอดกับเธอ
“หนูโตขึ้นมากเลยนะจ๊ะ หลานรัก” ป้าออโรร่าสวมกอดเรนเดลทั้งน้ำตา
“แกยังจำป้าแกได้สินะ” ฟิลิปกล่าวพลางยิ้มเยาะ “แกจำได้ใช่มั้ย ว่าทำไมเมียฉันถึงพิการ”
“เพราะท่านช่วยชีวิตผม” เรนเดลกล่าวก่อนจะลุกขึ้นยืน พลางจ้องหน้าฟิลิปอย่างเอาเรื่อง “แกเอาท่านป้ามาที่นี่ แกหวังอะไรกันแน่”
“ที่ฉันพิการเพราะแกต่างหากล่ะ” ป้าออโรร่ากล่าวพลางชี้หน้าด่าฟิลิป ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้พูดอะไร“หลานรักของฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ที่เลวน่ะมันพวกแก ไอ้กบฏ”
“ปากดีนักนะ นังนี่” ฟิลิปกล่าวพลางทำท่าเงื้อมือ ป้าออโรร่ากลัวจนยกแขนขึ้นมาบังทันที “ฉันให้แกมาเกลี้ยกล่อมเรนเดล ให้มันสำนึกถึงบุญคุณของแก ไม่ได้ให้แกมากำแหงใส่ฉัน”
“กล้าทำร้ายป้าของฉัน ต่อหน้าฉันเลยหรือ” เรนเดลกล่าวพ้อมกับร่ายวงเวทสีดำอย่างรวดเร็ว กระสุนมืดพุ่งออกไปโดยที่ไม่อาจมีใครห้ามได้ ฟิลิปยกมือขึ้นมาบังตามสัญชาตญาณทันที เพราะเขาร่ายเวทตั้งรับไม่ทัน
“อ้ากก!!” ฟิลิปร้องโหยหวนเสียงดังลั่น เพราะแขนซ้ายที่เขายกขึ้นมาบังขาดห้อยต่องแต่ง เลือดกระฉูดราวกับน้ำก๊อก เหล่าทหารที่คุมเชิงอยู่ด้านหลังถึงขั้นชักอาวุธ และเตรียมจู่โจมใส่เรนเดลทันที
“ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกแกรอดไปแม้แต่คนเดียว” เรนเดลกล่าวก่อนจะเรียกมหาวงเวททั้งแปดของเขาออกมา เรนเดลสูดหายใจลึก ก่อนจะผ่อนออกอย่างช้าๆ ดวงตาของเขากลายเป็นสีดำสนิท และวงมหาเวทของเขาระเบิดออกกลายเป็นจักรวาล แรงระเบิดนั้นรุนแรงจนกระทั่งเหล่าทหารของอีกฝ่ายกระเด็นล้มลุกคลุกคลานกันเป็นแถบ
“ถึงเวลาจบสิ้นของราชรัฐตะวันตกซะทีนะ วันนี้เป็นไงเป็นกัน...”