เมื่อได้ยินว่าไฉ่หลินจะขอติดตามไปด้วย
หลายคนก็ถึงกับหน้าเหวอและทำอะไรไม่ค่อยถูกกันนัก โดยเฉพาะกับชายวัยกลางคนอย่างคริมสันเอช เขาได้แต่ส่งเสียงกระแอมขึ้นในลำคอด้วยความอิจฉา นัยน์ตาเองก็เหลือบมองไปยังลูกศิษย์ของตนอย่างรวดเร็ว
"ฟังไว้นะเจ้าลูกศิษย์ นี่คือโอกาสในการสานสัมพันธ์กับไฉ่หลินแล้ว"
"มีไม่บ่อยครั้ง ไม่ใช่ซิ ไม่เคยมีผู้ชายคนใดที่เธอจะขอติดตามไปด้วย!!"
เหมือนสายตาของคริมสันเอชจะสามารถส่งสัญญานให้กับตัวของเซียงหลินได้ ชายหนุ่มเองก็รู้ดีเลยว่าตอนนี้ท่านอาจารย์พยายามจะบอกอะไร
ถึงไม่ได้พูดคุยกัน ทว่าด้วยความสัมพันธ์ที่เน้นแฟ้นของศิษย์อาจารย์ พวกเขาทั้งสองก็สามารถเข้าใจกันได้ในทันที
"ได้ซิครับ ถ้าท่านหญิงไม่รังเกียจละก็..."
"ที่ว่างของไทรเด้นด้านหลังก็ยังขาดอยู่พอดี"
เซียงหลินรีบตอบกลับพร้อมกับมีรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้น ขณะเดียวกันหัวใจของเขาก็เริ่มเต้นระรัวขึ้นอย่างหนัก แค่ได้เห็นใบหน้าที่เย้ายวนรวมถึงเนินอกขนาดใหญ่ที่ขาวเนียนนั้นใกล้ๆ
อารมณ์ของมัน ไม่ใช่ซิ ของผู้ชายทุกคนก็ย่อมต้องเลือดลมสูบฉีด ความงามรวมถึงความเซ็กซี่ของนาง ต่อให้จะไม่ใช่มนต์สะกดของภูติวิญญาณประจำตัวอย่างจิ้งจอก หญิงสาวก็อยู่ในระดับที่แตกต่าง
"คิคิ งั้นผู้อื่นขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนละกันนะ เอาไทรเด้นไปรับเราที่หน้าสมาคมการค้าวิญญาณละ"
จากนั้นหญิงสาวกับร่างเงาขนาดใหญ่ก็ได้ออกไปจากโรงประมูลแห่งนี้ทันที
เพราะการที่ตัวของนางสวมใส่ชุดเสื้อผ้ากีบเผ้าที่ค่อนข้างจะวาบหวิวออกไปยังโลกภายนอก บอกตามตรงมันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก
แถมยังต้องนั่งอยู่บนพาหนะที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วที่สุด ถ้ายังเผลอใส่ชุดเสื้อผ้าแบบนี้ไปอีก เสื้อผ้าต่างๆคงจะไม่สามารถปิดกั้นส่วนลับอื่นๆได้อย่างแน่นอน จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อผ้าที่สมบูรณ์ยิ่งกว่านี้
อย่างเซียงหลินเองก็มีชุดเซ็ทโบราณ อย่างเจ้าเมืองมังกรก็มีชุดเกราะสงคราม หนึ่งในชุดออกรบตัวเก่ง ไม่แปลกที่ผู้ฝึกฝนวิญญาณรวมถึงเช่นนางก็จะมีชุดที่พร้อมสมบูรณ์เช่นเดียวกัน
เมื่อพวกเขาทั้งสองได้จากไปหัวหน้าวิศวกรรวมถึงคนอื่นๆก็ได้แต่กัดฟันแน่นด้วยความอิจฉา
"ดูเหมือนนายหญิงจะถูกใจนายน้อยเซียงหลินเข้าให้แล้วนะครับ บอกตามตรงเลยว่าข้าไม่เคยเห็นนายหญิงไปกับผู้ชายคนไหนมาก่อน"
"ด้วยพลังรวมถึงรูปลักษณ์ที่ทรงเสน่ห์ แค่ผู้ชายอยากจะมีความคิดในการสัมผัสตัว ผู้ชายคนนั้นคงต้องถูกเผาผลาญด้วยเพลิงวิญญาณแล้ว"
หัวหน้าหน่วยวิจัยโคล์ลอนกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว นัยน์ตายังดูสั่นไหวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แล้วมันไม่ใช่แค่ตัวของเขาเท่านั้น
แม้แต่คนอย่างคริมสันเอชก็ยังพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย เขาได้หันไปบอกกล่าวกับลูกศิษย์ของตนเอง
"หึหึ มันคือเรื่องจริงเลยละเจ้าลูกศิษย์รักของข้า ตอนนั้นข้าเองก็ยังอยู่ด้วย ถ้าจำไม่ผิดเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสของห้องโถงแห่งวิญญาณมั้ง?"
"เป็นชายวัยกลางคนที่มีพลังถึงระดับแรงก์SS ตัวของมันใช้จังหวะทีเผลอพยายามจะโอบกอดหัวไหล่ของไฉ่หลิน แต่เหมือนตัวของนางจะสัมผัสได้ เลยเผาผลาญเจ้านั้นด้วยเพลิงวิญญาณจิ้งจอกซะปางตาย ถูกเผาซะจนพลังวิญญาณแทบสูญสลายหายไปจนสิ้น"
"ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันจึงทำให้รู้ว่าเทพธิดาจิ้งจอกนั่นไม่ใช่อะไรที่ผู้ชายทุกคนอยากจะได้มาครอบครองง่ายๆ!!"
"แถมเบื้องหลังของสมาคมวิญญาณเองก็ไม่ธรรมดา พ่อของนางเป็นหนึ่งในผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับแรงก์เทพสงครามที่แข็งแกร่ง ต่อให้ห้องโถงแห่งวิญญาณอยากจะเอาเรื่องกับทางสมาคมการค้าและตัวของไฉ่หลิน พวกเขาก็ยังต้องคิดก่อนว่ามันได้ไม่คุ้มเสียไหม"
เมื่อได้ยินว่านางถึงกับลงมือต่อผู้ชายที่มีความคิดจะเข้าใกล้ สีหน้าของเซียงหลินก็ค่อนข้างแปรเปลี่ยนไปอยู่ไม่น้อย
"ไม่ใช่ว่าถ้าข้าไปสัมผัสตัวของนาง.."
"ข้าคงไม่ถูกเพลิงจิ้งจอกเผาหรอกนะ"
หัวใจของชายหนุ่มเต้นระรัวขึ้นอย่างหนักเมื่อคิดถึงภาพที่เลวร้ายมากที่สุด แม้แต่ผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับแรงก์SSของห้องโถงยังไม่ใช่คู่มือ
แล้วตัวของมันที่มีพลังระดับแรงก์เพียงแค่Eจะเอาอะไรไปต่อกร เรียกได้ว่าเป็นลูกไก่ที่กำลังวิ่งเต้นอยู่บนฝ่ามือของนางซะมากกว่า
[หึหึ กุหลาบย่อมมีหนาม หญิงงามที่น่าสะพรึงถึงเพียงนี้ก็เช่นเดียวกัน]
[ถ้าเกิดนางไม่มีสิ่งที่ว่าเอาไว้ ตัวของนางคงได้ถูกผู้ชายย่ำยีไปนานแล้ว]
ระบบหัวเราะออกมาอย่างคึกคักพลางอธิบายออกมาอยู่เล็กน้อย ซึ่งมันเองก็ค่อนข้างที่จะเห็นด้วยอยู่นิดหน่อย
ในโลกยุคสมัยที่แปรเปลี่ยนไป ถึงจะมีกฎหมายบ้านเมืองอยู่เช่นเดิม ทว่าส่วนใหญ่มันก็ถูกแทนที่ด้วยผู้ฝึกฝนวิญญาณทั้งสิ้น
ถ้าไฉ่หลินไม่ได้มีพลังระดับนี้ หรือมีครอบครัวของตนเองหนุนหลัง หญิงสาวที่มีความงามสะท้านใจคงถูกผู้ยิ่งใหญ่มากมายใช้ทุกวิถีทางอยากได้รับนางมาครอบครองอยู่อย่างแน่นอน
"งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะระบบผู้พิชิต"
"ได้เวลาที่เทพอาชูร่าจะยกระดับครั้งใหญ่แล้ว"
ต่อมาเซียงหลินก็ได้ขึ้นคร่อมไทรเด้น มอไซค์วิญญาณสีขาวที่มีความสง่าและล้ำยุคมากที่สุดในปัจจุบัน แล้วในทันทีที่ฝ่ามือของเขาได้จับไปยังปลอกของคันเร่ง ภาพโฮโลแกรมสามมิติขนาดย่อมก็ได้ฉายขึ้นที่บริเวณหน้าปัด แสดงผลรวมถึงข้อมูลต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่อง
[ยืนยันการเป็นเจ้าของโดยชอบธรรม]
[ไทรเด้นสามารถสตาร์เครื่องได้ทุกเมื่อ]
ข้อมูลตัวอักษรต่างๆได้ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า ทำให้เซียงหลินต้องพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ
"อืม.. สตาร์เครื่องไทรเด้นได้เลย"
จากนั้นเขาก็สั่งการมันด้วยเสียง นี่คือหนึ่งในระบบอัจฉริยะที่มีอยู่ติดในไทรเด้น เพียงแค่เขาสั่งให้ตัวของไทรเด้นทำงาน ระบบภายในจะเริ่มต้นกระบวนการของมันด้วยตนเอง แล้วไม่ว่าชายหนุ่มจะต้องการอะไร ขอเพียงแค่ป้อนคำสั่งลงไปยังไทรเด้นก็เพียงพอแล้ว
บึ้นนนนนนนนนนน!
ทันใดนั้นเสียงกระหึ่มของมอไซค์สีขาวก็ได้ดังขึ้น ดังกระหึ่มจนทำให้หัวใจของเซียงหลินต้องพองโต
ทุกคนเมื่อได้ยินเสียงของมันก็ตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย นี่แหละคือไทรเด้น หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของสมาคมการค้าวิญญาณที่พวกมันร่วมใจกันสร้างขึ้นมา
การควบคุมหลังจากนี้ของเซียงหลินก็ไม่ต้องเป็นกังวลเลย เพราะเขาสามารถควบคุมไทรเด้นได้อย่างสบายๆแน่นอน
"งั้นผมไปแล้วนะท่านอาจารย์"
ขณะนั้นเซียงหลินก็หันไปบอกกล่าวกับผู้เป็นอาจารย์ของตน ซึ่งชายวัยกลางคนเองก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบริเวณมุมปาก
"ดีมาก ไปนอกเมืองก็ระมัดระวังตัวด้วยละ"
"แต่การมีไฉ่หลินไปด้วยน่าจะไม่ใช่ปัญหาอะไร"
คริมสันเอชดูเป็นห่วงลูกศิษย์ของตนเองอยู่เล็กน้อย การที่เขาต้องไปออกล่าวิญญาณร้ายเพื่อมายกระดับให้กับตนเอง มันก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างจะประหลาดใจซะจริงๆ พวกเขามีแต่ต้องปล่อยให้เซียงหลินออกไป ถ้าไม่งั้นพัฒนาการของชายหนุ่มคงไม่กระเตื้องแน่
เวลาเดียวกันเซียงหลินได้จับกระชับชุดคลุมของตนเองให้สูงขึ้นมาบริเวณใบหน้า
บรืนนนนนนนนนนน!
พร้อมกับที่ฝ่ามือข้างนึงก็เริ่มบิดคันเร่งของไทรเด้นอยู่นิดหน่อย เพียงแค่สัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของผู้ควบคุม ชั่วพริบตาเดียวประกายแสงสีขาวก็พุ่งตัวออกไปจากโรงประมูลด้วยความรวดเร็ว
มุ่งตรงไปยังสมาคมการค้าวิญญาณที่ตั้งอยู่ไม่ไกล เพื่อที่ไปรับไฉ่หลิน แล้วเมื่อออกไปตัวของเซียงหลินเองก็มีเป้าหมายที่ต้องการเรียบร้อยแล้วด้วย