ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 3 บทที่ 88 พบเพื่อนเก่าอีกครั้ง (3)

            หูเจียวเจียวเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นผ่านกระจกมองหลังเธอพลันหัวร้อนขึ้นมาจนแทบจะระเบิด!

            ครั้งแรกก็เกินพอแล้ว... ยังมีครั้งที่สองอีกงั้นเหรอ?

            มีเหตุผลบ้างไหม?!

            กฎหมายบ้านเมืองก็มี!

            เขารู้จักคำว่า ‘เกรงกลัว’ บ้างหรือเปล่า?!

            เขามองไม่ออกเหรอว่าทะเบียนรถแบบนี้มันแสดงออกถึงอำนาจเงินตรา รถหรูขนาดนี้ยังอ่านเกมไม่ออกอีกเหรอ!

            แต่ความโมโหที่จู่จับขึ้นกลางหัวก็ยังไม่เท่าความหวาดหวั่นที่อยู่ในใจความโมโหของเธอตะโกนออกมาผ่านเสียงกรีดร้องตกใจกลัว “พะ พอได้แล้ว! ยะหยุดชนได้แล้ว! เดี๋ยวจะมีคนเจ็บเอานะ!”

            แรงกระแทกทำเอาใบหน้าอันซีดเผือดของผู้ชายสองคนที่เบาะหลังหน้าทิ่มแล้วทิ่มอีก!

            “ชนอีก” สวีหยางอี้ใช้พลังจิตกวาดมองไป พลันคลี่ยิ้มอย่างเย็นชา“ยังไม่สำนึกผิดอีก ก็ชนอีก”

            “บรื้น!” เสียงเหยียบคันเร่งดังขึ้น หูเจียวเจียวตกใจจนขวัญผวาตอนนี้เธอรู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นพวกไม่เลิกราวีไปง่ายๆ

            “พะ พอได้แล้ว!” ไม่ใช่แค่เธอชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็ตกใจจนเหงื่อแตกพลั่กทั้งตัวเช่นกัน  เขาอดตะโกนขึ้นไม่ได้ “พี่ชาย! หยุดชนได้แล้ว ภูมิหลังของพวกเขาไม่ธรรมดา!อย่าไปมีเรื่องกับพวกคนที่ขับรถหรูแบบนี้เลย! ขืนนายชนต่อต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่!”

            พวกนักศึกษาก็ยกมือขึ้นมาข้างปากและส่งเสียงตะโกนเช่นนี้ “ลูกพี่หยุดชนได้แล้ว ไม่งั้นเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ  ก่อนหน้านี้พวกเขาผิดจริง ผมอัดคลิปไว้เรียบร้อยแล้ว!คุณไม่เป็นไรแล้ว! ถ้าพวกเขาจะฟ้องคุณ พวกผมเป็นพยานให้ได้!”

            “ใช่แล้ว อย่าให้เรื่องมันบานปลายไปกว่านี้เลย ปล่อยๆ ไปเถอะ” “คุณครับพอได้แล้วครับ”

            แม้ไม่ได้เปิดกระจก แต่สวีหยางอี้ก็ได้ยินเสียงด้านนอกอย่างชัดเจนหลี่จงหยวนไม่กล้าตัดสินใจหยุดชนด้วยตัวเอง ได้แต่รอท่าทีของสวีหยางอี้

            “ก่อนหน้านี้ฉันเคยเห็นคลิปวิดีโอบนโลกโซเชี่ยล” อยู่ๆ ก็คลี่ยิ้มขึ้นมา“นักเรียน ม.ปลายคนหนึ่งเข้าไปประคองคนแก่คนหนึ่ง แต่กลับถูกคนแก่ใส่ความเรียกร้องเงินไปหลายหมื่น”

            “ระบบศีลธรรมของสังคมมีรอยแตกร้าว”เขามองไปนอกหน้าต่างอย่างใจลอยพลางรำพึงรำพันเสียงเรียบ“ฉันเคยคิดว่าฉันจะทำอย่างไรกับเรื่องแบบนี้ดี แต่ผลลัพธ์ที่คิดได้ก็คือฉันคงสู้อย่างสุดกำลังเพื่อความยุติธรรมของตัวเอง และให้ไปจบที่ศาลแต่ว่านี่เป็นความคิดของเขาในฐานะที่เป็นมนุษย์ธรรมดาในสังคมคนหนึ่ง”

            “หากมีคนคิดว่าเรื่องเล็กๆ แค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกแล้วถ้ามีคนคิดแบบนี้สักหนึ่งร้อยคนล่ะ? มันจะเป็นอย่างไร...มันคือการขยายรอยแตกร้าวของระบบศีลธรรมสังคมให้กว้างขึ้น”

            จริงอยู่ที่คำสอนของลัทธิขงจื๊อ บอกให้รู้จักการระงับและให้อภัย...”เขาเหลือบตาไปที่รถคันข้างหน้า “แต่ว่าสำหรับผู้หญิงคนนี้ เธอช่างไร้สำนึกจนน่ารำคาญ”

            “ชนมันให้เละ”

            “ฉันรับประกันว่าจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว”สวีหยางอี้ยกเท้าไขว่ห้าวขึ้นพลางจุดบุหรี่สูบอย่างสบายใจ “ชนให้พวกเขาสำนึก”

            “ครับ!” หลี่จงหยวนขานรับเสียงดัง ความรู้สึกแบบนี้... โคตรสะใจเลย!

            “โครม!” ท่ามกลางสายตาอึ้งค้างของทุกคนรถอาวดี้ราคาเจ็ดแสนกว่าพุ่งเข้าชนท้ายรถนิสสันจีที-อาร์ราคาสองล้านเป็นครั้งที่สองเข้าอย่างจัง!

            ครั้งที่สอง!

            “แม่งเอ้ย! เอาอีกจนได้!” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งอุทานขึ้นเสียงดัง“พี่ชายคนนี้... แม่งเอาเรื่องว่ะ... แต่ว่า หลังจากนี้เขาจะทำยังไง? ยังไม่ต้องนึกถึงเรื่องสถานะของคนคนนี้หรอก แต่ค่าซ่อมรถราคาขนาดนี้จะทำยังไง!”

            ภายในรถนิสสัน จีที-อาร์ มีเสียงอาเจียนดังขึ้นชายหนุ่มโคลงเคลงไปมาจนเวียนหัวและอาเจียนออกมาในที่สุด ยังไม่ทันพูดอะไรขึ้นหูเจียวเจียวก็ตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงรังเกียจ “อี๋! แหวะ! น่าขยะแขยงจริง!ทำไงดี!”

            “มัวแต่ขยะแขยงบ้านแม่เธอสิ!” ชายหนุ่มสบถขึ้นทันที “รีบทำอะไรสักอย่างสิวะ!”

            ชายหนุ่มมองหูเจียวเจียวด้วยสายตาเอือมระอาเขานึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะไม่กลัวผลลัพธ์ที่ตามหลังจากนี้!ดูเหมือนวันนี้พวกเขาจะมีเรื่องผิดคนแล้ว!

            เขาตกใจกลัวจนเหงื่อเย็นเปียกชุ่มไปทั่วตัว!

            เขารู้สึกเสียใจที่ก่อนหน้านี้คอยให้ท้ายหูเจียวเจียวมาตลอดซ้ำยังไม่เคยห้ามเธอตอนก่อเรื่อง!เพราะเขาไม่เคยเจอคนที่เอาจริงอย่างสวีหยางอี้มาก่อน!

            “ขอโทษซะ! รีบขอโทษเดี๋ยวนี้!” เมื่อชายหนุ่มหันกลับไปมองด้านหลังก็ร้องตะโกนขึ้นทันที“ขะ ขะเขากำลังจะชนอีกแล้ว!”

            ยังจะชนอีกงั้นเหรอ?

            สีหน้าชายหนุ่มซีดเป็นไก่ต้ม!

            “ขอโทษบ้าอะไร!” หูเจียวเจียวแผดเสียงอย่างไม่ยอมหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ไม่ยอม โตมาจนป่านนี้ยังไม่เคยอับอายเท่านี้มาก่อนเลย!

            ครั้งก่อนๆ มีแต่คนอื่นต้องก้มหัวขอโทษเธอเธอไม่จำเป็นก้มหน้าขอโทษรับความผิด... ทำไมต้องก้มหน้าขอโทษพวกชาวบ้านธรรมดาๆด้วย!

            “หูเจียวเจียว” ชายหนุ่มจ้องมองเธอตาเขม็ง “นี่มันรถพี่ใหญ่นะ!”

            หูเจียวเจียวอึ้งค้างไปสักพัก พลันรีบตีหน้าเฉไฉทันที “แล้วมันยังไงกัน!ฉันต้องขอโทษพวกบ้านนอกด้วยเหรอ! จำไว้ซะ! ไม่มีวัน! !”

            ผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที

            “หูเจียวเจียว...” ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือกก่อนเอ่ยปากพูดอีกครั้ง “ฉันยืมรถคันนี้ของพี่ใหญ่มา แต่ช่างเถอะถ้าเธอยังไม่ฟังที่ฉันพูดอีก...”

            “นับจากนี้ไป พวกเราตัดขาดกัน”

            หูเจียวเจียวอึ้งตะลึง

            เธอคิดไม่ได้สักทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น ยิ่งไม่สำนึกกับสิ่งที่ทำลูกพี่ลูกน้องตัวเองจำเป็นต้องกลัวขนาดนี้เลยเหรอ? อีกฝ่ายชนแค่สองทีถึงขนาดต้องตัดขาดความสัมพันธ์กับเธอเลยเหรอ? ทั้งๆที่พี่คนนี้ก็คอยปกป้องเธอมาตลอดสิบกว่าปี แล้วทำไมครั้งนี้...ถึงต้องพูดขนาดนี้ล่ะ?

            ต้นไม้โค่นหักเพียงเสี้ยวพริบตาแต่ก่อนหน้านี้ถูกปลวกกัดกินมาเนินนานหลายปี

            “พวกเราขอโทษครับ!” เขาไม่ให้เวลาเธอคิดแม้แต่น้อย พูดจบก็พลันชะโงกหัวออกไปตะโกนขึ้น“ขอโทษด้วยครับ! พวกเราผิดไปแล้ว!”

            “เอี๊ยด...” ขณะหลี่จงหยวนถอยรถออกไป ในที่สุดก็เบรกลงคนที่อยู่ในสถานการณ์ทุกคนต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่หลัง จากนั้นภาพอันน่าเหลือเชื่อก็ปรากฏสู่สายตาทุกคน

            ชายหนุ่มยอมแบกหน้าลงจากรถ คนในสังคมพวกนี้รักษาหน้าตาทางสังคมของตัวเองเหนือสิ่งอื่นใดชนิดเสียหายไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ แต่วันนี้ เรื่องที่หูเจียวเจียวก่อขึ้นครั้งนี้เขาก็ต้องตามเก็บกวาดให้อีกตามเคย! อีกทั้งต้องแบกหน้าตัวเองมาเก็บกวาดอย่างจำใจ!ซึ่งเขาเตรียมใจไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะต้องมีหน้าเขาขึ้นอยู่บนหน้าแรกของทุกเว็บไซต์ข่าวแน่นอน!

            “หูเจียวเจียว...” เขากัดฟันอย่างโมโหก่อนเคาะรถด้วยสีหน้าบูดบี้ไม่น่ามอง “แกมันเห็นแกตัว...แกมันพวกเห็นตัวเองเป็นใหญ่”

            “หลังจากนี้ แกไม่ต้องถ่อมาหาฉันแล้ว! คุณชายเมืองผานซานอย่างฉันไม่รู้จักคนอย่างแก!”

            “ไม่อยากรู้จักก็ไม่ต้องรู้จัก! ใครจะสน!”หูเจียวเจียวยื่นตัวออกไปนอกหน้าต่างครึ่งตัวพลางแผดเสียงตะโกน

            ชายหนุ่มแค่นเสียงหึในลำคอ ก่อนหันหน้าเดินจากไป

            “ไม่เคยเห็นลูกคนรวยกับลูกนักการทะเลาะกันกับตาตัวเองเลย...”นักศึกษาด้านหลังสุดเอ่ยขึ้นอย่างใจหาย

            “ปึง” เสียงปิดประตูรถดังขึ้น หูเจียวเจียวเดินลงจากรถและพุ่งไปที่รถของสวีหยางอี้

            “เปิดประตูสิ!” เธอยืนกรางอยู่ข้างหน้ารถรถอาวดี้ที่สภาพด้านหน้ายับเยินเล็กน้อย“อยากให้ฉันขอโทษนักไม่ใช่เหรอ? ทำไม? แค่นี้ก็ไม่กล้าเปิดประตูงั้นเหรอ?”

            “ไม่จำเป็นแล้ว” เสียงของสวีหยางอี้เล็ดรอดผ่านกระจกหนาเตอะออกมา“เธอไปได้แล้ว”

            “เหอะ...” หูเจียวเจียวแค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์

            เรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ แน่!

            ไหนๆ ก็เสียหน้าท่ามกลางสายตาผู้คนแล้ว ไหนๆก็ถูกญาติตัวเองตัดขาดความสัมพันธ์แล้วไหนจะความตกใจเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างเมื่อครู่อีกก็โยนขวดสไปร์ทไปโดนแค่นี้ทำเป็นเรื่องใหญ่โต!

            ริอาจใช้รถกระป๋องเส็งเคร็งชนรถหรูของฉันถึงสามครั้ง!

            แล้วตอนนี้ยังกล้ามานั่งทำหน้าปั้นเจ๋ออีกงั้นเหรอ?

            “คุณสวีจะปล่อยพวกเขาไปจริงๆ เหรอครับ?” หลี่จงหยวนเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

            สวีหยางอี้ใส่หูฟังพลางพยักหน้า

            ใช่ว่าเขากลัว แต่ภาพหญิงสาวโวยวายไร้สติอยู่ข้างหน้าแบบนี้มันน่ารำคาญ

            อยู่ๆ ภาพผู้หญิงคนหนึ่งที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อน้องสาวตัวเองก็ปรากฏขึ้นมาในห้วงสมองเขาแม้จะเลือนรางแต่ก็ทำให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยเป็นยิ่งนัก

            บนโลกนี้มีคนอยู่ทุกรูปแบบจริงๆ ทั้งๆ ที่กินข้าวเหมือนกันไม่รู้ว่าคนที่เคยรู้จักก่อนหน้านี้ มีใครเหลืออยู่บ้างพอคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นอาจล้มหายตายจาก อยู่ๆเขาก็รู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าตรงนี้มันช่างเล็กน้อยเหลือเกิน

            แล้วทำไมเขาจะมาเสียเวลาทะเลาะกับเด็ก ม.ปลาย ให้มันได้อะไร?

            เมื่อเทียบกับผู้คนที่เขาเคยพบเจอมาก่อนหน้าเขาก็ยิ่งไม่อยากเสียเวลากับเรื่องพรรค์นี้

            “ก๊อก ก๊อก ก๊อก!” เสียงเคาะหน้าต่างดังกระชั้นหูเจียวเจียวออกแรงเคาะหนักขึ้นเรื่อยๆ เงียบได้ไม่ถึงสองนาทีก็โวยวายขึ้นอีกครั้ง“เปิดประตูสิวะ!”

            “อะไรกัน? กลัวงั้นเหรอ? ไม่กล้าสู้หน้าหรือยังไง?เมื่อกี้เก่งนักไม่ใช่เหรอ? ต้องการคำขอโทษจากฉันไม่ใช่เหรอ!เปิดประตูสิ!”

            “พอฉันมาหาก็ไม่ยอมเปิดประตู! กลัวอะไรนักหนา!ถ้าเป็นลูกผู้ชาก็ลุกขึ้นมาสิ!”

            สวีหยางอี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือก

            เขาถอดหูฟังออก ดวงตาที่สงบดั่งน้ำนิ่งสะท้อนแววสังหารขึ้นมาวูบหนึ่งทันใดนั้น หลี่จงหยวนรู้สึกถึงกลุ่มก้อนพลังปราณที่ก่อตัวขึ้นรอบๆ!

            ให้ความรู้สึกเหมือนมีดอันแหลมคมจ่ออยู่รอบตัว และพร้อมจะพุ่งเข้าโจมตีทุกเมื่อ!

            “ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับคุณสวี!”หลี่จงหยวนกระวนกระวายจนเหงื่อเย็นแตกพลั่กเต็มหน้าผากพลันรีบเอี่ยวตัวพูดห้ามปราม “ทำแบบนี้คุณจะโดนศาลนักฝึกตนออกหมายจับ!ภูมิหลังของผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ!”

            “นายคิดว่า...” สวีหยางอี้ยิ้มอย่างเย็นชาพลางเปิดประตู“มือของฉันคุ้มค่าสำหรับการฆ่าคนพวกนี้เหรอ?”

            สวีหยางอี้ลงจากรถท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย จากนั้นเขาก็รู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องเขม็งมาที่ตัวเองได้ทันที

            ไม่ใช่สายตาของหญิงสาวที่ชื่อหูเจียวเจียวอะไรนั่น แต่เป็นจากชายหัวโล้น ดูเหมือนฝีมือการต่อสู้ค่อนข้างดีที่เดียวแต่น่าเสียดาย...

            ถ้าไม่ใช่ผู้ฝึกตน มีทักษะการต่อสู้ไปก็เท่านั้นเมื่ออยู่เบื้องหน้าเขา

            “ในที่สุดก็ยอมลงมาจนได้”หูเจียวเจียวแสยะยิ้มพลางลูบกระเป๋าแอร์เมสของตัวเอง“ฉันก็คิดว่านายไม่กล้าลงมาซะแล้ว! นี่! หูปา ขอโทษเขาหน่อยสิ!”

            ท่ามกลางสายตาของคนที่อยู่ในเหตุการณ์ชายหัวโล้นนั้นดูเหมือนคนไร้ความรู้สึก พอยืนอยู่ด้านหน้าสวีหยางอี้แล้วทำให้รู้ว่าสวีหยางอี้ตัวเล็กกว่าเขาประมาณครึ่งค่อนตัว!ชายหัวโล้นนั่นน่าจะสูงเกิน 190 ซม. ขึ้นไปอีก!

            “นะ นี่มันบอดี้การ์ดงั้นเหรอ? เมื่อเดาชาติตระกูลของหูเจียวเจียวเล่นๆบางคนถึงกับเสียวสันหลังวาบ “คะแค่ออกมาข้างนอก ถึงกับต้องเอาบอดี้การ์ดมาด้วยเหรอ?”

            “นี่มันไม่ใช่การขอโทษแล้ว นี่มันข่มขู่กันชัดๆ !” “สมัยนี้มีคนแบบนี้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ กฎหมายทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้เลยเหรอ!”

            สวีหยางอี้มองหูปาด้วยสายตาเย็นชาสักพัก แล้วอยู่ๆ ก็คลี่ยิ้มออกมา

            สวีหยางอี้ปล่อยหมัดออกพลางคลี่ยิ้มอีกฝ่ายมองหน้าสวีหยางอี้อย่างไร้อารมณ์สายตาเจือแววดูถูกหมัดอันไร้พลังของอีกฝ่าย ทว่าหลังจากนั้น...

            “พึบ!” บังเกิดเสียงบางอย่างขึ้น! ทุกคน ณที่แห่งนั้นถูกกระแสลมตีปะทะเข้าหน้าทันที!ผมเผ้าของหูเจียวเจียวลู่ไปด้านหลังจากแรงลมปะทะ!

            แรงบีบอัดของลมอันรุนแรงตีปะทะเข้าหน้าจนเธอหลับตาปี๋ภายในใจหวาดกลัวจนแทบส่งเสียงกรีดร้องออกมา!

            นี่มันมนุษย์เหรอ? !

            นี่มันไม่ใช่มนุษย์แล้ว!

            นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!

            หมัดของคนธรรมดาบีบอัดแรงลมได้ขนาดนี้เชียวเหรอ? อย่ามาล้อเล่นหน่า! 

            เอ๊ะ... จริงสิ... หูปา! หูปาเป็นอย่างไรบ้าง!

            ครั้นลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง บรรยากาศนิ่งเงียบไร้ซึ่งเสียงร้องอันน่าเวทนาแต่อย่างใด

            ทุกคนในเหตุการณ์ได้ยินเสียงบีบอัดอของแรงลมเมื่อครู่อย่างชัดเจนเต็มสองหู

            “กึก...” ต่อมา เสียงของแข็งกระทบกันดังขึ้น มันคือเสียงหัวเข่าทั้งข้างของหูปาทิ้งตัวกระแทกลงพื้น

            หมัดของสวีหยางอี้เฉียดไปข้างๆ เขา เพราะอีกฝ่ายจงใจไม่เล็งเข้ามาตรงๆภายในเสี้ยวพริบตาเขารับรู้ขึ้นมาทันทีว่าชายที่ตัวเตี้ยกว่าตัวเองครึ่งหนึ่งคนนี้...สามารถฆ่าเขาได้ภายในหมัดเดียว!

            แค่หมัดเดียวเท่านั้น!

     

    คล้ายกับเรื่องยุทธเวทผลาญปีศาจ ที่คุณอ่าน