หลังจากผ่านประตูกำแพงเข้ามา ผมถูกนำตัวไปยังจุดลงทะเบียนอีกจุดหนึ่ง แยกออกจากห้องที่ผมเพิ่งผ่านการตรวจสอบสิ่งของมา
บริเวณนี้แตกต่างไปจากห้องเล็ก ๆ ก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง เป็นโถงกว้างขวางที่มีโต๊ะลงทะเบียนเรียงรายเป็นแถว นักเรียนคนอื่น ๆ ที่ผ่านการตรวจสอบมาก่อนหน้าผมกำลังยืนต่อคิวอยู่ประปราย บางคนดูตื่นเต้น บางคนดูกังวล
เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งยืนรออยู่หลังโต๊ะที่ผมถูกเรียกไป เธอยิ้มต้อนรับก่อนหยิบกล่องเล็ก ๆ ออกมาวางตรงหน้าผม
"ยินดีต้อนรับสู่สถาบันลูนาเรียอย่างเป็นทางการค่ะ"
เธอเปิดกล่อง เผยให้เห็นกำไลโลหะสีเงินเรียบเนียน มีอักขระเวทมนตร์สลักละเอียดอยู่รอบวง แสงสะท้อนจากเพดานทำให้อักขระเหล่านั้นดูราวกับมีชีวิต
"นี่คือกำไลประจำตัวนักเรียนค่ะ กรุณาสวมไว้ตลอดเวลาที่อยู่ในสถาบัน ห้ามถอดออกไม่ว่ากรณีใด ๆ"
ผมหยิบกำไลขึ้นมาสวมที่ข้อมือ ทันทีที่สัมผัสผิวหนัง มันก็ปรับขนาดพอดีโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านข้อมือชั่วครู่ ก่อนที่แสงสีฟ้าอ่อนจะสว่างวาบขึ้นชั่วครู่ ตามด้วยตัวอักษรลอยขึ้นกลางอากาศเหนือข้อมือ
เรน ซินเดอร์เกรฟ
คะแนนสะสม: 1700
อันดับประจำปี: 7
ผมมองตัวเลขนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
อันดับเจ็ด...
ผมมองตัวเลขทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง ทบทวนซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
คะแนนหนึ่งพันเจ็ดร้อย...และอันดับเจ็ด
จากนักเรียนทั้งหมดที่สอบผ่านเข้ามาปีนี้กว่าร้อยคน ผมอยู่อันดับเจ็ด นับว่าเกินความคาดหมายที่อัลเฟรดตั้งไว้ไปมาก เขาต้องการแค่ติดสิบอันดับแรกเท่านั้น
ส่วนคะแนนสะสมที่ได้มาตั้งแต่ต้น คงมาจากผลรวมของอันดับภายในชั้นเรียนและคะแนนที่ทางสถาบันทำการแจกให้ทุกเดือน บวกกับคะแนนที่คงได้มาจากผลการสอบทั้งสามรอบ การสอบความรู้ และการสัมภาษณ์
"กำไลเรือนนี้ทำหน้าที่หลายอย่างค่ะ"
เจ้าหน้าที่อธิบายต่อ น้ำเสียงเป็นระเบียบราวกับพูดประโยคเดียวกันนี้มาแล้วนับร้อยครั้งในวันนี้
"ใช้แสดงคะแนนสะสมและอันดับของนักเรียน ใช้จ่ายแทนเงินตราตามร้านค้าภายในสถาบัน และยังเชื่อมต่อกับระบบแผนที่ของสถาบันด้วยค่ะ หากต้องการหาสถานที่ใด เพียงป้อนชื่อสถานที่นั้นลงไป กำไลจะแสดงเส้นทางให้ทันที"
เธอหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
"วันนี้ขอให้ไปพักผ่อนที่หอพักก่อนนะคะ การเรียนการสอนจะเริ่มอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้"
"ขอบคุณครับ"
ผมพยักหน้ารับ ก่อนเดินออกจากจุดลงทะเบียน
ผมยกข้อมือขึ้น พูดคำว่า "หอพัก" เบา ๆ
แผนที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศทันที เส้นสีทองบางเรียวลากยาวจากตำแหน่งปัจจุบันของผมไปยังอาคารหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก พร้อมระยะทางและเวลาโดยประมาณที่จะใช้เดินถึง
หอพักของสถาบันตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ล้อมรอบด้วยสวนที่ตัดแต่งอย่างประณีต น้ำพุหินอ่อนไหลเอื่อยอยู่กลางลาน ต้นไม้ประดับเรียงรายเป็นแนวยาวสองข้างทางเดิน ดอกไม้หลากสีบานสะพรั่งอยู่ตามขอบทาง ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาตามลม
ตัวอาคารสูงตระหง่านราวกับปราสาทมากกว่าหอพักนักเรียน
กำแพงหินสีขาวนวลถูกแกะสลักลวดลายเวทมนตร์ประดับอย่างวิจิตร หน้าต่างกระจกสีหลากสีสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกายงดงาม เสาหินขนาดใหญ่ตั้งเรียงรายรับหลังคาโดมที่ปกคลุมด้วยแผ่นทองคำเปลว
ผมยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง
นี่มันหรูหรากว่าคฤหาสน์ของเซนิธเสียอีก...
ความคิดนั้นทำให้ผมอมยิ้มเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว คฤหาสน์ใต้ดินที่ผมเคยอยู่มาหลายปีนั้นแม้จะกว้างขวางและเต็มไปด้วยทรัพยากรมหาศาล แต่ก็ไม่เคยมีความสวยงามแบบที่ต้องการโอ้อวดให้ใครเห็นเลยแม้แต่น้อย ต่างจากที่นี่ที่ทุกตารางนิ้วดูเหมือนถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องยืนยันสถานะของสถาบัน
ผมเดินเข้าไปในล็อบบี้ พื้นหินอ่อนขัดเงาสะท้อนแสงจากโคมไฟระย้าที่ห้อยลงมาจากเพดานสูง แสงระยิบระยับกระจายไปทั่วห้องราวกับดวงดาว เจ้าหน้าที่หอพักยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้แกะสลัก
ผมยกข้อมือขึ้นแสดงกำไล
เจ้าหน้าที่สแกนข้อมูลอย่างรวดเร็ว ก่อนยิ้มและหยิบกุญแจทองเหลืองเล็ก ๆ ยื่นให้
"ห้อง 214 ค่ะ ยินดีต้อนรับสู่หอพักลูนาเรีย"
"ขอบคุณครับ"
ผมเดินขึ้นบันไดหินไปจนถึงชั้นสอง เปิดประตูห้อง 214 เข้าไป
ภายในห้องกว้างขวางเกินคาด ผนังสีครีมอ่อนตัดกับพื้นไม้เนื้อแข็งขัดเงา หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับวิวสวนด้านล่างได้เต็มตา แสงแดดสาดส่องเข้ามาทำให้ห้องดูสว่างไสวตลอดเวลา
แต่เมื่อมองให้ละเอียด...
เฟอร์นิเจอร์ภายในกลับมีเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
เตียงนอนหนึ่งหลังตั้งอยู่มุมห้อง ผ้าปูสีขาวสะอาดเรียบร้อย ห้องน้ำในตัวมีอ่างอาบน้ำหินอ่อนขนาดพอเหมาะ และตู้เสื้อผ้าไม้บานใหญ่ที่เมื่อผมเปิดออกดู...
ภายในมีเพียงชุดนักเรียนของสถาบันแขวนเรียงกันไม่กี่ชุดเท่านั้น
ไม่มีโต๊ะทำงาน ไม่มีชั้นหนังสือ ไม่มีเครื่องประดับตกแต่งใด ๆ
ผมเข้าใจได้ทันที
ของทุกอย่างต้องซื้อด้วยคะแนนเองทั้งหมด...
ความหรูหราของตัวอาคารเป็นเพียงเปลือกนอกที่สถาบันสร้างไว้เพื่อรักษาภาพลักษณ์ แต่ในทางปฏิบัติ นักเรียนทุกคนเริ่มต้นจากศูนย์เท่ากันหมด ไม่ว่าจะเป็นทายาทตระกูลดยุคหรือเด็กกำพร้าไร้ตระกูลอย่างที่ผมควรจะเป็น
นี่คงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สถาบันใช้ยืนยันคำว่า "นักเรียนทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน"
ผมปิดประตูห้อง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้เคียง ก่อนดึงอุปกรณ์ติดต่อออกมาจากสวนแห่งเงา
ผมส่งมานาเข้าไปในอุปกรณ์ชิ้นแรก
"อัลเฟรดครับ"
ไม่นานนัก เสียงของอัลเฟรดก็ดังขึ้น เบาแต่ชัดเจน ราวกับเขายืนอยู่ในห้องเดียวกัน
"เข้าไปถึงเรียบร้อยแล้วสินะครับ"
"ครับ"
ผมตอบ
"อันดับที่ได้คือเจ็ด จากนักเรียนทั้งหมดที่สอบผ่านปีนี้"
ความเงียบสั้น ๆ ดังขึ้นที่ปลายสาย ก่อนอัลเฟรดจะตอบด้วยน้ำเสียงพอใจ
"เกินคาดไปมากครับ ยินดีด้วย"
"ขอบคุณครับ"
"มีอะไรผิดปกติระหว่างเข้าตรวจสอบไหมครับ"
"ไม่มีครับ ผ่านไปได้ด้วยดี"
ผมนึกถึงการห่อหุ้มอุปกรณ์ด้วยอัมบราที่เพิ่งทำไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียดนั้นให้อัลเฟรดฟังตอนนี้ เดี๋ยวคงมีโอกาสรายงานทีหลัง
"ดีครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอวางสายก่อนนะครับ ระวังตัวด้วย"
"ครับ"
ผมเก็บอุปกรณ์ชิ้นแรก ก่อนหยิบอุปกรณ์ชิ้นที่สองขึ้นมา — อุปกรณ์ติดต่อของภาคีรุ่งอรุณ
ผมส่งมานาเข้าไป
"นี่ เนอร์กัล แทรกซึมสำเร็จ"
ผมรายงานสั้น ๆ ตามระเบียบการติดต่อที่เคยได้รับแจ้งไว้
เสียงตอบกลับดังขึ้นในทันที เป็นเสียงที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน แหบเล็กน้อย ปิดบังตัวตนด้วยเวทแปลงเสียงอย่างชัดเจน ไม่มีทางระบุอายุ เพศ หรือแม้แต่เชื้อชาติของเจ้าของเสียงได้เลย
"รับทราบ"
สั้น ห้วน ไร้อารมณ์
เนอร์กัล...
ภายในภาคีรุ่งอรุณ ไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน สมาชิกทุกคนถูกเรียกด้วยโค้ดเนมเท่านั้น แม้แต่ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าคนที่กำลังพูดกับผมอยู่ตอนนี้คือใคร อาจเป็นขุนนางระดับสูง อาจเป็นพ่อค้าธรรมดา หรืออาจเป็นสมาชิกครอบครัวเดียวกับที่ผมเคยรู้จักมาก่อนก็ได้ ไม่มีทางรู้เลย
"รอรับคำสั่งต่อไปได้เลย"
เสียงนั้นพูดต่อ
"อย่าติดต่อเข้ามาบ่อยเกินความจำเป็น"
การติดต่อตัดขาดลงทันที ไม่มีการกล่าวลา ไม่มีคำถามเพิ่มเติมใด ๆ
ผมเก็บอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นกลับเข้าไปในสวนแห่งเงาอย่างระมัดระวัง ก่อนล้มตัวลงนอนบนเตียง
เตียงนุ่มกว่าที่คาด ผ้าปูเรียบเนียนสัมผัสผิวได้อย่างสบาย ผมเหยียดแขนขาออก ปล่อยให้ร่างกายจมลงไปในที่นอนอย่างช้า ๆ
พรุ่งนี้คือวันเริ่มเรียนอย่างเป็นทางการ
ผมหลับตาลง ทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้นตั้งแต่เช้า
อันดับเจ็ด...
ตะเกียงที่ปลอดภัย...
อุปกรณ์ติดต่อที่ซ่อนสำเร็จ...
โค้ดเนมใหม่ที่เพิ่งได้ใช้เป็นครั้งแรก...
ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
แต่ในความเงียบก่อนหลับ ผมก็อดคิด
ไม่ได้ว่า...
นับจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ผมจะต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้าหลายสิบคนโดยไม่มีอัลเฟรดคอยกำกับดูแลอยู่ใกล้ ๆ อีกต่อไป
นี่คือการทดสอบครั้งใหม่ที่ต่างออกไปจากทุกอย่างที่ผมเคยเจอมา