อวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต

    บทที่ 48 ลงโทษให้หลาบจำ

    อวี๋โหรวเซียนได้ยินก็ทำท่าจะระเบิดอารมณ์และกรีดร้อง อวี๋เฟิงเฟยเหลือบมองแล้วเห็นว่าหญิงสาวกำมือแน่นกำลังจะระบายออกมาจึงกล่าวห้ามทันที


    "หยุดเลยนะ ใครสั่งสอนใครสอนให้เจ้าไม่เคารพผู้อื่นเช่นนี้ จะมากรีดร้องที่นี่หาสวรรค์วิมานอันใดกัน นู่น ถ้าเจ้าอยากร้อง ไปร้องที่ห้องของตนเอง อย่ามาโวยวายที่ห้องของข้า รำคาญ ออกไป จะออกดีๆ หรือให้ข้าเรียกพวกบ่าวมาลากเจ้า ไตร่ตรองให้ดีเองก็แล้วกัน ข้าให้เวลาเจ้าแค่นี้ ถ้าข้านับถึง 3 แล้วเจ้ายังอยู่ คิดสภาพเอาเองเถิด บ่าวมันกลัวใครมากกว่า ถ้าข้าสั่ง หน้าตาเจ้าตอนออกจากห้องคงกระเซอะกระเซิงไม่ใช่น้อย" อวี๋เฟิงเฟยพูดโดยไม่เหลือบหางตามอง


    อวี๋โหรวเซียนคิดได้จึงบอก


    "เจ้าต้องไม่นับ ข้าไปเอง ไม่ต้องเรียกบ่าวไพร่มา"


    "หยุด อย่าเพิ่งไป น้องสามอย่างเจ้าช่างไม่มีใครกล้าอบรมมารยาทเสียจริง หัดรู้จักที่ต่ำที่สูงเสียก่อน เรียกข้าว่าพี่รอง ไม่ใช่จะมาเรียก อะไรกัน ท่านแม่ของเจ้าไม่บอกสินะ ลูกสายรองจะมาเทียบเคียงกับลูกสายหลักไม่ได้เป็นอันขาด"


    "ข้าไม่เรียก" อวี๋โหรวเซียนยืนยัน หัวเด็ดตีนขาดนางก็ไม่ยอมเรียก


    "ตามใจ ไม่รู้จักมารยาทก็ต้องหัดสอนเสียบ้าง โตไปจะเสียคน" 


    คิดในใจว่า


    "เฮอะ! ยัยน้องสาม น่ารำคาญจริงๆ เป็นหญิงโบราณภาษาอะไรกันเนี่ยย่ะ หัดอ่อนน้อมอ่อนโยนสิ เธออยู่ในยุคเดียวกันกับฉันค่อยปีกกล้าขาแข็ง ยุคนี้ต้องเรียงลำดับศักดิ์ย่ะ จะมาข้ามหน้าข้ามตา เดี๋ยวโดนดี ดื้อรั้น ไม่เข้าเรื่อง ไม่อยากจะมองหน้าให้เสียลูกตา ฉันคงต้องมาจัดระเบียบจวนใหม่แล้วล่ะ"


    อวี๋เฟิงเฟยจึงกระซิบบอกให้ถงฮว๋าไปตามจินซาน ผู้เป็นหัวหน้าบ่าว


    "เจ้าไปตามจินซาน ข้าจะไปรอที่สวนในจวน เตรียมบ่าวไพร่มาให้มากเสียหน่อยแล้วกัน ข้าจะให้ชมเรื่องเด็ด"


    "บ่าวชายข้างนอก เข้ามาที่นี่หน่อย" อวี๋เฟิงเฟยเดินออกไปเรียกบ่าวที่หน้าประตูห้องของตน


    เมื่อได้ยินเสียงทรงพลัง บ่าวทุกคนเลยรีบตามเข้ามายืนอยู่หน้าประตูห้องของคุณหนูรอง


    บ่าวใจกล้าคนหนึ่งถามขึ้น "มีอะไรหรือขอรับคุณหนูรอง"


    "ลากตัวคุณหนูสามไปที่สวน" อวี๋เฟิงเฟยสั่ง


    อวี๋โหรวเซียนตกใจ "อะไรของเจ้ากันแน่ เฟยเฟย เจ้าจะให้บ่าวมาลากตัวข้าไปไหน ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงไอ้พวกบ่าวไพร่ ข้าจะไปฟ้องท่านแม่"


    "ขี่ม้าสามศอกไปฟ้องท่านแม่เจ้ารึ ฝันไปเถอะ ลากตัวคุณหนูสามไปที่สวน พี่รองเช่นข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าการเคารพผู้อื่นมันต้องทำเช่นไร ประเดี๋ยวเขาจะหาได้ว่าจวนโหวไม่สั่งสอนใคร ผู้คนไม่เชื่อฟังและไม่ปฏิบัติตาม แม้แต่พวกคุณหนูของจวนโหวเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น"


    อวี๋โหรวเซียนพยายามสะบัด แต่ก็ไม่หลุดพ้นจากการจับของบ่าวไพร่ แน่นอนว่า พวกบ่าวย่อมเกรงกลัวอิทธิพลของคุณหนูรองมากกว่าคุณหนูสาม อวี๋โหรวเซียนที่โดนลากออกไปจะพ้นหน้าประตูจึงบิดร่างกายหันมามองหน้าอวี๋เฟิงเฟยด้วยความโกรธ


    ตอนนั้นเองอวี๋เฟิงเฟยจึงได้เห็นหน้าตาของอวี๋โหรวเซียนนางคิดเลยว่า


    "แหม! ฉันนึกว่ายัยน้องสามตัวแสบของฉันจะเป็นคนอื่นคนไกล ไม่ใช่ใคร ที่แท้ ก็ยัยลูกแพร์คนใกล้นี่เอง เชอะ เธอเตรียมตัวเลยจ่ะ ชาตินี้ฉันเป็นพี่สาวเธอนังตัวแสบ"


    อวี๋เฟิงเฟยจึงเดินไปกระซิบอวี๋โหรวเซียน "อย่าเพิ่งทำหน้าตาเกรี้ยวกราดไป เจ้ารอชมได้ ข้ามานึกย้อนแล้วก็จำได้นะว่าเจ้าเองมีฤทธิ์เดชไม่ใช่น้อย เอ๋! การตกบันไดของข้าคงไม่ใช่ความบังเอิญเสียแล้ว ข้าเหมือนรู้สึกได้ลางๆ ว่ามีคนจงใจผลักข้า"


    อวี๋โหรวเซียนหน้าตาซีดเซียว นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์วันนั้น ก่อนที่อวี๋เฟิงเฟยจะตกบันไดลงมาจนหมดสติ พวกนางทั้งสองโต้เถียงกัน อวี๋โหรวเซียนเถียงไม่ชนะ จึงหุนหันพลันแล่นด้วยความโมโหกลับไปฟ้องมารดา


    "ท่านแม่ ข้าไม่ยอม นังเฟยเฟย มันด่าว่าข้าอีกแล้ว"


    "ใจเย็นก่อนนะลูกรักของแม่" นางโหรวซื่อตอบกลับ


    "ปากนังคนนั้นอย่างกับกรรไกร ชอบเอ่ยวาจาร้ายๆ ใส่ข้า ข้าอยากจะตัดสิ้นมันเหลือเกินเจ้าค่ะ"


    "แม่สอนเจ้ากี่ทีแล้วเซียนเอ๋อ เจ้ากับแม่ตอนนี้ยังไร้ซึ่งอำนาจ อย่าไปทะเลาะหรือทำร้ายพวกนางต่อหน้า ให้ทำลับหลัง เจ้านี่ไม่เคยจำได้เลย" โหรวซื่อเอานิ้วชี้จิ้มหัวลูกสาวด้วยความรักและเอ็นดู 


    "เฮอะ! ก็พวกนางวางตัวสูงส่งน่าหมั่นไส้ไม่ใช่น้อย เห็นข้าเป็นลูกสายรองก็มากดขี่กัน ต่อหน้าผู้คนทำตัวเป็นนางฟ้า แต่ลับหลังกลับเป็นพวกนังจิ้งจอก โดยเฉพาะนังเฟยเฟย ข้าเกลียดมันนัก"


    "ถ้าลูกไม่พอใจ ก็ทำลับหลังสิลูก เอาให้พวกนางเข็ดหลาบ ช่วงนี้ฟ่งเอ๋อนางไปปฏิบัติธรรมสวดมนต์ภาวนาให้ฝ่าบาทด้วยสินะ ที่จวนนี้ก็เหลือแค่เฟยเฟย ท่านโหวเองก็ยังไม่กลับมาจากราชการ เจ้าอยากทำสิ่งใด เจ้าก็ลงมือทำ อย่าทิ้งร่องรอยไว้เป็นอันขาด"


    แม้จะเป็นฮูหยินผู้เฒ่ารอง แต่นางโหรวซื่อก็ทะเยอทะยานไม่ใช่น้อย ไม่อย่างนั้นคงไม่พยายามแทรกกลางความสัมพันธ์ของเจิ้งซูเจินและอวี๋ชวี่ที่รักกันมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งจากไป ทั้งคู่ยังจากไปในเวลาใกล้เคียงกัน น่าหมั่นไส้ยิ่งนัก


    ส่วนอวี๋โหรวเซียนก็ฝึกฝนความชั่วร้ายจากมารดามาไม่ใช่น้อย เมื่อมารดากล่าวให้ทำลับหลัง นางจึงคิดแผนการทำร้ายอวี๋เฟิงเฟยออกในทันที


    "ข้าขอตัวก่อนนะท่านแม่ ข้าคิดแผนการออกเสียแล้ว" นางยืมยิ้มด้วยความดีใจ


    "เซียนเอ๋อ เจ้าเป็นเด็กฉลาด ว่านอนสอนง่าย จะทำสิ่งใดก็อย่าวู่วาม ประมาท หากทำก็ทำลายหลักฐานเสียด้วยจะไม่เดือดร้อนถึงตน"


    "ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านแม่"


    ดังนั้นนางจึงพรวดพราดออกไป แล้วปฏิบัติการทันที เมื่อไม่มีใครเห็นคุณหนูสามเช่นนางเดินเข้ามาแถวที่พักของอวี๋เฟิงเฟย เมื่อสบโอกาส เห็นอวี๋เฟิงเฟยค่อยๆ เดินก้าวขึ้นบันไดสั้นเข้าไปในห้องเพื่อหาต่างหู ตอนที่อวี๋เฟิงเฟยเดินออกมา อวี๋โหรวเซียนจึงพุ่งตัวอย่างแรง เข้าไปกระแทกหลังด้วยพลังที่มากมายในทันที เป็นช่วงที่อวี๋เฟิงเฟยกำลังเดินลง เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัว อวี๋เฟิงเฟยจึงส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ ประคองตัวเองไม่ทัน ควบคุมไม่ได้ จึงไถลลงบันไดไป ด้วยความโชคร้ายของอวี๋เฟิงเฟยศีรษะของนางจึงกระแทกพื้นบันได สลบไปทันที ส่งผลให้เพนนีได้มาเข้าร่างของอวี๋เฟิงเฟยในตอนนั้นเอง


    อวี๋โหรวเซียนที่เห็นว่าเหตุการณ์บรรลุผลสำเร็จตามความตั้งใจของเธอ จึงรีบวิ่งออกไป โดยไม่ได้เรียกใครให้มาดูอวี๋เฟิงเฟย เพราะนางหวังว่า อวี๋เฟิงเฟยคงจะสลบไปอีกสักหลายๆ วัน เก็บกวาดทุกอย่างเสียเรียบร้อย กลับไปพักผ่อนที่ห้องของตนด้วยความสบายใจ ไม่ต้องระแคะระคายหูกับเสียงของนังพี่สาวน่ารำคาญ


    หลังจากอวี๋โหรวเซียนหนีไป ถงฮว๋าจึงเดินมาตามหาคุณหนูรองแล้วพบเข้าพอดีว่าอวี๋เฟิงเฟยหมดสติเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ในจวน


    "หยุดคิดเยอะได้นะน้องสามของข้า อย่าคิดว่าทำสิ่งใดไว้แล้วไม่มีใครรู้" อวี๋เฟิงฟ่งดึงสติของอวี๋โหรวเซียนกลับมาที่ปัจจุบัน


    "ปล่อยไง ข้าบอกให้ปล่อยข้า อย่ามาจับข้า ข้าจะบอกท่านแม่"


    "หึ! น้องสาม แม่ของเจ้าก็จะมารอชมเช่นกัน เชื่อข้าสิ บ่าวรับใช้แสนซื่อสัตย์ของเจ้าคงวิ่งหางแล่นไปฟ้องแม่เสียเจ้า ไปเอาตัวน้องสามข้าไปที่สวน อย่าเสียเวลา" 


    จริงตามที่อวี๋เฟิงเฟยพูดเพราะจินจิ่ว — บ่าวรับใช้คนสนิทของอวี๋โหรวเซียนทันทีที่เห็นว่ากำลังเกิดเรื่องกับเจ้านายตนจึงรีบสิ่งไปฟ้องฮูหยินรอง


    "ฮูหยินผู้เฒ่ารองเจ้าคะ" จินจิ่วรีบวิ่งมาฟ้อง


    "อะไรกันจินจิ่ว เจ้าใจเย็นเสียก่อน อย่าเพิ่งร้อนใจ ค่อยพูดจาสิ"


    "คุณหนูสามโดนคุณหนูรองให้บ่าวไพร่คุมตัวไม่สิเจ้าคะ คุณหนูรองไม่ได้แค่สั่งให้คุม แต่สั่งให้ลากตัวคุณหนูสามไปที่สวนเจ้าค่ะ"


    โหรวซื่อตกใจ "อะไรกัน นางกล้าทำได้อย่างไร ข้าจะไปที่สวนเดี๋ยวนี้ จินอี ตามข้ามา"


    โหรวซื่อเรียกให้จินอี ผู้เป็นสาวใหญ่บ่าวที่ติดตามเธอมาตั้งแต่แต่งงานให้เดินตามเข้าไปดูด้วยกัน 

    สวนของจวนโหว


    ทุกคนเดินมาอยู่ที่พร้อมกันทั้งแขกที่ได้รับเชิญ ไม่ว่าจะเป็น อวี๋เฟิงเฟย อวี๋โหรวเซียน โหรวซื่อ ถงฮว๋า จินซาน จินอี บ่าวประจำตระกูลอวี๋ทั้งหมด แม้กระทั่งผู้คุมกฎประจำจวนโหวที่ได้รับการพระราชทานจากฮ่องเต้ อดีตมามาในวังหลวง อย่าง มู่มามา ที่ฮ่องเต้หมินเล่อมาให้คอยช่วยดูแลความเรียบร้อยและคอยดูแลปกป้องหญิงสาวผู้เป็นที่รักอย่าง อวี๋เฟิงฟ่ง 


    นอกจากแขกที่ได้รับเชิญทั้งหมดในจวนแล้ว ยังมีสายตาอีกสี่คู่ที่มาแอบเฝ้ามองเรื่องราวความเป็นไปในจวนโหว ซึ่งผู้ที่มาแอบดูนั่นคือ ฉีลู่หรง — หรงกั๋วกง เสนาบดีฝ่ายขวาคนสนิทของฮ่องเต้หมินเล่อ ผู้เป็นเลขานุการคนสำคัญของแคว้นเทียนหมินที่มีพร้อม แอบดูอยู่บนต้นไม้ด้วยการใช้วิชาตัวเบาและพรางตัว 

    "ฉีอี นั่นหรือ สตรีฝาแฝดผู้โด่งดังในแคว้นเรา"


    "ท่านกั๋วกงไม่เคยเห็นนางสินะขอรับ"


    "ถ้าเคยเห็น ข้าคงไม่ถามเจ้าหรอก นางคงเป็นอวี๋เฟิงเฟยสินะ"


    "ขอรับคุณหนูใหญ่ตอนนี้อยู่ที่วัดหมินเฉิง"


    ฉีลู่หรงหันไปมองอวี๋เฟิงเฟยที่ยืนโดดเด่นอยู่ในสวนของจวน ความงามทั้งหมดของสวนประจำจวนโหว ที่กล่าวได้ว่า ถูกจัดแต่งอย่างสวยงามไม่แพ้จวนกั๋วกงของเรากลับถูกบดบังไปด้วยรัศมีความงามของนางที่ยืนอยู่ในชุดสีแดง นางเสมือนกับพระอาทิตย์ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินของสวน


    "คุณหนูรองงามสมกับที่ผู้คนเลื่องลือจริงๆ นะขอรับ ขนาดท่านกั๋วกงยังมองไม่วางตา" ฉีอีบอกกล่าว


    "ความงามของนางเป็นที่ประจักษ์ แต่กั๋วกงเช่นช้าไม่ใช่พวกหื่นกาม ข้ารอชมว่านางจะแผลงฤทธิ์ใดต่างหากเล่า งามอย่างกับนางปีศาจจำแลงมา ข้าว่านิสัยใจคอก็คงเป็นเช่นนั้น"


    "เดี๋ยวก่อน วันนี้พวกเราไม่ได้มาเพื่อมาดูนางเสียหน่อย ข้ามาสืบข้อมูลลับของตระกูลอวี๋"


    "ดูนางให้เพลินเสียตาหน่อยขอรับ ให้กระชุ่มกระชวยแล้วค่อยเริ่มงานยังไม่สายไปนะขอรับท่านกั๋วกง"


    "หึ! พูดมากเสียจริง เจ้าเป็นท่านแม่ข้าสิท่า เงียบปากเจ้า แล้วรอดูสถานการณ์ตรงหน้านี้เงียบๆ"


    วันนี้ฉีลู่หรงตั้งใจสืบหาความลับตระกูลอวี๋ดังที่ตั้งใจไว้จริงๆ แต่ตอนที่แอบลอบเข้ามาดันเจอกับเหตุการณ์น่าสนใจเสียก่อน เสียงทะเลาะที่ดังกันของคุณหนูทั้งสองในจวนโหว รัศมีความน่าเกรงขามและความร้ายกาจที่แผ่ออกมาจากร่างของอวี๋เฟิงเฟย จึงทำให้ฉีลู่หรงและองครักษ์เงา ลักลอบติดตามเข้ามาชมเหตุการณ์นี้เช่นกันด้วยความสนใจ

    คล้ายกับเรื่องอวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต ที่คุณอ่าน

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810