Pioneer Era

    ตอนที่ 154 ปะทะลัส (2)

    “ร่างกาย! ข้าต้องการ! ร่างกาย--- ของเธอ! "

    ชายเผ่าหมีเหวี่ยงขวานสงครามอย่างบ้าคลั่งใส่สตรีเผ่ายักษ์ผู้งดงามหาใครเปรียบ

    ความปราถนาของเขาได้ถูกกลั่นออกมาเป็นพลัง แล้วเหวี่ยงอาวุธสีขาวขนาดยักษ์ฟาดฟันอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย

    แต่ทว่า---

    “... กล้ามเนื้อของนายมันเริ่มบอบช้ำแล้วนะ”

    ---การกระทำเช่นนั้น กลับยิ่งเป็นการทำร้ายตัวเอง เฉกเช่นระเบิดเวลาที่จวนเจียนใกล้จะปะทุออกมา



    กล้ามเนื้อของเขาเริ่มปูนโปนไปด้วยเลือดที่สูบฉีดอย่างทรมานร่างกาย อีกทั้งผิวหนังยังหมองคล้ำปรากฏเป็นรอยปะทุขึ้นตามกล้ามเนื้อแขนและขา

    ชุดเกราะที่สวมทับ กลับกลายเป็นภาระให้กับผู้สวมใส่ เพราะขาดซึ่งระบบสนับสนุนเสริมพลังกายา

    อีกทั้งเขายังต่อสู้ติดต่อกันมามากกว่าหนึ่งชั่วโมงโดยมิได้พักผ่อนคลาย

    แต่กระนั้น ชายตรงหน้าก็ยังไม่ยอมถอย

    ความปราถนาที่ถูกกระตุ้น มันคือแรงขับดันที่ทำให้เขายังคงเหวี่ยงขวานต่อไป



    “อยากได้ตัวฉันถึงเพียงนี้เลยเรอะ...”

    ถึงฝ่ายตรงข้ามจะถูกกระตุ้นด้วยยาพิษ แต่ความปราถนาที่กลายเป็นแรงพลักดันจนยอมฝืนตัวเอง มันนับว่าเป็นแรงใจที่ไม่อาจดูถูกได้

    พรุนย่อขาเพื่อยึดตัวเองให้อยู่กับพื้น แล้วตั้งท่าดาบเตรียมรับขวานสงครามที่กำลังถูกหวดลงมาใส่

    ขวานสีขาวถูกเหวี่ยงตรงลงมาจากด้านบน ทาบกดบนใบดาบเล่มโตของเธออย่างรุนแรง

    ร่างของเธอถูกอัดจนฝ่าเท้าจมลึกลงไปในดินถึงครึ่งเมตร

    เสียงกัดฟัน เสียงกล้ามเนื้อที่ปริแตก และเสียงกระดูกที่กำลังถูกบดหัก กำลังดังออกมาจากร่างกายของชายผู้ที่โจมตีใส่สตรีเผ่ายักษ์



    “...หนูลี่ ฝากกันศัตรูคนอื่นออกไปก่อนที ---"

    *ปี๊! *

    มังกรวารีของเธอตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ก่อนจะมุดดินหายไปโผล่ที่ใจกลางดงกองทัพของศัตรู

    " --- [ผสานวิชา-ดาบเวทสายฟ้า] ! ”

    เธอพึมพำเบา ๆ ด้วยริมฝีปากที่อวบอิ่ม

    ในตอนนั้นเองที่ดาบควายสีดำของเธอถูกหุ้มไปด้วยแสงสว่างสีเหลือง พร้อมกับเสียงแตกซ่านของอากาศดังก้อง

    ประกายสายฟ้านั้นฟาดฟันกระจายออกไปทั่วบริเวณ ราวกับมีเทพแห่งอสนีบาตได้เสด็จลงมาประทับอยู่ที่ร่างกายของเธอ



    “อั๊ก!?! ”

    บุรุษหมีผมแดงปลิวกระเด็นออกไปไกล เพราะการระเบิดของอสนีที่ฝ่าลงมาจากท้องฟ้าสู่ปลายดาบของเธอ

    ขวานสงครามของเขาแตกกระจายเป็นเมล็ดโฟม กลับคืนสภาพสู่รูปแบบดั้งเดิมของอาวุธไร้ลักษณ์

    ร่างกายไหม้เกรียม ชุดเกราะที่สวมขาดวิ่น หมดสภาพสิ้นแรงกายที่จะรบราต่อสู้ต่อไป



    มันควรจะเป็นเช่นนั้น

    “ร่าง---กาย---”

    แต่ทว่าชายผู้นั้นกลับยังคงยืนขึ้นมาได้อีกครั้ง

    เขาจ้องมาที่สตรีเผ่ายักษ์ด้วยดวงตาของนักรบที่เด็ดเดี่ยว

    เป็นดวงตาของนักรบที่อาจหาญเข้าสู้กับมังกรทั้งที่รู้ว่าไร้ซึ่งหนทางชนะ แต่ก็ขอจักสู้ต่อไป เพื่อให้บรรลุภารกิจที่ตนได้มุ่งหมายเอาไว้



    *บรึ้ม! *

    เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากด้านหลังของสตรีเผ่ายักษ์ในจุดที่ห่างออกไปไม่ไกล

    กระแสอากาศที่รุนแรง กำลังเริ่มหมุนเป็นวงกลมเหมือนน้ำวนที่กำลังไหลแทนที่แอ่งน้ำอันว่างเปล่า

    เธอรีบใช้ดาบยักษ์ปักลงดิน เพื่อรั้งร่างกายไม่ให้ไหลไปตามกระแสลมอันเชี่ยวกราก



    "กรี๊ดดด! "

    "แว๊กกก! "

    มีร่างสีดำสองจุดพุ่งลอยผ่านข้างลำตัวของพรุน

    ร่างนั้นคือภูติตัวน้อยผมสีเงิน กับกระต่ายที่มีใบหูสีขาว

    พวกเขาถูกเหวี่ยงในอากาศอย่างรุนแรง ก่อนจะกลิ้งไถลไปตามพื้น

    เกิดเสียงกระดูกหักดั่งลั่นออกมาทั่วร่างกายของภูติตัวน้อย

    ในทางกลับกัน มีเพียงแค่กระต่ายขาวผู้ยอดยุทธ ที่สามารถพลิกตัวกลิ้งลงพื้นดินได้อย่างปลอดภัย



    "พรุน! ขอโทษที ไม่เป็นไรนะดอง!? "

    "ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่นี่เป็นฝีมือของลี่หรือคะ? ”

    “ฉันกับโนอาร์จับคู่กันสู้นะ แต่เป็นเพราะแบบนี้ พิธีกรรมที่เตรียมเอาไว้เพื่อจัดการกองทัพ เลยต้องเอามาลงกับเจ้าบ้าเยลโลแทนนะดอง”

    ภูติน้อยหัวเขียวบินร่อนลงมาจากท้องฟ้าด้วยร้อยยิ้มดั่งเทพธิดาจากสรวงสวรรค์

    ในเวลาเดียวกัน สตรีเผ่าแมวขนเงินผู้สวมชุดเมดที่เปรอะเปื้อนดิน กำลังวิ่งผ่านตัวของพวกเขาทั้งสองคนไปโดยไม่พูดจาสิ่งใด



    “...”

    โนอาร์วิ่งเข้าประชิดกระต่ายขาวที่กำลังลุกขึ้นมายืนเพื่อตั้งหลักต่อสู้

    เธอเหวี่ยงหมัดแมวรัวใส่กระต่ายขาว

    หมัดที่อุดมไปด้วยก้อนขนนุ่มนิ่มกำลังประทับลงบนร่างของศัตรูไปทั่วร่างกาย

    ความรู้สึกแสนนุ่มสบายเริ่มแผ่กระจายไปทั่วร่าง จนกระต่ายขาวเผลอยิ้มออกมาเพราะความผ่อนคลายที่รู้สึกดีนั้น

    “ไม่ ไม่ ไม่! ทำไมถึงไม่มีพายุออกมากันละ!?! พวกแก! คืนค่าระบบต่อสู้ให้ฉันเดียวนี้เลยนะ! ”

    โนอาร์กรีดร้องดังลั่น



    อาจเป็นเพราะรู้สึกว่ามันดูไร้สาระ กระต่ายสาวจึงหวดหมัดใส่ใบหน้าของโนอาร์เต็มแรง

    ร่างของโนอาร์ปลิวกลับมากองอยู่แทบเท้าของพรุนกับลิลลี่

    ดวงตาของโนอาร์กำลังปลิ่มไปด้วยน้ำตาแห่งความอับอาย

    เธอไม่เคยรู้สึกไร้ซึ่งพลัง และถูกหยามเท่านี้มาก่อนในชีวิต

    “คืนพลังของฉันมา! ”

    โนอาร์ คือคนเดียวที่แฟตไม่เชื่อใจ รวมไปถึงไม่ยอมคืนค่าระบบสนับสนุนต่อสู้กับให้เธอ



    เธอใช้สองมือจับขาของพรุน พยายามเค้นแรงบีบจนแน่นราวกับจะหักขาของเธอให้ได้

    แต่พรุนกลับรู้สึกเพียงแค่ความมุ่มนิ่มไร้ขีดจำกัด อันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่าแมวเท่านั้น

    โนอาร์ในเวลานี้ ได้กลายเป็นเด็กสาวธรรมดาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



    “ตรงนี้ฉันจัดการเองค่ะ”

    พรุนเหวี่ยงดาบใส่ร่างของกระต่ายขาวที่กำลังกระโดดไล่ตามเข้ามาหมายปลิดชีพโนอาร์

    “แค้น! เทพเจ้า… ระยำ! ”

    ดวงตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความเศร้ากับความแค้น

    เธอถีบอากาศด้วยวิชาตัวเบา ใช้ร่างกายที่ยืดหยุ่นสปริงตัวเองลอยขึ้นสูงในจังหวะที่ประกายแสงสีดำฟาดฟันเข้าใส่

    ร่างของเธอบิดเกลียวใจกลางอากาศอย่างสวยงาม แล้วลงมาประทับลงบนหัวของสตรีเผ่ายักษ์ด้วยเรียวขาทั้งสองข้าง

    ก่อนจะบิดตัวเองพร้อมกับทิ้งน้ำหนักตัวลงมาเพื่อหักคอของเธอให้สิ้นชีพเสียตรงนั้น



    ร่างของและส่วนหัวของสตรีเผ่ายักษ์บิดตามการหมุนร่างกายของศัตรู

    เธอหมุนร่างกายกับส่วนหัวไปตามแรงบิด เพื่อลดโอกาสที่น้ำหนักของศัตรูจะจนกดลงมาตรงกระดูกต้นคอ

    เธอหลบเลี่ยงความตาย แล้วจับศัตรูด้วยสองแขนของตัวเอง พร้อมกับทุ่มลงไปที่ผิวหินแข็งของทางเดินแทน



    “กรี๊ด!? ”

    ร่างของกระต่ายข่าวจมลึกเข้าไปในผิวหิน

    ดวงตาของเธอกลายเป็นสีขาวโพล้นไร้ซึ่งสติ

    หยาดเลือดสีน้ำเงินจำนวนมาก ไหลท่วมออกมาตามรอยแยกที่ร่างของเธอจมลึกลงไป



    “... คนหนึ่งคือความแค้น คนหนึ่งคือความอยาก และอีกคนคือความมุ่มหวั่งอย่างงั้นหรือดอง? ”

    ลิลลี่พึมพำกับตัวเองพร้อมกับมองไปที่เยลโล่กับวานาดิไนต์ที่กำลังลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง

    “หมายความว่ายังไงค่ะ? ”

    “เดาจากคำพูดและดวงตาของพวกเขานะดอง”

    ดวงตาของกระต่ายสาว คือความเคียดแค้นที่มีต่อเทพเจ้า ซึ่งไม่เคยคิดหันมาเหลี่ยวแลช่วยเหลือพวกเธอยามที่เธอต้องการ



    ในขณะที่ดวงตาของเยลโล่คือความ “หื่น” อันไร้ที่สิ้นสุด

    ดวงตาที่จับจ้องไปหยั่งลิลลี่นั้น มันเปี่ยมไปด้วย “ความรัก” กับ “ความปราถนาต่อเรือนร่าง” ของเธอเอง

    “ทำไมถึงไม่เคยสนใจผม”

    “ทำไมถึงมองข้ามผมตลอด”

    แต่มันเป็นความรักที่ไม่สมหวังอันน่าเศร้าของเขามาตั้งแต่แรกแล้ว

    ลิลี่ไม่สามารถตอบรับชายหื่นผู้มีความรักอย่างจริงใจของเยลโล่ได้

    เพราะหัวใจของเธอนั้น มีบุรุษผู้หนึ่งมาแย่งชิงไปแล้วนั่นเอง



    ส่วนดวงตาของบุรุษหมีผมสีแดง

    “ต้องการ--- ร่างกาย”

    คำพูดนั้นขัดกับดวงตาของเขาเอง

    เขาไม่ได้มีดวงตาของผู้หื่นกระหายทางเพศเหมือนอย่างเยลโล่

    หากแต่เป็นดวงตาของนักรบที่มุ่งหวังจะบรรลุภารกิจบางอย่าง



    พวกพรุนกับลิลลี่ไม่รู้ ว่าชายผู้นี้ได้รับภารกิจมาจากมารดา ให้มาหาลูกสาวของเผ่าศัตรู แล้วแต่งงานเพื่อมุ่งหวังทางการเมือง

    ดังนั้นแล้ว มันจึงสะท้อนออกมาทางดวงตาของเขา ณ เวลานี้

    ว่าความจริงแล้ว---

    “ชายคนนั้น ไม่ได้รักพรุนอย่างที่ปากพูดนะดอง เขา… คงมีเหตุผลบางอย่าง เลยยึดติดกับเธอนะดอง”

    “ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ยิ่งดีค่ะ จะได้ไม่ต้องเกรงใจอีกต่อไปค่ะ”

    "เดียวฉันสนับสนุนให้นะดอง"



    ว่าแล้วพรุนก็รวมพลังลงไปที่ดาบดำ

    แหวนเวทมนตร์บนนิ้วมือขวากับซ้ายเริ่มส่องแสงสีฟ้าเรืองรอง พร้อมกับมีไอน้ำแข็งเกิดขึ้นที่รอบใบดาบ

    ปีกของลิลลี่เริ่มส่องแสงสีฟ้า

    อุณหภูมิอากาศโดยรอบเริ่มลดต่ำลง จนลมหายใจทั้งสี่คนกลายเป็นไอสีขาว

    “--- [วิชาประสาน ดาบภูผาเยือกแข็ง!] ”



    โดยไม่รอให้ศัตรูได้ทันตั้งตัว

    โดยไม่จำเป็นต้องให้โอกาสศัตรูโจมตีสวนกลับ

    ภูผาน้ำแข็งจักบังเกิดขึ้นบนพื้นหญ้าสีดำ

    ไอน้ำถูกจับตัวสู่จุดเยือกแข็งอย่างฉับพลัน แล้วหุ้มร่างกายของศัตรูทั้งสอง จมลงสู่เสาน้ำแข็งไปชั่วนิรันดร์



    “... คงไม่ทำเกินไปหรอกนะดอง? ”

    “ไม่น่าตายหรอกค่ะ หรือต่อให้ตาย ถ้าสมองกับเซลล์ไม่เน่าไปก่อน เครื่องช่วยชีวิตฉุกเฉินก็ยังพอจะกู้ให้พวกเขากลับมาเหมือนเดิมได้อยู่แล้วค่ะ”

    “นั่นสินะ ยังไงฉันก็ไม่อยากเผลอฆ่าคนนะดอง”

    “... ตอนนี้รีบเข้าไปช่วยไฮเจนกันก่อนเถอะค่ะ”

    “อื่ม! ”



    พวกลิลลี่กำลังจะเริ่มออกตัววิ่งไปช่วยเพื่อนที่จมหายไปในกองทัพผู้บ้าคลั่งของลัส

    แต่ทว่า

    “เดียวก่อน ใครสักคน! ได้โปรด ไปช่วยนายท่านของฉันก่อนเถอะ! ท่านไพไรต์กำลังตกอยู่ในอันตราย! ”

    โนอาร์กลับรั้งตัวพวกเธอเอาไว้ก่อน



    ***



    ที่อีกด้านหนึ่งของการต่อสู้ ไพไรต์กับโทแพซกำลังพลาดท่าให้กับศัตรูตรงหน้า

    ไพไรต์ที่หมดเรี่ยวแรง ไม่อาจสามารถดึงศักยภาพของชุดเกราะออกมาใช้ได้เต็มร้อย

    โทแพซ เธอเองก็ไม่ต่างจากไพไรต์ เพราะเธอพิการแขนขามาตั้งแต่แรก อีกทั้งยังสู้ติดต่อมาหนึ่งชั่วโมง ถึงจะมีระบบชุดเกราะช่วยเสริม แต่นับว่ายังเสียเปรียบศัตรูของเธอที่มีสภาพร่างกายดีกว่า



    "หยุดนะซุนไกท์! ได้สติเสียทีสิ นายไม่ใช่คนแบบนี้สักหน่อย! "

    "โทแพซ… โทแพซ! "

    ชุดเกราะของโทแพซกำลังถูกดึงอย่างรุนแรง

    บุรุษเผ่ากอลิล่าที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเธอ กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อถอดชุดเกราะของสตรีตรงหน้า

    เป็นโชคดีที่สติไม่สมประกอบ เขาเลยจบลงที่ใช้มือเปล่าดึงเสื้อเกราะอย่างสิ้นหวังแทน

    มิเช่นนั้น เธอคงได้เสียซึ่งความบริสุทธิ์ไปแล้ว



    "โทแพซ! แก! หลีกไปซะ! "

    บุรุษสิงโตคำรามลั่น พร้อมกับทุ่มพลังกายเพื่อพลักศัตรูให้กระเด็น

    เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย ฤทธิ์ยาจาดชุดเกราะ ทำให้มิอาจได้ยินเสียงกรีดร้องของร่างกาย

    แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ดี สิ่งมีชีวิตก็ยังเป็นเพียงสิ่งมีชีวิต

    เขาไม่อาจฝืนร่างกายที่เหนื่อยล้าจนถึงขีดสุดได้อีกต่อไป



    "เพราะแก--- เพราะแกคนเดียว! "

    บุรุษสีทองกำลังถูกไล่ต้อนกลับ

    ดาบของเขาไม่อาจต้านทานดาบของศัตรู

    ทุกการเหวี่ยงปะทะ ทุกเสียงโลหะที่ดังกังวาล คือภาพของบุรุษสิงโตที่เกือบพลาดท่าถูกสังหาร

    อาวุธถูกปัดกระเด็นจนเกือบหลุดร่วงจากมือ

    ปลายคมอาวุธกรีดลงบนผิวเกราะโลหะจนเป็นรอยด่างพร้อย

    ไม่อาจเข้าช่วยสตรีที่ตนรัก

    ไม่อาจต่อสู้เอาชัยชนะ

    ไม่อาจแม้แต่จะปกป้องชีวิตตัวเองได้



    "เพราะแก! ลูกน้องของข้าถึงต้องตาย! "

    บุรุษหมาป่าดำกรีดเสียงดังด้วยน้ำตาที่นองใบหน้า

    "ทุกคนต่างมีคนรัก! มีครอบครอบครัว! แต่เพื่อแผ่นดินนี้ พวกเราจึงลุกขึ้นสู้! แทนคนที่ไม่คิดสู้อย่างพวกแก! "

    เสียงที่ออกมาจากหัวใจยังคงดังไม่หยุด

    "ถ้าจะตั้งใจทำสงครามกับเผ่าอสูรแต่แรก ก็บอกกันบ้างสิฟะ! "

    ดาบเสี้ยวพระจันทร์ในมือของเขา ถูกหวดลงบนชุดเกราะทองคำอย่างบ้าคลั่ง

    ไพไรต์ไม่เหลือแรงที่จะหวดดาบปัดป้องดาบของบุรุษหมาป่าอีกต่อไป

    "ข้าจะได้ไม่ต้องสร้างกลุ่มนักรบขาวขึ้นมาตั้งแต่แรก! "

    ความคับแค้นใจถูกเปลี่ยนเป็นรอยประทับลงบนชุดเกราะสีทองคำ

    "ข้าจะได้ไม่ต้องแบกรับบาปที่พาลูกน้องไปตาย! "

    แสงเรืองรองที่เคยเจิดจ้าของบุรุษสิงโตเริ่มพลันจางหาย

    "เพราะแก! ลูกน้อง และทุกคนถึงต้องตาย! "



    ดาบสุดท้ายของบุรุษหมาป่าถูกหักลง พร้อมกับร่างกายของบุรุษสิงโตที่ถูกหวดกระเด็นลอยไปไกลนับสิบเมตร

    ใบดาบพระจันทร์เสี้ยวหักออกจากด้าม แล้วติดแน่นฝังเข้าไปในชุดเกราะสีทองคำ

    เลือดสีน้ำเงินจำนวนมากเริ่มไหลเป็นสายน้ำตก ออกมาจากรอยแยกที่ดาบเล่มนั้นฝังลึกเข้าไป



    "เพราะแก! "

    หนุ่มหมาป่าดำใช้ขาของเขาแตะซ้ำลงไปบนคมดาบของเขา

    "เพราะแกกกก! "

    ถีบซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความแค้นที่ฝังลึก

    "ตาย---"

    *ผั๊วะ! *

    ในตอนนั้นเองที่มีหมัดขวาตรงสีเขียวลูบลงบนใบหน้าของบุรุษหมาป่าดำอย่างอ่อนโยน

    อ่อนโยน--- ประดุจเท้าช้างตกมันที่กำลังเหยียบย่ำลงบนพื้นดินเช่นนั้น



    "ไพไรต์ค่ะ คนที่เอาชนะฉันในงานแข่งประลองยุทธ์ได้ จะมานอนน่าอนาถเช่นนี้ไม่ได้ค่ะ"

    เจ้าของหมัดนั้นคือพรุน สตรีเผ่ายักษ์ผู้มากด้วยพลังกายที่หาใครเทียบเทียม

    "รู้แล้วน่า--- อึ๊ก! "

    ไพไรต์พยายามที่จะฝืนตัวเองลุกขึ้นยืน

    แต่บาดแผลกับแรงกายที่เหลือไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้น



    ด้วยเหตุนี้

    " เดียวฉันจัดการที่เหลือเองค่ะ"

    พรุนจึงจัดการสานต่อในสิ่งที่เขาควรจะลงมือด้วยตัวของเธอเอง

    เธอวิ่งเข้าใส่ซุนไกท์ที่กำลังขึ้นคร่อมร่างของโทแพซ



    "โทแพซ… ผมรัก! ... ผมชอบเธอ! "

    "กรี๊ดดดด!!! "

    บุรุษกอลิล่ายังคงพยายามออกแรงทึ้งชุดเกราะของสตรีตรงหน้าอย่างไม่ย่อยอมแพ้

    "ผมนะ… ผมชอบเธอ! "

    ถึงเล็บจะฉีกขาดหลุดร่วง

    "ชอบ! "

    ถึงเลือดจะไหลทะลักจากปลายนิ้ว

    "รัก! "

    ถึงกล้ามเนื้อจะบอบช้ำกรีดร้องเพียงใด

    "รักจนหัวใจกรีดร้องร่ำ! "



    "ผมนะ--- เพราะกลัว! "

    ใบหน้าของเขาเริ่มหมองคล้ำ

    " กลัวว่าจะถูกพวกเธอรังเกียจเพราะเข้าไปแทรก! "

    แรงทึ้งชุดเริ่มอ่อนล้าลง

    "กลัวว่ามิตรภาพของพวกเราจะพังทลาย! "

    ดวงตาของเขาเริ่มสั่นคลอน

    "เพราะแบบนั้น… ผม… เลยปิดกั้นความรู้สึก…"

    หยาดน้ำตาแห่งลูกผู้ชายไหลรินจากเป้าตาทั้งสอง

    "ปิด… มาตลอด… ทรมาน… ฮึก…"

    เป็นหยาดน้ำตา… แห่งจิตใจที่ปิดกั้นมาตลอดชั่วชีวิตนี้ของเขา

    "ทรมานนนนนนนนน! "

    ความเศร้าแห่งความริษยาในรักของเขา ได้ถูกพลักดันออกมาในรูปลักษณ์ของความบ้าคลั่ง



    "---ช่างน่าเศร้าค่ะ"

    แต่ความเศร้าที่บ้าคลั่งของเขา คงไม่อาจได้รับการตอลสนองกลับ

    ดาบดำถูกหวดเข้าใส่จากทางด้านหลังของเขาในเวลานั้น

    ถูกใบดาบที่หนาและหนัก ส่งร่างของบุรุษผู้น่าเศร้าจนลอยขึ้นฟากฟ้าสูง



    "พวกคุณสองคนช่างน่าเศร้ายิ่งนักค่ะ"

    พรุนเข้ามาแทรกกลางการต่อสู้ของทั้งสองคนด้วยพลังที่เหนือกว่า

    จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากเธอ ถึงกับทำให้ชายผู้คลุ้มคลั่งต้องหยุดชะงักเคลื่อนไหว



    "คนหนึ่งโกรธแค้น แต่ถือโทษความตายว่าเป็นความผิดของผู้อื่น"

    เธอตั้งท่าง้างดาบ พร้อมกับยึดฝ่าเท้าจนจมลงในแผ่นดิน

    "ทั้งที่ตัวเองอ่อนแอจนปกป้องลูกน้องไม่ได้ แล้วทำไมถึงไปโทษผู้อื่นกันเช่นนั้นละคะ? ธรรมชาติมันไม่ได้อ่อนโยนเฉกเช่นที่คุณคิดหรอกค่ะ คนอ่อนแอย่อมก้มหัวต่อผู้แข็งแกร่ง แค่นี้ก็ไม่เข้าใจหรือคะ? "

    คำพูดของเธอ ทำให้ดวงตาของบุรุษหมาป่าเบนเป้ามาที่ตัวเธอแทน

    "ส่วนอีกคนมาเศร้าโศกเพราะการปิดกั้นหัวใจ มาหวาดกลัวต่อมิตรภาพระหว่างเพื่อน---"

    พรุนหันหน้าไปทางบุรุษกอลิลล่าที่กำลังลุกขึ้นยืน

    "---ความรักของคุณมีค่าเพียงแค่มิตรภาพที่เปราะบางถึงเพียงนั้นเลยหรือคะ? "



    ""โอ๊ววววว! แกกกก! ""

    คำพูดยั่วยุของเธอทำให้ความปรารถนาของชายทั้งสอง เปลี่ยนเป็นความมุ่งร้ายมาที่เธอแทย

    กรงเล็บกับคมเขี้ยวของสัตว์ร้าย ได้ถูกหันเข้าใส่สตรีเผ่ายักษ์ที่กำลังยืนประจันหน้า

    ความโกรธทำให้พวกเขาหน้ามืดตามัว

    ถูกอารมณ์ครอบงำจนดวงตามืดบอด



    พวกเขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด

    " [ดาบภูผาเยือกแข็ง!] ”

    ว่าสตรีเผ่ายักษ์กำลังรอเวลาช่วงนี้อยู่

    ยอดภูเขาน้ำแข็งจักบังเกิดขึ้นอีกครา

    ถึงจะมีขนาดเล็กกว่าเดิมถึงครึ่ง เพราะไร้การสนับสนุนจากสหายภูติตัวน้อย แต่มันก็มากพอที่จะแช่แข็งศัตรูของเธอ

    แช่แข็ง… ความปราถนาอันเศร้าโศกเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ไปชั่วนิรันดร์---



    *******

    .

    ..

    ...

    "MVP ประจำตอน ขอมอบให้แด่ [พรุน] ! ดอง! "