โลกหมื่นมิติ

    92.สามปีต่อมา

       สามวันต่อมา

       หลังจากที่จบงานประมูลครั้งนั้นชื่อเสียงของหอประมูลหมื่นสมบัติก็เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วไม่เพียงแค่ในเมืองทะเลครามเท่านั้นแต่เมืองรอบ ๆ เองก็เช่นกัน แม้แต่เมืองหลวงมหานครก็ยังเริ่มมีคนพูดถึงบางแล้ว

       สาเหตุก็เพราะดอกบัวชะตาวิญญาณระดับSSที่ปรากฎออกมาในงานประมูล แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือรายการประมูลชิ้นสุดท้ายอย่างการรักษาและเมื่อข่าวที่ว่าผู้รักษาคนนี้สามารถรักษาเจ้าเมืองทะเลครามได้นั้นกลายเป็นที่จับตามองของขุมกำลังอื่นทันที

       ตลอดสามวันที่ผ่านมานั้นมีผู้คนมากมายเดินทางมาที่หอประมูลหมื่นสมบัติเพื่อผูกมิตรจุดประสงค์เพื่อสอบถามตัวตนและวิธีติดต่อกับผู้รักษาคนนั้น แต่มีหรือที่ไผ่จะยอมบอกให้คนอื่นรู้ถึงตัวตนของผู้รักษาว่าเป็นใคร

    .

    .

       สามปีต่อมา

       “พี่หนูกลับมาแล้ว”ไผ่ที่กำลังนั่งดื่มชาวิญญาณอยู่ที่ห้องนั่งเล่นก็ได้ยินเสียงฟ้าดังเข้ามา เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นฟ้าวิ่งเข้ามากอดตัวเอง

       “เป็นยังไงบ้างเรียนสนุกไหมวันนี้”ไผ่ถามพลางลูบหัวฟ้าอย่างเอ็นดู

       “ดีค่ะ” ฟ้าตอบกลับสั้น ๆ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบขนมและผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะมากิน

       “พี่สวัสดีครับ” เมฆที่เดินตามมาที่หลังยกมือไหว้ไผ่พร้อมกับนั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

       “เป็นอะไรไปทำไมทำหน้าแบบนั้น”ไผ่เอยถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าเบื่อหน่ายของเมฆ

       “เปล่าครับผมแค่รู้สึกเบื่อโรงเรียน ที่นั้นไม่น่าสนุกเลยสักนิดสู้เอาเวลาไปฝึกต่อสู้ดีกว่า”เมฆตอบออกมาตรง ๆ 

       “ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ไผ่ได้ยินก็หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างมีความสุข

       “เพราะพี่ไม่เคยได้เรียน พี่เลยไม่รู้ว่าที่โรงเรียนให้ทำอะไรบ้างน้องถึงได้ดูเบื่อแบบนี้ แต่ที่พี่อยากให้น้องไปเรียนเพราะว่าที่โรงเรียนน้องจะได้ใช้ชีวิตวัยเด็กให้มีความสุขและได้มีเพื่อน อยู่ที่บ้านมีแต่คนแก่น่าเบื่อกว่าอีก ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ไผ่พูดไปหัวเราะไป

       “เข้าใจแล้วครับ” เมฆพยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมกับมองหน้าไผ่ด้วยความรู้สึกผิดพร้อมกับโทษตัวเองที่แสดงท่าทางแบบนั้น ‘เป็นพ่อกับแม่จากไปทำให้พี่ต้องลำบากทำงานหาเงินดูแลเลี้ยงดูพวกเราตั้งแต่เด็กแล้วเราจะแสดงท่าทางแบบนั้นให้พี่เห็นได้ยังไง’

       “พี่วันหยุดนี้หนูชวนแคทกับอลิสมาเล่นที่บ้านได้ไหมค่ะ”ฟ้าที่กำลังกินผลไม้อยู่เงยหน้าขึ้นถามด้วยสายตาคาดหวัง

       “ได้อยู่แล้วน้องอยากทำอะไรก็ทำเถอะ”ไผ่พูดแล้วยกมือขึ้นดีดหน้าผากฟ้าเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้

       “โอ๊ย! พี่แกล้งหนูหรอ” ฟ้าเอามือลูบหน้าผากบริเวณที่โดนดีดแล้วกระโจนใส่ไผ่และพยายามจะเอาคืน “พี่เมฆมาช่วยกันเร็ว” ฟ้าตะโกนให้ช่วยเมื่อเห็นว่าไม่สามารถทำอะไรไผ่ได้

       “ไม่เอาพี่ไปช่วยพี่ก็โดนเหมือนเธอสิใครจะอยากเจ็บตัว”เมฆตอบโดยไม่คิด

       “ได้จำเอาไว้อย่าเผลอแล้วกัน” ฟ้ากลับมานั่งกินน้ำผลไม้ต่อหลังจากที่สู้กับไผ่จนเหนื่อย

       หลังจากผ่านมาสามปีตอนนี้ไผ่อายุ21ปีแล้วเมฆกับฟ้าเองก็อายุได้10ปีแล้วเช่นกัน ตอนนี้ทั้งสองโตขึ้นมากและไม่งอแงให้ไผ่ไปรับไปส่งอีกแล้ว เพราะทั้งสองรู้ว่าไผ่มีเรื่องต้องทำมากมาย

       ในสามปีที่ผ่านมาไผ่เพื่อแค่ฝึกฝนอยู่ที่บ้านหลังจากที่ทั้งสองไปเรียนไผ่และคนอื่น ๆ จะออกล่าสัต์อสูรและสัตว์อสูรทะเลทุกวัน

       สาเหตุที่ไผ่ไม่ไปไหนเลยเพราะไผ่อย่างใช้เวลาที่มีตอนนี้อยู่กับน้องของเขาให้มากที่สุด เพราะเขารู้ว่าหลังจากนี้การฝึกฝนจะยิ่งยากมากขึ้น เวลาเก็บตัวแต่ละครั้งก็ใช้เวลานานมากขึ้นเช่นกัน

       ที่สำคัญคือหลังจากนี้เขามีสิ่งที่ต้องทำมากมายและแต่ละอย่างจะต้องใช้เวลานานมาก ทำให้ช่วงเวลาที่สามปีที่ผ่านมาไผ่จะอยู่บ้านตอนที่เมฆกับฟ้าไม่ได้ไปเรียน

       แม้ว่าไผ่จะใช่เวลาฝึกฝนอยู่ที่บ้านมาตลอดแต่สามปีก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อสามเดือนที่แล้วไผ่สามารถทะลวงระดับเพชรได้สำเร็จ ในช่วงสามปีที่ผ่านนี้ไผ่ยังไปเอาหินปลุกพลังที่เขาต้องการมาจากดินแดนลึกลับอีกด้วย

       หินปลุกพลังก้อนนี้เป็นหินปลุกพลังระดับSSS ก้อนสุดท้ายที่ไผ่รู้ว่าอยู่ในดินแดนลึกลับตลอดช่วงชีวิตที่แล้วของไผ่

       ความสามารถที่หินปลุกพลังก้อนนี้ให้คือทักษะป้องกันอธิบายง่าย ๆ ก็คือเมื่อเปิดใช้ทักษะนี้มันสร้างม่านสีดำทมิฬพลังขึ้นมาปกคลุมร่างกายของไผ่เอาไว้สามารถต้านทานการโจมตีของผู้ปลุกพลังที่มีระดับการฝึกฝนต่ำกว่าตัวเองได้

       แต่ยังมีเงื่อนไขคือแม้ว่าผู้ปลุกพลังคนนั้นจะมีระดับต่ำกว่าตัวเองแต่ถ้ามีทักษะระดับสูงกว่าหรือเท่ากันหรือแข็งแกร่งมากพอก็ยังสามารถโจมตีทำลายการป้องกันนี้ได้แต่ความรุนแรงจะถูกลดลงไป

       การใช้หินปลุกพลังครั้งนี้ทำให้ต้นไม้แห่งการรู้แจ้งมีผลไม้สีทองเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งผล เป็นเพราะทักษะที่ได้รับในครั้งนี้อย่าง ทักษะปราการทมิฬ เป็นทักษะที่ไม่มีความซับซ้อนอะไรไผ่จึงไม่จำเป็นต้องมีสมาธิมาก

       นั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ไผ่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของต้นไม้แห่งการรู้แจ้งในที่สุด หลังจากที่สับสนอยู่ชั่วครู่ไผ่ก็พยายามหาคำตอบว่ามันคืออะไรและในที่สุดก็คาดเดาว่ามันอาจจะหมายถึงทักษะที่เขามีก็ได้

       เนื่องจากตอนนี้ไผ่มีทักษะระดับSSSถึงสี่ทักษะและทักษะระดับAอีกหนึ่งทักษะซึ่งมันตรงกับผลไม้สีทองสี่ผลแลผลไม้สี่ม่วงหนึ่งผลพอดี แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นไผ่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่ามันหมายความว่าอะไรอยู่ดีและทำไมมันถึงมีผลปรากฎขึ้นมา.