อวี๋โหรวเซียนได้ยินก็ทำท่าจะระเบิดอารมณ์และกรีดร้อง อวี๋เฟิงเฟยเหลือบมองแล้วเห็นว่าหญิงสาวกำมือแน่นกำลังจะระบายออกมาจึงกล่าวห้ามทันที
"หยุดเลยนะ ใครสั่งสอนใครสอนให้เจ้าไม่เคารพผู้อื่นเช่นนี้ จะมากรีดร้องที่นี่หาสวรรค์วิมานอันใดกัน นู่น ถ้าเจ้าอยากร้อง ไปร้องที่ห้องของตนเอง อย่ามาโวยวายที่ห้องของข้า รำคาญ ออกไป จะออกดีๆ หรือให้ข้าเรียกพวกบ่าวมาลากเจ้า ไตร่ตรองให้ดีเองก็แล้วกัน ข้าให้เวลาเจ้าแค่นี้ ถ้าข้านับถึง 3 แล้วเจ้ายังอยู่ คิดสภาพเอาเองเถิด บ่าวมันกลัวใครมากกว่า ถ้าข้าสั่ง หน้าตาเจ้าตอนออกจากห้องคงกระเซอะกระเซิงไม่ใช่น้อย" อวี๋เฟิงเฟยพูดโดยไม่เหลือบหางตามอง
อวี๋โหรวเซียนคิดได้จึงบอก
"เจ้าต้องไม่นับ ข้าไปเอง ไม่ต้องเรียกบ่าวไพร่มา"
"หยุด อย่าเพิ่งไป น้องสามอย่างเจ้าช่างไม่มีใครกล้าอบรมมารยาทเสียจริง หัดรู้จักที่ต่ำที่สูงเสียก่อน เรียกข้าว่าพี่รอง ไม่ใช่จะมาเรียก อะไรกัน ท่านแม่ของเจ้าไม่บอกสินะ ลูกสายรองจะมาเทียบเคียงกับลูกสายหลักไม่ได้เป็นอันขาด"
"ข้าไม่เรียก" อวี๋โหรวเซียนยืนยัน หัวเด็ดตีนขาดนางก็ไม่ยอมเรียก
"ตามใจ ไม่รู้จักมารยาทก็ต้องหัดสอนเสียบ้าง โตไปจะเสียคน"
คิดในใจว่า
"เฮอะ! ยัยน้องสาม น่ารำคาญจริงๆ เป็นหญิงโบราณภาษาอะไรกันเนี่ยย่ะ หัดอ่อนน้อมอ่อนโยนสิ เธออยู่ในยุคเดียวกันกับฉันค่อยปีกกล้าขาแข็ง ยุคนี้ต้องเรียงลำดับศักดิ์ย่ะ จะมาข้ามหน้าข้ามตา เดี๋ยวโดนดี ดื้อรั้น ไม่เข้าเรื่อง ไม่อยากจะมองหน้าให้เสียลูกตา ฉันคงต้องมาจัดระเบียบจวนใหม่แล้วล่ะ"
อวี๋เฟิงเฟยจึงกระซิบบอกให้ถงฮว๋าไปตามจินซาน ผู้เป็นหัวหน้าบ่าว
"เจ้าไปตามจินซาน ข้าจะไปรอที่สวนในจวน เตรียมบ่าวไพร่มาให้มากเสียหน่อยแล้วกัน ข้าจะให้ชมเรื่องเด็ด"
"บ่าวชายข้างนอก เข้ามาที่นี่หน่อย" อวี๋เฟิงเฟยเดินออกไปเรียกบ่าวที่หน้าประตูห้องของตน
เมื่อได้ยินเสียงทรงพลัง บ่าวทุกคนเลยรีบตามเข้ามายืนอยู่หน้าประตูห้องของคุณหนูรอง
บ่าวใจกล้าคนหนึ่งถามขึ้น "มีอะไรหรือขอรับคุณหนูรอง"
"ลากตัวคุณหนูสามไปที่สวน" อวี๋เฟิงเฟยสั่ง
อวี๋โหรวเซียนตกใจ "อะไรของเจ้ากันแน่ เฟยเฟย เจ้าจะให้บ่าวมาลากตัวข้าไปไหน ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงไอ้พวกบ่าวไพร่ ข้าจะไปฟ้องท่านแม่"
"ขี่ม้าสามศอกไปฟ้องท่านแม่เจ้ารึ ฝันไปเถอะ ลากตัวคุณหนูสามไปที่สวน พี่รองเช่นข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าการเคารพผู้อื่นมันต้องทำเช่นไร ประเดี๋ยวเขาจะหาได้ว่าจวนโหวไม่สั่งสอนใคร ผู้คนไม่เชื่อฟังและไม่ปฏิบัติตาม แม้แต่พวกคุณหนูของจวนโหวเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น"
อวี๋โหรวเซียนพยายามสะบัด แต่ก็ไม่หลุดพ้นจากการจับของบ่าวไพร่ แน่นอนว่า พวกบ่าวย่อมเกรงกลัวอิทธิพลของคุณหนูรองมากกว่าคุณหนูสาม อวี๋โหรวเซียนที่โดนลากออกไปจะพ้นหน้าประตูจึงบิดร่างกายหันมามองหน้าอวี๋เฟิงเฟยด้วยความโกรธ
ตอนนั้นเองอวี๋เฟิงเฟยจึงได้เห็นหน้าตาของอวี๋โหรวเซียนนางคิดเลยว่า
"แหม! ฉันนึกว่ายัยน้องสามตัวแสบของฉันจะเป็นคนอื่นคนไกล ไม่ใช่ใคร ที่แท้ ก็ยัยลูกแพร์คนใกล้นี่เอง เชอะ เธอเตรียมตัวเลยจ่ะ ชาตินี้ฉันเป็นพี่สาวเธอนังตัวแสบ"
อวี๋เฟิงเฟยจึงเดินไปกระซิบอวี๋โหรวเซียน "อย่าเพิ่งทำหน้าตาเกรี้ยวกราดไป เจ้ารอชมได้ ข้ามานึกย้อนแล้วก็จำได้นะว่าเจ้าเองมีฤทธิ์เดชไม่ใช่น้อย เอ๋! การตกบันไดของข้าคงไม่ใช่ความบังเอิญเสียแล้ว ข้าเหมือนรู้สึกได้ลางๆ ว่ามีคนจงใจผลักข้า"
อวี๋โหรวเซียนหน้าตาซีดเซียว นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์วันนั้น ก่อนที่อวี๋เฟิงเฟยจะตกบันไดลงมาจนหมดสติ พวกนางทั้งสองโต้เถียงกัน อวี๋โหรวเซียนเถียงไม่ชนะ จึงหุนหันพลันแล่นด้วยความโมโหกลับไปฟ้องมารดา
"ท่านแม่ ข้าไม่ยอม นังเฟยเฟย มันด่าว่าข้าอีกแล้ว"
"ใจเย็นก่อนนะลูกรักของแม่" นางโหรวซื่อตอบกลับ
"ปากนังคนนั้นอย่างกับกรรไกร ชอบเอ่ยวาจาร้ายๆ ใส่ข้า ข้าอยากจะตัดสิ้นมันเหลือเกินเจ้าค่ะ"
"แม่สอนเจ้ากี่ทีแล้วเซียนเอ๋อ เจ้ากับแม่ตอนนี้ยังไร้ซึ่งอำนาจ อย่าไปทะเลาะหรือทำร้ายพวกนางต่อหน้า ให้ทำลับหลัง เจ้านี่ไม่เคยจำได้เลย" โหรวซื่อเอานิ้วชี้จิ้มหัวลูกสาวด้วยความรักและเอ็นดู
"เฮอะ! ก็พวกนางวางตัวสูงส่งน่าหมั่นไส้ไม่ใช่น้อย เห็นข้าเป็นลูกสายรองก็มากดขี่กัน ต่อหน้าผู้คนทำตัวเป็นนางฟ้า แต่ลับหลังกลับเป็นพวกนังจิ้งจอก โดยเฉพาะนังเฟยเฟย ข้าเกลียดมันนัก"
"ถ้าลูกไม่พอใจ ก็ทำลับหลังสิลูก เอาให้พวกนางเข็ดหลาบ ช่วงนี้ฟ่งเอ๋อนางไปปฏิบัติธรรมสวดมนต์ภาวนาให้ฝ่าบาทด้วยสินะ ที่จวนนี้ก็เหลือแค่เฟยเฟย ท่านโหวเองก็ยังไม่กลับมาจากราชการ เจ้าอยากทำสิ่งใด เจ้าก็ลงมือทำ อย่าทิ้งร่องรอยไว้เป็นอันขาด"
แม้จะเป็นฮูหยินผู้เฒ่ารอง แต่นางโหรวซื่อก็ทะเยอทะยานไม่ใช่น้อย ไม่อย่างนั้นคงไม่พยายามแทรกกลางความสัมพันธ์ของเจิ้งซูเจินและอวี๋ชวี่ที่รักกันมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งจากไป ทั้งคู่ยังจากไปในเวลาใกล้เคียงกัน น่าหมั่นไส้ยิ่งนัก
ส่วนอวี๋โหรวเซียนก็ฝึกฝนความชั่วร้ายจากมารดามาไม่ใช่น้อย เมื่อมารดากล่าวให้ทำลับหลัง นางจึงคิดแผนการทำร้ายอวี๋เฟิงเฟยออกในทันที
"ข้าขอตัวก่อนนะท่านแม่ ข้าคิดแผนการออกเสียแล้ว" นางยืมยิ้มด้วยความดีใจ
"เซียนเอ๋อ เจ้าเป็นเด็กฉลาด ว่านอนสอนง่าย จะทำสิ่งใดก็อย่าวู่วาม ประมาท หากทำก็ทำลายหลักฐานเสียด้วยจะไม่เดือดร้อนถึงตน"
"ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านแม่"
ดังนั้นนางจึงพรวดพราดออกไป แล้วปฏิบัติการทันที เมื่อไม่มีใครเห็นคุณหนูสามเช่นนางเดินเข้ามาแถวที่พักของอวี๋เฟิงเฟย เมื่อสบโอกาส เห็นอวี๋เฟิงเฟยค่อยๆ เดินก้าวขึ้นบันไดสั้นเข้าไปในห้องเพื่อหาต่างหู ตอนที่อวี๋เฟิงเฟยเดินออกมา อวี๋โหรวเซียนจึงพุ่งตัวอย่างแรง เข้าไปกระแทกหลังด้วยพลังที่มากมายในทันที เป็นช่วงที่อวี๋เฟิงเฟยกำลังเดินลง เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัว อวี๋เฟิงเฟยจึงส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ ประคองตัวเองไม่ทัน ควบคุมไม่ได้ จึงไถลลงบันไดไป ด้วยความโชคร้ายของอวี๋เฟิงเฟยศีรษะของนางจึงกระแทกพื้นบันได สลบไปทันที ส่งผลให้เพนนีได้มาเข้าร่างของอวี๋เฟิงเฟยในตอนนั้นเอง
อวี๋โหรวเซียนที่เห็นว่าเหตุการณ์บรรลุผลสำเร็จตามความตั้งใจของเธอ จึงรีบวิ่งออกไป โดยไม่ได้เรียกใครให้มาดูอวี๋เฟิงเฟย เพราะนางหวังว่า อวี๋เฟิงเฟยคงจะสลบไปอีกสักหลายๆ วัน เก็บกวาดทุกอย่างเสียเรียบร้อย กลับไปพักผ่อนที่ห้องของตนด้วยความสบายใจ ไม่ต้องระแคะระคายหูกับเสียงของนังพี่สาวน่ารำคาญ
หลังจากอวี๋โหรวเซียนหนีไป ถงฮว๋าจึงเดินมาตามหาคุณหนูรองแล้วพบเข้าพอดีว่าอวี๋เฟิงเฟยหมดสติเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ในจวน
"หยุดคิดเยอะได้นะน้องสามของข้า อย่าคิดว่าทำสิ่งใดไว้แล้วไม่มีใครรู้" อวี๋เฟิงฟ่งดึงสติของอวี๋โหรวเซียนกลับมาที่ปัจจุบัน
"ปล่อยไง ข้าบอกให้ปล่อยข้า อย่ามาจับข้า ข้าจะบอกท่านแม่"
"หึ! น้องสาม แม่ของเจ้าก็จะมารอชมเช่นกัน เชื่อข้าสิ บ่าวรับใช้แสนซื่อสัตย์ของเจ้าคงวิ่งหางแล่นไปฟ้องแม่เสียเจ้า ไปเอาตัวน้องสามข้าไปที่สวน อย่าเสียเวลา"
จริงตามที่อวี๋เฟิงเฟยพูดเพราะจินจิ่ว — บ่าวรับใช้คนสนิทของอวี๋โหรวเซียนทันทีที่เห็นว่ากำลังเกิดเรื่องกับเจ้านายตนจึงรีบสิ่งไปฟ้องฮูหยินรอง
"ฮูหยินผู้เฒ่ารองเจ้าคะ" จินจิ่วรีบวิ่งมาฟ้อง
"อะไรกันจินจิ่ว เจ้าใจเย็นเสียก่อน อย่าเพิ่งร้อนใจ ค่อยพูดจาสิ"
"คุณหนูสามโดนคุณหนูรองให้บ่าวไพร่คุมตัวไม่สิเจ้าคะ คุณหนูรองไม่ได้แค่สั่งให้คุม แต่สั่งให้ลากตัวคุณหนูสามไปที่สวนเจ้าค่ะ"
โหรวซื่อตกใจ "อะไรกัน นางกล้าทำได้อย่างไร ข้าจะไปที่สวนเดี๋ยวนี้ จินอี ตามข้ามา"
โหรวซื่อเรียกให้จินอี ผู้เป็นสาวใหญ่บ่าวที่ติดตามเธอมาตั้งแต่แต่งงานให้เดินตามเข้าไปดูด้วยกัน
สวนของจวนโหว
ทุกคนเดินมาอยู่ที่พร้อมกันทั้งแขกที่ได้รับเชิญ ไม่ว่าจะเป็น อวี๋เฟิงเฟย อวี๋โหรวเซียน โหรวซื่อ ถงฮว๋า จินซาน จินอี บ่าวประจำตระกูลอวี๋ทั้งหมด แม้กระทั่งผู้คุมกฎประจำจวนโหวที่ได้รับการพระราชทานจากฮ่องเต้ อดีตมามาในวังหลวง อย่าง มู่มามา ที่ฮ่องเต้หมินเล่อมาให้คอยช่วยดูแลความเรียบร้อยและคอยดูแลปกป้องหญิงสาวผู้เป็นที่รักอย่าง อวี๋เฟิงฟ่ง
นอกจากแขกที่ได้รับเชิญทั้งหมดในจวนแล้ว ยังมีสายตาอีกสี่คู่ที่มาแอบเฝ้ามองเรื่องราวความเป็นไปในจวนโหว ซึ่งผู้ที่มาแอบดูนั่นคือ ฉีลู่หรง — หรงกั๋วกง เสนาบดีฝ่ายขวาคนสนิทของฮ่องเต้หมินเล่อ ผู้เป็นเลขานุการคนสำคัญของแคว้นเทียนหมินที่มีพร้อม แอบดูอยู่บนต้นไม้ด้วยการใช้วิชาตัวเบาและพรางตัว
"ฉีอี นั่นหรือ สตรีฝาแฝดผู้โด่งดังในแคว้นเรา"
"ท่านกั๋วกงไม่เคยเห็นนางสินะขอรับ"
"ถ้าเคยเห็น ข้าคงไม่ถามเจ้าหรอก นางคงเป็นอวี๋เฟิงเฟยสินะ"
"ขอรับคุณหนูใหญ่ตอนนี้อยู่ที่วัดหมินเฉิง"
ฉีลู่หรงหันไปมองอวี๋เฟิงเฟยที่ยืนโดดเด่นอยู่ในสวนของจวน ความงามทั้งหมดของสวนประจำจวนโหว ที่กล่าวได้ว่า ถูกจัดแต่งอย่างสวยงามไม่แพ้จวนกั๋วกงของเรากลับถูกบดบังไปด้วยรัศมีความงามของนางที่ยืนอยู่ในชุดสีแดง นางเสมือนกับพระอาทิตย์ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินของสวน
"คุณหนูรองงามสมกับที่ผู้คนเลื่องลือจริงๆ นะขอรับ ขนาดท่านกั๋วกงยังมองไม่วางตา" ฉีอีบอกกล่าว
"ความงามของนางเป็นที่ประจักษ์ แต่กั๋วกงเช่นช้าไม่ใช่พวกหื่นกาม ข้ารอชมว่านางจะแผลงฤทธิ์ใดต่างหากเล่า งามอย่างกับนางปีศาจจำแลงมา ข้าว่านิสัยใจคอก็คงเป็นเช่นนั้น"
"เดี๋ยวก่อน วันนี้พวกเราไม่ได้มาเพื่อมาดูนางเสียหน่อย ข้ามาสืบข้อมูลลับของตระกูลอวี๋"
"ดูนางให้เพลินเสียตาหน่อยขอรับ ให้กระชุ่มกระชวยแล้วค่อยเริ่มงานยังไม่สายไปนะขอรับท่านกั๋วกง"
"หึ! พูดมากเสียจริง เจ้าเป็นท่านแม่ข้าสิท่า เงียบปากเจ้า แล้วรอดูสถานการณ์ตรงหน้านี้เงียบๆ"
วันนี้ฉีลู่หรงตั้งใจสืบหาความลับตระกูลอวี๋ดังที่ตั้งใจไว้จริงๆ แต่ตอนที่แอบลอบเข้ามาดันเจอกับเหตุการณ์น่าสนใจเสียก่อน เสียงทะเลาะที่ดังกันของคุณหนูทั้งสองในจวนโหว รัศมีความน่าเกรงขามและความร้ายกาจที่แผ่ออกมาจากร่างของอวี๋เฟิงเฟย จึงทำให้ฉีลู่หรงและองครักษ์เงา ลักลอบติดตามเข้ามาชมเหตุการณ์นี้เช่นกันด้วยความสนใจ