หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 30 ปะทะอสูรครั้งแรก

            ขณะที่มุ่งหน้าไปตามผืนน้ำหนิงเทียนก็วางแผนลดความเสี่ยงด้วยการเลี่ยงบริเวณที่อสูรน้ำอาศัยอยู่

            แม่น้ำยาวร้อยจั้งหมุนวนราวมังกรยักษ์ที่พุ่งทะยานไม่หยุดหย่อนคลื่นในแม่น้ำโหมกระหน่ำ ฝูงปลาตัวเล็กๆ ม้วนตัวไปตามคลื่น

            “รากบ่มเพาะอสูร?”

            ร่องรอยความสงสัยปรากฏขึ้นในดวงตาของหนิงเทียน

            “แดนลับนี้ตั้งอยู่บนตีนเขาไป่หลิงซึ่งเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับจื๋อซิวเชื้อสายรากพฤกษาเช่นนั้นจะมีรากอสูรอยู่ได้อย่างไร?”

            เขาครุ่นคิดก่อนจะเริ่มรู้สึกว่าบริเวณนี้แตกต่างจากพื้นที่ส่วนอื่นๆ

            เมื่อมองข้ามไปอีกฟากของแม่น้ำหนิงเทียนก็พร้อมที่จะลองดูอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาฉลาดขึ้นจึงส่งบงกชสีมรกตไปสำรวจสถานการณ์ก่อน

            คลื่นในแม่น้ำโหมซัด บงกชสีมรกตเริงระบำอย่างสง่างามบนเกลียวคลื่นทันทีที่ไปถึงกลางแม่น้ำ อสูรน้ำก็โผล่ขึ้นมาสะบัดหางใส่จนบงกชสีมรกตปลิวไปไกล

            “บ้าเอ๊ย! นี่จะไม่ยอมให้ข้าผ่านไปใช่หรือไม่?” หนิงเทียนสาปแช่งก่อนจะเรียกบงกชสีมรกตกลับมาแล้วค่อยๆ เคลื่อนไปตามริมฝั่งเพื่อทดสอบปฏิกิริยาของอสูรกลางแม่น้ำ

            เขายืนอยู่บนใบบัวและเดินทวนน้ำไปซึ่งกลางแม่น้ำมีอสูรที่ปรากฏตัวให้เห็นเป็นครั้งคราว และคลื่นที่ซัดกระหน่ำเป็นพักๆอย่างต่อเนื่อง

            “ดูเหมือนว่าการพยายามลอบข้ามพรมแดนจะล้มเหลวเช่นนี้ก็คงเหลือเพียงการบังคับเท่านั้น”

            หนิงเทียนสังเกตอสูรน้ำแล้วคาดว่ามันยาวประมาณห้าจั้งนี่น่าจะเป็นอสูรปลาที่มีพละกำลังมหาศาลและยากที่จะรับมือ

            หนิงเทียนคิดอยู่นานก่อนจะหยิบหอกนาคามรกตออกมาเขาหลั่งไหลพลังทั้งหมดเข้าไปจนหอกยาวแปดจั้ง ซึ่งสามารถใช้ต่อกรกับอสูรปลาได้

            “ได้ มาลองสู้กันสักตั้ง”

            ทันทีที่ขับเคลื่อนกายาสุวรรณอมตะนิรันดร์พลังงานและเลือดลมก็ลุกไหม้ เส้นสีทองกระจายทั่วร่างราวกับเพชร ทั้งยังคงกระพันต่อกระบี่และปืนด้วย

            บงกชสีมรกตหันหน้าต้านคลื่นลมที่สูงเกือบสองจั้งแม้จะเป็นเพียงร่างเงาแต่ก็สามารถดูดซับพลังแห่งฟ้าดินและพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงต่างๆได้

            หนิงเทียนยืนอยู่บนใบบัวหอกในมือเปล่งประกายด้วยแสงสีเขียว มวลน้ำตรงหน้าม้วนขด ทันใดนั้นอสูรปลาก็โผล่ออกมาจากคลื่นเกล็ดหลังของมันส่องแสงแวววาวราวชุดเกราะ

            คลื่นขนาดใหญ่ก่อตัวเป็นกำแพงม่านน้ำด้วยการสะบัดหางก่อนจะกระแทกใส่หนิงเทียน

            “ฝีมืออ่อนหัดเกินกว่าจะคิดต่อต้านข้า!”

            หนิงเทียนไม่ได้เจาะทะลวงม่านน้ำเพราะเขารู้ว่าอสูรปลาซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง หากแทงหอกเข้าไป เขาก็จะถูกโจมตีเข้าอย่างจัง

            บงกชสีมรกตเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมันแหวกว่ายอย่างว่องไว และทันทีที่ม่านน้ำปิดลง อสูรปลาร่างมโหฬารไม่ต่างจากเนินเขาก็ผุดขึ้นจากน้ำเมื่อมันอ้าปากพ่นเสาวารีออกมา หนิงเทียนก็ลอยไปไกลหลายสิบจั้งทันที

            “ให้ตายเถอะ! มีกลยุทธ์เช่นนี้อยู่ด้วยหรือ?”

            เขาเปียกโชกไปทั้งตัว ตั้งแต่กลายเป็นผู้บำเพ็ญนี่เป็นครั้งแรกที่เขาปะทะกับอสูรซึ่งเขายังขาดประสบการณ์อีกมาก

            บงกชสีมรกตแกว่งไปมา พยายามเตือนให้หนิงเทียนรีบหลบในแม่น้ำทว่าเขากลับแผดเสียงคำราม จิตวิญญาณการต่อสู้พุ่งสูงขึ้น ก่อนจะแทงหอกในมือด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ

            อสูรปลาไล่ตามคลื่นมาอย่างรวดเร็วเสาวารีหนักนับพันตัน แม้จะไม่อาจสร้างความเสียหายให้กายาสุวรรณอมตะนิรันดร์ แต่ก็สามารถทำให้เขากระเด็นและล้มลงได้

            บงกชสีมรกตเคลื่อนไปด้านข้างแล้วกระโดดราวกับกำลังเดินบนพื้นราบคอยนำทางให้หนิงเทียนหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับอสูรปลาครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งยังช่วยมองหาโอกาสที่จะเข้าใกล้

            “ฆ่ามัน!” หนิงเทียนตะโกนเสียงดังพร้อมแทงหอกใส่หลังอสูรปลา

            พลันเกิดประกายแสงพวยพุ่งออกมา ซึ่งสว่างไสวเป็นพิเศษ

            “เกล็ดแข็งเพียงนั้นเชียว?”

            บงกชสีมรกตหลบการโต้กลับของอสูรปลาเนื่องจากมันมีเกล็ดที่แข็งแกร่ง หอกนาคามรกตจึงไม่อาจสร้างความเสียหายใดได้เลย

            หนิงเทียนหมุนตัวทะยานขึ้นฟ้าก่อนจะแทงหอกลงไปใบบัวที่ยื่นออกมาใต้ฝ่าเท้าทำให้เขารู้สึกเหมือนอยู่บนบก และไม่ต้องกังวลว่าจะร่วงลงไปในแม่น้ำ

            อสูรปลากรีดร้องพร้อมก่อคลื่นสูงหลายร้อยจั้งเมื่อหางปลาเหวี่ยงสะบัด น้ำในแม่น้ำก็ไม่ต่างจากก้อนหินทรงพลังนับหมื่นจิน[1]

            “จงสลายไป!” หนิงเทียนคำรามลวดลายสีทองปรากฏบนหมัด ซึ่งเต็มไปด้วยพลังมหาศาลเขาระเบิดคลื่นน้ำออกไปพร้อมเสียงดังกึกก้อง

            ร่างของเขาอาบไปด้วยคลื่นจากแม่น้ำจากนั้นก็วิ่งเข้าหาอสูรปลาแล้วปล่อยหมัดซ้ายหอกขวา ก่อนจะกระเด็นไปไกลครั้งแล้วครั้งเล่า

            “ข้าไม่เชื่อ! ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะจัดการเจ้าปลาตัวจ้อยนี้ไม่ได้!”

            ด้วยพรจากกายาสุวรรณอมตะพลังของหนิงเทียนก็เพิ่มสูงขึ้น เขาดูเหมือนอสูรร้ายโบราณหันหน้าท้าคลื่นลม พร้อมเข้าจู่โจมอสูรปลาจากด้านหลังและขอดเกล็ดของมันจนหมดสิ้น

            อสูรปลาคำรามแล้วพุ่งเข้าหาเขาอย่างบ้าคลั่งด้วยแรงอารมณ์

            “ที่แท้เจ้าก็โกรธเป็นเช่นนั้นก็ดี!” หนิงเทียนเบี่ยงตัวหลบ เขากวาดหอกในมือแทงหลังปลาซึ่งสั่นสะเทือนไปถึงอวัยวะภายในของมัน

            เมื่อหันกลับมาดวงตาของหนิงเทียนก็ส่องสว่างราวคบเพลิง ทันใดนั้นเขาก็ทิ้งร่างลงบนหลังของอสูรปลาแล้วแทงหอกอย่างรุนแรง

            อสูรปลากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดร่างอันใหญ่โตบิดตัวอย่างรุนแรง พยายามจะเหวี่ยงหนิงเทียนออกไป

            “ตายเสียเถอะ!” ดวงตาของหนิงเทียนเต็มไปด้วยความดุร้ายมือทั้งสองข้างทิ้งน้ำหนักเพื่อกดหอก จากนั้นก็เปิดใช้ทักษะยุทธศาสตร์ครองสวรรค์เพื่อคุมน้ำเต้าเจ็ดสี

            น้ำเต้าขนาดเล็กและละเอียดอ่อนเรืองแสงสีเงินจางๆก่อนจะร่วงลงบนหัวของอสูรปลาราวกับขนนก

            เมื่อรู้สึกถึงอันตรายอสูรปลาก็ดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง น้ำเต้าเล็กๆ ที่ไม่โดดเด่นกลับหนักยิ่งกว่าเขาไท่ซานตรงนั้นเสียอีกทั้งยังบดขยี้กะโหลกโดยตรงจนศีรษะของมันแหลกสลาย สายโลหิตหลั่งริน

            หนิงเทียนคำรามอย่างเดือดดาลกายาสุวรรณอมตะนิรันดร์เคลื่อนตัวไปสู่จุดสูงสุด เส้นลมปราณของเขาปูดโปน พลังมหาศาลท่วมท้นจนเขาสามารถใช้หอกในมือแทงอสูรปลาได้

            หนิงเทียนดึงน้ำเต้าเจ็ดสีกลับคืนมาอสูรปลาในแม่น้ำพยายามดิ้นร่างอย่างทรมานอยู่พักหนึ่งก่อนจะนิ่งไป

            บงกชสีมรกตแกว่งไปมาแล้วหยั่งรากเข้าไปในร่างของอสูรปลาหนิงเทียนจึงบังเอิญพบกับเม็ดยาซึ่งเปี่ยมด้วยสรรพคุณ

            “อันนี้กินได้หรือไม่?”

            เขาไม่มีความรู้ในด้านนี้แต่ก็เลือกใช้ยุทธศาสตร์ครองสวรรค์ ลวดลายวิญญาณประสานกันบนฝ่ามือ จากนั้นก็กลืนเม็ดยาเข้าไปในเส้นลมปราณแรกซึ่งสามารถดูดซับและขัดเกลาพลังได้อย่างรวดเร็ว

            “ช่างเป็นพลังที่บริสุทธิ์เสียจริงรู้สึกได้เลยว่าพลังวิญญาณของข้าเพิ่มขึ้นมหาศาล”

            หนิงเทียนเปิดกำไลหยกหยวนและใส่ร่างอสูรปลาเข้าไปเขาวางแผนว่าจะนำมันไปขายในราคาดีๆ หลังออกจากที่นี่ได้

            เมื่อเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วหนิงเทียนก็เริ่มข้ามแม่น้ำอีกครั้ง ทันทีที่มาถึงใจกลางแม่น้ำเขาก็พบกับอสูรน้ำอีกตนหนึ่ง

            “จะบ้าตาย! ข้าไม่อยากเล่นกับเจ้าแล้ว” หนิงเทียนดึงหอกแล้วต่อสู้พร้อมหลบหนีเพื่อรีบข้ามไปอีกฝั่ง

            คลื่นในแม่น้ำซัดสาดอสูรน้ำตนนั้นปรากฏขึ้นและขวางทางเขาไว้

            “ให้ตายเถอะ! อีกด้านหนึ่งคืออะไร? เหตุใดพวกเจ้าถึงพยายามขัดขวางทุกวิถีทางเช่นนี้?”

            บงกชสีมรกตหันกลับมาแล้วขยับออกสิบจั้งพร้อมแหวกว่ายไปมาเพื่อหนีอสูร ส่วนหนิงเทียนก็พยายามหลีกเลี่ยงอันตรายอย่างเต็มที่เขาถูกขังอยู่กลางน้ำกว่าครึ่งชั่วยาม และในที่สุดก็สามารถข้ามฝั่งไปได้

            ...

            ยามนี้ท้องนภาในแดนลับเริ่มสว่างขึ้นแล้วหนิงเทียนยืนอยู่ริมแม่น้ำ เป็นเวลาห้าวันแล้วนับตั้งแต่เขาเข้าสู่แดนลับพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยตรงหน้าทำให้เขารู้สึกเหงาอย่างอธิบายไม่ถูก

            ยังมีผู้ใดอยู่ที่นี่อีกบ้าง?

            เขาจ้องมองป่าทึบด้วยความสงสัยว่าต้นไม้สูงหลายสิบจั้งเหล่าจะมีอสูรซ่อนอยู่หรือไม่

            หนิงเทียนถือหอกเดินเข้าไปพร้อมบงกชสีมรกตเพื่อสำรวจดินแดนใหม่แห่งนี้

            ลมแม่น้ำเย็นสบายโบกพัดให้ต้นหญ้าและดอกไม้พลิ้วไสวทันทีที่เข้าใกล้ป่าทึบ ปราณกระบี่ก็พุ่งทะลุอากาศจนหนิงเทียนต้องหลบอย่างรวดเร็ว

            วินาทีต่อมาก็เกิดใบหญ้าปลิวว่อนดอกไม้ใบไม้สั่นสะเทือน กิ่งก้านเริงระบำ และเถาวัลย์กวาดทั่วบริเวณ พฤกษาอสูรทั้งหมดมีชีวิตขึ้นมาพร้อมเข้าโจมตีเขาอย่างดุเดือด

            “การแสดงความแข็งแกร่งหรือ?ขอดูหน่อยเถิด!” ดวงตาของหนิงเทียนเป็นประกายก่อนจะกวาดหอกในมือการโจมตีทุกรูปแบบพุ่งเข้ามาอย่างล้นหลาม ทำให้เสื้อผ้าของเขาขาดเป็นชิ้นๆ จนเห็นเส้นสีทองอร่ามบนผิวหนัง

            เถาวัลย์ตวัดเข้ามาราวแส้ศักดิ์สิทธิ์พลังนับหมื่นจินพุ่งเข้าหาหนิงเทียนอย่างรวดเร็ว ต้นหญ้าเล็กๆ ล้วนปล่อยปราณกระบี่ทำลายแขนเสื้อของหนิงเทียนและทิ้งรอยเลือดไว้บนแขนของเขา

            ทันทีที่ดอกไม้สะพรั่งบานห้วงอากาศก็ปั่นป่วนคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็นทำให้ทวารทั้งเจ็ดของหนิงเทียนสั่นสะเทือน จนเขาหลั่งโลหิตและกรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราดส่วนต้นไม้ใหญ่ก็ผลัดใบราวคมมีด ทั้งยังจู่โจมหนิงเทียนและเกือบแทงทะลุร่างของเขาแล้ว

            พฤกษาอสูรในที่แห่งนี้ทรงอานุภาพอย่างยิ่งแม้หนิงเทียนจะพยายามสู้อย่างเต็มที่ แต่ก็ถูกปราบปรามด้วยมวลพลังที่น่าพรั่นพรึง

            “ทะลวงพันชั้น!” เขาคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

            ทั่วร่างเปล่งประกายด้วยแสงสีทองราวแท่งเหล็กศักดิ์สิทธิ์กายาสุวรรณอมตะนิรันดร์พุ่งสูงถึงขีดสุด เขาทุบต้นหญ้าจนแหลกละเอียดด้วยหมัดเดียวแล้วทะลุทะลวงดอกไม้ด้วยหอกนาคามรกต

            เถาวัลย์เกี่ยวกระหวัดรัดข้อเท้าของหนิงเทียนพลังแห่งการผูกมัดนั้นน่ากลัวอย่างยิ่ง ทว่าเพียงเขาดีดนิ้ว ฟากฟ้าก็คำรามลั่น และทันใดนั้นเองใบมีดก็ปรากฏขึ้นพร้อมพุ่งตัดเถาวัลย์ทันที

            หนิงเทียนหมุนตัวขึ้นไปในอากาศมือขวาจับหอกแน่น เขาจ้องมองต้นไม้ใหญ่แล้วตะโกนด้วยเสียงกัมปนาท พลันหอกในมือกลายเป็นแสงสีเขียวและแทงทะลุลำต้นจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

            “ตาย!” หนิงเทียนฟาดมือเปล่าพร้อมบงกชสีมรกตยุทธศาสตร์ครองสวรรค์ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความก้าวร้าวรุนแรง ก่อนจะเริ่มปราบปรามเหล่าพฤกษาอสูร

            เนื่องจากยังอยู่ในขอบเขตที่ไม่สูงนักพลังกำราบของหนิงเทียนจึงค่อนข้างอ่อนแอ ทว่าทุกครั้งที่เขาใช้พลังก็จะเป็นการพัฒนาและมีข้อได้เปรียบเล็กน้อย

            ทะลวงพันชั้นถูกใช้ไม่หยุดหย่อนทั้งยังดุร้ายราวกับสัตว์ป่า เขาทุบดอกไม้รอบตัวจนร่วงโรย และต้นไม้ใบหญ้าต่างก็ส่งเสียงโหยหวน

            ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยพืชพรรณมากมายเถาวัลย์ทอดยาวเข้ามาแทนที่ต้นไม้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเคลื่อนตัวมาล้อมร่างของหนิงเทียน

            บงกชสีมรกตดูดกลืนพลังวิญญาณฟ้าดินเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับการต่อสู้ของหนิงเทียนส่วนกายาสุวรรณอมตะนิรันดร์ก็กำลังถูกทดสอบ จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาจึงลุกโชนไม่ดับสูญ

            ลึกเข้าไปในป่าทึบมีคลื่นผันผวนอันแปลกประหลาดทั้งยังมีดวงตาสีทองซีดคู่หนึ่งคอยสอดส่องสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา

            หลังจากดึงหอกกลับมาจิตวิญญาณอันทรงพลังของหนิงเทียนก็หลุดลอยไป เม็ดยาของอสูรปลาจึงถูกขัดเกลาอย่างรวดเร็วเมื่อเลือดลมทะยานขึ้นฟ้า จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ก็พลุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม

            ทันใดนั้นหนิงเทียนก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแปลกปลอมที่จ้องมองเขาอยู่ซึ่งทำให้แผนที่จิตวิญญาณในเส้นลมปราณแรกเกิดปฏิกิริยาอย่างกะทันหัน

            “ผู้ใด? ออกมาเดี๋ยวนี้!” หนิงเทียนกวาดหอกขับไล่เหล่าพฤกษาอสูรแล้วมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง

            ห่างออกไปไม่ไกลนักดอกไม้และต้นไม้ต่างร่วงโรย เถาวัลย์หยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว และความเศร้าโศกที่อธิบายไม่ได้ก็ปกคลุมทั่วบริเวณ

            จิตใจของหนิงเทียนเริ่มตึงเครียดเล็กน้อยเสียงประหลาดดังขึ้นในความว่างเปล่า ราวกับมีงูวิญญาณพ่นวาจามาจากทางด้านบน

            เขาค่อยๆ ขยับไปด้านข้างสามจั้งทันใดนั้นหอกนาคามรกตในมือก็พุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาเงยหน้ามองตามไปก็พบดวงตาขนาดใหญ่คู่หนึ่งซึ่งทำให้เขาหวาดกลัว

            มันคือดวงตาสีทองซีดของงูเหลือมยักษ์มีเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งจั้งและลำตัวที่ไม่ทราบว่ายาวเพียงใด ทว่าดวงตาเย็นชาคู่นี้ก็เผยให้เห็นความโหดเหี้ยมตามสัญชาตญาณของสัตว์ร้ายและหนิงเทียนก็รู้สึกราวกับว่าตนกำลังตกเป็นเหยื่อของมัน ซึ่งทำให้เขาอารมณ์ไม่ดีอย่างยิ่ง

            เจ้าตัวใหญ่นี้รับมือยากกว่าอสูรปลาในแม่น้ำเสียอีกใช้หอกเพียงอย่างเดียวคงไม่อาจต้านมันได้เป็นแน่

            งูยักษ์ค่อยๆ ลดศีรษะลง ร่างยาวสีแดงส่งเสียงกรีดร้องอันแหลมคมซึ่งสามารถสร้างความวิตกกังวลให้คนที่จิตใจไม่เข้มแข็งได้

            หนิงเทียนจ้องมองศัตรูขนาดมหึมาพลางขบคิดว่าจะจัดการมันอย่างไร เนื่องจากการเผชิญหน้านั้นเป็นวิธีที่สิ้นคิดอย่างยิ่งและจำเป็นต้องใช้ไหวพริบเมื่อประสบพบเจอกับสัตว์ร้ายเช่นนี้

            ทันใดนั้นงูยักษ์ก็โน้มตัวลงมาพร้อมอ้าปากเตรียมงับ

            “โอกาสมาแล้ว!” ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในใจของหนิงเทียนเขาเก็บหอกนาคามรกตอย่างเร็วที่สุดแล้วทะยานขึ้นฟ้า จากนั้นก็พุ่งเข้าไปในปากของงูยักษ์

            นี่คือการกำจัดถึงที่ เหมาะสำหรับผู้ที่แสวงหาความตายอย่างแข็งขันซึ่งงูเหลือมยักษ์ก็ไม่คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนั้น มันจึงกลืนหนิงเทียนเข้าไปทันที

            กลิ่นคาวคละคลุ้งทำให้เขารู้สึกพะอืดพะอมอย่างมากแต่ก็ต้องพยายามอดทนเอาไว้

            หลังจากเข้าไปในท้องของงูยักษ์แล้วเขาก็เปิดกำไลหยกหยวนเพื่อหยิบหอกนาคามรกตออกมาแทงมันอย่างดุเดือด

            งูเหลือมยักษ์คำรามอย่างไม่พอใจมันสะบัดร่างท่อนบนกระแทกกับต้นไม้ใหญ่โดยตรง ซึ่งทำให้หนิงเทียนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ท้องทันที

            “กายาสุวรรณอมตะ! มาให้ข้าสังหารเสียดีๆ!”

            เลือดพุ่งทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ดหอกนาคามรกตร่ายรำอย่างโกรธเกรี้ยว พร้อมแทงทะลุอวัยวะภายในของงูยักษ์จนร่างของเขาโชกไปด้วยเลือด

            งูยักษ์แผดเสียงบาดหู ร่างที่ยาวกว่าร้อยจั้งดิ้นพล่านกระแทกพื้นพยายามทำให้ผู้บุกรุกที่อยู่ด้านในได้รับการกระทบกระเทือนจนถึงแก่ความตาย

            หนิงเทียนกัดฟันแล้วพลิกกายาสุวรรณอมตะนิรันดร์อย่างบ้าคลั่งก่อนจะยืนหยัดสู้กับเจ้างูเหลือมยักษ์ต่อไป

    ---------------------------------------

    [1] จิน (斤) เป็นหน่วยวัดน้ำหนักของจีน โดย 1 จินมีน้ำหนักเท่ากับ 500 กรัม