เด็กสาวทั้งสองไม่ได้รู้สึกตื่นใอะไรสักนิดที่ตัวของท่านพ่อของนางนั้นจะหาคู่หมั้นให้เพราะพวกนางต่างรู้ตัวกันดีอยู่แล้วว่าวันนี้สักวันหนึ่งยังไงก็ต้องมาถึงทั้งสองพี่น้องนั้นต่างอยู่ในสภาวะอารมณ์ที่แตกต่างกันลี่ถิงตัวของเธอนั้นตื่นเต้นเป็อย่างมากเธออยากที่จะรู้เหลือเกินว่าคู่หมั้นของเธอนั้นจะหล่อเหลาเหมือนเ้าชายในฟันหรือไม่ส่วนตัวของลี่อิงนั้นตัวของเธอเต็มไปด้วยความเฉยชาเพราะดูเหมือนว่าตัวของเธอนั้นจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าคู่หมั้นของเธอเป็ใครเธอไม่มีทางที่จะฝากชีวิตไว้กับคนผู้นั้นอย่างเด็ดขาด
ก๊อก ก๊อก ่กลางดึกของวันก่อนที่พิธีการดูตัวนั้นจะเริ่มขึ้นลี่อิงได้ไปหาท่านพ่อของเธอกลางดึก
“ลูกพ่อมืดค่ำแล้วทำไมไม่หลับไม่นอนเดี๋ยวพรุ่งนี้จะมีแขกมาเยือนครอบครัวเราแต่เช้า” ท่านแม่ทัพกล่าวกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนเพราะตัวของเธอนั้นเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของเขา
“ท่านพ่อลูกขอไม่หมั้นหมายกับใครเลยได้ไหมเ้าคะ” เธอพูดกับพ่อของเธอด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะออดอ้อน ท่านแม่ทัพทำได้แต่เพียงยิ้มรับอย่างเมตตาเท่านั้น
“ยังไงลูกก็ต้องมีคู่ครองคนที่พ่อเลือกให้ถือว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว” เกี่ยวกับเื่นี้ยังไงเขาก็ไม่มีทางยอมบุตรสาวของเขาอย่างเด็ดขาดเขาสังเกตเห็น่พักหลังมานี้ตัวของนางนั้นดูฉลาดเฉลียวเป็อย่างมาก
“งั้นพรุ้งนี้หนูขอเลือกเองนะค่ะท่านพ่อ” เธอพูดกับท่านพ่อของเธอด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะออดอ้อนทั้งที่จริงผู้ชายเป็ฝ่ายที่จะเลือกเธอแต่ตัวของเธอนั้นเป็ฝ่ายที่จะเลือกเอง
“ฮ่า ฮ่า เอาอย่างงั้นเลยเหรอ ได้พ่อจะให้สิทธิ์เ้าเลือกคู่ครองของเ้าแต่ภายในวันพรุ่งนี้จะมีเพียงแค่สองตัวเลือกเท่านั้นนะ” ท่านแม่ทัพยิ้มรับอย่างอารมณ์ดีบุตรสาวของเขาช่างใจกล้านักที่จะขอเลือกคู่ชีวิตด้วยตัวเองทั้งที่ฝ่ายชายนั้นควรที่จะเป็คนเลือกเขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าทั้งสองตระกูลบุตรสาวของเขานั้นจะเลือกใครกันแน่
เช้าวันต่อมาที่ห้องโถงภายในตระกูลของท่านแม่ทัพ
งานเลี้ยงน้ำชาถูกจัดเตรียมอย่างเรียบง่ายมีผู้ร่วมงานมากันเพียงแค่ไม่กี่สิบคนเท่านั้นโดยมากแขกที่มาจะเป็คนของ เฟยเฟิ่ง ซะมากกว่าการมาของสองพ่อลูกคู่นี้นั้นมากันอย่างยิ่งใหญ่เป็อย่างมากมียอดฝีมือมากมายเดินตามหลังเขาเป็แถว ไม่เพียงแค่นั้นวันนี้เขายังมาพร้อมกับบุตรชายที่เป็ความภูมิใจสูงสุดของตระกูลเด็กหนุ่มคนนี้นั้นมีนามว่า เฟยเทียน เป็เด็กชายที่ฉายแววความหล่อเหลามาแต่เล็ก
“โห...ท่านพี่นี่เป็คนของเฟยเฟิ่งทั้งนั้นเลยเหรอ” ฮูหยินรองหรือแม่ของลี่ถิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความตื่นใอำนาจบารมีของชายผู้นี้นั้นแผ่ขยายมาแต่ไกลหากบุตรสาวของนางได้ตบแต่งเข้าร่วมตระกูลด้วยอนาคตคงสว่างไสว
“ใช่แล้วน้องหญิง เ้าคิดว่าข้าจะยินยอมยกบุตรสาวของเราให้กับใครก็ได้รึถ้าไม่ดีจริงมีหรือที่ข้าจะยินดียกให้” ท่านแม่ทัพกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดีเล็กน้อยเพราะเมื่อคืนวันก่อนเขาโดนนางด่าซะจนหูชา เฟยเทียนที่ตัวของเขารับรู้มานั้นนอกจากจะมีหน้าตาอันหล่อเหลาเขายังมีพร์มากอีกด้วย
“ฮ่า ฮ่า ท่านแม่ทัพน้องชายคนนี้มาแล้วขอโทษที่ทำให้ท่านต้องรอนาน” เฟยเฟิ่งส่งเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อตัวของเขานั้นกำลังที่จะเกี่ยวดองกับท่านแม่ทัพหากสิ่งนี้เกิดขึ้นมันจะช่วยส่งเสริมอำนาจของทั้งสองตระกูลเพิ่มขึ้นไปอีก
“เชิญน้องเฟยเฟิ่งเข้ามานั่งพักดื่มน้ำชาก่อน หืม...นี่คงจะเป็หลานชายเฟยเทียนอายุเพียงแค่นี้กับฉายแววพยาัช่างเป็บุคคลที่ไม่ธรรมดาจริงๆ” ท่านแม่ทัพกล่าวชื่นชมเด็กหนุ่มบุคลิกน่าตาหนุ่มน้อยคนนี้ถือว่าไม่เลวมันทำให้ตัวของเขานั้นนึกถึงตัวเองเมื่อครั้งสมัยยังหนุ่ม
“ท่านลุงกล่าวชื่นชมหลานจนเกินไปแล้วหลานยังอ่อนประสบการณ์มากนัก” หนุ่มน้อยเฟยเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความนอบน้อมอย่างถึงที่สุดในขณะเดียวกันสายตาของมันก็เสาะแสวงหาเรือนร่างของสาวงามว่าใครกันที่จะมาเป็คู่หมั้นของมันท่านพ่อของมันนั้นคุยนักคุยหนาว่าถ้าหากนางทั้งคู่เติบใหญ่ย่อมที่จะเป็สาวงามลำดับหนึ่งของแผ่นดิน
“ลี่อิงกับลี่ถิงพวกนางทั้งสองนั้นกำลังแต่งตัวอยู่เวลาผ่านไปสักพักเดี๋ยวพวกนางก็ออกมาหลานชายโปรดใจเย็นก่อน” มีหรือที่ตัวของท่านแม่ทัพจะมองไม่เห็นสายตาที่อยากรู้อยากเห็นของเด็กหนุ่มผู้นี้
“ฮ่า ฮ่า ท่านแม่ทัพข้าต้องขอโทษแทนบุตรชายของข้าด้วยเขาเสียมารยาทต่อท่านแล้ว” บิดาของเฟยเทียนรีบหัวเราะแสดงความกลบเกลื่อนขึ้นมาทันที
“ไม่เป็ไร ไม่เป็ไรเด็กน้อยก็ย่อมที่จะมีความอยากรู้อยากเห็นเป็ธรรมดาเพราะตอนสมัยข้าหนุ่มๆข้าก็เคยเป็เช่นนี้เหมือนกัน ฮ่า ฮ่า” ท่านแม่ทัพพูดออกมาอย่างไม่ถือสาหากเป็คนอื่นเกรงว่าตัวของเขาคงที่จะควักลูกตาของมันไปแล้ว
“น้องเนี่ยนจิน เ้าสบายดีรึไม่” ในระหว่างที่คนทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่อย่างสนุกสนานนั้นก็มีน้ำเสียงของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกล่าวทักทายขึ้นการมาของเขานั้นไม่ได้มาอย่างยิ่งใหญ่มากันแบบเรียบง่ายเป็อย่างมากเขามากับลูกชายเพียงแค่สองคน
“อ้าว....ท่านพี่ ถิงจ้าว ในที่สุดท่านก็มาแล้วข้าคิดถึงท่านมากจริงๆ เชิญนั่งก่อนเชิญนั่งก่อนน้องจะจัดเตรียมน้ำชาไว้ให้” การมาของสองพ่อลูกคู่นี้นั้นถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะมากันแบบเรียบง่ายหรือแต่งตัวที่สุดแสนจะธรรมดาตัวของท่านแม่ทัพนั้นก็ต้อนรับชายผู้นี้ด้วยความอบอุ่นเพราะดูเหมือนว่าตัวของท่านแม่ทัพจะติดหนี้บุญคุณชีวิตชายผู้นี้เอาไว้ครั้งหนึ่ง
“น้องเนี่ยนจินยังต้อนรับพี่อย่างอบอุ่นเช่นดังเดิม” การกระทำของถิงจ้าวนั้นทำให้ผู้คนภายในจวนของท่านแม่ทัพไม่ค่อยชอบใจมากนักเขาเป็เพียงแค่พ่อค้าธรรมดาแต่กับตีตัวสนิทกับท่านแม่ทัพราวกับว่าคนทั้งสองอยู่ในชนชั้นเดียวกัน
“โอ๋...หลานชาย ถึงแม้ว่าภายในวันนี้ตัวของเ้าจะแต่งตัวธรรมดาไปบ้างแต่ก็เก็บซ่อนรัศมีพยาัไปไม่พ้นในอนาคตลุงขอฝากชีวิตของบุตรสาวไว้ด้วยนะ” ถึงแม้ว่าตัวของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เป็เพียงคนธรรมดา แต่ตัวของท่านแม่ทัพพูดจาต้อนรับด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความอบอุ่น
“ท่านแม่ทัพเนี่ยนจิน สองพ่อลูกคู่นี้เป็ใคร” เฟยเฟิ่งกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเ็าทั้งที่ภายในสถานที่แห่งนี้ควรแต่ที่จะมีคนระดับตนอยู่เท่านั้นแต่กับมีสองพ่อลูกพ่อค้าธรรมดาอยู่ด้วยตัวเขามองแล้วช่างให้ความรู้สึกที่เคืองลูกตาจริงๆ
“ข้าจะแนะนำเขาให้ท่านรู้จักนี่คือ ท่านพี่ถิงจ้าวเป็พี่ชายร่วมสาบานของข้าเองหากไม่ได้เขาข้าคงจบชีวิตไปนานแล้ว” ท่านแม่ทัพแนะนำสองพ่อลูกด้วยความภูมิใจถึงแม้ว่าคนทั้งคู่จะเป็เพียงแค่พ่อค้าธรรมดาก็ตาม
“หึ คนอย่างข้าต้องรู้จักกับสามัญชนธรรมดาอย่างงั้นด้วยเหรอข้าไม่อยากรู้จัก” เฟยเฟิ่งพูดกระแทรกเสียงพร้อมทั้งกลับไปนั่งที่โต๊ะดื่มด่ำกับน้ำชาที่ถูกจัดเตรียมไว้ตรงหน้า
“ท่านพี่ อย่าถือสาเขาเลยนะ พวกขุนนางมักเป็เช่นนี้แหละ” ท่านแม่ทัพเนี่ยนจินพูดปลอบโยนถิงจ้าวหลังจากนั้นเขาก็ไปจัดการเื่อื่นๆต่อ
“ท่านลุงเนี่ยนจิน นิสัยใช้ได้เลยนะท่านพ่อ เขาดูแลต้อนรับท่านดีถึงขนาดนี้” ถิงฟงชายหนุ่มที่สุดแสนจะเ็าแอบกระซิบกับผู้เป็พ่อของตน
“ในต่างบ้านต่างเมืองเช่นนี้คนที่พอจะนับเป็พี่เป็น้องได้ก็คงมีแต่เขาเท่านั้น ลูกต้องรักและเอาใจใส่คู่หมั้นของลูกให้ดีนะเข้าใจไหม” ผู้เป็พ่อกล่าวย้ำเตือนบุตรชาย