สายลับเนโครแมนเซอร์แห่งสถาบันเวทมนตร์

    ตอนที่ 36 หอพัก

    หลังจากผ่านประตูกำแพงเข้ามา ผมถูกนำตัวไปยังจุดลงทะเบียนอีกจุดหนึ่ง แยกออกจากห้องที่ผมเพิ่งผ่านการตรวจสอบสิ่งของมา

    บริเวณนี้แตกต่างไปจากห้องเล็ก ๆ ก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง เป็นโถงกว้างขวางที่มีโต๊ะลงทะเบียนเรียงรายเป็นแถว นักเรียนคนอื่น ๆ ที่ผ่านการตรวจสอบมาก่อนหน้าผมกำลังยืนต่อคิวอยู่ประปราย บางคนดูตื่นเต้น บางคนดูกังวล



    เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งยืนรออยู่หลังโต๊ะที่ผมถูกเรียกไป เธอยิ้มต้อนรับก่อนหยิบกล่องเล็ก ๆ ออกมาวางตรงหน้าผม



    "ยินดีต้อนรับสู่สถาบันลูนาเรียอย่างเป็นทางการค่ะ"



    เธอเปิดกล่อง เผยให้เห็นกำไลโลหะสีเงินเรียบเนียน มีอักขระเวทมนตร์สลักละเอียดอยู่รอบวง แสงสะท้อนจากเพดานทำให้อักขระเหล่านั้นดูราวกับมีชีวิต



    "นี่คือกำไลประจำตัวนักเรียนค่ะ กรุณาสวมไว้ตลอดเวลาที่อยู่ในสถาบัน ห้ามถอดออกไม่ว่ากรณีใด ๆ"



    ผมหยิบกำไลขึ้นมาสวมที่ข้อมือ ทันทีที่สัมผัสผิวหนัง มันก็ปรับขนาดพอดีโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านข้อมือชั่วครู่ ก่อนที่แสงสีฟ้าอ่อนจะสว่างวาบขึ้นชั่วครู่ ตามด้วยตัวอักษรลอยขึ้นกลางอากาศเหนือข้อมือ



    เรน ซินเดอร์เกรฟ

    คะแนนสะสม: 1700

    อันดับประจำปี: 7

    ผมมองตัวเลขนั้นอยู่ครู่หนึ่ง



    อันดับเจ็ด...

    ผมมองตัวเลขทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง ทบทวนซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

    คะแนนหนึ่งพันเจ็ดร้อย...และอันดับเจ็ด



    จากนักเรียนทั้งหมดที่สอบผ่านเข้ามาปีนี้กว่าร้อยคน ผมอยู่อันดับเจ็ด นับว่าเกินความคาดหมายที่อัลเฟรดตั้งไว้ไปมาก เขาต้องการแค่ติดสิบอันดับแรกเท่านั้น



    ส่วนคะแนนสะสมที่ได้มาตั้งแต่ต้น คงมาจากผลรวมของอันดับภายในชั้นเรียนและคะแนนที่ทางสถาบันทำการแจกให้ทุกเดือน บวกกับคะแนนที่คงได้มาจากผลการสอบทั้งสามรอบ การสอบความรู้ และการสัมภาษณ์



    "กำไลเรือนนี้ทำหน้าที่หลายอย่างค่ะ"



    เจ้าหน้าที่อธิบายต่อ น้ำเสียงเป็นระเบียบราวกับพูดประโยคเดียวกันนี้มาแล้วนับร้อยครั้งในวันนี้



    "ใช้แสดงคะแนนสะสมและอันดับของนักเรียน ใช้จ่ายแทนเงินตราตามร้านค้าภายในสถาบัน และยังเชื่อมต่อกับระบบแผนที่ของสถาบันด้วยค่ะ หากต้องการหาสถานที่ใด เพียงป้อนชื่อสถานที่นั้นลงไป กำไลจะแสดงเส้นทางให้ทันที"



    เธอหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ



    "วันนี้ขอให้ไปพักผ่อนที่หอพักก่อนนะคะ การเรียนการสอนจะเริ่มอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้"



    "ขอบคุณครับ"



    ผมพยักหน้ารับ ก่อนเดินออกจากจุดลงทะเบียน

    ผมยกข้อมือขึ้น พูดคำว่า "หอพัก" เบา ๆ

    แผนที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศทันที เส้นสีทองบางเรียวลากยาวจากตำแหน่งปัจจุบันของผมไปยังอาคารหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก พร้อมระยะทางและเวลาโดยประมาณที่จะใช้เดินถึง



    หอพักของสถาบันตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ล้อมรอบด้วยสวนที่ตัดแต่งอย่างประณีต น้ำพุหินอ่อนไหลเอื่อยอยู่กลางลาน ต้นไม้ประดับเรียงรายเป็นแนวยาวสองข้างทางเดิน ดอกไม้หลากสีบานสะพรั่งอยู่ตามขอบทาง ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาตามลม

    ตัวอาคารสูงตระหง่านราวกับปราสาทมากกว่าหอพักนักเรียน 


    กำแพงหินสีขาวนวลถูกแกะสลักลวดลายเวทมนตร์ประดับอย่างวิจิตร หน้าต่างกระจกสีหลากสีสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกายงดงาม เสาหินขนาดใหญ่ตั้งเรียงรายรับหลังคาโดมที่ปกคลุมด้วยแผ่นทองคำเปลว


    ผมยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง

    นี่มันหรูหรากว่าคฤหาสน์ของเซนิธเสียอีก...

    ความคิดนั้นทำให้ผมอมยิ้มเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว คฤหาสน์ใต้ดินที่ผมเคยอยู่มาหลายปีนั้นแม้จะกว้างขวางและเต็มไปด้วยทรัพยากรมหาศาล แต่ก็ไม่เคยมีความสวยงามแบบที่ต้องการโอ้อวดให้ใครเห็นเลยแม้แต่น้อย ต่างจากที่นี่ที่ทุกตารางนิ้วดูเหมือนถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องยืนยันสถานะของสถาบัน



    ผมเดินเข้าไปในล็อบบี้ พื้นหินอ่อนขัดเงาสะท้อนแสงจากโคมไฟระย้าที่ห้อยลงมาจากเพดานสูง แสงระยิบระยับกระจายไปทั่วห้องราวกับดวงดาว เจ้าหน้าที่หอพักยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้แกะสลัก

    ผมยกข้อมือขึ้นแสดงกำไล



    เจ้าหน้าที่สแกนข้อมูลอย่างรวดเร็ว ก่อนยิ้มและหยิบกุญแจทองเหลืองเล็ก ๆ ยื่นให้



    "ห้อง 214 ค่ะ ยินดีต้อนรับสู่หอพักลูนาเรีย"



    "ขอบคุณครับ"



    ผมเดินขึ้นบันไดหินไปจนถึงชั้นสอง เปิดประตูห้อง 214 เข้าไป



    ภายในห้องกว้างขวางเกินคาด ผนังสีครีมอ่อนตัดกับพื้นไม้เนื้อแข็งขัดเงา หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับวิวสวนด้านล่างได้เต็มตา แสงแดดสาดส่องเข้ามาทำให้ห้องดูสว่างไสวตลอดเวลา

    แต่เมื่อมองให้ละเอียด...



    เฟอร์นิเจอร์ภายในกลับมีเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

    เตียงนอนหนึ่งหลังตั้งอยู่มุมห้อง ผ้าปูสีขาวสะอาดเรียบร้อย ห้องน้ำในตัวมีอ่างอาบน้ำหินอ่อนขนาดพอเหมาะ และตู้เสื้อผ้าไม้บานใหญ่ที่เมื่อผมเปิดออกดู...



    ภายในมีเพียงชุดนักเรียนของสถาบันแขวนเรียงกันไม่กี่ชุดเท่านั้น

    ไม่มีโต๊ะทำงาน ไม่มีชั้นหนังสือ ไม่มีเครื่องประดับตกแต่งใด ๆ



    ผมเข้าใจได้ทันที

    ของทุกอย่างต้องซื้อด้วยคะแนนเองทั้งหมด...

    ความหรูหราของตัวอาคารเป็นเพียงเปลือกนอกที่สถาบันสร้างไว้เพื่อรักษาภาพลักษณ์ แต่ในทางปฏิบัติ นักเรียนทุกคนเริ่มต้นจากศูนย์เท่ากันหมด ไม่ว่าจะเป็นทายาทตระกูลดยุคหรือเด็กกำพร้าไร้ตระกูลอย่างที่ผมควรจะเป็น



    นี่คงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สถาบันใช้ยืนยันคำว่า "นักเรียนทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน"

    ผมปิดประตูห้อง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้เคียง ก่อนดึงอุปกรณ์ติดต่อออกมาจากสวนแห่งเงา



    ผมส่งมานาเข้าไปในอุปกรณ์ชิ้นแรก



    "อัลเฟรดครับ"



    ไม่นานนัก เสียงของอัลเฟรดก็ดังขึ้น เบาแต่ชัดเจน ราวกับเขายืนอยู่ในห้องเดียวกัน



    "เข้าไปถึงเรียบร้อยแล้วสินะครับ"



    "ครับ"



    ผมตอบ



    "อันดับที่ได้คือเจ็ด จากนักเรียนทั้งหมดที่สอบผ่านปีนี้"



    ความเงียบสั้น ๆ ดังขึ้นที่ปลายสาย ก่อนอัลเฟรดจะตอบด้วยน้ำเสียงพอใจ



    "เกินคาดไปมากครับ ยินดีด้วย"



    "ขอบคุณครับ"



    "มีอะไรผิดปกติระหว่างเข้าตรวจสอบไหมครับ"



    "ไม่มีครับ ผ่านไปได้ด้วยดี"



    ผมนึกถึงการห่อหุ้มอุปกรณ์ด้วยอัมบราที่เพิ่งทำไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียดนั้นให้อัลเฟรดฟังตอนนี้ เดี๋ยวคงมีโอกาสรายงานทีหลัง



    "ดีครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอวางสายก่อนนะครับ ระวังตัวด้วย"



    "ครับ"



    ผมเก็บอุปกรณ์ชิ้นแรก ก่อนหยิบอุปกรณ์ชิ้นที่สองขึ้นมา — อุปกรณ์ติดต่อของภาคีรุ่งอรุณ

    ผมส่งมานาเข้าไป



    "นี่ เนอร์กัล แทรกซึมสำเร็จ"



    ผมรายงานสั้น ๆ ตามระเบียบการติดต่อที่เคยได้รับแจ้งไว้

    เสียงตอบกลับดังขึ้นในทันที เป็นเสียงที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน แหบเล็กน้อย ปิดบังตัวตนด้วยเวทแปลงเสียงอย่างชัดเจน ไม่มีทางระบุอายุ เพศ หรือแม้แต่เชื้อชาติของเจ้าของเสียงได้เลย



    "รับทราบ"



    สั้น ห้วน ไร้อารมณ์



    เนอร์กัล...

    ภายในภาคีรุ่งอรุณ ไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน สมาชิกทุกคนถูกเรียกด้วยโค้ดเนมเท่านั้น แม้แต่ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าคนที่กำลังพูดกับผมอยู่ตอนนี้คือใคร อาจเป็นขุนนางระดับสูง อาจเป็นพ่อค้าธรรมดา หรืออาจเป็นสมาชิกครอบครัวเดียวกับที่ผมเคยรู้จักมาก่อนก็ได้ ไม่มีทางรู้เลย



    "รอรับคำสั่งต่อไปได้เลย"



    เสียงนั้นพูดต่อ

    "อย่าติดต่อเข้ามาบ่อยเกินความจำเป็น"



    การติดต่อตัดขาดลงทันที ไม่มีการกล่าวลา ไม่มีคำถามเพิ่มเติมใด ๆ

    ผมเก็บอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นกลับเข้าไปในสวนแห่งเงาอย่างระมัดระวัง ก่อนล้มตัวลงนอนบนเตียง

    เตียงนุ่มกว่าที่คาด ผ้าปูเรียบเนียนสัมผัสผิวได้อย่างสบาย ผมเหยียดแขนขาออก ปล่อยให้ร่างกายจมลงไปในที่นอนอย่างช้า ๆ



    พรุ่งนี้คือวันเริ่มเรียนอย่างเป็นทางการ

    ผมหลับตาลง ทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้นตั้งแต่เช้า

    อันดับเจ็ด...

    ตะเกียงที่ปลอดภัย...

    อุปกรณ์ติดต่อที่ซ่อนสำเร็จ...

    โค้ดเนมใหม่ที่เพิ่งได้ใช้เป็นครั้งแรก...



    ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

    แต่ในความเงียบก่อนหลับ ผมก็อดคิด

    ไม่ได้ว่า...

    นับจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ผมจะต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้าหลายสิบคนโดยไม่มีอัลเฟรดคอยกำกับดูแลอยู่ใกล้ ๆ อีกต่อไป

    นี่คือการทดสอบครั้งใหม่ที่ต่างออกไปจากทุกอย่างที่ผมเคยเจอมา

    คล้ายกับเรื่องสายลับเนโครแมนเซอร์แห่งสถาบันเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน