เล่มที่ 3 บทที่ 14
“หา??”“ว่าไงนะ? เอาไปเถิด?”“ตัวบัดซบนี่เป็นใครกัน?”ศิษย์หลายคนต่างอุทานกันออกมาก่อนจะระเบิดเสียงกันอย่างตกตะลึง แม้กระทั่งปรมาจารย์โอสถเองก็ไม่เว้น ข่งเย่หลงนั้นชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วสำนัก ตลอดมานั้นเขาเป็นดั่งอัจฉริยะความหวัง เป็นทั้งนายน้อยที่จะทอดตำแหน่งประมุข ดังนั้นแล้วตั้งแต่เล็กจนโตไม่มีใครกล้าขัดใจ เที่ยวออกข่มเหงรังแกคนไปทั่ว ทว่าบัดนี้กลับพูดว่า เจ้าเอาไปเถอะ นี่มันไม่ปกติแล้ว เห็นอยู่ชัดๆว่าเจ้าเด็กนี่เป็นเพียงศิษย์สายนอกเท่านั้นท่ามกลางความสับสนของผู้คน หยางอี้เมื่อบรรลุเป้าหมายแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกจากที่นั่งทันที ทว่าระหว่างกำลังเดินไปนั้นก็สัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมา เป็นสายตาที่ลึกซึ้งแต่มิได้มุ่งร้าย หยางอี้หันไปมองก่อนจะพบว่าเป็นชายชราที่ทุกคนกล่าวเรียกว่าเป็นเจ้าเขาโอสถ หยางอี้หันไปก่อนจะค้อมหัวเคารพเล็กน้อย ทำให้ชายชรายิ้มออกมาพยักหน้าให้ก่อนจะเดินออกไปแม้จะมีหลายคนสงสัยทว่าเมื่อทบทวนดูแล้ว ศิษย์สายนอกที่มีความมั่งคั่งขนาดประมูลได้ถึง 50000 แต้ม อีกทั้งนายน้อยข่งเย่หลงยังยอมลงให้ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน! มีหลายคนที่ต้องการเข้าไปผูกสัมพันธ์กับหยางอี้ ทว่าน่าเสียดายที่เมื่อรีบตามชายหนุ่มออกมากลับยังพบเห็นภาพที่ตกตะลึงซ้ำสอง เจ้าเด็กนี่ไม่ธรรมดาเกินไปแล้ว กระทั่งมีหยิงเฟยกับผู้ดูแลมารอรับ เพ่ย... แม่นางหยิงเฟยยังไม่เท่าไหร่แม้จะมีตำแหน่งสูงส่งทว่าหลายคนยังเคยพูดคุยเพราะนางชอบทำหน้าที่รับบัตรผ่านหน้าทางเข้า แต่ผู้ดูแลเถานั้นต่างกัน หากมิได้มีผู้สำคัญมาเยือนย่อมไม่ออกมาแน่นอน นี่กระทั่งเจ้าเขาโอสถมาเองแต่กลับมารับรองเจ้าเด็กนี่แทน ?หยางอี้นั้นเดินตามเถาหยาและหยิงเฟยเข้าไปยังห้องรับรองห้องเดิมอีกครั้งก่อนจะนั่งลงและพูดคุยกันเล็กน้อย ไม่นานแม่นางเสี่ยวก็นำของที่หยางอี้ชนะการประมูลเข้ามาส่ง ภาพที่เห็นทำให้นางชะงักไปไม่น้อย ใบหน้าเริ่มขาวซีดก่อนจะเดินเข้ามา ก่อนหน้านี้นางได้พูดตักเตือนหยางอี้ไปในการประมูลว่าไม่ให้ก่อความวุ่นวาย ทว่าตอนนี้กระทั่งผู้ดูแลหอยังมา และดูเหมือนจะพูดคุยอย่างสนิทสนมเสียด้วย“อาเสี่ยวเข้ามาสิ”เถาหยากล่าวเรียกแม่นางเสี่ยวที่ยืนตัวแข็งอยู่ ก่อนที่นางจะได้สติและเดินเข้ามา ในใจนางได้แต่คิดว่านี่นางไปล่วงเกินผู้ใดเข้า และคุณชายผู้นี้จะคิดเล็กคิดน้อยหรือไม่ นางวางกล่องหยกลงก่อนจะค้อมศรีษะลงไม่กล้าสบตากับชายหนุ่ม หยางอี้เห็นดังนั้นก็เข้าใจว่านางคิดอะไรอยู่จึงกล่าวออกไปเล็กน้อย“พี่สาวเสี่ยวท่านอย่าได้กังวล ท่านเพียงทำตามหน้าที่และข้าก็มิได้เก็บมาใส่ใจ”แม่นางเสียวชะงักไปเล็กน้อย นางไม่รู้ว่าหยางอี้รู้ว่านางคิดแบบนั้นได้อย่างไร นางเพียงถอนหายใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มด้วยสายตาลึกซึ้ง และกล่าวขอบคุณก่อนเดินออกไป“ฮี่ๆ ช่างเป็นสุภาพบุรุษเสียจริง มิน่าเล่าสาวน้อยทั้งสองนั่นถึงติดเจ้างอมแงม”หยิงเฟยกล่าวออกมาหยอกเย้าหยางอี้ ชายหนุ่มเพียงยิ้มออกมาก่อนจะนึกสนุก ใครจะให้ท่านมาแกล้งข้าอยู่ฝ่ายเดียว“หากเป็นเช่นนั้นจริง ใช่ว่าศิษย์พี่เฟยก็สนใจข้า?”หยิงเฟยพลันชะงักก่อนมองค้อนไปยังหยางอี้กล่าวว่า “อย่าได้หลงตัวเองนักหนุ่มน้อย” ก่อนที่นางจะแค่นเสียง หึ แล้วเดินจากไปในห้องเหลือเพียงหยางอี้กับเถาหยา หยางอี้จ่ายแต้มออกไป 50000 แต้ม ก่อนจะรับกล่องหยกและเตาหลอมมาเก็บไว้ หยางอี้เห็นเพียงคร่าวๆว่าเตาหลอมนี้ดูโบราณและเก่าเป็นอย่างมาก อย่าว่าแต่ผู้อื่นชายหนุ่มเองก็ไม่มั่นใจว่ามันจะใช้งานได้หรือไม่ แต่เมื่อเถาหยารับประกันแล้วชายหนุ่มจึงทิ้งเรื่องนี้ไว้ก่อน เอาไว้กลับไปค่อยลงมือศึกษาอีกครั้งหลังจากพูดคุยกันเล็กน้อยหยางอี้ก็ออกจากโรงประมูลเทียมฟ้า หยางอี้ใช้จ่ายออกไปไม่น้อยในวันนี้ แถมยังเป็นหนี้อยู่อีก 50000 แต้ม อันที่จริงไม่สมควรเป็นด้วยซ้ำแต่เพื่อการซื้อใจเถาหยาชายหนุ่มจ่ายออกไป อย่างไรเขายังมีหญ้าบัวราตรีอีกหลายต้น อีกทั้งยังกลับไปเอาที่ถ้ำหลังน้ำตกเมื่อไหร่ก็ได้ ชายหนุ่มสำรวจแต้มที่เหลือ หลังจากใช้จ่ายออกไปตอนนี้มีอยู่ 9000 แต้ม ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หยางอี้จึงตัดสินใจใช้แต้มทั้งหมดในการซื้อวัตถุดิบและขวดยามา หากปลดผนึกได้แล้วหยางอี้ตั้งใจจะฝึกฝนการปรุงยาอย่างจริงจัง9000 สำหรับการซื้อวัตถุดิบปรุงยาระดับหนึ่งนับว่าพอสมควร หยางอี้เพิ่มมาอีกอย่างละ 20 ชุด รวมกับของเดิมจึงมีวัตถุดิบสำหรับปรุงยาเพลิงพิโรธ 27 ชนิดและยาหัวใจสมุทรอีก 27 ชนิดกระบี่เหินฟ้าแบกร่างของหยางอี้พุ่งทะยานกลับสู่เขาทดสอบทันที ภายในใจชายหนุ่มยังคงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นไม่น้อย การปลดผนึกครั้งนี้จะทำให้เขาได้รับประโยชน์อย่างมากฟิ้วววเสียงบางหยางพุ่งฝ่าอากาศมายังด้านหน้าของหยางอี้ ชายหนุ่มยื่นมือออกไปคว้าจับทันทีก่อนจะเห็นว่าเป็นจดหมายฉบับหนึ่ง เมื่อเปิดอ่านภายในเขียนไว้ว่า‘เจ้าหนูตาแก่คนนี้อยากจะตกลงบางอย่างกับเจ้าสักเล็กน้อย เมื่อหมดธุระแล้วให้มาหาข้าที่ยอดเขาโอสถ เตียลี่ยี้’หยางอี้งุนงงชั่วขณะ เขาโอสถ? เตียลี่ยี้? เขาไปรู้จักกับคนของเขาโอสถตั้งแต่เมื่อใด หยางอี้เก็บจดหมายก่อนจะมุ่งหน้ากลับเขาทดสอบทันที ตอนนี้ยังมีสิ่งสำคัญที่ต้องทำอยู่ภายในเขาทดสอบยังคงเป็นเช่นเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โชคดีที่ศิษย์สายนอกนั้นไม่มีคุณสมบัติพอจะเข้าโรงประมูลเทียมฟ้าชั้นที่ 2 ไม่ต้องกล่าวถึงชั้นที่ 3 เรื่องของหยางอี้ยังคงไม่มีใครรู้ อีกทั้งพวกที่อยู่ในงานประมูลยังไม่มีใครรู้จักหยางอี้นอกจากข่งเย่หลง มิเช่นนั้นคงจะเป็นเรื่องแตกตื่นแน่นอนที่ศิษย์สายนอกมั่งคั่งขนาดนี้ภายในเรือนไม้หยางอี้นั่งบนแท่นฝึกก่อนจะนำกล่องหยกที่บรรจุเมล็ดทานตะวันแสงอาทิตย์ออกมาวางไว้ด้านหน้า“ผู้อาวุโส ข้าพร้อมจะปลดผนึกแล้ว ต้องทำอย่างไรบ้าง”“ฮ่าๆ เจ้าหนู เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ การปลดผนึกนั้นง่ายดายยิ่ง เจ้าเพียงดูดซับมันและไม่ต้องชักนำพลังปราณเข้าสู่ตันเถียน ที่เหลือข้าจัดการเอง”หยางอี้พยักหน้าก่อนจะเปิดกล่องหยกออกมา ไอพลังปราณพลันทะลักออกมาทันที ด้วยแหล่งพลังงานระดับสวรรค์นี้ หากหยางอี้ดูดซับเข้าไปอย่างน้อยต้องไปถึงระดับ 4 แน่นอน ชายหนุ่มมองไปยังเมล็ดวงรีสีแสดด้านหน้าก่อนจะเริ่มหลับตาและดูดซับพลังปราณเข้าสู่ร่างกายพลังปราณอันเข้มข้นค่อยๆไหลเข้าสู่ร่างกายของหยางอี้อย่างช้าๆ เพียงแต่ชายหนุ่มมีหน้าที่เป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น กาย จิต กลายเป็นว่างเปล่าไม่มีการชักนำแม้แต่น้อย พลังปราณเข้มข้นร้อนแรงทั้งหมดต่างเคลื่อนไหวไปเองเข้าสู่รอยสักตรงแขนซ้ายของชายหนุ่ม หยางอี้จมเข้าสู่ภวังค์ในทันทีด้วยการปล่อยสภาวะทุกอย่างให้เป็นไปตามการชักนำของมุกมิติราชันย์ โดยมิรู้ตัวบริเวณดวงตาของรอยสักอสรพิษ 6 ปีก พลันเกิดเป็นแสงสีแดงส่องสว่างออกมาจางๆ ทีละน้อยละน้อย ก่อนจะค่อยๆเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีแดงสดบริเวณลำตัวและปีกของรอยสักค่อยๆขยับเขยีื้อนอย่างน่าประหลาด ลำตัวที่ขดอยู่เริ่มเหยียดตรงก่อนจะเคลื่อนไหวทีละน้อยๆเวลาผ่านไป 1 ชั่วยาม หยางอี้ยังคงนั่งหลับตาดูดซับพลังปราณโดยมิรู้ตัวเลยว่าบัดนี้รอยสักรูปอสรพิษ 6 ปีกนั่นเคลื่อนไหวเลื้อยผ่านไปทั่วทั้งร่างกายเขาอย่างร่าเริงก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงบริเวณหน้าอกของเขาและในที่สุดเมล็ดทานตะวันที่ดูน่าหลงใหล อัดแน่นไปด้วยพลังปราณในตอนแรก ก็กลับกลายเป็นเพียงเมล็ดแห้งกรอบและกลายเป็นฝุ่นผงไปในที่สุดหยางอี้ได้สติขึ้น ก่อนจะลืมตาเพราะความรู้สึกแปลกประหลาดบริเวณทรวงอก ความร้อนยิ่งมายิ่งมากขึ้น หยางอี้แม้จะประหลาดใจทว่ายังได้แต่กัดฟันทนความเจ็บปวด ชายหนุ่มรู้ว่านี่ต้องเป็นกระบวนการปลดผนึกแน่นอนรอยสักนั้นเริ่มขดตัวเข้าหากันจนกลายเป็นวงกลมสีดำสนิทในที่สุด ก่อนพลังค่อยๆทะลุออกมาจากร่างหยางอี้ทีละน้อยท่ามกลางความเจ็บปวดของชายหนุ่ม และในที่สุดก็ปรากฎออกเป็นก้อนกลมสีดำลอยอยู่เบื้องหน้าของหยางอี้ที่หอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย