ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 70 หาที่อยู่

            บทที่70

            หาที่อยู่

            “ ว่าอย่างไรนะขอรับผู้เฒ่าอี้งั้นหรือขอรับ ”จางหยวนอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนกตกใจ

            “ ใช่แล้วผู้เฒ่าอี้ข้าได้ยินมาว่าท่านผู้เฒ่าไม่ได้มีเพียงแค่ที่ดินเท่านั้นที่เป็นสิทธิในการถือครอง”

            “ ได้ยินว่าท่านผู้เฒ่ามีโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่บริเวณทางด้านทิศตะวันออกเป็นของตัวเองอีกด้วยแต่โรงเตี๊ยมนั้นรู้สึกว่าในตอนนี้จะยังไม่ให้ผู้ใดเข้าพัก ”

            “ มันปิดปรับปรุงมาสักพักใหญ่แล้วเพราะแบบนั้นถ้าใช่สถานที่แห่งนั้นมันก็น่าจะเพียงพอกับการรับรองผู้คนของพวกเรา ”หย่งคังเสนอความคิดเห็นออกมาเพราะข้อมูลที่ตนเองได้ล่วงรู้

            จางหยวนเขาแสดงใบหน้าขบคิดไม่เคยรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนเลย

            จางหยวนคิดภายในใจของตนเอง“ ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริงมันเองก็ดูไม่เลวเหมือนกัน ”

            “ โรงเตี๊ยมทางด้านฝั่งทิศตะวันออกอย่างงั้นหรอถ้าสามารถขอเช่าที่นั่นเพื่อเป็นที่พักชั่วคราวได้ก็คงจะดี ”

            “ คนพวกนั้นจะได้อยู่อาศัยด้วยกันและก็ยังคงสามารถช่วยเหลือกันและกันได้ ”

            หย่งคังพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ตัวของข้าเคยเห็นว่าเจ้านั่นพูดคุยกับท่านผู้เฒ่าจนสามารถติดต่อซื้อขายที่ดินมาได้”

            “ เพราะแบบนั้นในตอนนี้ข้าคิดว่าเจ้าเองก็น่าจะขอเข้าไปพูดคุยกับท่านผู้เฒ่าได้เหมือนกัน” 

            จางหยวนหลังจากที่คิดอยู่สักพักแล้วเขาพยักหน้าแล้วก็พูดขึ้นอย่างรวดเร็ว“ ได้ขอรับเกี่ยวกับเรื่องนี้ตัวของข้าจะไปขอติดต่อทำการพูดคุยกับท่านผู้เฒ่าด้วยตนเอง”

            …

            วันถัดมา

            จางหยวนเริ่มดำเนินแผนการอย่างรวดเร็วเขามุ่งตรงไปที่จวนของท่านผู้เฒ่าและขอใช้วิธีแทรกแซงเหมือนก่อนหน้านี้เข้าไปสนทนา

            แน่นอนว่าถ้าไม่ใช้วิธีนี้เข้าไปคงจะไม่มีวิธีใดที่จะทำให้เขาสามารถหลุดเข้าไปบริเวณด้านในได้

            ชายชรานั่งอยู่บริเวณด้านหน้าแสดงใบหน้าจริงจัง“ เช่าโรงเตี๊ยมของข้าอย่างนั้นรึ? ”

            “ ใช่ขอรับข่าวได้ยินว่าท่านผู้เฒ่ามีโรงเตี๊ยมทางด้านฝั่งตะวันออกที่ไม่ได้ให้ผู้คนเข้าพักอยู่”

            “ ตัวของข้าตอนนี้กำลังขนย้ายคนงานมาเป็นจำนวนมาก ”

            “ แล้วก็ยังไม่มีที่พักให้กับพวกเขาเลยมาขอติดต่อขอเช่าสถานที่แห่งนั้นเป็นการพิเศษ”

            “ เข้าใจแล้วการที่แห่งนั้นก็ไม่ได้ใช้งานกันจะให้เจ้าเช่าเอาไว้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ”ท่านผู้เฒ่ากล่าวออกมา

            จางหยวนเกิดข้อสงสัยขึ้นทันทีจึงถามกับท่านผู้เฒ่า“ ขอถามหน่อยได้หรือไม่ขอรับว่าเหตุใดโรงเตี๊ยมแห่งนั้นถึงไม่มีผู้คนเข้าพัก ”

            “ หรือว่าเพราะขาดทุนอย่างนั้นหรือขอรับ? ”

            “ ผิดแล้วผิดแล้วไม่ใช่เพราะว่าขาดทุนเมืองใหญ่เช่นนี้ทำโรงเตี๊ยมอย่างไรก็ไม่มีความขาดทุนอย่างแน่นอน ”

            “ แต่ที่ตัวของค่าปิดโรงเตี๊ยมแห่งนั้นเอาไว้เพราะว่า ไม่มีคนดูแลมากกว่า ”

            “ ตัวของข้าในตอนนี้แก่ชราลงมากสิ่งที่ถือครองอยู่ภายในมือก็มีมากมายดูแลและจัดการพวกมันทั้งหมดก็ไม่ทั่วถึงเพราะแบบนั้นเลยปิดโรงเตี๊ยมแห่งนั้นเอาไว้”

            จางหยวนหลังจากที่ได้ยินเหตุผลที่แท้จริงเขาก็แสดงใบหน้าเข้าใจ

            “ เข้าใจแล้วขอรับในเมื่อเป็นเช่นนี้ท่านยินดีจะให้ตัวของข้าเช่าโรงเตี๊ยมแห่งนั้นใช่หรือไม่ขอรับ”

            “ ได้สิค่าเช่าข้าเองก็จะลดลงมาให้เพราะเจ้าจำเป็นต้องหาคนทำความสะอาดแล้วก็คนดูแลสถานที่แห่งนั้นด้วยตนเอง”

            จางหยวนได้ยินแบบนั้นจึงพยักหน้าอย่างรวดเร็วแล้วก็พูดขึ้น“ เรื่องนั้นไม่มีปัญหาขอรับ ”

            จางหยวนรอยยิ้มแล้วก็คิดภายในใจอย่างรวดเร็ว“ ดูเหมือนว่าจะแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แล้วสินะ ”

            …

            หลังจากทำการติดต่อพูดคุยขอเช่าโรงเตี๊ยมทางด้านฝั่งทิศตะวันออกเสร็จการคุยสัญญาการเช่าผ่านไปได้ด้วยดี

            ดูเหมือนว่าท่านผู้เฒ่าจะสนใจจางหยวนอยู่ไม่น้อยจึงยอมให้เช่าอย่างง่ายดาย

            จางหยวนเดินทางมาตรวจสอบสถานที่ที่เขาจะใช้เป็นที่พักคนงาน

            มันเป็นโรงเตี๊ยมที่ตั้งอยู่ภายในเมืองตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกแล้วก็มีความใหญ่โตมากพอที่จะรองรับคนงานของเขาที่จะรับเข้ามา

            จางหยวนเดินสำรวจภายในสถานที่แห่งนี้พร้อมกับหย่งคัง 

            หลังจากที่ลองสำรวจภายในสถานที่แห่งนี้จางหยวนก็พยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ ยอดเยี่ยมยอดเยี่ยมมองดูจากสายตาแล้วสถานที่แห่งนี้เหมาะสมจะใช้เป็นที่พักจริงๆ”

            หย่งคังแสดงใบหน้าเห็นด้วย“ โรงเตี๊ยมแห่งนี้ไม่ได้เปิดให้ใช้งานมาเป็นเวลานานฝุ่นเยอะไปบ้างแต่ถ้าทำความสะอาดก็พอจะเป็นที่พักอาศัยชั้นดีได้เลยทีเดียว”

            “ นั่นสิขอรับสามารถนำมาใช้เป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีได้เลยช่วงเวลานี้พวกเราก็เตรียมการรอรับคนที่จะเดินทางมาจากเมืองอู๋เซียนดีกว่า ”

            จางหยวนเริ่มจัดการอย่างรวดเร็ว

            พวกเขาเตรียมการโรงเตี๊ยมแห่งนี้เพื่อเป็นที่พักอาศัยให้กับเหล่าคนงานที่จะเดินทางมาในอีกไม่ช้า 

            …

            ผ่านไปประมาณสิบวัน

            ในตอนนี้คนงานที่กำลังจะเดินทางมาถึงก็ใกล้เต็มที

            จางหยวนเตรียมพร้อมทุกอย่างเอาไว้ทั้งหมดแล้ว 

            ในวันนี้ช่วงตอนเช้าจางหยวนเดินทางมาที่ร้านผักของตนเองเพื่อที่จะตรวจสอบพวกมันเช่นทุกวัน 

            แต่ในวันนี้แตกต่างไปสักหน่อยเมื่อเขาเดินทางมาถึงในตอนเช้า

            พบเห็นเหล่าลูกค้ามากมายกำลังแสดงท่าทางโวยวายมีบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองไปก็พบเห็นพวกมือปราบจำนวนมากยืนขวางอยู่บริเวณด้านหน้าร้าน

            จางหยวนมองเห็นมือปราบเหล่านั้นเขารีบเดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วเท้าทั้งสองข้างไปหยุดลงบริเวณด้านหน้าของพวกมัน

            “ มือปราบเหล่านี้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้มีจุดมุ่งหมายอันใดกัน ”จางหยวนเดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วหาพวกมัน

            ในตอนนี้พวกมันกำลังขวางบริเวณด้านหน้ามันทำให้การค้าขายผักของเขานั้นติดขัด

            ทันใดที่เขาก้าวเดินเข้าไปใกล้ๆมันหัวหน้ามือปราบร่างกายอ้วนถ้วนก้าวออกมาบริเวณด้านหน้า “ จับตัวจวนหยวนไป ”

            จางหยวนแสดงใบหน้าประหลาดใจดวงตาของเขาเบิกกว้าง ยังไม่ทันได้ขยับหรือว่าได้พูดจาอะไรพวกมันพุ่งทะยานเข้ามาทางด้านซ้ายขวาล็อคแขนของเขาอย่างรวดเร็ว 

            จางหยวนตะโกนขึ้นมาในทันควัน“ นี่เจ้าทำอะไร!!! ”

            พวกที่อยู่บริเวณด้านหน้าต่างพากันแสดงท่าทางตื่นตระหนกตกใจอยู่อยู่พวกมือปราบเหล่านี้ก็พุ่งทะยานเข้ามาล็อคแขนของจางหยวนที่เป็นเจ้าของร้านผักวิญญาณ

            หัวหน้ามือปราบร่างกายอ้วนถ้วนที่อยู่เบื้องหน้ายกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์และก็พูดขึ้นในทันที“ พวกเขาสืบล่วงรู้มาว่าพรรควิญญาณภายในส่วนของเจ้าบางส่วนขโมยมา ”

            “ ว่าอย่างไรนะ!!! ” จางหยวนแสดงใบหน้าตื่นตระหนกตกใจ

            พวกมันไม่ได้ให้เขาตอบโต้กลับหรือว่าพูดอันใดเลยแม้แต่น้อยมือปราบพวกนั้นจับจางหยวนกลับไปที่คุกเมือง 

            พวกมันโยนเข้าไปภายในคุกเมืองอย่างรวดเร็ว  

            จางหยวนไม่ทันได้พูดจาอะไรเลยแม้แต่น้อยตอนนี้ร่างกายของเขาถูกโยนเข้ามาภายในคุกของเมืองจินหยวนน

            เตรียมขว้างขวางไม่มากนักลูกกรงเหล็กบริเวณด้านหน้าอีกสามทางเป็นกำแพงหินอันน่าพายนี้มีกลิ่นเหม็นอับและก็บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื้น

            จางหยวนนั่งอยู่ที่พื้นของคุกหลวงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย“ นี่มันอะไรกัน โจ้พวกนั้นลงมือเล่นงานตัวของเราอย่างนั้นรึ? ”

            “ ขโมยผักวิญญาณไร้สาระไม่คิดเลยว่าครั้งนี้พวกมันจะลงมือเล่นงานตัวของเราก่อนโดยที่ไม่ให้เราตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย”

            จางหยวนในครั้งนี้พลาดถ้าไม่คิดเลยว่าพวกมือปราบเหล่านั้นจะลงมือเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมายของเขาเป็นอย่างมาก

            มีผู้ใดจะคิดเล่าว่ามันจะลงมือเล่นงานกับเขาแบบนี้

            จางหยวนแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง

            ….

            หลังจากที่จางหยวนโดนจับเข้าไปภายในคุกข่าวแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองอย่างรวดเร็วมันถือว่าเป็นข่าวใหญ่ของเมืองแห่งนี้เลยก็ว่าได้

            เพราะว่าตอนที่จางหยวนโดนจับตัวไปมีคนมากมายมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตาของตนเอง

            เพราะแบบนั้นในตอนนี้ผู้คนมากมายก็เลยกระจายข่าวไปอย่างรวดเร็ว

            กลายเป็นว่าเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามทั่วทั้งบริเวณเมืองก็รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ 

            ณจวนตระกูลโม่

            ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ของจวนตระกูลโม่

            โม่เยี่ยนกำลังนั่งดื่มน้ำชาด้วยท่าทางเคร่งขรึมภายในใจมีความคิดมากมายบังเกิดขึ้น

            พ่อบ้านโม่ที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านข้างมองเห็นผู้เป็นนายของตนเองกำลังแสดงใบหน้าคิดอย่างจริงจังจึงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ นายท่านกำลังคิดเรื่องนี้หรือว่าอยากจะหาวิธีทางช่วยเด็กหนุ่มแซ่จาง ”

            “ คดีขโมยผักวิญญาณอย่างงั้นรึ? ”

            “ เพราะกองมือปราบใช้วิธีนี้ในการโจมตีเด็กหนุ่มผู้นั้นแสดงว่าคงจะมีแผนการบางอย่างที่วางเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน”

            “เกี่ยวกับเรื่องนี้หรือว่าตระกูลเสิ่น ” พ่อบ้านโม่แสดงใบหน้าที่จริงจัง

            “ ก็อาจจะเป็นไปได้บางทีในครั้งนี้พวกมันอาจจะร่วมมือกันและก็วางแผนการนี้มาสักพักใหญ่แล้ว”

            “ การดิ้นหลุดจากคดีนี้ไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อย”

            “ เห็นทีแล้วนี่คงจะเป็นปัญหาใหญ่ของจางหยวนอย่างแน่นอน ”

            “ แล้วในท่านจะช่วยเขาหรือไม่ขอรับ ”

            “ รอดูไปก่อนบางทีจางหยวนอาจมีความสามารถขณะที่พวกเราไม่ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยก็ได้ ”

            จบบท