อภินิหารศาสตราวุธ

    ตอนที่ 40-41

    ​

    ตอนที่ 40 โบยบิน

    "หึ ในเมื่อข้ารู้แล้ว ก็ไม่มีอะไรจะน่ากลัวอีก" เอี้ยก้วย ที่ตอบกลับใส่หงตงทันที

    "ดี งั้นข้าจะขอดูหน่อยว่าเจ้าจะเก่งเหมือนดังที่เจ้ากล่าวไว้ไหม" หงตง ที่เห็นอีกฝ่ายปากดี จึงไม่รอช้าระดมฟันใส่ทันที

    เฟี้ยวววว เปรี้ยงงงงง เฟี้ยววววววว เปรี้ยงงงงง

    แต่เมื่อดาบของหงตงฟันใส่เอี้ยก้วย กลับถูกเอี้ยก้วยรับไว้ได้ด้วยกะบี่ทันที แม้ครั้งแรกจะคิดว่าเป็นความบังเอิญ แต่เมื่อโจมตีไปเรื่อยๆ เอี้ยก้วยยังสามารถใช้กะบี่รับดาบของตนเองไว้ได้อีก ก็เริ่มมั่นใจแล้วว่าเอี้ยก้วยต้องรู้วิธีรับมือกับดาบโปร่งใสตนแน่

    "นี้เจ้ารู้ได้ยังไงกัน" หงตง ถามออกมา

    "หึ เพียงแค่มองดูที่มือเจ้ากำดาบไว้ก็เพียงพอแล้ว แม้มันจะยากสักหน่อย แต่ก็จะคาดเดาวิถีทางที่ดาบจะถูกฟันลงมาได้เช่นกัน" เอี้ยก้วย ที่บอกวิธีการรับมืออย่างไม่เดือดร้อน เพราะยังไงหากอีกฝ่ายต้องการใช้ดาบโปร่งใสเข้ามาอีก ตัวเองก็ใช้วิธีนี้รับมือได้อยู่ดี

    แล้วการที่หงตงจะไม่ให้มือตัวเองที่กำดาบไว้ ไม่ต้องขยับเลยก็เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ไม่งั้นต่อให้ดาบโปร่งใส แล้วไม่ใช้มือเพื่อควบคุมดาบของตนได้ ก็ไม่มีประโยชน์ไร เพราะดาบคงไม่สามารถเคลื่อนไหวมาทำร้ายตนเองได้เอง

    "มีอะไรงัดออกมาอีกไหม" เอี้ยก้วย ที่กล่าวอย่างไม่แยแส เมื่อตัวเองมีวิธีรับมือดาบของอีกฝ่ายได้แล้ว

    "หึ ไม่เลว สมกับเป็นคนที่เคยเอาชนะข้าได้ แต่ครั้งนี้ยังไงข้าก็จะเอาชนะเจ้าให้ได้" หงตง กล่าวออกมาด้วยความมุ่นมั่น

    หงตง ที่ขยับมืออีกครั้ง เพื่อจะตวัดดาบโปร่งใส เข้าใส่เอี้ยก้วยอีกครั้ง

    "ยังไม่เข็ดสินะ" เอี้ยก้วย ที่เห็นอีกฝ่ายยังโจมตีมาแบบเดิม ทั้งที่ตัวเองรู้วิธีการรับมือแล้ว จึงดูถูกความโง่เขลาอีกฝ่ายออกมา

    เอี้ยก้วย ใช้กะบี่ตนเองไปรับดาบโปร่งใสตามทิศทางที่มือของหงตงขยับ

    ฉั่วววววววว

    "อ๊ากกกกกกกกก" เอี้ยก้วย ที่จู่ๆโดนฟันจากทิศทางที่คาดไม่ถึง จนร้องออกมาทันที

    "555++ ในที่สุดเจ้าก็พลาดท่าข้าจนได้" หงตง ที่กล่าวออกมาอย่างสะใจ เมื่อเล่นงานอีกฝ่ายจนล้มลงได้

    "นี้มันปราณจิตขั้น 4 สินะ" เอี้ยก้วย ที่กล่าวออกมา ในขณะที่ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ด้วยสภาพที่โดนดาบฟันตรงหน้าอกในทิศทางที่คาดไม่ถึงขึ้นมา

    "ใช่แล้ว ปราณจิตขั้น 4 ข้าเอง แต่เจ้าคงไม่รู้หรอกว่ามันมีความสามารถใดเพิ่มขึ้นมา ในเมื่อเจ้ามองไม่เห็นดาบของข้าอยู่แล้ว" หงตง ตอบออกมา เพราะยังไงอีกฝ่ายไม่มีทางรู้ได้เลยว่าปราณจิตขั้น 4 คืออะไร

    เอี้ยก้วย ที่ไม่สามารถเดาได้เช่นกัน ว่าปราณจิตขั้น 4 คือการเพิ่มความสามารถใดให้ดาบของหงตงกันแน่

    "พ่ายแพ้แก่ข้าไปซะ" หงตง ไม่รอช้าพุ่งเข้าหาเอี้ยก้วยเพื่อจะซ้ำต่อทันที

    "แม้ข้าจะมองไม่เห็นดาบของเจ้า แล้วรูปลักษณ์ดาบของเจ้า แต่คิดหรอว่าแค่นี้จะทำให้ข้าพ่ายแพ้แก่เจ้าได้ง่ายๆกัน" เอี้ยก้วย กล่าวด้วยความหยิ่งทะนง

    จากนั้นกะบี่ในมือเอี้ยก้วยก็หลุดออกจากมือตัวเองทันที แต่กับไม่หล่นพื้น แต่ลอยขึ้นมาอยู่ด้านหน้าเอี้ยก้วยเอง

    !!!!

    กะบี่ลอยตรงไปหาหงตงที่ตรงมาทางเอี้ยก้วยอย่างรวดเร็ว

    สวบบบบบบ ตูมมมมมมมมมมม

    "ฮึ่กกก"

    หงตง ที่พุ่งเข้ามาหาเอี้ยก้วย โดนกะบี่ของเอี้ยก้วยแทงเสียบที่ท้องตัวเอง จนลอยไปชนกับกำแพงข้างลานประลองทันที

    ด้วยการที่กะบี่ลอยด้วยความเร็วสูง แล้วยังเป็นกะบี่ที่ลอยมาด้วยตนเอง จึงทำให้มีความเร็วอย่างมาก จนหงตงไม่สามารถที่จะหลบกะบี่ของเอี้ยก้วยได้ทัน จึงโดนเสียบทะลุท้องลอยกระเด็นไป

    "อะไรกัน รึว่านี้คือ ปราณจิตขั้น 4 ของเจ้า" หงตงกล่าวถามออกมา

    "นี้คือ ปราณจิตขั้น 4 ของข้า โดยการเพิ่มความสามารถ โบยบิน เข้าไปในกะบี่" เอี้ยก้วย ที่ตอบออกมา เมื่อการประลองตัวเองจบลงแล้ว

    แม้หงตงจะมีดาบที่มองไม่เห็น แล้วปราณจิตขั้น 4 คือความสามารถใดกันแน่ แต่สำหรับเอี้ยก้วยที่ไม่สนใจเรื่องนี้ หากจัดการผู้ใช้ปราณจิตได้ก็เป็นอันจบลงทันที

    "หนอย" หงตง เจ็บใจขึ้นมา ที่ในปีนี้ตัวเองกับพ่ายแพ้เอี้ยก้วยอีกรอบ แม้จะไม่บาดเจ็บหนักถึงตาย แต่เมื่อออกจากชานประลองก็ถือว่าสิ้นสุดการแข่ง หงตงกลายเป็นฝ่ายแพ้ไปในที่สุด

    "สมกับเป็นการแข่งของศิษย์เอกรุ่นเยาว์ ช่างยอดเยี่ยมมาก"

    "แต่น่าเสียดายที่จบลงเร็วไปหน่อย"

    "ใช่แล้ว หากจบลงช้ากว่านี้ คงได้สนุกมากกว่านี้"

    เหล่าผู้ชมต่างพูดคุยกันขึ้นมา เมื่อการแข่งจบลงไป โดยที่ส่วนใหญ่มองว่าเป็นการจบลงที่เร็วไปหน่อย

    ................

    ตอนที่ 41 จับคู่

    อีกด้านหนึ่ง

    "คิดว่าไงศิษย์พี่" ศิษย์พรรคฉวนเจินเต้า ถามออกมา

    "ไม่เลวเลย สมกับเป็นสำนักอันดับ 1,2" ศิษย์พี่กล่าวออกมา

    "แบบนี้ท่านจะเอาชนะได้ไหม" ศิษย์อีกคนของพรรค ถามออกมา

    "เจ้าถามโง่ๆ อย่าลืมสิว่าศิษย์พี่เราปราณสูงกว่าพวกนั้น"ศิษย์อีกคน สวนแย้งกับพวกพ้องออกมา

    "จริงด้วย ข้าขอโทษ" ศิษย์ที่ถามศิษย์พี่ว่าจะเอาชนะได้ไหม สำนึกผิดขึ้นมา

    "พอๆ เลิกเถียงกันได้แล้ว ไปลงแข่งรอบต่อไปของทีมเรากันซะ ส่วนเรื่องสำนัก 1,2 ไว้ค่อยเจอก็จะรู้เองว่าเป็นยังไง" ศิษย์พี่ กล่าวออกมาเพื่อยุติการเถียงกันของศิษย์น้องตัวเอง

    "ท่านพี่ ท่านสามารถจะชนะสำนักพวกนั้นได้ไหม" หยางเฟิ่ง ถามออกมาด้วยความสงสัย เมื่อเห็นการต่อสู้ของสำนักอันดับ 1,2 แล้ว

    "ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก มาสนใจเรื่องการแข่งของเราดีกว่า" หยางหลง ที่ยังไม่อยากคิดไปไกลถึงเพียงนั้น จึงมองการต่อสู้ปัจจุบันของตนเองก่อน

    สำนักมังกรสุริยัน ที่ต้องมาเจอ พรรคอีก 3 พรรค ก็สามารถเอาชนะมาได้อย่างง่ายดาย

    ตอนนี้ทีมที่ยังไม่แพ้เลย ได้แก่ พรรคฉวนเจินเต้า สำนักอินทรี สำนักมังกรสุริยัน เพียง 3 ทีมเท่านั้น

    ส่วนทีมอื่นได้พ่ายแพ้ไปเรียบร้อยแล้ว จนทำให้ 3 ทีมนี้เป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น เมื่อเข้าสู่รอบต่อไป

    ตอนนี้ สำนักมังกรสุริยัน ต้องมาเจอกับ สำนักหวนเสียน (สำนักอันดับ 3) ที่แพ้พรรคฉวนเจินเต้ามาแล้ว แต่ยังไงก็เป็นถึงสำนักอันดับ 3 จึงไม่พ่ายแพ้ใครอีกเลย นอกจากมาเจอสำนักอันดับ 1,2 ที่ได้ต่อสู้แล้วพ่ายแพ้ไปเรียบร้อยแล้ว

    "เอาละ ตอนนี้จะเป็นการพิสูจน์ละ ว่าสำนักมังกรสุริยัน จะดีพอติดสำนักอันดับกลางรึป่าว

    โดยมีการแบ่งอันดับกันเอง แล้วเรียกกันเองของผู้คน สำนักอันดับ 1-3 เป็นสำนักอันดับบน สำนักอันดับ 4-6 เป็นสำนักอันดับกลาง สำนักอันดับ 7-10 เป็นสำนักอันดับล่าง

    ซึ่งหากสำนักมังกรสุริยัน หากเอาชนะ สำนักหวนเสียน ได้ ย่อมเป็นสำนักติดอันดับกลาง ซึ่งจะเลื่อนจากสำนักอันดับ 10 เป็นสำนักอันดับ 4-6 ซึ่งดูจากผลคะแนนของแต่ละทีมของสำนักด้วยเช่นกัน

    ด้วยการเอาชนะมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สำนักมังกรสุริยันมีสิทธิ์ติดสำนักอันดับกลางอย่างแน่นอน หากเอาชนะรอบนี้ได้

    "สำนักเจ้าช่างโชคดีมากเหลือเกิน ที่ไม่ต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่แกร่งเกินไป จนเอาชนะมาได้ตลอดจนถึงรอบนี้ แต่ตอนนี้ความโชคดีของสำนักเจ้าได้หมดลงแล้ว" ศิษย์สำนักหวนเสียน กล่าวออกมา

    "ท่านพี่ ข้าจัดการเอง" หยางเฟิ่ง ที่เสนอตัวออกมา

    "หึ คิดจะจัดการพวกข้างั้นรึ ช่างไม่เจียมตัวเลย" ศิษย์สำนักหวนเสียน พูดออกมาอย่างดูถูก

    "อย่าประมาทมันเด็ดขาด ตอนนี้เรายังไม่รู้แน่ชัดเกี่ยวกับปราณจิตขั้น 4 ของมันเลย เพราะงั้นช่วยกันรุมมันกันจะดีกว่า ไม่งั้นเดี้ยวจะพ่ายแพ้แบบเดียว กับที่เราเจอกับพรรคฉวนเจินเต้านั้น" ศิษย์คำนึง เตือนพวกพ้องตนออกมา

    "จริงด้วย งั้นข้าพวกเรารุมมันกันนี้แหละ" ศิษย์คนอื่นๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วย เมื่อไม่อยากพบกับความพ่ายแพ้แบบเดียวกับตอนที่เจอพรรคฉวนเจินเต้าอีก

    แม้จะมีแพ้สำนักอันดับ 1,2 ก็ยังเป็นเรื่องพอรับได้ แต่การแพ้สำนักอื่น พรรคอื่นนอกจากนั้น ถือว่าเป็นเรื่องน่าอับอาย สำหรับสำนักอันดับ 3 ของพวกตนเอง

    ตอนนี้สำนักหวนเสียน เริ่มทำการล้อมพวกหยางหลง หยางเฟิ่ง เอาไว้ ด้วยปราณที่ปลดปล่อยออกมาของศิษย์แต่ละคน ก็รับรู้ได้เลยมี 3 คนที่อยู่ปราณแท้จริงขั้นปลาย ส่วนอีก 2 คนอยู่ปราณแท้จริงขั้นกลางเท่านั้น

    ศาสตราวุธที่สำนักหวนเสียนใช้ คือ ขวานศึก เป็นอาวุธยาวชนิดนึง ขวานศึกมีด้ามยาว ด้านหนึ่งมีหัวเป็นขวานเหล็ก อีกด้านหนึ่งมีเหล็กแหลม ทำให้โจมตีได้ทั้งสองด้าน

    "เห็นที รอบนี้เราต้องจับคู่ประสานงานกันแล้วละ หยางเฟิ่งเจ้ายังจำสิ่งที่เราร่วมฝึกฝนกันมาได้ใช่ไหม" หยางหลง กล่าวกับน้องสาวตน

    "ข้าจำได้ท่านพี่ ถึงเวลาที่ต้องใช้ทักษะนั้นแล้วสินะ" หยางเฟิ่ง ตอบรับอย่างจริงจัง

    "เอาละ งั้นมาเริ่มกันเลย" หยางหลง ที่เห็นหยางเฟิ่งยังจดจำได้ดี จึงบุกพร้อมกันทันที

    "ลุย" ศิษย์สำนักหวนเสียน เมื่อเห็นหยางหลงบุกเข้าร่วมกับน้องสาวตน จึงไม่รอช้าบอกพวกพ้องรุมทันที