………………………
หลังจากรำลึกความหลังเสร็จ ผมก็ยกขวดบรรจุเหล้ารัมขึ้นกระดก รสชาติมันดุจัด ทว่าข้อดีคือทำให้มึนเมา และหลับลงในคืนนี้ อย่าเข้าใจผิด ผมไม่ได้กลัดกลุ้มในเื่ที่ไอ้บ็อบตาย แต่เซ็งที่งานใหญ่ต้องวอดวายต่างหาก
“ ห่าเอย ทำไมกูต้องมาเจอเื่แบบนี้ เป็เพราะไอ้บ็อบโดยแท้ แล้วจะแก้ไขยังไงวะ คนที่จ้องจะย่ำเรายิ่งมีเยอะซะด้วย เพราะกูไปทำแสบกับผู้คนไว้มาก และถ้าแกล้งร้องไห้ออกสื่อ จะได้ผลมั้ย บางทีเทคติกนี้อาจดึงให้แฟนคลับหน้าโง่ หรือพวกโลกสวยหันมาเห็นใจกูบ้าง ” ผมถอนหายใจแรง และในระหว่างที่ดวงตาใกล้ปิดลง เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น
“ ก๊อก ก๊อก ก๊อก…..”
เสียงนั้นทำให้ผมสะดุ้ง ในใจนึกระทึก เพราะรู้ชัดว่าขณะนี้ ผมอยู่ลำพังบนชั้นสองในบ้านส่วนตัว และจะมีใครอื่นเข้ามาได้อีก
“ หรือจะเป็พวกนักข่าวจอมเสือกที่แอบย่องเข้ามาสัมภาษณ์ ” ผมพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ลึกๆก็รู้ว่าเป็ไปไม่ได้ นักข่าวทั่วไปไม่กล้าเข้าบ้านใครโดยพลการแน่ เพราะพวกนั้นกลัวข้อหาบุกรุกที่หน่วยงานรัฐตราขึ้นมา ดังนั้น ความเป็ไปได้ต่อมาก็คือ…….
“ มันต้องเป็……โจทก์เก่าของเราแน่ ”
เมื่อรูปการณ์เป็เช่นนี้ ผมจึงรีบรุดเข้าไปหยิบปืนพก 9 มม.คู่ใจในลิ้นชัก ดวงตาจับจ้องประตู ราวกับมันคือศัตรูคู่อาฆาต
“ เฮือก…….”
ผมย่องไปยืนชิดกำแพงข้างประตู เพราะถ้ายืนจังก้าแบบตรงๆ มีหวังถูกอริรัวปืนใส่ เพราะสิ่งที่กำบังเป็เพียงทวารไม้เนื้อบาง
“ ใครกันวะ ” ผมพยายามสงบจิต สองหูเงี่ยฟังอย่างตั้งใจ หวังจะได้ยินเสียงจากบุคคลที่ยืนอยู่หลังประตูฝั่งตรงข้าม ทว่ามันก็มีแต่ความเงียบตอบกลับมา ทำให้ผมคิดว่าตัวเราอาจหลอนไปเอง แต่สิ่งที่เสพก็มีแค่เหล้ารัมนี่หว่า
แต่แล้วในวินาทีต่อมา โสตประสาทก็แว่วเสียงหวานใสของหญิงสาวนางหนึ่ง ซึ่งมันดังมาจากหลังประตูเวรบานนั้น
“ สวัสดีค่ะ มีคนอยู่มั้ยคะ ดิชั้นมาขอพบคุณบราวน์ โคตรจะยุ่ง ”
ผมยอมรับว่าใจชื้นลงกว่าครึ่ง เพราะในบรรดาอริร้ายน่าจะไม่มีหญิงสาวเจือปน กระนั้นก็ยังประมาทไม่ได้ ผมจึงแกล้งกล่าวกลับไป เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายใช้แผนนางนกต่อ
“ โอเค ผมได้ยินแล้ว รอแผล็บนะครับ ขอแต่งตัวก่อน ”
พอซื้อเวลาให้บุคคลหลังประตูตายใจ ผมก็ชะโงกหน้าไปแนบบานประตู โดยไม่ยอมให้กายส่วนใหญ่ล่วงล้ำเข้าไป เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายได้เห็นเงาที่ลอดผ่านช่องประตู
“ ขอดูผ่านตาแมวก่อนเถอะ จะได้รู้ว่าแกเป็ใคร ” ผมกำหนดแผนการในใจ ถ้าเห็นเป็ผู้ชาย ก็ยิงขู่ซักสองสามนัด เพื่อไล่มันไป ถ้าเห็นเป็กลุ่มคน จะหาทางหลบหนี โดยเล็งไปที่หน้าต่าง แต่พอจักษุประกบตาแมว ความคิดทั้งหลายแหล่ที่แพลนเอาไว้ก็พังพินาศ
“ เฮ้ย! นั่นใครกัน ทำไมสวยขนาดนั้น ”
บุคคลที่ผมเห็นคือสุภาพสตรีร่างสูงโปร่ง ผู้ไว้ผมยาวสีม่วง อันรับกับใบหน้ารูปไข่ที่ขาวเนียน ส่วนดวงตาก็กลมโต ชวนให้ดูซุกซนและลึกลับในเวลาเดียวกัน
โอเค ถึงสาวสวยจะทำให้คึกคักจนอยากปลดปล่อย แต่ผมก็ไม่โง่งมจนหลงกลนางงาม เลยส่องต่อไป เพื่อเช็กให้ชัวร์อีกที และพอมั่นใจว่าเธออยู่คนเดียว ผมก็เอื้อมมือไปจับลูกบิด
“ แอ๊ด……..”
ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง ผมก็เริ่มฉีกยิ้มกว้าง และพอได้เห็นเ้าหล่อนแบบเต็มสองตา ก็พบว่าเธอกำลังสวมเสื้อกระโปรงยาวที่เป็สีดำล้วน อันดูราวกับจะไปงานศพของใครคนหนึ่ง
“ ดิชั้นชอบสีดำน่ะค่ะ ” สาวสวยกล่าวยิ้มๆ
“ อ่อ….ครับ….ฮะ ฮะ ฮะ ” ผมหัวเราะเบาๆ ทว่าในใจไม่ขันเลยซักนิด แถมยังแอบขนลุกเสียด้วยซ้ำ เพราะแม้เสียงของเธอจะหวานใส แต่กลับแฝงความเยือกเย็นที่ชวนผวา ระหว่างที่ตกอยู่ในเดดแอร์ ผมก็นึกถึงเื่สำคัญ เลยถามให้ตรงประเด็น
“ เอ่อ…ว่าแต่คุณผู้หญิงเข้ามาได้ไงครับ และมีธุระอะไรกับผม ”
สาวผมม่วงไม่ได้ตอบทันที เธอเพียงยิ้มเล็กน้อย แต่นั่นก็ก่อให้เกิดดาเมจในหัวใจอย่างรุนแรงจนผมเริ่มหลงใหลในรูปโฉมที่งดงาม
“ โอ้ว……ยิ้มน่ารักเหลือเกิน ใจจะละลายอยู่แล้ว หรือว่ากูจะไม่สนอะไร แล้วลากเธอมาย่ำยี ไม่สิ จะเสี่ยงสร้างเื่เพิ่มไม่ได้ เพราะตอนนี้ก็หนักอกกับการตายของไอ้บ็อบจนจะเป็บ้าอยู่แล้ว ” ถึงผมจะเป็คนห่ามๆ แต่ก็มีสติมากพอที่จะไม่ทำร้ายตัวเอง ทันทีที่สาวผมม่วงทิ้งเวลาได้่หนึ่ง เธอก็แย้มพรายถึงต้นเหตุของการมาเยือน
“ สวัสดีค่ะ คุณบราวน์ โคตรจะยุ่ง ดิชั้นชื่อ…..ลูน่า เป็เอเย่นต์จากบริษัทแสงสุดท้าย อยากยื่นข้อเสนอเป็หุ้นส่วนทางธุรกิจกับคุณ ”
ผมยอมรับว่างงสุดๆ คิ้วดกดำขมวดนิ่ว เพราะเวลานี้ ผมตกอับ โดนผู้คนรุมประณามจนแทบไม่มีที่ยืนในสังคม แต่ทำไมยัยผู้หญิงคนนี้และบริษัทบ้าๆบอๆถึงอยากทำงานกับคนอย่างผม เหมือนเ้าหล่อนจะล่วงรู้ความในใจ หรือไม่ก็คาดเดาจากสีหน้าที่ยุ่งเหยิง เลยแถลงไขให้หายสงสัย
“ ไม่ต้องใไป ดิชั้นไม่ใช่มิจฉาชีพหรือแชร์ลูกโซ่อย่างที่คุณเข้าใจ แต่เป็กลุ่มบุคคลที่ทำงานสร้างสรรค์แบบจริงจัง และรับรู้ถึงศักยภาพของคุณเป็อย่างดี เลยอยากร่วมงานด้วย ”
“ ร่วมงานยังไง ” คำตอบของผมทั้งห้วนทั้งสั้น อันเข้ากับอารมณ์ในตอนนี้ที่โคตรจะเหวี่ยง ทว่าสาวผมม่วงดูไม่ใส่ใจกับท่าทีไร้มารยาท พร้อมตอบกลับอย่างนิ่มนวล
“ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณก็แค่สร้างความสนุกสนานแก่ผู้คนในแบบที่เคยทำ ส่วนในเื่ทุนรอนหรือสิ่งอำนวยความสะดวก ทางบริษัทจะเป็ผู้จัดหามาให้ ”
ผมยอมรับว่าไม่กระจ่างเลยซักนิด เพราะตอนนี้ผมตกเป็จำเลยสังคม แล้วถ้าอุตริไปทำคอนเทนส์แบบเดิมๆ จะมีใครมานั่งดูสร้างยอดวิว จึงลองแหย่กลับในประเด็นดังกล่าว ประมาณว่าหยั่งเชิง
“ เข้าใจว่าทางคุณได้ดูข่าวเกี่ยวกับผมแล้ว จึงน่าจะรู้ว่าคอนเทนส์ของผมไม่อาจสร้างความบันเทิงให้กับผู้ใดในเวลานี้ มิหนำซ้ำอาจทำให้ช่องของคุณพลอยโดนด่าไปด้วย แล้วคุณยังจะให้ผม……”
“ บริษัทไม่สนว่าคุณจะทำอะไรมา ขอเพียงมีความสามารถ และสร้างความสุขให้กับผู้คนได้ เราก็ยินดีจะร่วมงาน ” สาวผมม่วงชิงตอบ ก่อนที่ผมจะพูดจบ ทำให้เกิดความรู้สึกหลากหลายก่อตัวในหัวสมอง มือขวาเลยล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เพื่อกุมด้ามปืนที่ซุกซ่อนตามสัญชาตญาณระวังภัย
“ ถ้าเป็แบบนี้ ก็ดีสุดๆไปเลยนี่หว่า แต่รู้สึกว่าดูเกินจริงอยู่เหมือนกัน หรือว่าพวกมันคิดจะเล่นตลกกับเรา บางทียัยผู้หญิงคนนี้และบริษัทบ้าๆนั่นอาจเป็หนึ่งในคู่อริที่แฝงตัวมาวางกับดักเราก็เป็ได้ ”
“ หึ หึ หึ ไม่ต้องระแวงไปหรอกค่ะ ดิชั้นและบริษัทไม่ใช่คู่แค้นของคุณแน่ พวกเราแค่อำนวยความสะดวกให้กับธรรมชาติ และสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนเท่านั้น ส่วนเื่ยอดวิวไม่ต้องเป็ห่วง มีแฟนคลับที่สนใจผลงานของคุณอีกเป็กอง พวกเขาแทบจะทนรอไม่ไหวกับการแสดงครั้งต่อไป อ้อ…..อีกประการ คุณช่วยปล่อยมือจากปืนที่ซ่อนในกระเป๋ากางเกงก่อนเถอะ ดิชั้นกลัวจะแย่อยู่แล้ว ” สาวผมม่วงล้วงความในใจ แต่ใบหน้ากลับยิ้มละไม อันไม่ใกล้เคียงความหวาดกลัวที่เธอกล่าวอ้างเลยซักนิด
ผมยอมรับว่าใ ยัยบ้านี่รู้ได้ไงว่าเราแอบซ่อนปืนในกระเป๋ากางเกง แถมยังคาดเดาความคิดออกทั้งหมด หรือมันจะไม่ใช่คน แต่ก่อนที่ผมจะขวัญหนีดีฝ่อจนเยี่ยวแตก สาวผมม่วงก็เฉลย
“ สาเหตุที่ดิชั้นรู้ว่าคุณคิดอะไร เพราะความรู้สึกนั้นปรากฏบนสีหน้าของคุณ และด้วยความที่เป็คนช่างสังเกตของดิชั้น จึงรู้ชัดว่าไอ้สิ่งที่ดันกระเป๋ากางเกงจนโป่งพอง น่าจะเป็อาวุธปืนอย่างแน่นอน ดังนั้นอย่าใไปเลย มันเป็แค่ความสามารถพิเศษเล็กๆน้อยๆของดิชั้นเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับพร์อันยิ่งใหญ่ของคุณ ก็เปรียบเสมือนกองไฟกับดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรง ”
ผมยอมรับว่าพึงพอใจในคำเยินยอ แต่ก็ไม่อาจทำให้ความระแวงหดหายไป เลยใช้ไม้แข็งด้วยการกระชากบาเร็ตต้าคู่ใจออกจากกระเป๋ากางเกง พร้อมจ่อปากกระบอกไปที่ขมับของสาวหน้าสวย ขณะเดียวกัน ก็ดันกายบางติดกำแพง แล้วตะคอกใส่อย่างดุดัน
“ ตกลง มึงเป็ใครกันแน่วะ เป็คนที่ไอ้พวกเฮงซวยส่งมาเล่นตลกกับกูหรือเปล่า ”
แม้ถูกปืนจ่อ แต่สีหน้าของสาวสวยกลับไม่สะท้อนความหวาดกลัวเลยซักนิด แถมดวงตาที่จ้องกลับมาก็แลเยือกเย็นจนชวนขนลุก ระหว่างที่ผมใกล้จะเป็ฝ่ายขี้หดตดหายซะเอง เ้าหล่อนก็ยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆมาให้
“ นี่คืออะไร ” ผมรีบเพ่งมอง ไม่ถึงอึดใจ ก็รู้ว่ามันคือเช็คเงินสด จึงรีบฉวยมันจากมือของสาวสวย และนั่นก็ส่งเสริมให้ผมเริ่มโวยวาย เพราะข้อความในนั้นสั่งจ่ายให้ผมเป็จำนวน 100,000 เหรียญ
“ เฮ้ย! อะไรกันวะ ”
“ หึ หึ หึ นั่นเป็เงินเพียงเล็กน้อยที่ทางบริษัทจะจ่ายให้ฟรีๆเป็สินน้ำใจ และถ้าร่วมงานกับเรา คุณจะได้มากกว่านี้อีกนับสิบเท่า ” สาวผมม่วงกล่าวเสริม แต่รอยยิ้มของเ้าหล่อนกลับดูประหลาด เพราะมันทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์งูที่จ้องจับหนู
ผมลังเล ความโลภเริ่มย่างกรายมาครอบงำ เลยนิ่งตรึกตรองอยู่อึดใจ ก่อนจะตะคอกกลับไป ปืนในมือยังจ่อใบหน้าของสาวสวย
“ แล้วชั้นจะรู้ได้ไงว่ามันไม่ใช่เช็คปลอม ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
