ผมเอาสัญญาให้อีกฝ่ายดูทันที
[กลุ่มดาว‘ปรมาจารย์แห่งการป้องกัน’ เริ่มอ่านหนังสือสัญญา]
จู่ ๆกงพิลดูที่เลือดไหลท่วมอยู่ชั้นล่างก็ร้องตะโกนเสียงดังในเมื่อมันเป็นถ้อยคำของกลุ่มดาวผู้สนับสนุนตัวเอง เจ้านั่นก็คงได้ยินข้อความเหมือนกัน
“อะ...อะไรกัน!ข้อความนี่มันอะไร!”
จะเป็นอะไรได้ล่ะ นายกำลังถูกขายไง
“มะ...มีเรื่องอะไรหรือครับคุณพิลดู”
[กลุ่มดาว‘ปรมาจารย์แห่งการป้องกัน’ ขอเวลาคิดสักครู่]
และไม่นานหลังจากนั้นก็ได้รับข่าวน่ายินดี
[กลุ่มดาว ‘ปรมาจารย์แห่งการป้องกัน’ เพิ่มข้อย่อยในสัญญา]
[กรณีที่เห็นด้วยกับข้อย่อยเพิ่มเติมนี้กลุ่มดาว ‘ปรมาจารย์แห่งการป้องกัน’จะยินยอมทำสัญญากับคุณ]
ผมลงมืออ่านสัญญาทันที
...
14. อวตารคิมดกจา(ผู้ร่างสัญญาดังต่อไปนี้)ยอมรับในสิทธิ์การถือครองทรัพย์สินของปรมาจารย์แห่งการป้องกัน(ผู้รับสัญญาดังต่อไปนี้) และจะรับรองชีวิตความอยู่รอดของ ‘กงพิลดู’ ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของผู้รับสัญญา
15. ผู้ร่างสัญญาจะต้องคอยช่วยเหลืออยู่ข้างกาย ‘กงพิลดู’ ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของผู้รับสัญญาให้พัฒนาเติบโตได้อย่างดี
...
รับรองชีวิตความอยู่รอดและการพัฒนา...ความจริงไม่จำเป็นต้องใส่เรื่องพวกนี้เข้ามาก็ได้ถ้ากงพิลดูกลายเป็นแขนขาของผม อย่างไรผมก็ต้องคอยเลี้ยงดูเขาไม่ให้ตายอยู่แล้วดังนั้นหัวข้อที่สำคัญจริง ๆ สำหรับผมจึงมีแค่ข้อสามข้อเดียว
3. ผู้ร่างสัญญาตั้งแต่นี้เป็นต้นไปจะได้รับสิทธิ์ในการออกคำสั่ง ‘กงพิลดู’ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของผู้รับสัญญา (สูงสุด 10 ครั้งต่อวัน)
ผมพยักหน้าหลังจากตรวจสอบเนื้อหาในสัญญาเสร็จเรียบร้อย
“ทำสัญญา”
สายใยบาง ๆ เชื่อมต่อระหว่างผมกับกงพิลดูได้ยินเสียงข้อความจากระบบดังขึ้น
[สัญญาเสร็จสมบูรณ์]
[อ้างอิงจากสัญญา คุณได้กลายเป็น ‘ผู้สนับสนุนร่วม’ ของอวตาร ‘กงพิลดู’]
[อ้างอิงจากสัญญาคุณได้รับสิทธิ์ในการออกคำสั่งอวตาร ‘กงพิลดู’]
[สัญญาดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลา 5ปี กรณีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆสัญญาจะถูกต่ออายุโดยอัตโนมัติ]
ได้ตัวกงพิลดูเจ้าแห่งป้อมปราการติดอาวุธมาง่าย ๆแบบนี้ ถ้ายูจุงฮยอกรู้เข้าหมอนั่นจะต้องตกใจจนสลบแน่
ถ้าไม่ได้อ่านนิยายไปจนถึงช่วงครึ่งหลัง ผมเองก็คงไม่รู้ว่า <สัญญาผู้สนับสนุน> เอามาใช้ทำแบบนี้ได้ด้วยเหมือนกัน
ผมส่งโพชั่นฟื้นฟูให้ยูซังอา
“อันนี้ช่วยเอาให้กงพิลดูทีนะครับให้เขาทุกสี่สิบนาทีก็พอ”
ต้องทำแบบนั้นเขาถึงจะเคลียร์ซีนาริโอหลักได้กงพิลดูรับโพชั่นผ่านทางยูซังอา เขาเงยหน้าขึ้นมามองทางนี้
“นี่มันอะไรกัน”
“กินแล้วสู้ซะ”
กงพิลดูมีท่าทีสงสัยอยู่ครู่หนึ่งแต่เพียงไม่นานก็เปิดจุกโพชั่นออก ควันสีน้ำเงินลอยคลุ้งออกมาป้อมปืนที่ถูกทำลายฟื้นกลับสู่สภาพเดิม
[พลังเวทของตัวละคร ‘กงพิลดู’ ได้รับการฟื้นฟู]
กงพิลดูเช็ดริมฝีปากที่เลอะโพชั่นแล้วเงยหน้าขึ้นมามองผม
“ไอ้โง่คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะยกโทษให้แกหรือไง ถ้าฉันออกไปจากที่นี่ได้เมื่อไหร่วันนั้นจะเป็นวันตายของแก...”
“กงพิลดู หุบปาก”
[‘สิทธิ์ในการออกคำสั่ง’ถูกเปิดใช้งานตามเงื่อนไขของสัญญา!]
“อะ...อุ๊บ? อุ๊บอึบ?”
คนน่าสมเพช ไม่รู้บ้างเลยว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร
“พยายามสู้เข้าล่ะแล้วก็อย่ามายุ่งกับสมาชิกกลุ่มฉัน”
“อุ๊บ! อุ๊บบบ...!”
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
นัยน์ตาของยูซังอาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่ากงพิลดูทำตามคำสั่งของผมอย่างเชื่อฟัง
“คุณดกจา? ทำไมจู่ๆ เขาถึงทำแบบนั้นล่ะคะ...”
“ก็แค่ทำให้ผู้ร่างสัญญากลายเป็นผู้รับสัญญาเท่านั้นเองครับตอนนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องกงพิลดูแล้วละครับ”
ในตอนนั้นเองข้อความจากกลุ่มดาวก็ระเบิดทะลักเข้ามา
[กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ ชอบใจไอเดียของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ทำกระบองกายสิทธิ์ตกเมื่อเห็นกลยุทธ์ของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘มังกรทมิฬแห่งนรกอเวจี’ คิดว่าคุณอวดดี]
...
พวกที่สังเกตเห็นแล้วปรากฏตัวขึ้น ทั้ง ๆที่ผมอุตส่าห์แอบทำสัญญาแท้ๆถึงแม้ปรมาจารย์แห่งการป้องกันจะไม่ใช่กลุ่มดาวระดับสูงแต่อย่างไรก็ยังเป็นกลุ่มดาว
มนุษย์ธรรมดาอย่างผมกลับกลายเป็น ‘ผู้สนับสนุนร่วม’ กับ ‘กลุ่มดาว’บรรดากลุ่มดาวทั้งหลายจึงตกตะลึงกันน่าดูท่ามกลางพวกเขามีพวกที่ต่อต้านผมเหมือนอย่าง ‘มังกรทมิฬแห่งนรกอเวจี’ อยู่ด้วย แต่ว่า...
[กลุ่มดาวจำนวนมากให้ความสนใจในตัวคุณ]
[กลุ่มดาวจำนวนมากต้องการเป็นผู้สนับสนุนของคุณ]
พวกกลุ่มดาวที่เพิ่งตระหนักได้ถึงคุณค่าของผมกลับมีมากยิ่งกว่าแค่พวกเขากลายเป็นผู้สนับสนุนของผม ก็จะสามารถใช้พลังของ ‘ปรมาจารย์แห่งการป้องกัน’ ได้ด้วย เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะปรารถนามัน
ในตอนนั้นเองเจ้าของช่องที่กงพิลดูอยู่โทแกบีบีรยูก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ
[ท่านกลุ่มดาวทั้งหลาย!ทะ...ทำไม...ทำไมจู่ ๆ ถึงไปกันหมดล่ะขอรับ!ยะ...อย่าไปเลยนะขอรับ!รออีกสักประเดี๋ยว...!]
บีรยูกำลังอ้อนวอนอยู่กลางอากาศเมื่อจู่ ๆช่องก็พังไปอย่างรวดเร็ว
ไอ้โทแกบีเวรที่สั่งการเพิ่ม ‘บทลงโทษอาหาร’ กับ ‘ค่าธรรมเนียมการมีชีวิตรอด’ ในสถานีกึมโฮ
[เฮือกกก! มะ...ม่ายยย...!]
ภาพของโทแกบีบีรยูค่อย ๆ เบลอ
[ช่อง #BIR-3642 ถูกบังคับให้ปิดตัวเนื่องจากจำนวนผู้ติดตามลดลง]
บีฮยองเหม่อมองช่องช่องหนึ่งถูกทำลายในขณะที่พูดขึ้นด้วยเสียงสั่นเทา
— นี่...ท่านดกจา
‘ทำไม’
— เจ้า...หรือเจ้าเล็งกงพิลดูไว้ตั้งแต่แรก?บ้าไปแล้ว...ได้ยังไงกันมนุษย์อย่างเจ้า...นี่ข้าทำสัญญากับตัวอะไรกันแน่เนี่ย
ผมยักไหล่ไม่สนใจเอาเป็นว่าทางนี้จัดการเรียบร้อยแล้ว งั้นย้ายไปที่อื่นกันเลยดีมั้ยนะผมหันไปพูดกับสมาชิกกลุ่มที่ยังดูสับสน ไม่อาจเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้
“ทุกคนครับ ขอโทษด้วยแต่ผมคงต้องขอปลีกตัวไปสักครู่นะครับ”
“คะ? ตอนนี้เลยเหรอ”
“มีที่ที่ต้องรีบไปน่ะครับที่นี่ให้คุณอีฮยอนซองกับคุณยูซังอาคอยเฝ้าไว้ก็พอไม่มีเรื่องอะไรต้องทำมากมายหรอกครับแค่นั่งพักไปพลางคอยโยนโพชั่นให้กงพิลดูจนกว่าซีนาริโอจะสิ้นสุดลงก็พอครับ”
จองฮีวอนถามขึ้น
“แล้วฉันกับกิลยองล่ะคะ”
“ไปกับผมครับ”
“ไปไหนคะ”
“อืม...มันออกจะอธิบายยากอยู่สักหน่อยเอาเป็นว่ามีคนเลวอยู่คนหนึ่งน่ะครับ”
“คนเลวเหรอคะ”
“ครับคนเลวที่หนีหายไปเอาไอเท็มคนเดียวโดยไม่สนว่าใครจะเป็นหรือตายตั้งแต่นี้เป็นต้นไปพวกเราจะไปตบกะโหลกมันกัน”
และจะตบให้สุดแรงเลยด้วย
จองฮีวอนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม
“...เลวกว่ากงพิลดูอีกเหรอคะ”
ผมหยุดคิด แล้วจึงตอบกลับไป
“เลวกว่าเยอะเลยครับ”
“งั้นก็ไปกันเถอะค่ะ”
“รายละเอียดเดี๋ยวผมอธิบายให้ฟังระหว่างทางนะครับ”
ผมพาอีกิลยองกับจองฮีวอนที่ดูจะยินดีมากไปด้วยกันแต่แล้วก็มีใครบางคนคว้าไหล่ผมเอาไว้ อีจีฮเยนั่นเอง
“เดี๋ยว นี่ลุงจะไปไหน”
เซ้นส์ไวจริง
“เยี่ยม เธอก็ตามมาด้วยเลยสิ”
“ไปไหน”
“ยูจุงฮยอกตกอยู่ในอันตราย”
อีจีฮเยยิ้มอย่างขบขันดูเหมือนเธอจะคิดว่าผมแค่พูดล้อเล่น
“พูดบ้าอะไรอาจารย์เนี่ยนะจะตกอยู่ในอันตราย”
พอเห็นว่าสีหน้าของผมยังดูเคร่งเครียดไม่เปลี่ยนรอยยิ้มขบขันบนใบหน้าอีจีฮเยก็จางหายไปเช่นกัน
“...จริงดิ? ไม่สิลุงรู้ได้ไง”
รู้ได้ยังไงน่ะเหรอบางทีอาจจะเป็นเพราะฉันคือผู้ที่รอบรู้เรื่องเกี่ยวกับอาจารย์ของเธอมากที่สุดในโลก...ไม่สิอันดับที่สองของโลกละมั้ง
ผมมองดูเวลาพลางเอ่ย
“หมอนั่นเข้าไปในดันเจี้ยนลับตรงทางออกหนึ่งใช่มั้ย”
“อ๊ะ?”
“และนี่ก็เข้าไปได้สิบเอ็ดชั่วโมงแล้ว?”
“อา...”
อีจีฮเยอุทานเสียงแผ่ว
เท่าที่ผมจำได้ ยูจุงฮยอกในนิยายจะบุกเข้าโจมตี ‘ดันเจี้ยนลับ’ ในชุงมูโรรวมทั้งหมดแปดครั้งในบรรดานั้นเขาล้มเหลวสองครั้ง ส่วนอีกหกครั้งทำได้สำเร็จปัญหาคือไอ้สองครั้งที่ล้มเหลวนั่นมันไปกระจุกอยู่ในช่วงการย้อนกลับรอบแรก ๆรอบที่ 8 กับรอบที่ 11 และยูจุงฮยอกในรอบที่8 ก็ตายใน ‘ดันเจี้ยนลับ’ ที่ชุงมูโร
แต่ยูจุงฮยอกในตอนนี้คือ...รอบที่ 3
“ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้วันนี้ยูจุงฮยอกจะตาย”
ถ้าการคาดการณ์ของผมถูกต้องตอนนี้ไอ้ผู้ย้อนกลับเฮงซวยของพวกเราคนนั้นจะต้องอยู่ในจุดพีกของ ‘รูทปลาแสงอาทิตย์’[1] แน่
[1] ปลาแสงอาทิตย์ (Ocean Sunfish) หรือปลาโมลาโมลา (Mola mola) ปลาที่มีรูปร่างหน้าตาประหลาดลักษณะลำตัวกลมแบน ปากคล้ายนกแก้ว ครีบเล็กบาง หางสั้นกุดทำให้มันควบคุมทิศทางขณะว่ายน้ำได้ไม่ดีนักโชคดีที่ผิวหนังค่อนข้างหนาทำให้ปลาแสงอาทิตย์ที่โตเต็มวัยสามารถเอาตัวรอดจากผู้ล่าในมหาสมุทรได้แต่กว่าจะโตเต็มวัยจนมีผิวหนังที่หนาพอนั้นก็มักตกเป็นเหยื่อของสัตว์ทะเลต่าง ๆโดยเฉพาะแมวน้ำ อาจเพราะเหตุนี้ทำให้มันถูกจัดเป็นปลาที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แม้ว่าจะออกไข่ครั้งละเป็นจำนวนมหาศาลก็ตามพฤติกรรมอย่างหนึ่งของปลาชนิดนี้คือชอบขึ้นมาอาบแดดบนผิวน้ำเพื่อฆ่าปรสิตที่เกาะตามผิว นอกจากนี้มันยังมักว่ายชนเรืออยู่บ่อย ๆด้วย