“ร่างกาย! ข้าต้องการ! ร่างกาย--- ของเธอ! "
ชายเผ่าหมีเหวี่ยงขวานสงครามอย่างบ้าคลั่งใส่สตรีเผ่ายักษ์ผู้งดงามหาใครเปรียบ
ความปราถนาของเขาได้ถูกกลั่นออกมาเป็นพลัง แล้วเหวี่ยงอาวุธสีขาวขนาดยักษ์ฟาดฟันอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย
แต่ทว่า---
“... กล้ามเนื้อของนายมันเริ่มบอบช้ำแล้วนะ”
---การกระทำเช่นนั้น กลับยิ่งเป็นการทำร้ายตัวเอง เฉกเช่นระเบิดเวลาที่จวนเจียนใกล้จะปะทุออกมา
กล้ามเนื้อของเขาเริ่มปูนโปนไปด้วยเลือดที่สูบฉีดอย่างทรมานร่างกาย อีกทั้งผิวหนังยังหมองคล้ำปรากฏเป็นรอยปะทุขึ้นตามกล้ามเนื้อแขนและขา
ชุดเกราะที่สวมทับ กลับกลายเป็นภาระให้กับผู้สวมใส่ เพราะขาดซึ่งระบบสนับสนุนเสริมพลังกายา
อีกทั้งเขายังต่อสู้ติดต่อกันมามากกว่าหนึ่งชั่วโมงโดยมิได้พักผ่อนคลาย
แต่กระนั้น ชายตรงหน้าก็ยังไม่ยอมถอย
ความปราถนาที่ถูกกระตุ้น มันคือแรงขับดันที่ทำให้เขายังคงเหวี่ยงขวานต่อไป
“อยากได้ตัวฉันถึงเพียงนี้เลยเรอะ...”
ถึงฝ่ายตรงข้ามจะถูกกระตุ้นด้วยยาพิษ แต่ความปราถนาที่กลายเป็นแรงพลักดันจนยอมฝืนตัวเอง มันนับว่าเป็นแรงใจที่ไม่อาจดูถูกได้
พรุนย่อขาเพื่อยึดตัวเองให้อยู่กับพื้น แล้วตั้งท่าดาบเตรียมรับขวานสงครามที่กำลังถูกหวดลงมาใส่
ขวานสีขาวถูกเหวี่ยงตรงลงมาจากด้านบน ทาบกดบนใบดาบเล่มโตของเธออย่างรุนแรง
ร่างของเธอถูกอัดจนฝ่าเท้าจมลึกลงไปในดินถึงครึ่งเมตร
เสียงกัดฟัน เสียงกล้ามเนื้อที่ปริแตก และเสียงกระดูกที่กำลังถูกบดหัก กำลังดังออกมาจากร่างกายของชายผู้ที่โจมตีใส่สตรีเผ่ายักษ์
“...หนูลี่ ฝากกันศัตรูคนอื่นออกไปก่อนที ---"
*ปี๊! *
มังกรวารีของเธอตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ก่อนจะมุดดินหายไปโผล่ที่ใจกลางดงกองทัพของศัตรู
" --- [ผสานวิชา-ดาบเวทสายฟ้า] ! ”
เธอพึมพำเบา ๆ ด้วยริมฝีปากที่อวบอิ่ม
ในตอนนั้นเองที่ดาบควายสีดำของเธอถูกหุ้มไปด้วยแสงสว่างสีเหลือง พร้อมกับเสียงแตกซ่านของอากาศดังก้อง
ประกายสายฟ้านั้นฟาดฟันกระจายออกไปทั่วบริเวณ ราวกับมีเทพแห่งอสนีบาตได้เสด็จลงมาประทับอยู่ที่ร่างกายของเธอ
“อั๊ก!?! ”
บุรุษหมีผมแดงปลิวกระเด็นออกไปไกล เพราะการระเบิดของอสนีที่ฝ่าลงมาจากท้องฟ้าสู่ปลายดาบของเธอ
ขวานสงครามของเขาแตกกระจายเป็นเมล็ดโฟม กลับคืนสภาพสู่รูปแบบดั้งเดิมของอาวุธไร้ลักษณ์
ร่างกายไหม้เกรียม ชุดเกราะที่สวมขาดวิ่น หมดสภาพสิ้นแรงกายที่จะรบราต่อสู้ต่อไป
มันควรจะเป็นเช่นนั้น
“ร่าง---กาย---”
แต่ทว่าชายผู้นั้นกลับยังคงยืนขึ้นมาได้อีกครั้ง
เขาจ้องมาที่สตรีเผ่ายักษ์ด้วยดวงตาของนักรบที่เด็ดเดี่ยว
เป็นดวงตาของนักรบที่อาจหาญเข้าสู้กับมังกรทั้งที่รู้ว่าไร้ซึ่งหนทางชนะ แต่ก็ขอจักสู้ต่อไป เพื่อให้บรรลุภารกิจที่ตนได้มุ่งหมายเอาไว้
*บรึ้ม! *
เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากด้านหลังของสตรีเผ่ายักษ์ในจุดที่ห่างออกไปไม่ไกล
กระแสอากาศที่รุนแรง กำลังเริ่มหมุนเป็นวงกลมเหมือนน้ำวนที่กำลังไหลแทนที่แอ่งน้ำอันว่างเปล่า
เธอรีบใช้ดาบยักษ์ปักลงดิน เพื่อรั้งร่างกายไม่ให้ไหลไปตามกระแสลมอันเชี่ยวกราก
"กรี๊ดดด! "
"แว๊กกก! "
มีร่างสีดำสองจุดพุ่งลอยผ่านข้างลำตัวของพรุน
ร่างนั้นคือภูติตัวน้อยผมสีเงิน กับกระต่ายที่มีใบหูสีขาว
พวกเขาถูกเหวี่ยงในอากาศอย่างรุนแรง ก่อนจะกลิ้งไถลไปตามพื้น
เกิดเสียงกระดูกหักดั่งลั่นออกมาทั่วร่างกายของภูติตัวน้อย
ในทางกลับกัน มีเพียงแค่กระต่ายขาวผู้ยอดยุทธ ที่สามารถพลิกตัวกลิ้งลงพื้นดินได้อย่างปลอดภัย
"พรุน! ขอโทษที ไม่เป็นไรนะดอง!? "
"ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่นี่เป็นฝีมือของลี่หรือคะ? ”
“ฉันกับโนอาร์จับคู่กันสู้นะ แต่เป็นเพราะแบบนี้ พิธีกรรมที่เตรียมเอาไว้เพื่อจัดการกองทัพ เลยต้องเอามาลงกับเจ้าบ้าเยลโลแทนนะดอง”
ภูติน้อยหัวเขียวบินร่อนลงมาจากท้องฟ้าด้วยร้อยยิ้มดั่งเทพธิดาจากสรวงสวรรค์
ในเวลาเดียวกัน สตรีเผ่าแมวขนเงินผู้สวมชุดเมดที่เปรอะเปื้อนดิน กำลังวิ่งผ่านตัวของพวกเขาทั้งสองคนไปโดยไม่พูดจาสิ่งใด
“...”
โนอาร์วิ่งเข้าประชิดกระต่ายขาวที่กำลังลุกขึ้นมายืนเพื่อตั้งหลักต่อสู้
เธอเหวี่ยงหมัดแมวรัวใส่กระต่ายขาว
หมัดที่อุดมไปด้วยก้อนขนนุ่มนิ่มกำลังประทับลงบนร่างของศัตรูไปทั่วร่างกาย
ความรู้สึกแสนนุ่มสบายเริ่มแผ่กระจายไปทั่วร่าง จนกระต่ายขาวเผลอยิ้มออกมาเพราะความผ่อนคลายที่รู้สึกดีนั้น
“ไม่ ไม่ ไม่! ทำไมถึงไม่มีพายุออกมากันละ!?! พวกแก! คืนค่าระบบต่อสู้ให้ฉันเดียวนี้เลยนะ! ”
โนอาร์กรีดร้องดังลั่น
อาจเป็นเพราะรู้สึกว่ามันดูไร้สาระ กระต่ายสาวจึงหวดหมัดใส่ใบหน้าของโนอาร์เต็มแรง
ร่างของโนอาร์ปลิวกลับมากองอยู่แทบเท้าของพรุนกับลิลลี่
ดวงตาของโนอาร์กำลังปลิ่มไปด้วยน้ำตาแห่งความอับอาย
เธอไม่เคยรู้สึกไร้ซึ่งพลัง และถูกหยามเท่านี้มาก่อนในชีวิต
“คืนพลังของฉันมา! ”
โนอาร์ คือคนเดียวที่แฟตไม่เชื่อใจ รวมไปถึงไม่ยอมคืนค่าระบบสนับสนุนต่อสู้กับให้เธอ
เธอใช้สองมือจับขาของพรุน พยายามเค้นแรงบีบจนแน่นราวกับจะหักขาของเธอให้ได้
แต่พรุนกลับรู้สึกเพียงแค่ความมุ่มนิ่มไร้ขีดจำกัด อันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่าแมวเท่านั้น
โนอาร์ในเวลานี้ ได้กลายเป็นเด็กสาวธรรมดาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ตรงนี้ฉันจัดการเองค่ะ”
พรุนเหวี่ยงดาบใส่ร่างของกระต่ายขาวที่กำลังกระโดดไล่ตามเข้ามาหมายปลิดชีพโนอาร์
“แค้น! เทพเจ้า… ระยำ! ”
ดวงตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความเศร้ากับความแค้น
เธอถีบอากาศด้วยวิชาตัวเบา ใช้ร่างกายที่ยืดหยุ่นสปริงตัวเองลอยขึ้นสูงในจังหวะที่ประกายแสงสีดำฟาดฟันเข้าใส่
ร่างของเธอบิดเกลียวใจกลางอากาศอย่างสวยงาม แล้วลงมาประทับลงบนหัวของสตรีเผ่ายักษ์ด้วยเรียวขาทั้งสองข้าง
ก่อนจะบิดตัวเองพร้อมกับทิ้งน้ำหนักตัวลงมาเพื่อหักคอของเธอให้สิ้นชีพเสียตรงนั้น
ร่างของและส่วนหัวของสตรีเผ่ายักษ์บิดตามการหมุนร่างกายของศัตรู
เธอหมุนร่างกายกับส่วนหัวไปตามแรงบิด เพื่อลดโอกาสที่น้ำหนักของศัตรูจะจนกดลงมาตรงกระดูกต้นคอ
เธอหลบเลี่ยงความตาย แล้วจับศัตรูด้วยสองแขนของตัวเอง พร้อมกับทุ่มลงไปที่ผิวหินแข็งของทางเดินแทน
“กรี๊ด!? ”
ร่างของกระต่ายข่าวจมลึกเข้าไปในผิวหิน
ดวงตาของเธอกลายเป็นสีขาวโพล้นไร้ซึ่งสติ
หยาดเลือดสีน้ำเงินจำนวนมาก ไหลท่วมออกมาตามรอยแยกที่ร่างของเธอจมลึกลงไป
“... คนหนึ่งคือความแค้น คนหนึ่งคือความอยาก และอีกคนคือความมุ่มหวั่งอย่างงั้นหรือดอง? ”
ลิลลี่พึมพำกับตัวเองพร้อมกับมองไปที่เยลโล่กับวานาดิไนต์ที่กำลังลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง
“หมายความว่ายังไงค่ะ? ”
“เดาจากคำพูดและดวงตาของพวกเขานะดอง”
ดวงตาของกระต่ายสาว คือความเคียดแค้นที่มีต่อเทพเจ้า ซึ่งไม่เคยคิดหันมาเหลี่ยวแลช่วยเหลือพวกเธอยามที่เธอต้องการ
ในขณะที่ดวงตาของเยลโล่คือความ “หื่น” อันไร้ที่สิ้นสุด
ดวงตาที่จับจ้องไปหยั่งลิลลี่นั้น มันเปี่ยมไปด้วย “ความรัก” กับ “ความปราถนาต่อเรือนร่าง” ของเธอเอง
“ทำไมถึงไม่เคยสนใจผม”
“ทำไมถึงมองข้ามผมตลอด”
แต่มันเป็นความรักที่ไม่สมหวังอันน่าเศร้าของเขามาตั้งแต่แรกแล้ว
ลิลี่ไม่สามารถตอบรับชายหื่นผู้มีความรักอย่างจริงใจของเยลโล่ได้
เพราะหัวใจของเธอนั้น มีบุรุษผู้หนึ่งมาแย่งชิงไปแล้วนั่นเอง
ส่วนดวงตาของบุรุษหมีผมสีแดง
“ต้องการ--- ร่างกาย”
คำพูดนั้นขัดกับดวงตาของเขาเอง
เขาไม่ได้มีดวงตาของผู้หื่นกระหายทางเพศเหมือนอย่างเยลโล่
หากแต่เป็นดวงตาของนักรบที่มุ่งหวังจะบรรลุภารกิจบางอย่าง
พวกพรุนกับลิลลี่ไม่รู้ ว่าชายผู้นี้ได้รับภารกิจมาจากมารดา ให้มาหาลูกสาวของเผ่าศัตรู แล้วแต่งงานเพื่อมุ่งหวังทางการเมือง
ดังนั้นแล้ว มันจึงสะท้อนออกมาทางดวงตาของเขา ณ เวลานี้
ว่าความจริงแล้ว---
“ชายคนนั้น ไม่ได้รักพรุนอย่างที่ปากพูดนะดอง เขา… คงมีเหตุผลบางอย่าง เลยยึดติดกับเธอนะดอง”
“ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ยิ่งดีค่ะ จะได้ไม่ต้องเกรงใจอีกต่อไปค่ะ”
"เดียวฉันสนับสนุนให้นะดอง"
ว่าแล้วพรุนก็รวมพลังลงไปที่ดาบดำ
แหวนเวทมนตร์บนนิ้วมือขวากับซ้ายเริ่มส่องแสงสีฟ้าเรืองรอง พร้อมกับมีไอน้ำแข็งเกิดขึ้นที่รอบใบดาบ
ปีกของลิลลี่เริ่มส่องแสงสีฟ้า
อุณหภูมิอากาศโดยรอบเริ่มลดต่ำลง จนลมหายใจทั้งสี่คนกลายเป็นไอสีขาว
“--- [วิชาประสาน ดาบภูผาเยือกแข็ง!] ”
โดยไม่รอให้ศัตรูได้ทันตั้งตัว
โดยไม่จำเป็นต้องให้โอกาสศัตรูโจมตีสวนกลับ
ภูผาน้ำแข็งจักบังเกิดขึ้นบนพื้นหญ้าสีดำ
ไอน้ำถูกจับตัวสู่จุดเยือกแข็งอย่างฉับพลัน แล้วหุ้มร่างกายของศัตรูทั้งสอง จมลงสู่เสาน้ำแข็งไปชั่วนิรันดร์
“... คงไม่ทำเกินไปหรอกนะดอง? ”
“ไม่น่าตายหรอกค่ะ หรือต่อให้ตาย ถ้าสมองกับเซลล์ไม่เน่าไปก่อน เครื่องช่วยชีวิตฉุกเฉินก็ยังพอจะกู้ให้พวกเขากลับมาเหมือนเดิมได้อยู่แล้วค่ะ”
“นั่นสินะ ยังไงฉันก็ไม่อยากเผลอฆ่าคนนะดอง”
“... ตอนนี้รีบเข้าไปช่วยไฮเจนกันก่อนเถอะค่ะ”
“อื่ม! ”
พวกลิลลี่กำลังจะเริ่มออกตัววิ่งไปช่วยเพื่อนที่จมหายไปในกองทัพผู้บ้าคลั่งของลัส
แต่ทว่า
“เดียวก่อน ใครสักคน! ได้โปรด ไปช่วยนายท่านของฉันก่อนเถอะ! ท่านไพไรต์กำลังตกอยู่ในอันตราย! ”
โนอาร์กลับรั้งตัวพวกเธอเอาไว้ก่อน
***
ที่อีกด้านหนึ่งของการต่อสู้ ไพไรต์กับโทแพซกำลังพลาดท่าให้กับศัตรูตรงหน้า
ไพไรต์ที่หมดเรี่ยวแรง ไม่อาจสามารถดึงศักยภาพของชุดเกราะออกมาใช้ได้เต็มร้อย
โทแพซ เธอเองก็ไม่ต่างจากไพไรต์ เพราะเธอพิการแขนขามาตั้งแต่แรก อีกทั้งยังสู้ติดต่อมาหนึ่งชั่วโมง ถึงจะมีระบบชุดเกราะช่วยเสริม แต่นับว่ายังเสียเปรียบศัตรูของเธอที่มีสภาพร่างกายดีกว่า
"หยุดนะซุนไกท์! ได้สติเสียทีสิ นายไม่ใช่คนแบบนี้สักหน่อย! "
"โทแพซ… โทแพซ! "
ชุดเกราะของโทแพซกำลังถูกดึงอย่างรุนแรง
บุรุษเผ่ากอลิล่าที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเธอ กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อถอดชุดเกราะของสตรีตรงหน้า
เป็นโชคดีที่สติไม่สมประกอบ เขาเลยจบลงที่ใช้มือเปล่าดึงเสื้อเกราะอย่างสิ้นหวังแทน
มิเช่นนั้น เธอคงได้เสียซึ่งความบริสุทธิ์ไปแล้ว
"โทแพซ! แก! หลีกไปซะ! "
บุรุษสิงโตคำรามลั่น พร้อมกับทุ่มพลังกายเพื่อพลักศัตรูให้กระเด็น
เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย ฤทธิ์ยาจาดชุดเกราะ ทำให้มิอาจได้ยินเสียงกรีดร้องของร่างกาย
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ดี สิ่งมีชีวิตก็ยังเป็นเพียงสิ่งมีชีวิต
เขาไม่อาจฝืนร่างกายที่เหนื่อยล้าจนถึงขีดสุดได้อีกต่อไป
"เพราะแก--- เพราะแกคนเดียว! "
บุรุษสีทองกำลังถูกไล่ต้อนกลับ
ดาบของเขาไม่อาจต้านทานดาบของศัตรู
ทุกการเหวี่ยงปะทะ ทุกเสียงโลหะที่ดังกังวาล คือภาพของบุรุษสิงโตที่เกือบพลาดท่าถูกสังหาร
อาวุธถูกปัดกระเด็นจนเกือบหลุดร่วงจากมือ
ปลายคมอาวุธกรีดลงบนผิวเกราะโลหะจนเป็นรอยด่างพร้อย
ไม่อาจเข้าช่วยสตรีที่ตนรัก
ไม่อาจต่อสู้เอาชัยชนะ
ไม่อาจแม้แต่จะปกป้องชีวิตตัวเองได้
"เพราะแก! ลูกน้องของข้าถึงต้องตาย! "
บุรุษหมาป่าดำกรีดเสียงดังด้วยน้ำตาที่นองใบหน้า
"ทุกคนต่างมีคนรัก! มีครอบครอบครัว! แต่เพื่อแผ่นดินนี้ พวกเราจึงลุกขึ้นสู้! แทนคนที่ไม่คิดสู้อย่างพวกแก! "
เสียงที่ออกมาจากหัวใจยังคงดังไม่หยุด
"ถ้าจะตั้งใจทำสงครามกับเผ่าอสูรแต่แรก ก็บอกกันบ้างสิฟะ! "
ดาบเสี้ยวพระจันทร์ในมือของเขา ถูกหวดลงบนชุดเกราะทองคำอย่างบ้าคลั่ง
ไพไรต์ไม่เหลือแรงที่จะหวดดาบปัดป้องดาบของบุรุษหมาป่าอีกต่อไป
"ข้าจะได้ไม่ต้องสร้างกลุ่มนักรบขาวขึ้นมาตั้งแต่แรก! "
ความคับแค้นใจถูกเปลี่ยนเป็นรอยประทับลงบนชุดเกราะสีทองคำ
"ข้าจะได้ไม่ต้องแบกรับบาปที่พาลูกน้องไปตาย! "
แสงเรืองรองที่เคยเจิดจ้าของบุรุษสิงโตเริ่มพลันจางหาย
"เพราะแก! ลูกน้อง และทุกคนถึงต้องตาย! "
ดาบสุดท้ายของบุรุษหมาป่าถูกหักลง พร้อมกับร่างกายของบุรุษสิงโตที่ถูกหวดกระเด็นลอยไปไกลนับสิบเมตร
ใบดาบพระจันทร์เสี้ยวหักออกจากด้าม แล้วติดแน่นฝังเข้าไปในชุดเกราะสีทองคำ
เลือดสีน้ำเงินจำนวนมากเริ่มไหลเป็นสายน้ำตก ออกมาจากรอยแยกที่ดาบเล่มนั้นฝังลึกเข้าไป
"เพราะแก! "
หนุ่มหมาป่าดำใช้ขาของเขาแตะซ้ำลงไปบนคมดาบของเขา
"เพราะแกกกก! "
ถีบซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความแค้นที่ฝังลึก
"ตาย---"
*ผั๊วะ! *
ในตอนนั้นเองที่มีหมัดขวาตรงสีเขียวลูบลงบนใบหน้าของบุรุษหมาป่าดำอย่างอ่อนโยน
อ่อนโยน--- ประดุจเท้าช้างตกมันที่กำลังเหยียบย่ำลงบนพื้นดินเช่นนั้น
"ไพไรต์ค่ะ คนที่เอาชนะฉันในงานแข่งประลองยุทธ์ได้ จะมานอนน่าอนาถเช่นนี้ไม่ได้ค่ะ"
เจ้าของหมัดนั้นคือพรุน สตรีเผ่ายักษ์ผู้มากด้วยพลังกายที่หาใครเทียบเทียม
"รู้แล้วน่า--- อึ๊ก! "
ไพไรต์พยายามที่จะฝืนตัวเองลุกขึ้นยืน
แต่บาดแผลกับแรงกายที่เหลือไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้น
ด้วยเหตุนี้
" เดียวฉันจัดการที่เหลือเองค่ะ"
พรุนจึงจัดการสานต่อในสิ่งที่เขาควรจะลงมือด้วยตัวของเธอเอง
เธอวิ่งเข้าใส่ซุนไกท์ที่กำลังขึ้นคร่อมร่างของโทแพซ
"โทแพซ… ผมรัก! ... ผมชอบเธอ! "
"กรี๊ดดดด!!! "
บุรุษกอลิล่ายังคงพยายามออกแรงทึ้งชุดเกราะของสตรีตรงหน้าอย่างไม่ย่อยอมแพ้
"ผมนะ… ผมชอบเธอ! "
ถึงเล็บจะฉีกขาดหลุดร่วง
"ชอบ! "
ถึงเลือดจะไหลทะลักจากปลายนิ้ว
"รัก! "
ถึงกล้ามเนื้อจะบอบช้ำกรีดร้องเพียงใด
"รักจนหัวใจกรีดร้องร่ำ! "
"ผมนะ--- เพราะกลัว! "
ใบหน้าของเขาเริ่มหมองคล้ำ
" กลัวว่าจะถูกพวกเธอรังเกียจเพราะเข้าไปแทรก! "
แรงทึ้งชุดเริ่มอ่อนล้าลง
"กลัวว่ามิตรภาพของพวกเราจะพังทลาย! "
ดวงตาของเขาเริ่มสั่นคลอน
"เพราะแบบนั้น… ผม… เลยปิดกั้นความรู้สึก…"
หยาดน้ำตาแห่งลูกผู้ชายไหลรินจากเป้าตาทั้งสอง
"ปิด… มาตลอด… ทรมาน… ฮึก…"
เป็นหยาดน้ำตา… แห่งจิตใจที่ปิดกั้นมาตลอดชั่วชีวิตนี้ของเขา
"ทรมานนนนนนนนน! "
ความเศร้าแห่งความริษยาในรักของเขา ได้ถูกพลักดันออกมาในรูปลักษณ์ของความบ้าคลั่ง
"---ช่างน่าเศร้าค่ะ"
แต่ความเศร้าที่บ้าคลั่งของเขา คงไม่อาจได้รับการตอลสนองกลับ
ดาบดำถูกหวดเข้าใส่จากทางด้านหลังของเขาในเวลานั้น
ถูกใบดาบที่หนาและหนัก ส่งร่างของบุรุษผู้น่าเศร้าจนลอยขึ้นฟากฟ้าสูง
"พวกคุณสองคนช่างน่าเศร้ายิ่งนักค่ะ"
พรุนเข้ามาแทรกกลางการต่อสู้ของทั้งสองคนด้วยพลังที่เหนือกว่า
จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากเธอ ถึงกับทำให้ชายผู้คลุ้มคลั่งต้องหยุดชะงักเคลื่อนไหว
"คนหนึ่งโกรธแค้น แต่ถือโทษความตายว่าเป็นความผิดของผู้อื่น"
เธอตั้งท่าง้างดาบ พร้อมกับยึดฝ่าเท้าจนจมลงในแผ่นดิน
"ทั้งที่ตัวเองอ่อนแอจนปกป้องลูกน้องไม่ได้ แล้วทำไมถึงไปโทษผู้อื่นกันเช่นนั้นละคะ? ธรรมชาติมันไม่ได้อ่อนโยนเฉกเช่นที่คุณคิดหรอกค่ะ คนอ่อนแอย่อมก้มหัวต่อผู้แข็งแกร่ง แค่นี้ก็ไม่เข้าใจหรือคะ? "
คำพูดของเธอ ทำให้ดวงตาของบุรุษหมาป่าเบนเป้ามาที่ตัวเธอแทน
"ส่วนอีกคนมาเศร้าโศกเพราะการปิดกั้นหัวใจ มาหวาดกลัวต่อมิตรภาพระหว่างเพื่อน---"
พรุนหันหน้าไปทางบุรุษกอลิลล่าที่กำลังลุกขึ้นยืน
"---ความรักของคุณมีค่าเพียงแค่มิตรภาพที่เปราะบางถึงเพียงนั้นเลยหรือคะ? "
""โอ๊ววววว! แกกกก! ""
คำพูดยั่วยุของเธอทำให้ความปรารถนาของชายทั้งสอง เปลี่ยนเป็นความมุ่งร้ายมาที่เธอแทย
กรงเล็บกับคมเขี้ยวของสัตว์ร้าย ได้ถูกหันเข้าใส่สตรีเผ่ายักษ์ที่กำลังยืนประจันหน้า
ความโกรธทำให้พวกเขาหน้ามืดตามัว
ถูกอารมณ์ครอบงำจนดวงตามืดบอด
พวกเขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด
" [ดาบภูผาเยือกแข็ง!] ”
ว่าสตรีเผ่ายักษ์กำลังรอเวลาช่วงนี้อยู่
ยอดภูเขาน้ำแข็งจักบังเกิดขึ้นอีกครา
ถึงจะมีขนาดเล็กกว่าเดิมถึงครึ่ง เพราะไร้การสนับสนุนจากสหายภูติตัวน้อย แต่มันก็มากพอที่จะแช่แข็งศัตรูของเธอ
แช่แข็ง… ความปราถนาอันเศร้าโศกเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ไปชั่วนิรันดร์---
*******
.
..
...
"MVP ประจำตอน ขอมอบให้แด่ [พรุน] ! ดอง! "