นางหวังซื่อพูดจบก็สะบัดหน้าเดินออกจากครัวไปด้วยท่าทางโมโห นางหวงซื่อแค่นเสียงใส่หลิวลี่ปี้อย่างดูถูกเหยียดหยามก่อนจะรีบก้าวขาเดินตามหลังแม่สามีไปด้วยความพอใจ
หลิวลี่ปี้เงยหน้าขึ้นมา แววตาของนางเต็มไปด้วยความเกลียดชังก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆหนึ่งครั้งแล้วหันหลังเดินออกจากครัวตรงกลับกระท่อมน้อยของครอบครัวนางด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
คนบ้านสามที่นั่งรวมตัวกันอยู่ในบ้านตอนนี้ต่างก็ได้ยินคำพูดทั้งหมดแล้ว ทุกคนต่างก็มีสีหน้าเศร้า โดยเฉพาะหลิวห่าวอู๋ที่รู้สึกผิดกับลูกเมียจนรู้สึกจุกอก เขาไม่รู้จะทำอย่างไรจึงได้เพียงเอ่ยปากปลอบใจลูกสาวด้วยความสงสารเท่านั้น "ลี่เออร์ เ้าอย่าได้เสียใจเลยนะลูก พรุ่งนี้พ่อจะลองขึ้นเขาไปหาล่าสัตว์กับพี่ชายของเ้า เผื่อโชคดีบ้านเราอาจจะมีเนื้อให้เ้ากับเหมยเออร์ได้กิน ดีหรือไม่?"
"ใช่ๆ ลี่เออร์อย่าได้เสียใจ พรุ่งนี้พี่ใหญ่กับพี่รองจะพยายามล่าสัตว์กลับมาให้เ้ากับน้องเล็กกินให้ได้เลย" หลิวลู่หลิ่งเอ่ยปากขึ้นมาอย่างแน่วแน่ เขาตั้งใจว่าจะต้องพยายามให้มากขึ้นเพื่อจะได้นำเนื้อกลับมาฝากน้องสาวและท่านแม่ให้ได้!
"พี่รองก็จะพยายามเพื่อให้ได้เนื้อกลับมาเช่นกัน!" หลิวเจียนเจี๋ยก็รีบพูดขึ้นอย่างมั่นใจพร้อมกับตบอกตัวเองดังปุๆ
นางสวีซื่อกลืนก้อนสะอื้นลงท้องไปก่อนจะพยายามฝืนยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ลี่เออร์ไม่ต้องเสียใจนะลูก วันนี้ไม่ได้กินข้าวก็ไม่เป็ไร เอาไว้พรุ่งนี้เช้าพวกเราค่อยกินก็ได้"
หลิวเหมยลี่หันไปมองคนนั้นพูดที คนนี้พูดทีด้วยความสงสาร นางหันไปมองสบตากับหลิวลี่ปี้ก่อนจะยิ้มให้กันอย่างสื่อความหมาย แต่ก่อนที่หลิวลี่ปี้จะได้พูดอะไรออกมา หางตาของหลิวเหมยลี่ก็เหลือบไปเห็นเงาคนอยู่ข้างฝาบ้านนางจึงรีบส่งสัญญาณให้หลิวลี่ปี้ก่อนที่สองพี่น้องจะเริ่มเล่นงิ้ว
"ท่านแม่ ท่านพ่อ ลี่เออร์หิวมาก ฮึกๆ" หลิวลี่ปี้แสร้งพูดขึ้นพร้อมกับบีบน้ำตาออกมา เรียกความสงสารจากพ่อแม่และพี่ชายทั้งสองคนยิ่งนัก
"ฮือๆ! เหมยเออร์ก็หิวมากเ้าคะ ท่านย่าไม่ให้พวกเรากินข้าวเช่นนี้ข้าจะนอนหลับได้อย่างไร? ฮึกๆๆ" หลิวเหมยลี่ก็เริ่มบีบน้ำตาตามบทของพี่สาวอย่างไหลรื่นทันที
ครอบครัวสามพากันกอดปลอบใจกันอย่างน่าสงสาร จนกระทั่งเงาดำที่มาสิงข้างฝาบ้านของพวกเขาหายไปแล้ว หลิวเหมยลี่กับหลิวลี่ปี้จึงได้ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาพร้อมกับยิ้มกว้างให้กับทุกคน ยิ่งเห็นท่าทางงุนงงของท่านพ่อท่านแม่และพี่ชายทั้งสองคนแล้วก็พาให้หลิวเหมยลี่และหลิวลี่ปี้รู้สึกขบขันยิ่งนัก
"ท่านย่าไม่ให้พวกเรากินข้าวก็ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ วันนี้ข้ากับพี่ลี่ลี่โชคดีได้มันเทศกลับมาด้วย พวกเราก็กินมันเทศเผารองท้องกันเถอะเ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นพร้อมกับรีบเดินไปยกตระกร้ามาวางลงตรงหน้าของทุกคน
หลิวลี่ปี้รีบหยิบไม้ฟืนออกจากตร้ากร้าจนหมด ปรากฏหัวมันเทศหลายหัวพร้อมกับไก่อีกสองตัวต่อหน้าทุกคน ใบหน้าของท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ชายทั้งสองคนที่เบิกตากว้างจ้องมองไก่ตัวอวบอ้วนในตระกร้าด้วยความตะลึงจนหาเสียงของตนเองไม่เจอ
พวกเขาไม่มีใครรู้จักมันเทศจึงไม่ได้สนใจหัวมันในตระกร้ากัน แต่ล่ะคนต่างก็จ้องมองไปที่ไก่ตัวอ้วนกันอย่างตื่นเต้นก่อนจะพากันหันมามองหน้าหลิวเหมยลี่และหลิวลี่ปี้สลับกันไปมาด้วยแววตาสงสัย
"สายตาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกันเ้าคะ? ข้ากับเหมยเออร์ไม่ได้ไปขโมยมาสักหน่อย ไก่สองตัวนี้พวกเราจับมาได้ด้วยความยากลำบากนะเ้าคะ" หลิวลี่ปี้พูดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ นี้เป็ครั้งแรกที่นางจับไก่ป่าได้เชียวนะ!
"อย่าพึ่งพูดอะไรเลยเ้าค่ะ พวกเรารีบกินมันเทศกันก่อน หากมีใครมาเห็นเข้าจะลำบากอีกแน่" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นพร้อมกับหยิบมันเทศเผาหัวใหญ่ยื่นให้ท่านพ่อสามหัว ท่านแม่สองหัว พี่ชายคนล่ะสามหัว ส่วนนางกับหลิวลี่ปี้คนล่ะสองหัว
แม้จะไม่เคยกินหรือเคยเห็นมันเทศมาก่อน แต่เมื่อบุตรสาวทั้งสองคนบอกว่ามันเทศนี้กินได้และพวกนางสองคนก็ได้ลองกินมาแล้ว ด้วยความหิวและเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน ทุกคนจึงได้ปลอกเปลือกมันเทศตามหลิวเหมยลี่แล้วกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
มันเทศที่มีรสชาติหวานและกลิ่นหอมที่เป็เอกลักษณ์เช่นนี้เรียกรอยยิ้มมีความสุขจากทุกคนได้มากทีเดียว เพียงไม่นานมันเทศกว่ายี่สิบห้าหัวก็ถูกพวกเขากินหมดไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของแต่ล่ะคนต่างก็แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ วันนี้เป็วันที่พวกเขาได้กินเต็มอิ่มและนับว่าได้กินของอร่อยที่สุดในชีวิตแล้ว!
หลิวเหมยลี่นำมันเทศดิบและไก่ป่าไปซ่อนเอาไว้ก่อน จากนั้นก็เดินมานั่งรวมตัวกับทุกคนในครอบครัว นางสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อรวบรวมความกล้า ดวงตากลมโตมองหน้าทุกคนก่อนจะพูดขึ้นด้วยความประหม่าเล็กน้อย
"เอ่อ…คือว่าข้ามีเื่สำคัญมากจะบอกทุกคนเ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่หยุดพูดเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง "ทุกคนคงจะรู้สึกว่าข้าเปลี่ยนไปั้แ่ที่ข้าฟื้นขึ้นมา ความจริงแล้วตอนที่ข้าตกน้ำิญญาของข้าได้หลุดออกจากร่างไปแล้วเ้าค่ะ ตอนแรกข้าคิดว่าข้าจะตายไปแล้วจริงๆ แต่เพราะความเมตตาของท่านเทพูเาข้าจึงได้มีชีวิตรอดกลับมาหาท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ๆทั้งสามคนได้
เพราะความเมตตาของท่านเทพที่พาดวงิญญาของข้าไปเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายที่อีกโลกหนึ่ง ที่นั่นท่านเทพบอกว่าเป็มิติของโลกอนาคตในอีกหลายพันปีข้างหน้า ข้าได้เห็นได้เรียนรู้เื่ต่างๆผ่านการมองและได้ลองทำมานานหลายสิบปี ผู้คนที่นั่นล้วนแต่งตัวไม่เหมือนพวกเรา พวกเขาไม่มีรถม้า แต่มีรถยนต์ที่ขับไปไหนมาไหนได้รวดเร็วและสะดวกสบายยิ่งนัก ความเจริญรุ่งเรืองของโลกอนาคตได้สอนให้ข้ามีความรู้มากมาย
เวลาที่นั่นผ่านไปหลายสิบปี แต่พอข้าตื่นขึ้นมากลับพบว่าข้าหลับไปเพียงไม่กี่วันเท่านั้น หลังจากที่ข้าได้ไปเห็นโลกนั้นมาแล้วข้าจึงตั้งใจว่าข้าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ข้าจะไม่ยอมอ่อนแอ ข้าจะนำความรู้ที่ได้มานี้นำพาครอบครัวของพวกเราให้มีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้นให้ได้
แต่ว่า…ท่านเทพบอกกับข้าว่าครอบครัวของเราไม่อาจจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้หากยังใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ หากครอบครัวเราไม่ได้แยกบ้านออกไปย่อมจะต้องทนทุกข์อยู่แบบนี้ไปจนตายและจะไม่มีวันมีความสุขได้เลย ท่านพ่อ…ท่านว่าเื่นี้พวกเราควรจะทำเช่นไรดีเ้าคะ?"
หลิวห่าวอู๋และคนอื่นๆต่างก็ตกตะลึงนิ่งค้างไปแล้วหลังจากที่ได้ยินว่านางได้ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง นางสวีซื่อสะอื้นไห้ดึงบุตรสาวเข้ามากอดอย่างหวงแหนด้วยความปวดใจอย่างที่สุด หลิวลี่ปี้น้ำตาไหลเป็ทางขยับเข้ามากอดน้องสาวและมารดาเอาไว้แน่นด้วยความเสียใจ ก่อนจะตามมาด้วยบิดาและพี่ชายทั้งสองคนที่ต่างก็ตาแดงก่ำด้วยความเสียใจ พวกเขาต่างก็เข้ามากอดกันแน่นเพื่อแสดงความรักความห่วงใย
ในใจของหลิวเหมยลี่พลันรู้สึกอบอุ่นเป็อย่างมาก นางได้มีครอบครัวที่รักและเป็ห่วงนางเช่นนี้นับว่าเป็โชคดีของนางยิ่งนัก!!
"ฮึกๆฮื่อออ เหมยเออร์แม่ขอโทษ แม่ขอโทษเ้าที่แม่ไม่เอาไหนไม่สามารถปกป้องเ้าได้ แม่ขอโทษลูกรัก ฮือออ" นางสวีซื่อรู้สึกใจหายยิ่งนักที่คิดว่านางเกือบจะเสียบุตรสาวไปตลอดกาลแล้ว ในใจรู้สึกขอบคุณความเมตตาของท่านเทพซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่พาบุตรสาวของนางกลับมาในครั้งนี้
"น้องสาว ต่อไปนี้พี่รองจะทำงานแทนเ้าเอง พี่รองจะไม่ให้เ้ากับน้องสามต้องลำบากอีกแล้ว" หลิวเจียนเจี๋ยพูดขึ้นด้วยความเสียใจไม่ต่างจากคนอื่นๆ
"เหมยเออร์ ลี่เออร์ ต่อไปนี้พี่ใหญ่จะทำงานให้มากขึ้น พี่ใหญ่จะตื่นแต่เช้าเพื่อไปตักน้ำแทนเ้าสองคนเอง เสื้อผ้าพี่ใหญ่จะเป็คนซักเอง ต่อไปนี้เ้าสองคนไม่ต้องทำอะไรแล้วดีหรือไม่?" หลิวลู่หลิ่งเองก็พูดขึ้นด้วยความเสียใจ
หลิวห่าวอู๋ดวงตาแดงก่ำด้วยความเสียใจ ในใจตอนนี้ก็เกิดการตัดสินใจครั้งใหญ่ขึ้นมาแล้ว หลายปีมานี้เป็เพราะเขาอ่อนแอเกินไปจึงทำให้ภรรยาและลูกๆต้องลำบากจนเกือบจะไม่มีชีวิตรอดเช่นนี้ ครอบครัวสามของเขาต่างก็ทำงาานหนักกันทุกคนแแต่กลับไม่เคยได้กินอิ่ม
แต่ครอบครัวของพี่ชายทั้งสองคนไม่ต้องทำอะไรกลับได้กินอิ่มนอนอุ่นไม่เคยต้องลำบากเช่นครอบครัวของเขา ที่ผ่านมาเขารู้ว่ามารดาลำเอียงมาตลอด แต่เพราะเห็นว่าอย่างไรนางก็คือมารดาผู้ให้กำเนิดจึงได้อดทนมาจนถึงวันนี้ แม้กระทั่งความเป็ธรรมให้เหมยเออร์ที่ถูกหลิวเยี่ยนฟางผลักตกน้ำจนแทบเอาชีวิตไม่รอดในครั้งนี้ ท่านแม่ก็ไม่แม้แต่จะเหลียวแล!
ยิ่งเขายอมมากเท่าไร คนพวกนั้นก็ไม่เคยจะพอใจและใช้งานพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญ…คนพวกนั้นยิ่งรังแกกันมากขึ้นจนแทบจะบีบให้ครอบครัวสามตกตายไปเสียด้วยซ้ำ!!
"ตอนนี้ข้าไม่เป็อะไรแล้วเ้าค่ะ ต่อไปนี้ข้าจะนำความรู้ของข้ามาช่วยครอบครัวของเราให้ได้เลยเ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มมีความสุข
"ขอบคุณท่านเทพที่พาเ้ากลับมาหาพวกเรา ขอบคุณที่เ้ากลับมาหาแม่และทุกคนนะเหมยเออร์" นางสวีซื่อประคองใบหน้าของบุตรสาวพร้อมกับพูดขึึ้นด้วยความดีใจระคนเสียใจไปในคราวเดียวกัน
พูดคุยปลอบใจกันอยู่ค่อนคืนกว่าที่พวกเขาจะพากันเข้านอน หลิวลี่ปี้ที่นอนอยู่ข้างๆน้องสาวที่ยังรู้สึกผิดที่ช่วยน้องสาวไม่ทันในวันนั้นก็เอาแต่นอนกอดหลิวเหมยลี่ไม่ยอมปล่อยและหลับไปทั้งอย่างนั้น ส่วนคนอื่นๆก็นอนคิดอะไรต่อมิอะไรจนเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าเช่นกัน
ติ๊ง!!
'ระบบฟาร์มกำลังติดตั้ง โปรดเลือกยืนยันหากคุณ้าติดตั้งระบบฟาร์มในตอนนี้'
'ยืนยันการติดตั้ง'