สวรรค์นิรันดร์กาล

ส่งต่อความรู้

        ร่างเงาทั้งห้าต่างอยู่ในรูปร่างของชายหนุ่มที่หล่อเหลาทั้งนั้นแต่ละคนมีกลิ่นอายที่แตกต่างกันแต่ความแข็งแกร่งกลับไม่ต่างจากบิดาของตนเองเลยนี่ทำให้ฉางเฟิงตกตะลึงอย่างมาก

        “พวกท่านคือ!!!!”

        “จะเรียกพวกข้าว่าท่านลุงก็คงได้ถึงตามจริงมารดาของเจ้าจะเป็นหลานสาวของพวกเราก็เถอะแต่บิดาของเจ้าถือว่าเป็นสหายของพวกเราก็คงได้” ชายคนหนึ่งมีกลิ่นอายที่แหลมคมดุจกระบี่กล่าว

        “ท่านลุงงั้นเหรอ?????”

        “ฮ่าฮ่า ฮ่า เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน วิชานี้คงอยู่ได้ไม่นานมากนักดังนั้นมาเข้าเรื่องกันเลย”

        “พวกเรารู้ว่าตอนนี้ตัวเจ้ากำลังเจอเรื่องลำบากแต่ถ้าดูมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรมากอย่างน้อยร่างกายของเจ้าก็สามารถต้านทานคำสาปได้ในระดับหนึ่งและไม่ตกตายในทันทีซึ่งข้าคิดว่าขอแค่เจ้าฝึกฝนจนแข็งแกร่งมากพอคำสาปก็น่าจะทำอะไรไม่ได้หรือไม่เจ้าก็แค่ต้องหาร่างใหม่เท่านั้น”

        “ไม่ผิดแม้จะเสียดายใบหน้าและพรสวรรค์ของร่างเก่าแต่เพื่อเส้นทางที่สูงกว่ามันก็ต้องมีการเสียสละกันบ้าง”ชายทั้งห้าพากันกล่าวความคิดออกมา

        “จริงสิข้าฝึกฝนวิชาสามวิญญาณและตอนนี้วิญญาณทั้งสองของข้ากำลังเติบโตนี่นา” ฉางเฟิงพลันนึกขึ้นได้ว่าฉางเฟิงได้ส่งวิญญาณทั้งหมดไปเริ่มต้นฝึกฝนในทวีปเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งเวลาผ่านมา10ปีแล้วฉางเฟิงก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ร่างวิญญาณทั้งสองเป็นอย่างไรบ้างและถ้าฉางเฟิงต้องการสามารถเลือกร่างใดร่างหนึ่งเพื่อใช้แทนร่างกายที่เสียไปได้

        “อย่าพึ่งคิดมากไปจากข้อมูลที่ภาพสวรรค์นิรันดร์ส่งมาให้ข้าข้างกายเจ้ามีตัวตนที่ยอดเยี่ยมอยู่ไม่ใช่รึ อืม ดูเหมือนว่าภรรยาของเจ้าจะเป็นถึงจ้าวจักรวาลเลยสินะ”ต้าหมิงกล่าว

        “อะไรนะนั่นเรื่องจริงงั้นเหรอ บ้าไปแล้ว” ชายที่มีสายฟ้าลอบร่างตื่นตระหนก

        “เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆอายุยังไม่ถึง 100 ปีแต่กลับได้ภรรยาที่เป็นตัวตนสูงสุดในจักรวาล”

        “ไม่แปลกใจเลยที่เด็กคนนี้จะเป็นคนแก้ปัญหาให้กับพวกเรา”

        “ถ้าเช่นนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาหรอกถ้ามีนางอยู่ยังไงเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งร่างหลักเลยแม้แต่น้อย”

        ฉางเฟิงได้แต่ฟังเงียบๆและไม่ได้กล่าวอะไรออกมาได้แต่หัวเราะเมื่อบิดาของตนพูดถึงซีรั่วหยาน

        “เฟิงเอ๋อเจ้าไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องร่างหลักของเจ้าหรอก จากการคาดการของข้าภรรยาของเจ้าย่อมมีวิธีรักษาร่างหลักของเจ้าเอาไว้ได้จนกว่านางจะหาทางแก้คำสาปได้

        แต่กว่าจะถึงวันนั้นมันจะเสียเวลาฝึกฝนเจ้าเพราะงั้นพ่อแนะนำให้เจ้าย้ายแบ่งวิญญาณสร้างร่างกายใหม่เพื่อฝึกฝนดีกว่ารอให้ร่างกายหลักของเจ้าฟื้นขึ้นมาแล้วค่อยหลอมร่างทั้งสองก็ยังไม่สาย” ต้าหมิงกล่าว

        “ข้าเองก็คิดแบบนั้นตอนแรกที่ข้าฝึกฝนวิชาสามวิญญาณเพราะต้องการจะฝึกกายเซียนมารแต่ตอนนี้ดูเหมือนข้าจะมีเป้าหมายเพิ่มแล้ว” ฉางเฟิงกล่าว

        “ในเมื่อเจ้าเห็นทางออกของตนเองแล้วพวกเราก็ไม่สามารถช่วยได้มากทำได้เพียงส่งต่อความรู้ของพวกเราให้กับเจ้า แน่นอนว่าพวกเราจะไม่ส่งต่อเต๋าของพวกเราให้กับเจ้าเพราะมันไร้ความหมายสำหรับเจ้าแต่พวกเราจะส่งต่อความรู้ประสบการณ์และแนวทางให้เจ้าไปพัฒนาต่อหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยให้เจ้าเดินบนเส้นทางสูงสุดกลายเป็นจ้าวจักรวาลและกลับมาช่วยพวกเราได้นะ”ชายหนุ่มทั้งสี่กล่าว

        “สำหรับพ่อจะสำเร็จหรือไม่พ่อจะไม่โทษลูกอย่างเด็ดขาดแต่พ่ออยากให้รู้ว่าพ่อและแม่ของเจ้ารักเจ้ามากโดยเฉพาะแม่ของเจ้านางต้องทรมานมากแน่เพราะไม่เพียงแต่เจ้าต้องจากไปแดนไกลแม้แต่พ่อก็ไม่อาจอยู่เคียงข้างนางได้”ต้าหมิงกล่าว

        “ลูกจะไม่ทำให้พวกท่านต้องผิดหวังลูกจะทำลายเผ่ากลืนกินและกลับมาช่วยพวกท่านให้ได้”ฉางเฟิงกล่าว

        “ดีพวกข้าเชื่อเจ้า เจ้าหลานชายของพวกข้า”

        สิ้นเสียงคนทั้งหมดต่างยื่นมือไปยังร่างของฉางเฟิงกลุ่มแสงห้าลูกพุ่งเข้าสู่ร่างกายของฉางเฟิงอ่างช้าๆพริบตานั้นเองฉางเฟิงราวกับได้ใช้ชีวิตไปแล้วหลายแสนหลานล้านปี ฉางเฟิงได้รับความรู้มากมายจนดวงจิตของฉางเฟิงยังสั่นไหวราวกับจะแตกสลาย

        “เวลาหมดลงแล้วได้เวลาที่เจ้าต้องกลับไปแล้ว”เสียงของต้าหมิงดังขึ้น

        ฉางเฟิงฝืนลืมตาขึ้นมามองเห็นร่างของทั้งห้าถูกผนึกอยู่ในผลึกขนาดใหญ่และมีแขนข้างหนึ่งพร้อมกับประตูทางเข้าจักรวาลล้วนแต่ถูกผนึกไปพร้อมกับทั้งห้าคน

        “ข้าจะต้องกลับมาช่วยท่านให้ได้ท่านพ่อ”ฉางเฟิงถึงกับหลั่งน้ำตา การพบเจอกันมันยากอย่างมากแต่กลับมีเวลาเพียงเล็กน้อยเหลือเกินฉางเฟิงนั้นปรารถนาจะอยู่กับบิดาของตนให้นานกว่านี้อีกหน่อยแต่กลับไม่สามารถทำได้

        อีกด้านวิญญาณของฉางเฟิงได้กลับเข้ามาสู่ร่างหลักแล้วฉางเฟิงจึงได้สติแต่ก็รู้สึกอ่อนแรงมากเพราะคำสาปยังคงกัดกินร่างและวิญญาณของตนอยู่

        “เจ้ากลับมาแล้ว”ซีรั่วหยานพุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่กังวลมากส่วนหญิงสาวคนอื่นๆเองก็ร้องให้ออกมาเมื่อเห็นฉางเฟิงได้สติ

        “ทำให้พวกเจ้าต้องกังวลแล้ว”ฉางเฟิงกล่าว

        “เจ้าไม่ต้องห่วงเมื่อข้าได้พลังระดับพระเจ้ากลับมาข้าจะช่วยทำลายคำสาปให้เจ้าได้เพราะงั้นอดทนอีกหน่อยนะ”ซีรั่วหยานจับมือของฉางเฟิงเอาไว้แน่นและเห็นได้ชัดว่าร่างของนางสั่นใหวมาก

        “ข้าเชื่อเจ้าเพราะงั้นหลังจากนี้ข้าอาจจะหลับใหลพักใหญ่ๆพวกเจ้าไม่ต้องกังวลอะไรมากข้าแค่หลับไปเท่านั้นและเรื่องของนิกายข้าฝากพวกเจ้าด้วย” ฉางเฟิงกล่าวก่อนที่ดวงตาจะปิดอีกครั้ง

        “เห็นได้ชัดเลยว่าท่านพ่อทรมานมากแค่ลืมตาขึ้นมาพูดกับพวกเราก็ทำให้ท่านพ่อหมดสิ้นเรี่ยวแรงไปแล้ว”ศิลาน้อยโกรธมาก

        “ศิลาน้อยเจ้าอยากจะแก้แค้นแทนนายน้อยหรือไม่”เสี่ยวจินเผยดวงตาที่ดุร้ายขึ้นมา

        “แน่นอนถ้าไม่ใช่เพราะข้าไร้พลังข้าจะกลับไปทุบร่างเจ้าพวกนั้นให้เละ” ศิลาน้อยกล่าว

        “ไม่หรอกเจ้ายังมีความสามารถที่คนอื่นไม่มีอยู่” เสี่ยวจินกล่าว

        “หรือท่านคิดจะให้ข้ากลั่นชีพจรเทพของโลกกระบี่เพื่อนำพวกมันกลับมาพัฒนาโลกของพวกเรา”ศิลาน้อยเบิกตากว้าง

        “ใช่แล้วด้วยพลังของข้าที่ช่วยเจ้าซ่อนเร้นตัวตนยังจะมีใครหยุดพวกเราได้อีก” เสี่ยวจินกล่าว

        “ดีข้าไม่สนว่าโลกกระบี่จะเป็นยังไงแต่พวกมันกล้าทำให้ท่านพ่อทรมานข้าจะทำลายพวกมันทิ้ง”ศิลาน้อยคำรามด้วยความโกรธ

        ซีรั่วหยานไม่ได้ห้ามพวกเสี่ยวจินเพราะตอนนี้ดวงตาของนางกลับมาเย็นชามากตงจวิ้นที่เห็นดังนั้นก็รับรู้ได้ว่าซีรั่วหยานกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนแล้วเมื่อก่อนซีรั่วหยานได้รับนามราชินีภูติผู้โหดเหี้ยมเพื่อเผ่านางสามารถกวาดล้างศัตรูตนไม่ให้เหลือรอดไปแม้แต่คนเดียว

         

คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน