คัมภีร์เทพอสูรเทวะ

    ตอนที่ 74: ม่านหมอกโลหิตสังหาร

    หมอกสีเทาหม่นทอดตัวปกคลุมไปทั่วทุกอาณาบริเวณของแดนลับวิญญาณร่วงโรย มันหนาทึบเสียจนบดบังทัศนวิสัยเบื้องหน้า เหลือเพียงระยะการมองเห็นไม่เกินสามก้าว พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแปรสภาพเป็นโคลนสีดำข้นเหนียว ทว่ามันมิได้เป็นเพียงพื้นผิวที่รองรับน้ำหนัก แต่มันกำลังกลืนกิน


    เย่เฉินหยุดฝีเท้าลงตรงขอบหนองน้ำสีขุ่น โคลนใต้ฝ่าเท้าค่อยๆ ยุบตัวลงอย่างเชื่องช้า น้ำเน่าขุ่นซึมผ่านรอยแยกของรองเท้าสานเข้าสู่ผิวหนัง กล้ามเนื้อฝ่าเท้าและข้อนิ้วเท้าทั้งสิบต้องเกร็งตัวค้าง จิกลึกลงไปในเนื้อโคลนเพื่อยึดเหนี่ยวไม่ให้ข้อเท้าจมลึกลงไปมากกว่าเดิม


    กลิ่นเหม็นอับชื้นของซากพืชทับถมไหลย้อนขึ้นตามลมหายใจ มันค้างตึงอยู่ในลำคอ ไม่ยอมจางหาย น้ำหนักมหาศาลของดาบยักษ์ทัณฑ์ปฐพีกดทับลงบนแผ่นหลัง กล้ามเนื้อสะบักด้านซ้ายขยับเกร็งช้าๆ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายที่ยืนอยู่บนพื้นไร้ความมั่นคง


    ทุกลมหายใจเข้าออกทำให้แผ่นอกขยายตัว ส่งผลให้ใบดาบขยับขึ้นลงเพียงเสี้ยวส่วน ทว่าแรงกดทับที่ส่งผ่านสายสะพายลงสู่กระดูกไหปลาร้านั้น... ยังคงหนักอึ้งมิเปลี่ยนแปลง


    เย่เฉินหลับตาลง รูขุมขนทั่วทั้งแผ่นหลังและลำคอหดเกร็งปิดสนิท เขาหยุดการเคลื่อนไหวของทรวงอก บังคับกลไกการหายใจให้หยุดนิ่งชั่วขณะเพื่อลบเสียงรบกวนจากภายในร่างกายของตนเอง


    ใบหูข้างซ้ายของเขากระตุกเล็กน้อย


    แหมะ... แหมะ...


    เสียงหยดน้ำขุ่นร่วงหล่นกระทบแอ่งน้ำขัง แทรกซ้อนด้วยเสียง... ย่ำโคลน


    ทว่าเสียงนั้นแผ่วเบาและถูกความหนาของมวลหมอกบิดเบือน มันเบาเกินกว่าจะยืนยันได้ในทันที ว่านั่นคือจังหวะก้าวเดินของสิ่งมีชีวิต หรือเพียงโคลนเลนที่ถล่มตัวลงมา กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอของเขาหดเกร็งเพิ่มขึ้น ชายหนุ่มปรับทิศทางของศีรษะเพียงเล็กน้อย เพื่อเปลี่ยนมุมรับกระแสเสียงให้ชัดเจนขึ้น


    พริบตานั้น... จังหวะย่ำโคลนที่ถูกกดน้ำหนักอย่างจงใจ ก็ดังซ้ำขึ้นอีกครั้งในระยะห่างเท่าเดิม ทิศทางมาจากพื้นที่ทึบแสงด้านหลัง ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว


    เขาจึงค่อยๆ ยืดนิ้วมือทั้งห้าที่จับด้ามดาบออกเล็กน้อย... แล้วกำกลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง


    เสียงย่ำโคลนเบื้องหลังหยุดลงชั่วขณะ อากาศธาตุรอบตัวนิ่งค้าง นิ้วมือของเย่เฉินบีบด้ามดาบแน่นขึ้นอีกครึ่งส่วน เส้นเอ็นใต้ผิวหนังหลังมือตึงจนเห็นแนวชัด ลมหายใจถูกกดให้สั้นและตื้นลง หน้าอกหยุดเคลื่อนไหวในจังหวะหนึ่ง


    ก่อนที่ปลายเท้าของเขา... จะกดลึกลงไปในโคลนดำเพิ่มขึ้นอีกครึ่งชุ่น


    ผู้ล่าที่สะกดรอยตามกลิ่นคาวเลือดมา... เหยียบย่างเข้ามาอยู่ในรัศมีคมดาบของเขาแล้ว!


    บริเวณพื้นที่ทึบแสงใต้รากไม้ใหญ่ ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว


    ม่อหยางหยุดการเคลื่อนไหว นิ้วเท้าภายในรองเท้าสานกดลึกลงในโคลนดำ กล้ามเนื้อน่องค่อยๆ หดตัวค้าง น้ำหนักตัวถูกกดต่ำลงทีละน้อย แผ่นอกของมันไร้ซึ่งการขยับขึ้นลงจากการหอบหายใจ


    นิ้วมือที่เต็มไปด้วยตุ่มหนองพุพองล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ดึงขวดหยกใบเล็กออกมา


    ป๊อก...


    จุกไม้ถูกดึงออก กลิ่นสนิมเหล็กของโลหิตข้นคลั่ก ลอยปะทะเข้ากับความอับชื้นของมวลหมอก


    บนหลังมือซ้ายของนักฆ่า... ตะขาบเกล็ดสีแดงคล้ำขนาดเท่านิ้วก้อยเกาะนิ่งอยู่ ม่อหยางเอียงขวดกระเบื้องในมือลง เลือดสีคล้ำที่เพิ่งสูญเสียความอบอุ่นไปหยดลงบนหลังเปลือกแข็งของสัตว์มีพิษร้าย


    แหมะ...


    หนวดคู่หน้าของตะขาบจิ๋วกระตุกถี่ระรัว ขานับร้อยคู่จิกลึกลงบนผิวเนื้อที่เต็มไปด้วยตุ่มหนอง ปลายขาแหลมกดจนผิวหนังยุบตัวลงไป ของเหลวจากตุ่มหนองแตกซึมออกมารอบจุดเกาะ


    ทว่าม่อหยางมิได้สะบัดมันออก ลำตัวของมันบิดงอและม้วนเข้าหากันเป็นจังหวะ คล้ายกำลังสูบฉีดกลิ่นคาวนั้นเข้าสู่เส้นชีพจร ก่อนจะชี้ปลายหัวตรงดิ่งไปยังทิศทางของหนองน้ำสีขุ่นเบื้องหน้า


    ม่อหยางยกมือข้างนั้นขึ้นมาใกล้ใบหน้า สูดลมหายใจผ่านซอกฟันที่เรียงตัวไม่เป็นระเบียบ กลิ่นเลือดข้นไหลผ่านโพรงจมูก กล้ามเนื้อบริเวณกรามกระตุกถี่ เส้นเอ็นใต้ขมับตึงขึ้น ลมหายใจถัดไปสั้นลงครึ่งหนึ่ง กล้ามเนื้อบริเวณลำคอพองตัวขยายออก แรงดันจากภายในผลักดันเกล็ดอสรพิษที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวหนัง ให้ยกนูนขึ้นมาทีละชิ้น ขอบเกล็ดแข็งเสียดสีกันจนเกิดเสียงสากหู


    นัยน์ตาสีเหลืองขุ่นหรี่แคบลงดุจปลายเข็ม มันปรับมุมศีรษะเล็กน้อยเพื่อให้ทัศนวิสัยเบื้องหน้าซ้อนทับกันเป็นเส้นตรง ปลายสายตาหยุดนิ่งที่ตำแหน่งเดิมไม่ขยับ ปลายลิ้นแฉะหนาแลบออกมาตวัดเลียคราบเลือดบนริมฝีปากที่แตกแห้ง


    แหมะ... ของเหลวสีเหลืองข้นหยดลงจากมุมปาก กระทบลงบนพื้นโคลน ปลายรองเท้าสานของมันขยับเพียงเสี้ยวส่วน


    โคลนใต้ฝ่าเท้าส่งเสียง จั๊วะ...


    ฟองอากาศที่ผุดขึ้นบนผิวน้ำหนองน้ำ... หยุดลงชั่วขณะ


    ผิวน้ำขุ่นข้นยุบตัวลงเป็นแอ่งกว้าง ราวกับมีมวลสารขนาดมหึมากำลังสูบน้ำและหดเกร็งตัวอยู่เบื้องล่าง ปลายเท้าของเย่เฉินรับแรงสั่นสะเทือนบางเบาที่ส่งผ่านขึ้นมาจากชั้นโคลน อากาศธาตุเหนือหนองน้ำถูกแทนที่อย่างฉับพลัน


    ตู้ม!


    โคลนสีดำและละอองน้ำเน่าเหม็นสาดกระเซ็นขึ้นไปในอากาศ ขากรรไกรขนาดมหึมาที่เรียงรายด้วยฟันสีเหลืองหม่น พุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้หนองน้ำ!


    จระเข้โคลนหุ้มเกราะอ้าปากกว้าง กลิ่นคาวซากสัตว์เน่าคละคลุ้งพุ่งนำมาก่อน มันทิ้งน้ำหนักตัวกว่าสามร้อยชั่ง พุ่งเป้าเข้าหากึ่งกลางลำตัวของชายหนุ่ม!


    เย่เฉินมิได้ถอยหลบ ปลายเท้าเปลือยเปล่าที่จิกลึกอยู่ในโคลนหนืด บิดหมุนเปลี่ยนโคลนเหลวให้กลายเป็นจุดค้ำยัน กล้ามเนื้อหน้าท้องและช่วงเอวหดเกร็ง บิดรวบรวมขุมกำลังจากฐานรากส่งแรงบิดมหาศาลทะยานขึ้นสู่ท่อนบนของร่างกาย


    หัวไหล่ซ้ายที่เพิ่งสมานตัวฝืนรับแรงหมุนกระชากอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อที่เพิ่งผสานปริแตกออกจนโลหิตสีสดซึมทะลุอาภรณ์ ทว่าชายหนุ่มหาได้แยแส กล้ามเนื้อแผ่นหลังบีบตัวเข้าหากัน มือซ้ายกำด้ามดาบยักษ์ทัณฑ์ปฐพีแน่น ดึงกระชากมันออกจากสายสะพายด้านหลัง!


    ฟวับ!


    น้ำหนักโลหะสีดำทะมึนแหวกฝ่ามวลอากาศชื้นแฉะ กล้ามเนื้อท่อนแขนซ้ายปูดโปนจนเส้นเลือดแทบปริแตก น้ำหนักทั้งร่างถูกถ่ายเทผ่านท่อนแขน เข้าสู่คมดาบทื่อหนา ปลายดาบยักษ์เหวี่ยงตัดขวาง กระแทกสวนลงบนกึ่งกลางสันกะโหลกหุ้มเกราะของสัตว์ร้ายอย่างจัง!


    กร๊อบ!


    แรงปะทะมหาศาลบดขยี้เกล็ดแข็งบนหัวของมัน กะโหลกหนายุบตัวลงไปเป็นหลุมลึก รอยร้าวปริแตกออกเป็นแฉก เศษกระดูกสีขาวขุ่นทิ่มแทงทะลุเกล็ดและเนื้อหนังขึ้นมา!


    แรงสะเทือนจากการกระแทกไหลย้อนกลับขึ้นมาตามใบดาบ ข้อมือซ้ายของเย่เฉินกระตุกอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อท่อนแขนหดตัวต้านรับแรงปะทะจนเส้นเลือดปูดโปนแทบปริแตก หัวไหล่ซ้ายที่ฉีกขาดสั่นสะท้านจากแรงสะท้อนกลับ


    ของเหลวข้นหนืดสีดำแดงพุ่งทะลักออกจากรอยแยกบนหัวสัตว์ร้าย สาดกระเด็นย้อมมวลหมอกสีเทา ร่างหุ้มเกราะของจระเข้โคลนถูกหยุดชะงักกลางอากาศ มันร่วงหล่นกระแทกกลับลงบนพื้นโคลนริมขอบหนองน้ำ


    โครม!


    ลำตัวยาวเหยียดของสัตว์ร้ายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง หางหนาฟาดพื้นเสียงดังสะท้าน ขาทั้งสี่ตะกุยดินเลนสะเปะสะปะเพียงสองสามครา ก่อนที่ก้อนเนื้อทุกส่วนบนร่างของมันจะหยุดนิ่งสนิท


    ร่างของเย่เฉินยังคงค้างอยู่ในท่าเหวี่ยงดาบ แรงหมุนมหาศาลที่ยังมิคลายตัว ดึงให้ช่วงเอวและแผ่นหลังสั่นสะท้านเล็กน้อย ปลายเท้าที่ยึดโคลนไว้จมลึกลงไปอีกครึ่งฝ่ามือ กล้ามเนื้อทั่วแผ่นหลังยังคงหดเกร็ง มิยอมคลายตัว ใบดาบยักษ์ในมือของเขามิได้ลดต่ำลงแม้แต่น้อย


    ปลายเท้าเปลือยเปล่าใต้รองเท้าสาน... ขยับบิดเปลี่ยนมุมเพียงครึ่งก้าว หันน้ำหนักกายเข้าหาพื้นที่ทึบแสงด้านหลัง


    หมอกสีเทาที่เพิ่งถูกแรงเหวี่ยงดาบแหวกออก ยังมิทันไหลกลับมารวมตัวกัน เสียงแหวกอากาศขนาดจิ๋วสามสายก็พุ่งทะยานออกจากพื้นที่ทึบแสงใต้รากไม้ใหญ่!


    มันมิได้พุ่งมาในระนาบเดียวกัน โลหะเส้นแรกเจาะตรงเข้าหาข้อพับคอด้านหลัง เล่มที่สองมุดต่ำเฉียงเข้าหาข้อพับเข่าขวา ทว่าเล่มที่สามกลับทิ้งช่วงช้ากว่าครึ่งจังหวะ เล็งตัดพื้นที่ว่างเบื้องขวา... ปิดกั้นวิถีการเบี่ยงตัวหลบอย่างสมบูรณ์แบบ!


    เสียงเสียดสีอากาศเฉือนผ่านโสตประสาท หนังศีรษะของเย่เฉินตึงขึ้นวูบหนึ่ง


    ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ความคิดจะก่อตัวเป็นรูปร่าง กล้ามเนื้อน่องทั้งสองข้างก็กระชากร่างของเขาถอยร่นไปด้านหลังแล้ว ส้นเท้ากดกระแทกลงบนโคลนลึกลงไปครึ่งชุ่น บีบอัดก้อนเลนจนปลิ้นออกตามง่ามนิ้ว


    ท่อนแขนซ้ายที่เกร็งค้างจากการฟันจระเข้ ฝืนบิดกล้ามเนื้อทวนทิศทางเดิมอย่างเฉียบพลัน ข้อศอกงอพับ กระชากด้ามดาบยักษ์ทัณฑ์ปฐพีขึ้นมาตั้งฉาก เปลี่ยนน้ำหนักของใบดาบที่หนาเตอะ ให้กลายเป็นกำแพงเหล็ก!


    ติง! ติง! ติง!


    เข็มโลหะสามเล่มปักกระแทกลงบนกึ่งกลางใบดาบสีดำสนิท แรงกระแทกจากวัตถุขนาดเล็ก ถ่ายเทผ่านความหนาของโลหะเข้าสู่ใจกลางฝ่ามือ ข้อมือของเย่เฉินสะบัดค้างเล็กน้อยจากแรงปะทะที่แฝงปราณมหาศาล กล้ามเนื้อท่อนแขนด้านล่างหดเกร็งรับแรงบีบอัดโดยสัญชาตญาณ


    ฟู่...


    ของเหลวสีเขียวข้นที่เคลือบอยู่บนปลายเข็ม ทำปฏิกิริยากัดกร่อนเนื้อเหล็กจนเกิดฟองเดือดปุด ควันพิษสีเขียวจางลอยคลุ้งขึ้นมาระยะประชิด กลิ่นฉุนจัดพุ่งเข้าปะทะโพรงจมูก กล้ามเนื้อรอบดวงตาของชายหนุ่มกระตุกหดตัวทันที ต่อมน้ำตาบีบตัวขับของเหลวออกมาจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะ ผิวหนังบริเวณปลายจมูกเกิดอาการชาจางๆ ราวกับเส้นประสาทกำลังถูกกัดกินจากภายใน


    เย่เฉินกลั้นลมหายใจ หน้าอกหยุดการขยายตัว รูขุมขนบนใบหน้าและลำคอหดเกร็งปิดกั้นละอองควัน ท่อนแขนซ้ายขยับบิดข้อมือเพียงเล็กน้อย ใบดาบสั่นสะเทือน สะบัดเข็มพิษทั้งสามเล่มร่วงหล่นลงสู่พื้นโคลน ควันสีเขียวถูกแรงลมพัดให้กระจายตัวออกไป


    หลังม่านควันพิษที่จางลง... นัยน์ตาสีดำสนิทจับทิศทางต้นทางของอาวุธลับ


    ปลายเท้าเปลือยเปล่าใต้รองเท้าสาน ขยับคืบไปข้างหน้าครึ่งก้าว กดน้ำหนักลงบนพื้นโคลนดำจนแน่น ใบดาบยักษ์ในมือเอียงทำมุมเล็กน้อยหันตามแนวขวาง เล็งตรงไปยังพื้นที่ทึบแสงใต้รากไม้ใหญ่!


    หมอกสีเทาที่ถูกแหวกออกด้วยแรงลม เริ่มไหลกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ทว่าในช่องว่างที่ยังเปิดกว้างอยู่นั้น... บริเวณพื้นที่ทึบแสงใต้รากไม้ใหญ่ ดวงตาสีเหลืองขุ่นคู่หนึ่ง ปรากฏขึ้นหลังม่านหมอก จดจ้องตรงมายังใบหน้าของเย่เฉิน!


    รูม่านตาสีเหลืองหดแคบลงดุจปลายเข็ม กล้ามเนื้อบริเวณลำคอขยับเป็นลอนใต้ผิวหนัง แผ่นอกกระเพื่อมช้าๆ ราวกับกำลังควบคุมจังหวะการสูบฉีดเลือดรับมือกับแรงกดดัน มันมิได้ถูกข่มขวัญ... ทว่ากำลังประเมินเหยื่อตรงหน้าใหม่ทั้งหมด


    เย่เฉินมิได้เปิดปากตั้งคำถาม ปลายจมูกของเขายังคงชาจางๆ กล้ามเนื้อรอบดวงตากระตุกถี่ขึ้นหนึ่งจังหวะ ภาพตรงหน้าสั่นไหวเพียงเสี้ยวขณะ ก่อนที่กล้ามเนื้อต้นคอจะหดเกร็ง ฝืนกดทัศนวิสัยกลับมาให้คงที่อีกครั้ง


    นัยน์ตาสีดำสนิทจับจ้องกลับไปอย่างไร้ความประนีประนอม ปลายเท้าเปลือยเปล่าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ฝ่าเท้าเหยียบประทับลงบนสันกะโหลกหุ้มเกราะของจระเข้โคลนที่นอนนิ่งสนิท


    น้ำหนักกายถูกถ่ายเทลงสู่ปลายเท้า กล้ามเนื้อน่องหดเกร็ง กดฝ่าเท้าลงบนความโค้งนูนของกระดูกแข็ง


    กร๊อบ...


    รอยร้าวเดิมบนกะโหลกสัตว์ร้ายขยายตัวออก ชายหนุ่มมิละสายตาจากดวงตาสีเหลืองขุ่นคู่นั้น ริมฝีปากขยับเปล่งเสียงราบเรียบทว่าเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี


    "ซ่อนตัวให้มิดชิดกว่านี้..."


    ส้นเท้ากดลึกลงไปอีกครึ่งส่วน ของเหลวสีดำข้นและเศษเนื้อทะลักออกจากรอยแยก เปื้อนง่ามนิ้วเท้า


    "เพราะถ้าข้าลากคอเจ้าออกมาได้..."


    กระดูกแข็งใต้ฝ่าเท้าต้านแรงกดทับเอาไว้ชั่วขณะ กล้ามเนื้อต้นขาของเย่เฉินหดเกร็ง เพิ่มแรงกดลงไปอีกระลอก ช่วงเอวบิดหมุนซ้ำเป็นครั้งที่สอง ส่งแรงกระแทกจากแกนกลางลำตัวทะลวงลงไปเต็มจุด!


    โพละ!


    กะโหลกหุ้มเกราะหนาแตกละเอียด! เศษกระดูกถูกบดขยี้จนยุบตัว จมมิดลงไปในโคลนดำใต้ฝ่าเท้าจนราบเรียบ


    "ข้าจะบดกระดูกเจ้า... ให้ละเอียดกว่าเศษสวะใต้ตีนข้า"


    ในพื้นที่ที่แสงตะวันส่องมิถึง... ปลายรองเท้าสานของนักฆ่าขยับถอยครึ่งก้าว น้ำหนักตัวถ่ายไปยังขาหลัง ลำตัวเอียงเล็กน้อย ปรับมุมเข้าหาจุดอับด้านข้างของเย่เฉิน มันกลืนร่างกายกลับเข้าไปในดงหมอกสีเทาอย่างรวดเร็วและไร้สุ้มเสียง


    หมอกสีเทาไหลกลับมาปิดพื้นที่จนทึบตันอีกครั้ง รอยเท้าสองชุดถูกกลืนหายไปในโคลนดำ เหลือเพียงคราบโลหิตสดที่ค่อยๆ ซึมจางลงตามพื้นดิน


    [จบตอนที่ 74]